เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 49 - ไม้ตายสุดท้าย

บทที่ 49 - ไม้ตายสุดท้าย

บทที่ 49 - ไม้ตายสุดท้าย


บทที่ 49 - ไม้ตายสุดท้าย

ฉินเซียวประเมินความโหดเหี้ยมของเจี่ยสวี่ต่ำเกินไปจริงๆ

ตอนที่เขาเดินทางไปร่วมงานประมูลที่หอการค้าสราญรมย์ เจี่ยสวี่ก็ได้ไปสำรวจเส้นทางขากลับที่ต้องเดินผ่านเอาไว้แล้วรอบหนึ่ง

เขารู้ดีว่าวัดหานซุ่ยคือทางผ่านเดียวที่จะกลับจวนได้ และยังเป็นจุดที่เหมาะแก่การดักซุ่มโจมตีฉินเซียวมากที่สุด

เพื่อรับประกันความปลอดภัยของฉินเซียว เขาจึงสั่งให้หนิงหย่วนซานคอยจับตาดูวัดหานซุ่ยอยู่อย่างลับๆ

เมื่อสองชั่วยามก่อน ทหารฝีมือดีห้าร้อยนายอาศัยความมืดลอบเข้าไปในวัดหานซุ่ย เจี่ยสวี่รู้ทันทีว่าคนพวกนี้มาเพื่อจัดการกับฉินเซียว

ดังนั้นเขาจึงนำยาพิษที่อิ๋งโกวปรุงขึ้นไปมอบให้ไป๋เฟิ่ง เพื่อให้ไป๋เฟิ่งควบคุมฝูงนกไปโปรยยาพิษลงทั่ววัดหานซุ่ย

ยาพิษชนิดนี้ในสถานการณ์ปกติจะไม่ออกฤทธิ์ แต่เนื่องจากในสระน้ำของวัดหานซุ่ยปลูกดอกบัวเอาไว้เต็มไปหมด เมื่อละอองเกสรดอกบัวทำปฏิกิริยากับยาพิษชนิดนี้ มันก็จะกลายเป็นยาพิษที่ร้ายแรงที่สุดในโลกหล้า

ทหารระดับหัวกะทิห้าร้อยนายจึงถูกวางยาพิษตายเกลี้ยงอย่างเงียบเชียบเช่นนี้เอง

หลังจากนั้นลิโป้ก็นำทัพบุกเข้าไปในวัดหานซุ่ย แล้วนำศพของทหารรับจ้างทั้งห้าร้อยนายไปซ่อนไว้ในกุฏิที่ว่างเปล่า

พร้อมกับให้กองทหารม้าหมาป่าเพลิงทั้งสามร้อยนายเปลี่ยนมาสวมชุดเกราะของทหารพวกนั้นแทน

หลังจากจบงานประมูล พวกเย่หลิงอวิ๋นที่รีบร้อนเดินทางมาถึงวัดหานซุ่ย เมื่อเห็นว่าทหารทุกนายต่างก็ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบเชียบในมุมมืด จึงไม่ได้เข้าไปตรวจสอบให้ละเอียด

จึงทำให้เกิดสถานการณ์เช่นในตอนนี้ขึ้น

เพียงแต่วิธีการนี้มันออกจะโหดเหี้ยมเกินไปหน่อย

เจี่ยสวี่สามารถใช้ยาพิษทำให้พวกมันสลบไปก่อนแล้วค่อยจับไปขังไว้ชั่วคราวก็ได้ ไม่เห็นมีความจำเป็นจะต้องฆ่าพวกมันให้ตายเลยสักนิด

แต่เจี่ยสวี่ก็ยังคงเลือกใช้วิธีที่รุนแรงที่สุด นั่นคือการฆ่าล้างบางไม่ให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว!

วิธีการแบบนี้ แม้แต่สิบสองพญาอินทรีแห่งจวนองค์รัชทายาทที่เคยผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชนก็ยังต้องอกสั่นขวัญแขวน ช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว

"คุณชายเย่ ขออภัยด้วยนะ กองกำลังทหารในมือของเจ้าถูกข้าใช้ยาพิษสังหารจนหมดเกลี้ยงแล้ว ตอนนี้เจ้ายังมีไพ่ตายอะไรเหลืออยู่อีกไหม?"

