เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 50 แบบแปลนศาลสวรรค์

Chapter 50 แบบแปลนศาลสวรรค์

Chapter 50 แบบแปลนศาลสวรรค์


ด้วยวิชากายาเทพอสูร ระดับสอง!

เมื่ออยู่ในเวลาที่ตัดสินความเป็นความตายนั้น ก็ทำให้จงซานสามารถก้าวผ่านระดับได้ อย่างไรก็ตามเนื่องด้วยผลของวิชากายาเทพอสูรที่ใช้เป็นครั้งแรกนั้น ทำให้ร่างกายของเขาเจ็บปวดไปทั่วร่างจำเป็นต้องพักอย่างน้อยสองวันถึงจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ เมื่อร่างกายของเขาฟื้นฟูและใช้ทักษะดังกล่าวอีกครั้งจะทำให้ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทว่าอย่างน้อยต้องทำให้ผลให้วิชากายาเทพอสูรหมดไปซะก่อน.

หยุนฉียนที่จัดการลอกคาบศพอสรพิษสีชาด ที่อยู่ไกลออกไป ซึ่งในร่างกายของมันนั้นมีของวิเศษหลายอย่างทีเดียว.

"จงซาน เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?"เทียนหลิงเอ๋อที่สอบถามด้วยความเป็นห่วงขณะที่ทำการตรวจสอบอาการบาดเจ็บของเขา.

"ข้าสบายดี เพียงแค่แค่พักวันสองวันก็หายแล้ว."จงซานที่ส่ายหน้าไปมา.

เป่ยชิงซือยืนอยู่ไม่ห่างออกไปเฝ้ามองคนทั้งสองซึ่งเวลานี้ภายในใจของนางเวลานี้ มีอารมณ์ที่ซับซ้อน ไม่รู้ว่านางจะวางตัวอย่างไรต่อหน้าจงซาน ทำให้นางได้แต่ยืนนิ่งด้วยท่าทางกระอักกระอ่วนและเงียบงัน นางจ้องมองไปยังฝั่งของหยุนเฉียน ทว่าภายในใจของนางยังคงคิดถึงเรื่องของจงซาน.

"ทุกคนไปใหนกันแล้วรึ?"จงซานที่จ้องมองไปรอบ ๆ  ซึ่งไม่เห็นใครอยู่ที่นี่แล้ว.

"ข้าเองก็ไม่รู้."เทียนหลิงเอ๋อที่ตอบกลับพลางเช็ดน้ำตาที่ยังเหลือเป็นคราบ.

ในเวลานั้น เทียนหลิงเอ๋อที่ใส่ใจแต่เรื่องของจงซานและอสรพิษสีชาดยักษ์ ทำไมนางจะต้องสนใจเรื่องอื่น ๆ ด้วยล่ะ?

เห็นเทียนหลิงเอ๋อร้องไห้โฮราวกับเด็กเล็ก จงซานที่เผยยิ้มและพยายามเช็ดน้ำตาที่อาบแก้มของนาง ทว่าขณะที่จะยกออกไป เขาก็ตระหนักได้ว่ายังมีคาบโลหิตเกรอะกังบนมือของเขาจึงยกขึ้นได้แค่ครึ่งเดียวก็ลดมือลงมา.

"ซานซือเจี่ย เกิดสิ่งใดขึ้นก่อนหน้านี้อย่างงั้นรึ?"เทียนหลิงเอ๋อที่หันหน้าออกไปสอบถามเป่ยชิงซือต่อ.

三师姐  Sān shījiě ศิษย์พี่หญิงลำดับสาม.

ในเมื่อเทียนหลิงเอ๋อสอบถามนางตรง ๆ  เป่ยชิงซือจึงได้หันหน้ากลับมา ทว่าครั้งมองเห็นจงซานก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจอีกครั้ง อย่างไรก็ตามนางก็แสร้งทำว่าเรื่องในวันนั้นนางได้ลืมมันไปแล้ว.

"เห่าซานหนีออกไปด้วยการคุ้มกันของมังกรเขา ขันทีของเขาถูกสังหารไป และทุกคนต่างก็ไล่ล่าตามเห่าซานไป."เป่ยชิงซือที่กล่าวออกมาตามความจริง.

