เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 22 อันหวง

Chapter 22 อันหวง

Chapter 22 อันหวง


"รหัสลับที่ข้ากล่าวถึงคือ สัญญาณลับที่เมื่อเอ่ยออกมา เจ้าจะต้องเชื่อฟังข้า เรื่องนี้เจ้าจะต้องทำไม่ว่าจะขัดใจเจ้าก็ตาม ต้องเชื่อฟังข้าแม้ว่าเรื่องบางอย่างนั้นเจ้าจะไม่ต้องการ ไม่เช่นนั้นแล้ว ข้าจะบอกกับท่านประมุขเมื่อข้ากลับมาว่าเจ้าไม่เชื่อฟังข้า."จงซานที่กล่าวอย่างจริงจัง.

"ไม่เห็นสนุกเลย ข้าไม่ต้องการมัน."เทียนหลิงเอ๋อที่แสดงท่าทางไม่ยินดี.

"ไม่ เรื่องนี้พวกเราจะต้องตกลงกันให้ดีก่อน หากว่าเรื่องนี้ข้าทำอะไรผิดล่ะก็ ไว้กลับมาเจ้าสามารถบอกท่านประมุขให้ลงโทษข้าได้ ทว่าหากเจ้าไม่สัญญาที่จะทำล่ะก็ เช่นนั้นพวกเราจะไม่ออกไปจากที่นี่."จงซานกล่าวที่เสียงที่หนักแน่น.

"อืม ๆ  ก็ได้ ก็ได้ เจ้านี้จู้จี้จริง ๆ  ข้าจะฟังเจ้าก็ได้."ใบหน้าของเทียนหลิงเอ๋อที่ไม่เต็มใจนัก.

จงซานที่เผยยิ้มเล็กน้อยที่เห็นท่างทางของเทียนหลิงเอ๋อ นางไม่ต่างจากองค์หญิงที่เอาแต่ใจ.

"หากว่ามีสิ่งใดที่ผิดปรกติแล้วล่ะก็ ข้ารู้ว่า เจ้าชอบกินขนมกุ้ยฮวา ใช่แล้ว พวกเราจะใช้ ขนมกุ้ยฮวาเป็นรหัสลับ เมื่อข้ากล่าวถึง ขนมกุ้ยฮวาล่ะก็ เช่นนั้นข้าหมายถึงว่า ข้าจริงจังและเจ้าต้องเชื่อฟังข้า เจ้าต้องทำตามที่ข้าพูด."จงซานที่กล่าวออกมาอย่างหนักแน่น.

"ดี ดี ขนมกุ้ยฮวา ฮ่า ฮ่า!"เทียนหลิงเอ๋อที่หัวเราะดังลั่น มีรหัสลับเช่นนี้ด้วยรึ?

"ดี เช่นนั้น รอพักหนึ่ง ข้าจะเข้าไปเอาสัมภาระ แล้วพวกเราก็เดินทางกัน."จงซานพยักหน้าและกล่าวออกมา.

จงซานที่เข้าไปข้างในที่พักของเขาพร้อมกับออกมาด้วยสัมภาระที่น่าจะมีน้ำหนักห้าสิบจิน จงซานที่สะพายมันเอาไว้ด้านหลังพร้อมกับดาบยักษ์ของเขา และกล่าวออกมาว่า."เอาล่ะ พวกเราไปกันได้แล้ว."

"นำสัมภาระนั่นมาให้ข้าเก็บไว้ในกำไลดีกว่า แค่มองเจ้าข้าก็เหนื่อยแทนแล้ว."เทียนหลิงเอ๋อหัวเราะ.

จงซานไม่ได้ทำอวดเก่งแต่อย่างใด เขาได้ยื่นสัมภาระให้กับนาง เหลือเพียงแค่ดาบยักษ์เอาไว้.

"เอิ่ม ผ้าแพรไหมแดงของข้า เป็นเพียงสมบัติวิเศษระดับสองเท่านั้น ทำให้บรรทุกได้แค่คนเดียว เจ้าใช้รองเท้าขับวายุแล้วกัน พวกเราจะเดินทางไปได้เร็วขึ้น."เทียนหลิงเอ๋อกล่าว.

"อืม "จงซานที่สะพายดาบยักษ์ที่ด้านหลังและโคจรปราณแท้ลงไปในรองเท้าพร้อมกับพุ่งตรงไปด้านหน้าด้วยความเร็ว.

เทียนหลิงเอ๋อที่ก้าวขึ้นไปบนผ้าแพรไหมสีแดงของนางก่อนที่จะตามจงซานไป นางเต็มไปด้วยความดีใจที่จะได้ออกจากสำนักแล้ว.

เทียนหลิงเอ๋อที่รู้เส้นทางที่จะออกจากเทือกเขาดี นางได้พาจงซานออกมาจากค่ายกลผ่านออกมาทางออกสำนักไคหยาง.