บนใบหน้าของเจี่ยสวี่ประดับไปด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น ดูราวกับคนไร้พิษสง

แต่รอยยิ้มนี้กลับดูเหมือนรอยยิ้มของปีศาจร้าย

เย่หลิงอวิ๋นหน้าซีดเผือด ในหัวสับสนวุ่นวายไปหมด

ฉู่เฟิงกับเสิ่นชิงหลงเองก็มีสภาพไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก ทั้งสองคนสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวอย่างสุดซึ้งเป็นครั้งแรก

พวกมันไม่เคยคิดเลยว่าจะมีใครที่โหดเหี้ยมอำมหิตได้ถึงเพียงนี้ ทหารชั้นยอดถึงห้าร้อยนายกลับถูกวางยาพิษตายพร้อมกันทั้งหมด

แม้พวกเย่หลิงอวิ๋นจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับอัจฉริยะ แต่ด้วยความที่เกิดมาในตระกูลขุนนางชั้นสูง จึงไม่เคยเห็นความโหดร้ายของสนามรบมาก่อน

ความน่าสะพรึงกลัวของสนามรบในค่ำคืนนี้ทำให้พวกมันเกิดบาดแผลในใจ ถึงขั้นเริ่มรู้สึกเสียใจที่ไปล่วงเกินฉินเซียวเข้าแล้ว

คนที่โหดเหี้ยมอำมหิตเช่นนี้ หากตกไปอยู่ในมือของเขามันจะต้องเผชิญกับความเจ็บปวดทรมานจนอยู่มิสู้ตายขนาดไหนกันนะ!

"เย่หลิงอวิ๋น ตอนนี้เจ้ายังคิดว่าจะฆ่าข้าได้อยู่อีกไหม?"

สายตาของฉินเซียวเย็นชา

เย่หลิงอวิ๋นตกใจจนตัวสั่นสะท้าน เขารีบหันขวับไปมองสิบสองพญาอินทรีทันที นี่คือความหวังสุดท้ายของพวกมันแล้ว

อินทรีตะวันหัวหน้าหน่วยมีสีหน้าเคร่งเครียด เขารวบรวมสมาธิแล้วกล่าวว่า "พี่น้องทั้งหลาย ไม่ต้องไปสนใจคนอื่น ฆ่าฉินเซียวซะก่อน!"

"รับทราบ!"

พวกเขาทั้งหลายส่งเสียงคำรามออกมาพร้อมกัน จากนั้นก็รวมตัวกัน กลิ่นอายบนร่างผสานเข้าด้วยกัน เหาะทะยานขึ้นสู่กลางอากาศ พุ่งเข้าใส่ฉินเซียวราวกับนกอินทรีตัวผู้

"ค่ายกลสิบสองพญาอินทรีอัสนี!"

นี่คือวิชายุทธ์ผสานพลังที่พวกอินทรีตะวันฝึกฝนกันมาอย่างหนักหน่วงทั้งวันทั้งคืน กลิ่นอายของคนทั้งสิบสองคนสามารถหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว กลายเป็นนกอินทรีที่กำลังสยายปีกโบยบิน ภายในระยะเวลาสั้นๆ พลังรบของนกอินทรีตัวนี้สามารถก้าวข้ามระดับผลัดเปลี่ยนกายาขั้นสมบูรณ์ และทัดเทียมกับยอดฝีมือระดับแปดได้เลย

แถมความเร็วของพญาอินทรียังรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ต่อให้อยู่ท่ามกลางกองทัพนับหมื่นนับแสน ก็ยังสามารถบุกตะลุยเข้าออกได้อย่างอิสระ

แม้ในตอนนี้พวกมันจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายอย่างยิ่ง แต่ก็ยังคงมีความหวังที่จะสังหารฉินเซียวแล้วล่าถอยกลับไปได้อย่างปลอดภัย

ส่วนพวกเย่หลิงอวิ๋นน่ะรึ ความเป็นความตายของพวกมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพวกเขาแล้ว

เป้าหมายของพวกมันในคืนนี้ก็คือการฆ่าฉินเซียว แล้วแย่งชิงของวิเศษบนตัวเขารวมถึงพาตัวหนานกงชิงหว่านกลับไปให้ได้เท่านั้น

"คุ้มครองซื่อจื่อ!"