เห็นท่าทางของเป่ยชิงซือที่แสร้งทำเป็นว่านางสงบใจได้ จงซานจึงพยักหน้าตอบรับ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้นางต้องรู้สึกกระอักกระอ่วนใจมากกว่านั้น.

"ข้าจำเป็นต้องบำเพ็ญโคจรพลังรักษาตัวเองก่อน หลิงเอ๋อเจ้าช่วยข้าหาบ่อน้ำรอบ ๆ นี้ได้หรือไม่ ข้าต้องการทำความสะอาดร่างกาย."จงซานกล่าว.

นางที่พยายามเช็ดน้ำตาตัวเอง เทียนหลิงเอ๋อก่อนหน้านี้ที่โศกเศร้าถึงที่สุดตอนนี้ถูกแทนที่ด้วยความดีใจ นางพยักหน้าอย่างหนักแน่น และทำตามคำขอร้องของจงซานทันที.

หลังจากที่นางตอบรับ นางก็เร่งรีบวิ่งออกไปยังทิศทางอื่น ๆ เพื่อหาแหล่งน้ำทันที.

หยุนเฉียนที่ยังชำแหละอสรพิษสีชาดอยู่ดังนั้นตอนนี้จึงเหลือเป่ยชิงซือกับจงซาน.

"ข้าจะไปช่วยนางหาบ่อน้ำ."เป่ยชิงซือกล่าวออกมาทันที นางที่จากไปโดยไม่รอให้จงซานตอบกลับด้วยซ้ำ นางก็เหินตรงไปยังทิศทางของเทียนหลิงเอ๋อทันที.

เห็นท่าทางของเป่ยชิงซือแล้ว จงซานที่แอบสรวลในใจพร้อมกับส่ายหน้าไปมา พร้อมกับปิดตานั่งสมาธิควบคุมลมหายใจ.

ครั้งนี้ บาดแผลของเขาที่ได้รับมานับว่าหนักหนาทีเดียว.

จงซานนั่งบำเพ็ญอยู่ราว ๆ สองชั่วโมง ร่างกายของเขาก็ฟื้นฟูกลับมาบ้างเล็กน้อย อย่างไรก็ตามปราณแท้ของเขาในเวลานี้ด้วยผลของวิชากายาเทพอสูรทำให้มันลดลงไปกว่าเดิม 30%.

ขณะที่เขาลืมตาขึ้นมา เขาก็เห็นคนทั้งสามกลับมาแล้ว.

"จงซาน เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?"เทียนหลิงเอ๋อสอบถามออกมาด้วยสายตาที่เป็นห่วง.

"ดีขึ้นมากแล้ว ว่าแต่เจ้าเจอบ่อน้ำหรือไม่?"จงซานสอบถาม.

"มีบ่อหนึ่งห่างจากที่นี่ออกไปห้าลี้ ซึ่งใกล้สุดแล้ว."เทียนหลิงเอ๋อที่ตอบออกมาในทันที.

"ข้าจะพาเจ้าไปก็แล้วกัน."หยุนเฉียนกล่าว.

"ขอบคุณ."จงซานพยักหน้า.

หลังจากที่หยุนเฉียนโบกสะบัดเรียกกระบี่เหินออกมาซึ่งทำให้มันขยายใหญ่และมีที่ด้านหลังนั้นดูเหมือนว่าจะมีส่วนประกอบของไม้ที่ส่องประกายแสงสีเขียว จงซานที่ขึ้นเหยียบกระบี่เหิน หยุนเฉียนก็พาเขาเหินข้ามภูเขาตรงไปยังบ่อน้ำในทันที.

จากนั้นไม่นาน หยุนเฉียนกล่าวว่า "มันอยู่ที่นั่นแล้ว."

"ขอบคุณ."จงซานพยักหน้า.

ส่วนเรื่องของศพอสรพิษสีชาดนั้น หยุนเฉียนไม่ได้เอ่ยถึงแต่อย่างใด อีกอย่างหนึ่งจงซานเองก็ไม่ได้ใส่ใจที่จะถามด้วยเช่นกัน เขาที่ถอดชุดอออกและจากนั้นก็ลงไปในบ่อเพื่อชำระร่างกาย.