จงซานที่จ้องมองไปยังกระท่อมมุงจากที่อยู่ด้านนอกสำนักไคหยาง เขาที่ทอดถอนใจคิดถึงเรื่องที่ผ่านมา เวลานี้เขาได้กลายเป็นหนึ่งในสมาชิกสำนักเซียนแล้ว.

จงซานไม่ได้หยุดเพื่อทักทายอาวุโส โฉวซาน  เขาที่พาเทียนหลิงเอ๋อมุ่งตรงไปยังอีกทิศหนึ่งทันที.

ก่อนหน้านี้เมื่อครั้งเขาเดินทางมานั้นใช้เวลาหลายเดือนที่จะผ่านภูเขาต่าง ๆ  ทว่าตอนนี้จงซานเชื่อว่าด้วยความแข็งแกร่งของเขาและรองเท้าขับวายุ จะต้องใช้เวลาไม่ถึง 15 วันก็สามารถไปถึงหมู่บ้านของเขาแน่.

หลังจากที่เดินทางมาตลอดทั้งวัน ทั้งคู่ก็พักเหนื่อยในเวลากลางคืน ซึ่งพวกเขาได้พบกับสถานที่เหมาะแห่งหนึ่ง จงซานที่นำเปลแขวนออกมาสองใบ ก่อนที่จะปีนขึ้นไปผูกบนต้นไม้สูงและทำการโรยสมุนไพรเพื่อป้องกันแมลงพิษ.

"เอาล่ะ พวกเราจะนอนบนเปลญวนกันในคืนนี้."จงซานที่หันหน้ากล่าวกับเทียนหลิงเอ๋อ.

เทียนหลิงเอ๋อดวงตาเป็นประกาย จ้องมองไปยังเปลญวนที่แขวนบนต้นไม้ นางที่มองจงซานด้วยความตื่นเต้น.

"จงซาน ไอ้นี้ยอดไปเลย เจ้าคิดได้อย่างไรกัน?"เทียนหลิงเอ๋อที่เหินขึ้นไปนอนบนเปลญวนทันที พร้อมกับหมุนไปหมุนมาด้วยความความตื่นเต้น.

เห็นท่าทางเทียนหลิงเอ๋อที่เหมือนกับเด็ก ๆ  จงซานได้แต่ส่ายหน้าไม่ได้กล่าวอะไรต่อไป หลังจากโรยสมุนไพรเสร็จแล้วเขาก็ขึ้นไปนอนบนเปลญวนเช่นกัน.

"เอาล่ะ เจ้าสามารถมองดูดาวได้ ข้าขอนอนก่อนแล้วกัน."จงซานกล่าว.

เทียนหลิงเอ๋อที่นอนอยู่ในเปลญวน พร้อมกับจ้องมองดูท้องฟ้าดูแสงดาวและฟังเสียงเจื้อยแจ้วของเหล่าแมลง ดูเหมือนว่าจะใช้เวลาเหมือนกันก่อนที่นางจะม่อยหลับไป.

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ในเวลาเดียวกันนั้น ข้ามผ่านมายังรัฐต้าคุน คฤหาสน์ตระกูลจง ร่างแยกเงาของจงซานที่นั่งสมาธิอยู่ในห้อง.

ร่างแยกเงาจงซานที่ค่อย ๆ ยืนขึ้นและจับตำราแน่นที่อยู่ด้านหน้าเขา ที่หน้าปกของมันนั้นมีอักษรที่เขียนว่า"วิชาเงาจู่โจม" นี่เป็นเคล็ดวิชาที่จงซานร่างหลักได้พบที่หอคัมภีร์สำนักไคหยาง และยังมีกระดาษอีกแผ่นหนึ่งซึ่งเป็นภาพของคนที่ชื่อว่าหัวซานเหน็บอยู่ด้านใน.

มือที่ถือคัมภีร์ในมือ ร่างแยกเงาที่หายไปในทันที ร่างกายของมันเคลื่อนผ่านช่องว่างของหน้าต่างมีที่น้อยนิดไปได้ จากนั้น ร่างแยกเงา ก็พุ่งตรงไปยังความมืด ขยับกายที่บางเบาไม่ต่างกับกระดาษมุดผ่านไปตามช่องต่าง ๆ  ภายใต้แสงจันทร์ เงาสีดำ ที่เหินลอยบนพื้น เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว ความเร็วของร่างแยกเงานั้นมีความเร็วเป็นอย่างมาก.

ร่างแยกเงานั้นแตกต่างจากร่างหลัก ดูเหมือนว่าพรสวรรค์ของร่างแยกเงาในการฝึกวิชากระบี่หยินร่างจันทราจะรวดเร็วเป็นอย่างมาก พัฒนาการก้าวหน้าสามารถทะลวงผ่านระดับไปอย่างเร็วไม่ต้องพยายามมากมายเช่นร่างหลัก ในเวลานี้ร่างเงาแยกของจงซานเองก็ก้าวไปถึงระดับสามเซียนเทียนด้วยเช่นกัน.

หลังจากนั้นสองชั่วโมง ร่างแยกเงามาถึงหุบเขาแห่งหนึ่ง สถานที่แห่งนี้มีบ้านหลายหลังอยู่ในหุบเขาและยังปกปิดหลบซ่อนจากสายตาผู้คนอีกด้วย.

ร่างแยกเงาที่เคลื่อนที่ไปยังบ้านหลังใหญ่ที่อยู่ใจกลาง ซึ่งมีป้ายที่หน้าบ้านเขียนด้วยอักษรสามตัวสีดำ"อันเยว่ตัง."

暗夜堂Ànyè táng เรือนคืนทมิฬ

อันเย่ตังนั้นถือว่าเป็นฝันร้ายสำหรับทางการของต้าคุนทีเดียว ที่แห่งนี้ล้อมรอบไปด้วยรัฐห้ารัฐ มันกลายเป็นหนึ่งในองค์กรนักฆ่า สมาชิกนักฆ่าที่พวกเขามีนั้นมากมายและมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก มีหลายคนที่ก้าวไปถึงระดับเก้าโหวเทียน และยังมีข่าวลือว่ามีคนที่ก้าวไปถึงระดับเซียนเทียนอีกด้วย หกรัฐ ต่างก็หวาดกลัวเมื่อกล่าวถึงองค์กรดังกล่าวนี้.

ร่างแยกเงาจงซานที่ก้าวเข้ามาในห้องโถง ปรากฏกายขึ้นพร้อมกับย่างกายเข้าไปทีละก้าว ๆ .

มีคนเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นที่อยู่ในห้องโถง ซึ่งตอนนี้กำลังใช้โคมไฟตรวจสอบแผนที่ขนาดใหญ่อยู่.

เขาไม่รู้แม้แต่น้อยว่าจงซานได้เข้ามาใกล้.

"ใครกัน?"ท้ายที่สุดขณะที่จงซานเข้ามาถึงใจกลางห้อง คนดังกล่าวตอนนี้ก็รับรู้แล้ว หลังจากที่เขาหันหน้าไป พร้อมกับกุมกระบี่ชี้ไปด้านหน้า.

เมื่อเขาเห็นคนที่ก้าวเข้ามา เขาก็วางใจ.

ชายคนนี้มีอายุห้าสิบปี หน้าตาดูธรรมดาทั่วไป หากว่าหลงไปในฝูงชน คงไม่สามารถแยกแยะออกได้.

"จู่เหริน."เมื่อเห็นจงซาน เขาก็กล่าวทักทายด้วยความเคารพ.

主人 (zhǔ rén  จู่ เญิ๋น) 'เจ้าของบ้าน' ผู้นำ นายท่าน.

"อืม อันหวง ข้าเคยบอกเจ้าหลายครั้งเหมือนกับที่บอกกับพี่น้องทุกคน ทำไมเจ้ายังทำเช่นนี้กัน? นอกจากนี้ เจ้าที่ก้าวไปถึงระดับเซียนเทียนแล้ว แต่กลับปฏิเสธที่จะเข้าสำนักเซียน ดูเหมือนว่ามันจะไม่ยุติธรรมต่อเจ้า."จงซานที่กล่าวออกมาพร้อมกับส่ายหน้าไปมา.

"จู่เหริน ท่านเป็นคนช่วยชีวิตของข้า ช่วยข้าล้างแค้นแทนตระกูล บิดา ภรรยาและบุตรของข้า ข้าได้สาบานแล้วว่าจะภัคดีต่อจู่เหรินตราบชั่วชีวิตโดยจะไม่โอดครวญ ไม่มีอะไรที่ไม่ยุติธรรม."อันหวงที่กล่าวออกมาอย่างเคารพ.

"ตอนนี้เจ้าได้เป็นผู้นำอันเย่ตัง แม้แต่ขุนนางและเหล่าราชวงศ์ยังหวั่นเกรงเมื่อได้ยินนามนี้ "จงซานส่ายหน้าไปมาพร้อมเผยยิ้ม.

"นั่นเป็นเพราะจู่เหรินสนับสนุน อันเย่ตังนั้นภัคดีต่อจู่เหรินตลอดไป."อันหวงที่กล่าวออกมาในทันที.

"อืม ข้าคงไม่สามารถห้ามไม่ให้เจ้าเรียกข้าว่าจู่เหรินได้สินะ นี่คือเคล็ดวิชาระดับเซียนเทียน เจ้าสามารถนำมันไปฝึกฝนได้."จงซานที่มอบตำราเล่มหนึ่งให้กับอันหวง.

"เคล็ดวิชาระดับเซียนเทียนอย่างงั้นรึ?"อันหวงที่รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก.

เขาที่รับมาและจดจ้องมองไปยังเคล็ดวิชาดังกล่าวซึ่งเขียนเอาไว้ว่า "วิชาเงาจู่โจม"

"ข้าเองก็ฝึกฝนวิชานี้อยู่เช่นกัน ทว่ามันแตกต่างจากวิชาอื่น นี่คือวิชาชั้นยอด มันมีทั้งหมดสิบระดับ สามารถทำให้เจ้าก้าวไปถึงระดับแกนทองได้ เจ้าต้องฝึกฝนให้หนัก เมื่อเจ้าไปถึงระดับแกนทองแล้ว ข้าจะหาเคล็ดวิชาอื่นให้กับเจ้า."จงซานที่จ้องมองไปยังอันหวงกล่าวออกมาอย่างจริงจัง.

"ครับ ข้าจะฝึกฝนมันอย่างหนัก และเป็นมือสังหารให้กับจู่เหรินเหมือนเช่นเคย."อันหวงที่กล่าวอย่างเคารพ.

"อืม เอาล่ะ ในตำราเล่มนั้น มีรูปวาดใบหนึ่ง เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับเซียนเทียน เจ้าจงไปสืบให้กับข้า ไม่ว่าจะมีชีวิตหรือตาย หากเจอคนผู้นี้แล้วไม่จำเป็นต้องทำอะไร เพียงแค่แจ้งข่าวมาให้กับข้าก็พอ."จงซานกล่าว.

"ครับ ข้าจะใช้ความพยายามทั้งหมดเพื่อที่จะหาคนผู้นี้."อันหวงยกมือขึ้นคารวะ.

"ดี ข้าคงต้องไปแล้ว เจ้าพักผ่อนเถอะ."จงซานส่ายหน้าไปมาขณะพูด.

จงซานที่เดินออกมาจากห้องโถงดังกล่าว ลับสายตาของอันหวง ก็กลายเป็นเงาและพุ่งกลับไปในทิศทางที่เขาจากมา.

อันหวงที่จ้องมองไปยังเคล็ดวิชา "วิชาเงาจู่โจม" ในมือ พร้อมกับถอนหายใจ เขาจ้องมองไปยังทิศทางที่จงซานหายไปด้วยประกายแสงที่มั่นคง เด็ดเดี่ยว.

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

จงซานที่ตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้าก่อนตะวันขึ้น เขาไม่ได้ปลุกเทียนหลิงเอ๋อแต่อย่างใด เขาที่ออกมาจากเปลญวนพร้อมกับฝึกฝนทักษะดาบอยู่ไม่ไกลออกมา.

ทลายภูเขาสวรรค์! ฟันทลายสรรพสิ่ง!

เขาที่ฝึกฝนกับศิลายักษ์ ตัดมันออกเป็นส่วน ๆ เหมือนกับเต้าหู้ โดยพยายามที่จะหาจุดอ่อนที่สุดในศิลาแต่ละก้อน.

จงซานนั้นคิดวิธีฝึกฝนของตัวเอง เป็นวิธีที่ไม่เหมือนกับคนอื่นซึ่งได้มาจากการที่เขาฝึกฝนในการผ่าไม้และผ่าหิน.

จงซานที่ฝึกฝนวิชาร่างอยู่สองชั่วโมง ก่อนที่จะเริ่มนั่งบำเพ็ญต่อ.

ในเวลาเดียวกันนั้น เทียนหลิงเอ๋อที่ตื่นขึ้นมาได้ในที่สุด นางที่เห็นจงซานฝึกฝนอย่างหนักทำให้นางรู้สึกเขินอายเหมือนกัน พรสวรรค์ของเทียนหลิงเอ๋อนั้นเหนือกว่าจงซานมาก นางแทบจะไม่ต้องฝึกฝนหนักเลย แต่พลังฝึกตนของนางกลับก้าวหน้ามากกว่าคนอื่นมาก.

สถานที่แห่งนี้เป็นเนินที่แห้งแล้ง จงซานไม่กล้าที่จะฝึกฝนอะไรมากมายนัก เขาทำเพียงแค่ฝึกทำลายบั่นศิลา และบำเพ็ญพลังเท่านั้น.

ขณะที่เขาลืมตาขึ้นจากการบำเพ็ญ เขาที่เห็นเทียนหลิงเอ๋อกำลังจ้องมองเขาตาโต ท่ามกลางดวงตะวันที่ทอแสงด้านหลัง ทำให้ใบหน้าของนางดูสง่างามราวกับภาพวาดงานศิลปะ.

จบบทที่ Chapter 22 อันหวง

คัดลอกลิงก์แล้ว