ลิโป้ตวาดลั่น ด้านหลังปรากฏปีกสีดำที่เกิดจากการควบแน่นของพลังปราณแท้ พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเข้าปะทะกับพญาอินทรีตัวนั้น

ในขณะเดียวกัน กองทหารม้าหมาป่าเพลิงทั้งสามร้อยนายที่ปลอมตัวเป็นทหารราบก็คอยคุมเชิงอยู่ด้านข้าง ฉินเซียวถูกคุ้มกันอย่างแน่นหนาอยู่ตรงกลางค่ายกลทหาร

ที่หน้าประตูวัดหานซุ่ย การต่อสู้ครั้งใหญ่ได้เปิดฉากขึ้น สถานการณ์กลายเป็นความวุ่นวายอย่างถึงที่สุด

กองทหารสามร้อยนายกำลังเข่นฆ่ากันอยู่ที่นี่ แถมยังมียอดฝีมืออีกหลายคนกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด การกระทำอุกอาจเช่นนี้ในเมืองอู่ตี้ย่อมดึงดูดความสนใจจากกองกำลังลาดตระเวนยามวิกาลได้อย่างง่ายดาย

ทว่านับตั้งแต่การต่อสู้เริ่มเปิดฉากขึ้นจนถึงตอนนี้ เวลาได้ผ่านไปแล้วครึ่งเค่อ แต่กองกำลังลาดตระเวนยามวิกาลก็ยังไม่ปรากฏตัวเลยสักคน

ดูเหมือนว่าจะมีคนไปตกลงกันไว้ล่วงหน้าแล้วสินะ

แต่นั่นก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว ในเมื่อตอนนี้กองกำลังลาดตระเวนไม่มา เมื่อเวลาผ่านไป ฉินเซียวก็จะเป็นฝ่ายกำชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่

การต่อสู้ระหว่างอิ๋งโกวและกัวซงเทา ตอนนี้อิ๋งโกวเริ่มจะเป็นฝ่ายได้เปรียบแล้ว

แม้ระดับพลังยุทธ์ของไป๋เฟิ่งและเยี่ยนหลิงจีจะอ่อนด้อยกว่าคู่ต่อสู้อยู่หนึ่งระดับ แต่เมื่ออาศัยวิธีการต่อสู้อันแปลกประหลาด พวกเขาก็ไม่ได้ตกเป็นรองเลยแม้แต่น้อย

เทพสังหารไป๋ฉี่ผู้ไร้พ่ายในระดับพลังยุทธ์เดียวกัน การต่อสู้กับซื่อซงจื่อก็เริ่มแสดงให้เห็นถึงพลังที่เหนือกว่า การคว้าชัยชนะมาครองก็เป็นเพียงแค่เรื่องของเวลาเท่านั้น

สิบสองพญาอินทรีทุ่มเทกำลังจนสุดตัว แต่ก็ยังไม่สามารถทะลวงผ่านการคุ้มกันอันแน่นหนาของกองทหารม้าหมาป่าเพลิงที่นำโดยลิโป้ไปได้

เมื่อเวลาผ่านไป พลังที่สิบสองพญาอินทรีสูญเสียไปก็จะทำให้พวกมันไม่สามารถใช้วิชายุทธ์ผสานพลังต่อไปได้อีก

และเมื่อถึงเวลานั้น พวกมันก็จะต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายเช่นเดียวกัน

ตอนนี้เวลาอยู่ข้างฉินเซียวแล้ว ขอเพียงแค่เซียนกระบี่ก้ายเนี่ยเดินทางมาถึง การโจมตีของศัตรูก็จะพังทลายลงในพริบตา และฉินเซียวก็จะกลายเป็นผู้ชนะในท้ายที่สุด

พวกเย่หลิงอวิ๋นทั้งสามคนมองดูสถานการณ์อันวุ่นวายด้วยความหวาดกลัวจนขาสั่นพั่บๆ

ทิศทางของเรื่องราวที่เกิดขึ้นมันอยู่เหนือความคาดหมายของพวกมันไปไกลลิบ แล้วตอนนี้ควรจะทำยังไงดีล่ะ?