เขาที่นำเสื้อผ้าสิ่งของทุกอย่างที่อยู่ด้านในออกมาจากกำไลเก็บของ อย่างไรก็ตามสิ่งของส่วนมากนั้นถูกน้ำย่อยของอสรพิษนั้นละลายไปจนหมด เขาจึงทำได้แค่ทำความสะอาดเสื้อผ้าที่เปื้อนโลหิตออกเพื่อที่จะสวมมันอีกครั้ง.

หลังจากที่เขาทำความสะอาดร่างกายของเขา บาดแผลที่อยู่รอบ ๆ ร่างกายของเขาเองดูเหมือนว่ามันจะดีขึ้นมาไม่น้อยเหมือนกัน.

พวกเขาทั้งคู่กลับมาหาเทียนหลิงเอ๋อและเป่ยชิงซือ.

"ศิษย์พี่หญิง ศิษย์พี่ใหญ่บอกว่าให้พวกเราไปพบกับพวกเขาที่ภูเขาซุยหยุน เขาจะไปเจอพวกเราในอีกห้าวัน."หยุนเฉียนที่กล่าวต่อเป่ยชิงซือ.

"เจ้าไปพบกับเขาแล้วกัน."เป่ยชิงซือกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้วไปมา.

"แต่ว่า ข้าได้สัญญากับเขาแล้ว ศิษย์พี่หญิง อย่าเพิ่งรีบร้อน ไม่เช่นนั้นข้าคงยากที่จะหาคำอธิบายกับเขาได้ และอีกอย่างศิษย์พี่ใหญ่ก็สัญญากับท่านแล้วว่าจะไปเป็นเพื่อนท่านที่ภูเขาป้าเหมิน หากว่าท่านจากไปเช่นนี้ล่ะก็ คง..."หยุนเฉียนที่แสดงท่าทางกระอักกระอ่วนใจ.

八门山  Bā mén shān ภูเขาแปดประตู.

เป่ยชิงซือที่ขมวดคิ้วไปมาครุ่นคิดชั่วขณะก่อนที่จะพยักหน้าและกล่าวว่า "ก็ได้ พวกเราจะไปรอเขาที่ภูเขาซุยหยุน."

"ภูเขาซุยหยุนอย่างงั้นรึ?"จงซานที่ขมวดคิ้วไปมา.

ในอาณาจักรต้าคุนนั้น มีภูเขาที่เรียกว่าภูเขาซุยหยุน ซึ่งนับว่าเป็นสถานที่อันตรายที่สุดในต้าคุน คนธรรมดาทั่วไปนั้นไม่สามารถที่จะปีนภูเขาที่สูงชันนั้นได้แน่ ภูเขาดังกล่าวนั้นเป็นเหมือนกับแท่งศิลาขนาดยักษ์ที่ตั้งตระหง่านชี้ตรงขึ้นไปบนท้องฟ้า และยังมีความสูงอย่างไม่อยากเชื่อ ทว่าที่บนยอดเขานั้นกับเป็นพื้นที่ราบที่เขียวขจี ทำให้ดูเหมือนว่ามองเห็นเป็นเหมือนกับเหล่ามวลเมฆามีสีเขียว หรือว่าจะเป็นที่นั่น?

"อยู่ห่างไปทางตะวันตก 800 ลี้ พวกเราน่าจะไปถึงที่นั่นก่อนตะวันตกดิน."หยุนเฉียนกล่าว.

เป็นความจริง เป็นภูเขาซุยหยุนที่เขาคิดเอาไว้.

เทียนหลิงเอ๋อที่หันหน้าไปมองจงซานที่กำลังขมวดคิ้วไปมา เพราะว่าเขาสัญญาไว้ว่าจะพานางไปหาศิษย์พี่ใหญ่ ทว่าตอนนี้เขาได้จากไปก่อน ดังนั้นพวกเขาคงทำได้แค่เพียงไปรอที่ภูเขาซุยหยุน.

"หลิงเอ๋อ แล้วพวกเจ้าล่ะ?"หยุนเฉียนสอบถามออกไป.

"พวกเราจะไปกับท่านและรอด้วย."จงซานที่ตอบออกมาในทันที.

ได้ยินคำพูดของจงซานแล้ว หยุนเฉียนที่ขมวดคิ้วไปมา รอศิษย์พี่ใหญ่อย่างงั้นรึ?ใครขอให้เจ้าไปรอศิษย์พี่ใหญ่กัน?ทว่าในเมื่อเป่ยชิงซือและเทียนหลิงเอ๋ออยู่ที่นี่ หยุนเฉียนก็ไม่มีอะไรที่จะโต้แย้งใด ๆ ได้.

ส่วนเทียนหลิงเอ๋อนั้น เห็นชัดเจนว่านางไม่มีปัญหาอะไร ตอนนี้จงซานไม่มีอันตรายแล้ว ทำไมไม่ไปรอศิษย์พี่ใหญ่ล่ะ?

ส่วนเป่ยชิงซือ นางเห็นจงซานไปด้วย ภายในสายตาของนางนั้นแสดงท่าทางไม่สะดวกอยู่เล็กน้อย ทว่าท้ายที่สุดนางก็ไม่ได้กล่าวโต้แย้งอะไร.

พวกเขาทั้งสี่คนก็บินออกไป เป่ยชิงซือนั้นได้พาเทียนหลิงเอ๋อไปด้วย ส่วนหยุนเฉียนพาจงซานไป ตอนเย็น พวกเขาทั้งหมดก็มาถึงยอดเขาซุยหยุน.

มีโต๊ะศิลาที่อยู่บนยอดเขาซังหยุน และมีเก้าอี้อยู่ด้วยหลายตัว ดูเป็นที่พักง่าย ๆ  ทุกคนที่ร่อนลงบนยอดเขา จงซานที่จ้องมองไปยังพื้นที่รอบ ๆ .

"พวกเราจะต้องรอที่นี่อย่างงั้นรึ?"เทียนหลิงเอ๋อที่ขมวดคิ้วไปมา.

"ใช่แล้ว ที่นี่ล่ะ เพียงแค่ไม่กี่วันเท่านั้น."หยุนเฉียนกล่าว.

ได้ยินคำพูดของหยุนเฉียนแล้ว จงซานที่ถอนหายใจเบา ๆ  จะให้รอที่นี่อย่างงั้นรึ?พวกเขาจะต้องรอคอยกี่วันล่ะ? ท้องฟ้าโปร่งเช่นนี้ หากว่ามีพายุ สายฟ้าจะต้องฟาดลงมายังยอดเขาแห่งนี้แน่นอน.

"ที่ด้านล่างนี้ ข้ามีหมู่บ้านเล็ก ๆ อยู่ที่เนินเขา ก่อนที่ข้าจะเข้าสำนักไคหยาง ข้าได้ซื้อเอาไว้ พวกเราลงไปรอที่ด้านล่างก่อนเป็นไง?"จงซานกล่าว.

"ไม่ได้ ๆ  หากว่าพี่ใหญ่มาแล้ว พวกเขาไม่เห็นพวกเราล่ะ?"หยุนเฉียนที่ส่ายหน้าโต้แย้งในทันที.

เห็นท่าทางดื้อรั้นของหยุนเฉียน จงซานได้แต่ขมวดคิ้วไปมา ขณะที่เขาพูดกับจงซาน น้ำเสียงของเขานั้นเต็มไปด้วยความดูแคลนจงซานเป็นอย่างมาก แม้ว่าจะเป็นความเห็นที่ดีอย่างไร เขาก็ไม่มีทางยอมรับ อย่างไรก็ตามการที่ต้องอดทนต่อชายคนนี้นั่นไม่ใช่รูปแบบของจงซาน.

"เอาอย่างนี้เป็นไง ท่านก็รอที่นี่แล้วกัน ส่วนพวกเราจะไปรอที่หมู่บ้านด้านล่าง หากศิษย์พี่ใหญ่มาถึง ท่านก็มาแจ้งเราแล้วกัน."

ศิษย์น้องของอาจารย์(ทั้งชายและหญิง) เรียกว่า 师叔 (shīshū) หรือเรียกว่าอาจารย์อา

ได้ยินคำพูดของจงซาน หยุนเฉียนที่ขมวดคิ้วไปมา แต่ท้ายที่สุดเขาก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใด.

"หลิงเอ๋อ อาจารย์อา พวกเราลงไปด้านล่างกันเถอะ."จงซานที่กล่าวต่อเป่ยชิงซือและเทียนหลิงเอ๋อ.

เห็นจงซานที่เอ่ยกับนางด้วย เป่ยชิงซือที่ขมวดคิ้วไปมาทว่าก็พยักหน้าตอบรับ.

"คงต้องรบกวน ซือตี้แล้ว."เป่ยชิงซือที่กล่าวต่อหยุนเฉียน.

ในเวลานี้ ท้ายที่สุดหยุนเฉียนรู้สึกเสียใจขึ้นมาทันที เพราะว่าตอนแรกนั้นเขาคิดว่าจงซานจะนำเพียงเทียนหลิงเอ๋อลงไปด้านล่าง ทว่าตอนนี้กลับกลายเป็นว่าเขาต้องอยู่คนเดียวที่นี่ เขาไม่อยากเชื่อเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าอย่างไรเขาก็รู้สึกรำคาญจงซานเป็นอย่างมาก.

"ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด."หยุนเฉียนที่พยักหน้าอย่างจำใจ.

จากนั้น เป่ยชิงซือก็นำเทียนหลิงเอ๋อและจงซานลงไปด้านล่าง ไปตามทิศทางที่จงซานบอก.

หยุนเฉียนที่ยืนอยู่บนยอดเขา จ้องมองไปยังจงซานด้วยความขุ่นเคืองทว่าเขากับไม่สามารถทำอะไรได้ เขาได้แต่เฝ้ามองพวกเขาที่ร่อนลงยังหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ไม่ได้ไกลออกไปนัก เขาจำเป็นต้องรอศิษย์พี่ใหญ่คนเดียว รู้สึกห่อเหี่ยวใจและรำคาญไปพร้อม ๆ กัน.

หลังจากมาถึงหมู่บ้านปุถุชน เป่ยชิงซือรู้ดีว่าจะต้องหลีกเลี่ยงสร้างความสนใจ.

พวกเขาที่ร่อนลงก่อนถึงหมู่บ้าน จงซานที่พาคนทั้งหมดเดินเข้าไป จงซานเวลานี้รูปร่างที่เปลี่ยนไปมากทว่าเขาก็มีตราประทับแสดงให้กับพ่อบ้านว่าเขานั้นเป็นเจ้าของหมู่บ้านนี้ได้.

พ่อบ้านที่ทำการจัดเตรียมที่พักให้กับคนทั้งสามในทันที.

เทียนหลิงเอ๋อที่กินอาหารเสร็จก็เข้าห้องนอนของนางหลับไปในทันที ส่วนเป่ยชิงซือเองก็พักอยู่ในห้องของนาง.

จงซานที่กลับมาห้องของตัวเอง และเริ่มต้นทำความสะอาดกำไลเก็บของ.

ภายในนั้น มีตั๋วเงินจำนวนมากตอนนี้มันไร้ประโยชน์แล้ว น้ำย่อยของอสรพิษสีชาดนั้นทรงพลังมาก สิ่งของหลายอย่างที่เสียหาย ทำให้เขาต้องกำจัดพวกมันทิ้งไป.

แม้แต่กระบี่สองเล่มที่เขาเก็บเอาไว้ก็ยังละลาย ผลโลหิตนิพพานลูกสุดท้ายก็ถูกน้ำย่อยอสรพิษละลายเช่นกัน จงซานทำความสะอาดพื้นที่เก็บของทั้งหมด สุดท้ายแล้วมีเพียงแค่สองอย่างที่ยังสามารถใช้ประโยชน์ได้.

หนึ่งคือสูตรยา ระดับสี่ เม็ดยากวงหัว.

และอีกสิ่งหนึ่งคือกล่องไม้ที่ทำจากต้นท้อ มีลวดลายอักขระสลักเอาไว้อย่างสวยงาม ราวกับของวิเศษ ดวงตาของจงซานที่เปล่งประกาย สิ่งนี้สามารถคงอยู่แม้แต่อยู่ในน้ำย่อยของอสรพิษยักษ์ ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร?ไม่ใช่กล่องไม้ธรรมดาอย่างงั้นรึ?

บ่าวรับใช้ที่น้ำสะอาดมาให้จงซานทำความสะอาดกล่องไม้อีกครั้ง ไม่มีรอยเสียหายแม้แต่ที่เดียวจริง ๆ .

ในเวลานั้น จงซานจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ เห่าซานที่ส่งอสรพิษยักษ์ออกไปยังทิศทางที่แตกต่างกัน เป็นไปได้ว่าอสรพิษแต่ละตัวได้กลืนสมบัติเอาไว้ในท้องก่อนที่จะแยกย้ายออกไปรึอย่างไร?

ประกายแสงแห่งความคาดหวังก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของจงซาน เขาจับจ้องไปยังกล่องไม้ที่ทำจากต้นท้อ มีอะไรอยู่ข้างในกัน.

กล่องไม้ดังกล่าวนี้ไม่ได้ลงเวทย์ปิดผนึกเอาไว้ จงซานที่ค่อย ๆ เปิดกลไกที่ล็อคกล่องไม้นี้ออกมา.

"แคก ๆ  ๆ ."

กล่องไม้ท้อที่ถูกปลดล็อก จงซานค่อย ๆ แง้มเปิดกล่องดังกล่าวออกมา.

อย่างช้า ๆ  เพียงแค่แสงสว่างในห้องของเขานั้น เพียงพอที่จะให้เขาเห็นสิ่งของในกล่องดังกล่าวได้อย่างสมบูรณ์.

คัมภีร์? คัมภีร์สีทองม้วนหนึ่ง? คัมภีร์ดังกล่าวนั้นถักทอมาจากไหมชั้นเยี่ยม ดูหรูหราโอ่อ่าเป็นอย่างมาก.

จงซานที่ค่อย ๆ หยิบม้วนคัมภีร์ดังกล่าวออกมา ทันใดนั้นจงซานก็รู้สึกคุ้นตา ม้วนคัมภีร์ดังกล่าวนี้ ทำไม ทำไมดูเหมือนราชโองการ? ใช่แล้วมันคือราชโอการของเหล่าหวงตี้โลกมนุษย์ มันเป็นราชโองการสีทอง.

皇帝  Huángdì  ฮ่องเต้ จักรพรรดิ ราชา.

ด้วยความระมัดระวัง จงซานที่ค่อย ๆ คลี่ม้วนคัมภีร์ดังกล่าวออกมา เป็นความจริง เหมือนกับราชโองการมาก .

ด้วยความระมัดระวังจงซานคลี่ม้วนคัมภีร์ออกมาทั้งหมด เขาสามารถมองเห็นตัวอักษรขนาดเล็กเป็นจำนวนมาก ตัวอักษรเหล่านี้ทำให้แขนของจงซานสั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้น.

ในเวลาเดียวกัน จงซานก็รู้สึกแทบจะตะโกนออกไปก้องฟ้า เขาไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเลย เป็นความดีใจจนน้ำตาไหล ซึ่งจงซานปกติแล้วจะเป็นคนมีสติและสุขุมเป็นอย่างมาก แม้แต่ครั้งแรกที่เขาเห็นเคล็ดวิชาหงหลวนเทียนหรือแม้แต่เคล็ดวิชากายาเทพอสูรเขาก็ไม่เคยสูญเสียการควบคุม แต่ในตอนนี้เขาแทบจะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เลย.

ชื่อของราชโองการนี้ มีอักขระสามตัว ที่ดูประณีต.

"แปลนศาลสวรรค์"

铸天庭Zhù tiāntíng ผังศาลสวรรค์

นี่คือ แปลนศาลสวรรค์.

วรรคแรก "รวบรวมโชควาสนาจากทั่วอาณาจักร รวบรวมโชควาสนาจากปฐพี รวบรวมวาสนาจากฟ้า รวบรวมโชควาสนาจากทุกสรรพสิ่ง ต่อต้านสวรรค์ มีชีวิตอันเป็นนิรันดร์!"

วรรคที่สอง "ก่อตั้งราชวงศ์สวรรค์ ก่อสร้างประเทศ รวบรวมโชคลาภจากทั่วประเทศ จากผืนปฐพี จากผืนฟ้า จากทั่วทั้งสรรพสิ่งรับพลังเพื่อต่อต้านกรรมสร้างฐานที่มั่นที่แข็งแกร่งเพื่อต่อต้านสวรรค์."่

จบบทที่ Chapter 50 แบบแปลนศาลสวรรค์

คัดลอกลิงก์แล้ว