เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 49 หนีจากท้องอสรพิษ.

Chapter 49 หนีจากท้องอสรพิษ.

Chapter 49 หนีจากท้องอสรพิษ.


หลังจากสั่งการเสร็จสิ้น เทียนชาก็นำคนอื่น ๆ มุ่งตรงไปยังทิศทางที่มังกรเขามุ่งไป.

เห็นเทียนชาสั่งให้หยุนเฉียนอยู่ เป่ยชิงซือที่ขมวดคิ้วไปมา ทว่าก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใด หยุนเฉียนเองก็รู้สึกกระอักกระอ่วนบินกลับมายังยอดเขา.

"จงซานยังไม่ตาย เร็วเข้า ไปช่วยเขา ได้โปรดไปช่วยเขา ฮือ ๆ"เทียนหลิงเอ๋อที่ครวญครางออกมาอย่างบ้าคลั่ง น้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด นางที่พยายามดิ้นไปมาเพื่อที่จะให้หลุดจากเป่ยชิงซือเพื่อที่จะลงไปยังหลุมด้านล่าง.

"หลิงเอ๋อ จงซานไม่มีหวังรอดแล้ว."หยุนเฉียนที่กล่าวต่อเทียนหลิงเอ๋อ.

"ข้าไม่เชื่อ จงซานยังไม่ตาย."เทียนหลิงเอ๋อหวีดร้อง.

เป่ยชิงซือที่ได้แต่ส่ายหน้าไปมาถอนหายใจยาว นางเองก็ความรู้สึกที่ซับซ้อนภายในใจเช่นกัน ใจหนึ่งอย่างให้เขาตายไปอีกใจหนึ่งก็อยากให้เขามีชีวิต หากจงซานตายไป เช่นนั้นนางก็จะได้วางใจว่าจะไม่มีใครรับรู้ความลับเรื่องน่าอายของนางตลอดไป อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุผลอันใดไม่รู้ นางก็คาดหวังว่าจะมีปาฏิหาริย์ หวังว่าเขายังมีชีวิตอยู่ แม้ว่าจะทำให้นางอึดอัดใจก็ตาม.

"ไม่ จงซานยังไม่ตาย ข้ามั่นใจแน่นอน "เทียนหลิงเอ๋อที่โต้เถียง.

...

เป็นความจริง จงซานนั้นยังไม่ตายเหมือนที่เทียนหลิงเอ๋อเชื่อ หากว่าอสรพิษต้าหงโจมตีเขา เช่นนั้นเขาคงตายอย่างไม่ต้องสงสัย ทว่าอสรพิษตนนี้กลับกลืนกินเขาเข้าไปทั้งตัว.

จงซานที่อยู่ในท้องของอสรพิษต้าหง พื้นที่รอบ ๆ เต็มไปด้วยความมืดมิด ร่างกายของเขาที่ผ่านช่องทางที่เต็มไปด้วยเมือกและผนังที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ.

ตอนแรกช่องทางเดินนั้นยังค่อนข้างกว้าง ทว่าตอนนี้มันเริ่มหดรัดตัวเขาเรื่อย ๆ  ในทุก ๆ ครั้งที่มันขยับตัว นอกจากนี้ของเหลวรอบ ๆ นี้ยังทำให้จงซานรู้สึกระคายเคืองปวดแสบปวดร้อนไปหมด.

นี่ก็หมายความว่าเขาอยู่ในกระเพาของอสรพิษยักษ์ไปเรียบร้อยแล้ว.

จงซานที่รับรู้ได้ในทันทีว่าที่นี่คือกระเพาะของอสรพิษตนนี้ เขาที่พยายามจะต่อต้าน ทว่าช่องทองของมันก็กำลังเคลื่อนไหวและบีบเขาเข้ามา.

วิชากายาเทพอสูร!

เขาที่เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับกระดูกเพื่อต้านแรงบีบของกระเพาะ อย่างไรก็ตามเหมือนว่าจะยังไม่เพียงพอ ตอนนี้กระเพาะของมันกำลังบีบจงซานจนทำให้เขาเจ็บปวดไปทั่วร่าง.

หมอกหงหลวน!

หมอกหงหลวนจำนวนมากที่แพร่ผ่านซึมกระจายไปทุกทิศทุกทางเข้าไปในร่างของอสรพิษตนนี้.

อย่างไรก็ตามน้ำย่อยของมันก็ทำให้เขาปวดแสบปวดร้อนอย่างแรงเช่นกัน.

ทำอย่างไรดี?

เก็บพวกมันให้หมด.

จงซานที่ทำการเปิดกำไลเก็บของต่างมิติดูดน้ำย่อยของมันไป เขาไม่สนใจว่ากำไลเก็บของนั้นจะเสียหายหรือไม่? ขอแค่เพียงเขารอดชีวิตก็เพียงพอ.

น้ำย่อยจำนวนมากของมันถูกเก็บเข้ากำไลเก็บของ จงซานรู้สึกว่ามีกล่องไม้ขนาดเล็กไหลเข้ามาในกำไลเก็บของด้วย นี่เป็นสิ่งที่อสรพิษตนนี้กินเข้ามาอย่างงั้นรึ?มันกินไม้เข้ามาด้วยรึ?

ไม่มีเวลาที่จะให้เขาตรวจสอบสลายความอยากรู้ของเขาได้ เขาไม่สามารถวอกแวกไปทำอย่างอื่นด้วยความเจ็บปวดจากกระเพาะของมันกำลังบีบเขาอยู่ ถึงแม้ว่าจะใช้วิชากายาเทพอสูรก็ตาม จงซานยังรู้สึกว่าเขาพร้อมจะถูกบีบให้กลายเป็นชิ้น ๆ ได้ทุกเวลา.

อสรพิษสีชาดตอนนี้มันเริ่มได้รับผลจากหมอกหงหลวนที่กระจายไปทั่วร่างแล้ว ดวงตาของมันที่เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มและร่างบิดเกลียวไปมาไร้ซึ่งการควบคุมตัวเอง ดูเหมือนมันกำลังดิ้นรนและเต็มไปด้วยความกระวนกระวายใจ.

น้ำย่อยในกระเพาะของมันเวลานี้ถูกเก็บเข้าไปในกำไรเก็บของ อย่างไรก็ตามแรงบีบของมันก็ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ  ดวงตาของจงซานเองตอนนี้ถึงกับเบิกกว้าง เขาที่ใช้พลังทั้งหมดของร่างกายประคับประคองเอาไว้ หากเขาประมาทแม้แต่นิดเดียว เขาก็คงจะกลายเป็นเนื้อบด จากนั้นก็จะตายอย่างไม่ต้องสงสัย.

จงซานที่ใช้พลังเกินขีดจำกัดไปแล้ว เขารู้สึกราวกับว่าเขากำลังจะพังทลายลงหากว่าแรงบีบเพิ่มมากขึ้นกว่านี้.

หลอดเลือดที่โป่งพองไปทั่วร่าง จงซานกัดฟันแน่นเพื่อต่อต้าน.

"อ๊าก ๆ  ๆ  ๆ  ๆ "

ด้วยเสียงคำรามลั่น ทันใดนั้นร่างกายของจงซานก็ขยายเพิ่มขึ้นได้อีก พลังของเขาเพิ่มขึ้นอีกแล้ว.

นี่คือระดับสองของวิชากายาเทพอสูร.

ในเวลาเป็นตาย ตอนนี้พลังของเขาเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่า และสามารถทะลวงก้าวไปอีกขั้นของวิชา พลังที่เขาได้รับมาตอนนี้ร้ายกาจมาก ด้วยการสะบัดมือหนึ่งครั้ง ดาบฝันร้ายของเขาที่ลอยออกมา เขาที่เริ่มทำการฟันภายในท้องของอสรพิษอย่างบ้าคลั่ง.

อสรพิษสีชาดที่อยู่ภายใต้หมอกหงหลวนเรียบร้อยแล้ว ร่างกายของมันที่กำลังบ้าคลั่งอยู่ใต้ดิน เวลานี้มันได้สูญเสียทิศทางโดยสมบูรณ์กำลังพลุ้งพล่านพุ่งไปรอบ ๆ อย่างไร้จุดหมาย เวลานี้เมื่อดาบฟาดฟันไปในท้องของมัน อสรพิษยักษ์ก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวดจนต้องพุ่งทะลวงขึ้นมาบนพื้น.

"ตูมมมมมมมมมมมมมมม"

ทั้งสับสนและเจ็บปวด อสรพิษสีชาดที่ขึ้นมาบนพื้น เริ่มทำลายต้นไม้ทุกต้นที่ขวางหน้า หมุนบิดเกลียวขุดรากถอนโคนต้นไม้ใหญ่ต้นแล้วต้นเล่า.

"ครืนนนนนนนนน”

อสรพิษยักษ์ที่อยู่กลางป่าแห่งหนึ่ง กำลังถอนต้นไม้ที่อยู่รอบ ๆ มันอย่างบ้าคลั่ง หากของมันที่ฟาดไปบนพื้นรอบ ๆ พื้นดินสั่นสะเทือน ป่าแห่งนี้กลายเป็นวุ่นวายขึ้นมาในทันที.

ฟันทลายสรรพสิ่ง!

เสียงคำรามของเขาตอนนี้เพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่า จงซานที่กำลังทะลวงออกมาจากท้องของมัน ดาบของเขาที่ทรงพลังเริ่มสร้างช่องในท้องของมันที่กลางลำตัว.

"วูซซซซซ"

เสียงฟาดฟันชอนไช ดาบที่ตัดชิ้นเนื้อของมัน ตอนนี้เริ่มมีแสงส่องผ่านเข้ามาแล้ว.

กระเพาะของมันที่สูญเสียพลังไปและกลายเป็นอ่อนนุ่มขึ้นมาในทันที.

จงซานที่ทำการเจาะช่องท้องของมันเป็นรู โลหิตของมันพุ่งกระฉูดออกไป.

มีรูขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นที่กลางลำตัวของอสรพิษยักษ์ มันถูกทะลวงออกมาจากกระเพาะของมัน อสรพิษยักษ์ที่ดูเหมือนว่ามันไม่อยากเชื่อเลยว่าช่องทองของมันถูกเจาะออกมา มันกำลังจะตายอย่างงั้นรึ?

ร่างกายของมันที่บิดเกลียวไปมาราวกับว่ากำลังดื้อรั้นตะเกียกตะกายจากความตาย อย่างไรก็ตาม ยิ่งมันออกแรงมากมายเท่าไหร่ พลังของมันก็ยิ่งอ่อนแรงและโอกาสในการรอดชีวิตกลับน้อยลงทุกครั้ง.

"จงซานนนนน"

ทันใดนั้น เทียนหลิงเอ๋อที่ร้องออมาเสียงดังด้วยความประหลาดใจมาจากทิศทางหนึ่งบนยอดเขาลูกหนึ่ง.

ในตอนแรกนั้น เป่ยชิงซือและหยุนเฉียนยอมแพ้เรื่องจงซานไปแล้ว อสรพิษยักษ์สามสิบเมตรนั่นมีพลังเทียบเท่ากับผู้ฝึกตนแกนทอง ส่วนจงซานที่เพิ่งเข้าสำนักไคหยางไม่ถึงปี ถึงแม้ว่าเขาจะรอดชีวิตจากการย่อยของมัน เขาก็คงถูกบีบอัดจนร่างกายแหลกเละตายไปแล้ว นอกจากนี้ อสรพิษดังกล่าวยังดำดินได้ พวกเขาไม่รู้เลยว่าจะไปหาร่างของมันที่ใหน ทว่าเป่ยชิงซือก็ไม่สามารถทนการร้องอ้อนวอนของเทียนหลิงเอ๋อได้.

ขณะที่ทุกคนกำลังจะจากไปนั้น ทันใดนั้นที่หุบเขาไม่ไกลออกมา ร่างของอสรพิษสีชาดก็พุ่งขึ้นมาบนป่าแห่งหนึ่ง อสรพิษสีชาดที่กำลังขุดต้นไม้และกำลังบ้าคลั่งด้วยความเจ็บปวด.

อสรพิษยักษ์สีชาดตนนี้กำลังเจ็บปวดอย่างงั้นรึ?มันดูเหมือนกับอสรพิษที่กลืนร่างของจงซานไปก่อนหน้านี้มาก.

เมื่อเทียนหลิงเอ๋อเห็นอสรพิษยักษ์ นางที่ร้องตะโกนด้วยความประหลาดใจ ส่วนเป่ยชิงซือและหยุนเฉียนเองก็ยืนตื่นตะลึงไม่แพ้กัน.

จากนั้นทั้งคู่ยิ่งไม่อยากเชื่อเข้าไปอีก ที่กลางลำตัวของอสรพิษนั้น พวกเขาที่เห็นปลายดาบที่กำลังทะลวงท้องของมัน เป็นการฟาดฟันฉีกกระชากที่ทรงพลังมาก.

ดาบที่ทะลวงออกมาจากภายในท้องของอสรพิษ ชั่วระยะต่อมา ร่างของอสรพิษตนดังกล่าวกำลังสั่นเทิ้ม.

เป่ยชิงซือและหยุนเฉียนทันทีที่พวกเขาตั้งสติได้ ก็พาเทียนหลิงเอ๋อลอยไปยังทิศทางของอสรพิษยักษ์นั่นทันที.

เห็นจงซานที่กำลังหนีออกมาได้ เทียนหลิงเอ๋อก็ร้องออกมาด้วยความสุข น้ำตาแห่งความเศร้าของนางถูกแทนทีด้วยน้ำตาแห่งความยินดี ขณะที่ทุกคนไปถึงหุบเขาดังกล่าวแล้ว นางก็กระโดดลงจากกระบี่เหินของเป่ยชิงซือและวิ่งไปหาจงซานทันที.

หยุนเฉียนที่ใช้กระบี่ยาวของเขาเข้าโจมตีอสรพิษที่บาดเจ็บในทันที.

เทียนหลิงเอ๋อที่วิ่งเข้าสู่อ้อมกอดของจงซาน.

"คนเลว เจ้ากำลังทำให้ข้ากลัวแทบตายเลย."เทียนหลิงเอ๋อที่ร้องไห้น้ำตานองหน้า ทั้งที่ใบหน้าของนางก็ยิ้มออกมาไม่หยุด.

จงซานที่เพิ่งทะลวงผ่านระดับสองกายาเทพอสูร ทั่วร่างของเขานั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดอย่างถึงที่สุดขณะที่จ้องมองเทียนหลิงเอ๋อไม่รู้ว่านางต้องการจะหัวเราะหรือร้องไห้ออกมา ก่อนจะกล่าวออกไปว่า"ร่างของข้าสกปรกมาก."

เป็นความจริง ร่างของจงซานนั้นเต็มไปด้วยคาบโลหิตและเมือกที่อยู่ในท้องของอสรพิษตั้งแต่หัวจรดเท้า อย่างไรก็ตาม เทียนหลิงเอ๋อหาได้สนใจไม่.

"พาเขาออกไปจากที่นี่ ออกไปให้ห่างจากอสรพิษตนนี้ก่อน."เป่ยชิงซือกล่าว.

ได้ยินคำพูดของเป่ยชิงซือที่กำลังเตือนเทียนหลิงเอ๋อ จงซานที่กำลังบาดเจ็บอยู่ คงจะไม่รอดแน่หากถูกอสรพิษตนนี้โจมตีอีกครั้ง นางที่ประคองจงซานและเร่งรีบหนีออกมาเพื่อหาที่หลบ เพื่อความปลอดภัยในทันที.

จงซานที่เผยยิ้มให้กับท่าทางของเทียนหลิงเอ๋อ หัวใจที่เย็นชาของเขาที่แห้งเหี่ยวมาหลายปี ตอนนี้รู้สึกว่ามันเริ่มมีความอบอุ่นเกิดขึ้นมาบ้างแล้ว.

เป่ยชิงซือที่ตามพวกเขามาด้านหลัง นางที่เห็นท่าทางของเทียนหลิงเอ๋อที่มีความสุขเป็นอย่างมาที่ได้อยู่ในอ้อมแขนของจงซาน ไม่รู้ว่าทำไม ภายในใจของนางเอง รู้สึกสั่นไหวอยู่เล็กน้อย.

สำหรับอสรพิษที่ได้รับบาดเจ็บตนนี้ เพียงแค่หยุนเฉียนคนเดียวก็เพียงพอแล้ว และก็เป็นไปตามคาดเมื่อจงซานถูกนำมายังพื้นที่ปลอดภัย อสรพิษสีชาดก็ถูกหยุนเฉียนสังหารตายไปด้วยเช่นกัน.

จบบทที่ Chapter 49 หนีจากท้องอสรพิษ.

คัดลอกลิงก์แล้ว