ฉินเซียวปรายตามองพวกมันแวบหนึ่ง มุมปากปรากฏรอยยิ้มเยาะเย้ย

ตัวอะไรวะเนี่ย?

มีปัญญาแค่นี้ยังกล้าเรียกตัวเองว่าเป็นบุคคลสำคัญของเมืองอู่ตี้อีกรึ? เป็นถึงบุตรแห่งสวรรค์เชียวนะ? กลับไม่ได้เรื่องได้ราวถึงเพียงนี้ อยากจะฆ่าพวกมันทิ้งให้หมดเดี๋ยวนี้เลยจริงๆ

หืม?

ทว่าในจังหวะนั้นเอง จู่ๆ ฉินเซียวก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ หัวใจเต้นแรง เหงื่อเย็นเยียบผุดพรายขึ้นมาบนหน้าผาก

เขาไม่รู้เลยว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นมาอย่างกะทันหันนี้มันคืออะไรกันแน่?

"บ้าเอ๊ย หรือว่ายังมีอยอฝีมือซ่อนอยู่อีก?"

ฉินเซียวกลั้นหายใจ สัญชาตญาณการรับรู้ถึงอันตรายอันเฉียบคมนี้ ก็เป็นผลมาจากการหยั่งรู้ชะตากรรมของเนตรหยั่งรู้สรรพสิ่งเช่นกัน

ฟิ้ว!

ในจังหวะนั้นเอง จู่ๆ ก็มีเงาร่างสายหนึ่งพุ่งพรวดออกมาจากท่ามกลางกองทหาร

เขาสวมชุดดำ ดูราวกับกลืนเป็นเนื้อเดียวกับความมืดมิดในยามราตรี กลิ่นอายก็ยังเหมือนกับพวกทหารรอบๆ ตัวไม่มีผิดเพี้ยน

เขาเป็นดั่งงูพิษที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืด รอคอยจังหวะสำคัญที่จะฉกกัดศัตรู เพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวเขาก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าฉินเซียวแล้ว

กริชอันแหลมคมในมือส่องประกายแสงเย็นเยียบจนน่าขนลุก

"ทะเลสาบกระจก อิ่งสือซาน!"

"ขอส่งซื่อจื่อเตี้ยนเซี่ยไปสู่สุคติ!"

มุมปากของอิ่งสือซานประดับด้วยรอยยิ้มเย็นชา กริชในมือแทงพุ่งตรงไปยังลำคอของฉินเซียว

ระดับแปดขั้นทะลวงสัจธรรมขั้นสมบูรณ์!

สีหน้าของฉินเซียวเปลี่ยนไปอย่างหนัก

นึกไม่ถึงเลยว่าจะเป็นนักฆ่าระดับแปด

คนผู้นี้ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดมาโดยตลอด เพื่อรอคอยจังหวะเวลาที่เหมาะสมที่สุด

เมื่อมองดูกริชที่ดูเหมือนจะแทงทะลุคอหอยของตัวเองได้ในพริบตา นี่เป็นครั้งแรกที่ฉินเซียวสัมผัสได้ว่าชีวิตของตนเองกำลังจะหลุดลอยไป ราวกับว่ามันไม่ได้เป็นของเขาอีกต่อไปแล้ว

หนานกงชิงหว่านตกใจจนสติหลุดไปแล้ว

เดิมทีนางคิดว่าอันตรายได้คลี่คลายลงแล้ว

แต่ไม่คิดเลยว่า ไม้ตายสังหารที่แท้จริงเพิ่งจะปรากฏขึ้นในตอนนี้

ฉินเซียวจะต้องตายจริงๆ งั้นรึ?

ส่วนพวกเย่หลิงอวิ๋นทั้งสามคนกลับกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง แววตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

ดีเยี่ยม! วิเศษไปเลย!

นี่มันเข้าตำราสิ้นไร้ไม้ตอกกลับพบทางออกจริงๆ นึกไม่ถึงเลยว่าผู้หญิงในวัดคนนั้นจะยังมีหมากตาตายซ่อนไว้อีกตา

หมากตาตายที่สามารถพรากชีวิตของฉินเซียวไปได้อย่างแท้จริง

ฉินเซียว ไอ้สารเลวเอ๊ย ในที่สุดเจ้าก็จะได้ลงนรกเสียที!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 49 - ไม้ตายสุดท้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว