เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 48 - มันจะโหดเกินไปไหมเนี่ย

บทที่ 48 - มันจะโหดเกินไปไหมเนี่ย

บทที่ 48 - มันจะโหดเกินไปไหมเนี่ย


บทที่ 48 - มันจะโหดเกินไปไหมเนี่ย

"ยินดีรับคำท้า!"

เมื่อเผชิญกับคำท้าทายของซื่อซงจื่อ ไป๋ฉี่ก็ไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย

แถมยังเป็นคนสงวนคำพูดเหมือนเดิม

ในพจนานุกรมของเทพสังหารไป๋ฉี่ ไม่มีคำว่าถอยหนีอยู่แล้ว

ยิ่งไปกว่านั้นในฐานะแม่ทัพ เขารู้ซึ้งถึงสถานการณ์ในตอนนี้เป็นอย่างดี

ต่อให้เขาอยากจะอยู่คุ้มครองฉินเซียว ซื่อซงจื่อก็ไม่มีทางปล่อยเขาไปแน่ อีกฝ่ายจะต้องทุ่มสุดกำลังเพื่อถ่วงเวลาเขาไว้

ไป๋ฉี่เชื่อว่าซื่อซงจื่อยังไม่ใช่ไพ่ตายใบสุดท้าย

ศัตรูต้องมีไม้ตายก้นหีบซ่อนอยู่อีกแน่

สิ่งที่เขาต้องทำก็คือทุ่มเทสุดกำลังเพื่อจัดการซื่อซงจื่อให้เร็วที่สุด จากนั้นค่อยกลับมาคุ้มครองฉินเซียว

"ไป๋ฉี่ ทางนี้ไม่ต้องห่วง!"

"เจ้าประลองฝีมือกับยอดฝีมือจากสำนักภูเขาหิมะไปเถอะ!"

ฉินเซียวไม่อยากให้ไป๋ฉี่ต้องพะว้าพะวัง

ยอดฝีมือประลองกัน จะประมาทแม้แต่นิดเดียวก็ไม่ได้

"ขอรับ ข้าน้อยรับบัญชา!"

เมื่อได้รับคำสั่งจากฉินเซียว ไป๋ฉี่ก็หมดห่วง

"นักพรตเฒ่า เข้ามาเลย!"

ฟิ้ว! ฟิ้ว!

ทั้งสองคนพุ่งตัวออกไปพร้อมกัน

กระบี่กระหายเลือดและกระบี่แสงตะวันรอนในมือของซื่อซงจื่อปะทะกันอย่างจัง

ประกายไฟแตกกระจายสว่างวาบไปทั่วท้องฟ้ายามค่ำคืน

การต่อสู้ระหว่างยอดฝีมือระดับมังกรคชสารขั้นสมบูรณ์สองคน ดุเดือดไม่แพ้การปะทะกันระหว่างอิ๋งโกวกับกัวซงเทาที่อยู่ในระดับทะลวงสัจธรรมเลย

ยิ่งไปกว่านั้นวิชากระบี่ของไป๋ฉี่เน้นประสิทธิภาพในการสังหารเป็นหลัก

การประลองของทั้งคู่จึงดูอันตรายและหวาดเสียวมากยิ่งขึ้น

"เพื่อข้าคนเดียว ถึงกับยอมทุ่มเทขนาดนี้เชียวรึเนี่ย!"

ฉินเซียวอดไม่ได้ที่จะถอนใจออกมา

คืนนี้เพื่อที่จะฆ่าเขา ฝ่ายของเย่หลิงอวิ๋นได้เปิดไพ่ระดับผลัดเปลี่ยนกายาสองคน ระดับมังกรคชสารสองคน และระดับทะลวงสัจธรรมอีกหนึ่งคนออกมาแล้ว

และฉินเซียวก็เชื่อว่านี่ต้องไม่ใช่ขุมกำลังทั้งหมดของศัตรูแน่

ต้องมีมือสังหารที่โหดเหี้ยมกว่านี้รอเขาอยู่อย่างแน่นอน

ด้วยขุมกำลังที่หรูหราอลังการขนาดนี้ อย่าว่าแต่การฆ่าไอ้ขยะชื่อกระฉ่อนโลกอย่างเขาเลย ต่อให้ไปลอบสังหารอัครมหาเสนาบดีของราชสำนัก ก็อาจจะทำสำเร็จได้เลยด้วยซ้ำ

เพียงแต่เขาไม่เข้าใจเลยว่า ใครกันที่มีอำนาจบารมีรวบรวมยอดฝีมือมาได้มากมายขนาดนี้

องค์รัชทายาท?

สำนักภูเขาหิมะ?

หรือว่าจวนอัครมหาเสนาบดีตระกูลเย่?

ดูเหมือนจะเป็นไปได้ทั้งหมดเลย

"บัดซบเอ๊ย ฉินเซียวมันจะชั่วร้ายเกินไปแล้ว!"

"จะมัวเสียเวลาสู้ยืดเยื้อต่อไปไม่ได้แล้ว ขืนปล่อยไว้แบบนี้เดี๋ยวก็ไม่รู้ว่ามันจะมียอดฝีมือโผล่มาอีกกี่คน!"

"ทุกท่านจากจวนองค์รัชทายาท รบกวนลงมือด้วยเถอะ!"

เย่หลิงอวิ๋นกัดฟันแน่น ในที่สุดก็ตัดสินใจเรียกองครักษ์เสื้อแพรทั้งสิบสองคนที่องค์รัชทายาทส่งมาให้ออกมา

ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!

สิ้นเสียงของเย่หลิงอวิ๋น ยอดฝีมือสิบสองคนที่ถืออาวุธครบมือก็ก้าวออกมาจากมุมมืดของตรอกซอกซอย เข้ามาตีวงล้อมฉินเซียว หนานกงชิงหว่าน และฉินอวี่เอาไว้ในพริบตา

ระดับพลังยุทธ์ของพวกเขาไม่ได้สูงมากนัก คนที่เก่งที่สุดก็แค่ระดับหกขั้นผลัดเปลี่ยนกายาช่วงต้นเท่านั้น

ส่วนคนที่อ่อนที่สุดก็อยู่แค่ระดับห้าขั้นควบแน่นปราณแท้ช่วงกลาง

แต่คนทั้งสิบสองคนนี้คือองครักษ์รักษาพระองค์ขององค์รัชทายาท

มีฉายาว่า สิบสองพญาอินทรี

พวกเขาฝึกฝนวิชายุทธ์ผสานพลังร่วมกัน

หากลงมือพร้อมกัน ต่อให้เป็นระดับผลัดเปลี่ยนกายาขั้นสมบูรณ์ก็ยังสามารถสังหารได้

คืนนี้เพื่อที่จะกำจัดฉินเซียว

จ้าวเฉิงเฉียนถึงกับยอมส่งองครักษ์ส่วนตัวออกมาเลยทีเดียว

ฉินเซียวหันไปมองเย่หลิงอวิ๋นแล้วแค่นเสียงหัวเราะเยาะ "เพื่อฆ่าข้า พวกเจ้างัดแผนสกปรกออกมาใช้ไม่ซ้ำกันเลยนะ ถึงขั้นส่งค่ายกลมาจัดการเลยรึ"

เย่หลิงอวิ๋นตอบกลับด้วยใบหน้าเรียบเฉยว่า "ฉินเซียว เจ้าควรจะดีใจนะ เพราะไม่เคยมีใครทำให้พวกเราต้องให้ความสำคัญถึงขนาดนี้มาก่อน!"

"และก็ไม่มีใครสามารถบีบให้พวกเราต้องใช้ขุมกำลังมากมายมหาศาลขนาดนี้ด้วย"

"สิบสองพญาอินทรี ฆ่าฉินเซียวซะ!"

"ส่วนผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ มันเก็บไว้ให้ดี องค์รัชทายาทต้องการพบตัวนาง!"

ให้ตายเถอะ จ้าวเฉิงเฉียนนี่มันเป็นพวกลามกตัวพ่อเลยนี่หว่า!

มาถึงขั้นนี้แล้ว ก็ยังไม่วายจะหมายปองหนานกงชิงหว่านอยู่อีก

แน่มาก!

หนานกงชิงหว่านช่างโชคดีจริงๆ ที่ได้มาพบกับเขา

ผู้ชายที่แสนดีและยอดเยี่ยมที่สุดในโลกหล้า

ไม่อย่างนั้นป่านนี้นางคงไปนอนแอ้งแม้งอยู่ในจวนองค์รัชทายาท ไม่รู้ว่าจะโดนไอ้โรคจิตจ้าวเฉิงเฉียนย่ำยีปู้ยี่ปู้ยำไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

"บุกเข้าไป ฆ่ามัน!"

อินทรีตะวัน หัวหน้าหน่วยสิบสองพญาอินทรีตวาดลั่น

หนานกงชิงหว่านตกใจจนต้องรีบเบียดตัวเข้าไปใกล้ฉินเซียว

ใบหน้าถอดสี ดูหวาดกลัวยิ่งกว่าฉินอวี่วัยสี่ขวบครึ่งเสียอีก

ทว่ายังไม่ทันที่สิบสองพญาอินทรีจะได้ลงมือกับฉินเซียว เสียงควบม้าอันดุดันก็พลันดังมาจากตรอกที่อยู่ไม่ไกลนัก

ตามมาด้วยลิโป้ที่ควบม้าเซ็กเธาว์พุ่งทะยานเข้ามา

ด้านหลังยังมีเจี่ยสวี่ที่ขี่ม้าตามมาติดๆ

ฮี้!

เมื่อมาถึงตรงหน้าสิบสองพญาอินทรี ลิโป้ก็ดึงสายบังเหียนม้าพลางตวาดเสียงดังก้องว่า "แม่ทัพใหญ่แห่งกองทหารม้าหมาป่าเพลิง ลิโป้อยู่ที่นี่แล้ว ใครกล้าแตะต้องซื่อจื่อของข้า!"

เมื่อเห็นว่าลิโป้มาถึงทันเวลา ฉินเซียวก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

นี่คือยอดฝีมือกลุ่มสุดท้ายของเขาแล้ว

ส่วนฮัวโต๋กับจ้าวเกาที่เพิ่งได้มาใหม่ พลังยุทธ์ก็อ่อนด้อยจนแทบจะไม่มีประโยชน์อะไร

และเซียนกระบี่ก้ายเนี่ยก็ยังไม่รู้ว่าจะเดินทางมาถึงเมื่อไหร่

การปรากฏตัวของลิโป้ ย่อมหมายความว่ากองทหารม้าหมาป่าเพลิงทั้งสามร้อยนายก็ต้องมาถึงแล้วเช่นกัน

กองกำลังมากันพร้อมหน้าขนาดนี้ ก็คงไม่มีอันตรายอะไรแล้วล่ะ

อินทรีตะวันชะงักไปเล็กน้อย เขามองลิโป้แวบหนึ่งก่อนจะหันไปบอกเย่หลิงอวิ๋นว่า "คุณชายเย่ คุยกันให้รู้เรื่องก่อนนะ!"

"พวกเราได้รับคำสั่งจากองค์รัชทายาทให้มาร่วมมือกับท่านเพื่อสังหารฉินเซียวในคืนนี้ แต่ขุนพลคนนี้ไม่ได้อยู่ในข้อตกลงของเรา!"

"ท่านจัดการเอาเองก็แล้วกัน!"

ใบหน้าของเย่หลิงอวิ๋นปรากฏรอยยิ้มอย่างผู้มีชัย เขาเอ่ยด้วยความภาคภูมิใจว่า "พวกเจ้าวางใจเถอะ ข้ารู้มาตั้งนานแล้วว่าฉินเซียวมีกองทหารม้าฝีมือดีอยู่ด้วย และข้าก็เตรียมแผนรับมือพวกมันไว้เรียบร้อยแล้ว!"

"ทหารทุกนายในวัด จงฟังคำสั่ง ออกมาได้!"

ตึง! ตึง! ตึง!

สิ้นเสียงของเย่หลิงอวิ๋น ทหารราบสวมชุดเกราะพร้อมอาวุธครบมือหลายร้อยนายก็พุ่งพรวดพราดออกมาจากวัดหานซุ่ยอย่างเป็นระเบียบ

กองทัพอันเกรียงไกร ช่างดูสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ

นี่คือกองกำลังทหารรับจ้างห้าร้อยนายที่เย่หลิงอวิ๋นระดมพลมา

เพื่อเอาไว้รับมือกับกองทหารม้าหมาป่าเพลิงของฉินเซียวโดยเฉพาะ

เมื่อฉู่เฟิงและเสิ่นชิงหลงเห็นกองทัพทหารกลุ่มใหญ่โผล่มา พวกเขาก็ยิ้มแก้มแทบปริ ทุกสิ่งทุกอย่างในคืนนี้ถูกจัดเตรียมไว้อย่างลงตัวหมดแล้ว

ฉินเซียวไม่มีทางรอดชีวิตไปได้หรอก

ทว่ารอยยิ้มบนใบหน้าของพวกเขากลับคงอยู่ได้ไม่นาน ก่อนจะแข็งค้างไปในพริบตา ตามมาด้วยดวงตาที่แทบจะถลนออกมานอกเบ้า

เพราะพวกเขาเห็นว่าหลังจากที่กองทหารชั้นยอดเหล่านี้โผล่มา พวกเขากลับเดินผ่านสิบสองพญาอินทรีไปหน้าตาเฉย และเข้าไปยืนล้อมกรอบคุ้มกันฉินเซียวเอาไว้แน่นหนา

ราวกับว่าฉินเซียวคือเจ้านายของพวกเขาอย่างนั้นแหละ

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย?

แม้แต่ตัวฉินเซียวเองก็ยังงงเป็นไก่ตาแตก

เดี๋ยวนะ ทำไมในกลุ่มทหารศัตรูถึงมีหน้าคุ้นๆ ด้วยล่ะ

เชี่ย นั่นมันหนิงหย่วนซานไม่ใช่รึ?

เขาไปทำอะไรในกองทัพศัตรูล่ะนั่น?

ในตอนนั้นเอง เจี่ยสวี่ก็เดินเข้ามาหาฉินเซียวพร้อมกับรอยยิ้มอันอบอุ่นบนใบหน้าพลางกล่าวว่า "ซื่อจื่อ ทหารรับจ้างห้าร้อยนายที่ซ่อนตัวอยู่ในวัดถูกวางยาพิษตายหมดแล้ว ข้าน้อยก็เลยสั่งให้กองทหารม้าหมาป่าเพลิงปลอมตัวมาสวมรอยแทนพวกเขาขอรับ!"

พระเจ้าช่วย!

หัวใจของฉินเซียวเต้นระรัวดั่งคลื่นลูกใหญ่ซัดสาด

น้อยนักที่จะมีเรื่องอะไรมาทำให้เขาตกใจได้ขนาดนี้

แต่ครั้งนี้ขอยกเว้น!

ทหารรับจ้างห้าร้อยนาย ถูกวางยาพิษตายเกลี้ยง

จะโหดเหี้ยมเกินไปไหม?

ในที่สุดฉินเซียวก็เข้าใจตัวตนของเจี่ยสวี่ได้อย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว

ฉายากุนซือพิษนี่ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยจริงๆ

แต่เขาทำได้ยังไงกัน?

ไม่เพียงแต่ฉินเซียวที่ไม่เข้าใจ เย่หลิงอวิ๋นเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

เขาถึงขั้นไม่ยอมรับความจริง และแผดเสียงร้องออกมาอย่างบ้าคลั่งว่า "เป็นไปไม่ได้ นี่มันเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด ทหารรับจ้างห้าร้อยคนนี้ข้าเป็นคนคัดเลือกมากับมือ พวกเขาไม่มีทางโดนเจ้าวางยาพิษตายแน่ๆ"

"เจ้าต้องโกหกข้าแน่ๆ!"

"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า เจ้าหลอกข้าไม่ได้หรอก!"

เย่หลิงอวิ๋น กำลังจะสติแตกแล้ว

ส่วนฉู่เฟิงกับเสิ่นชิงหลง ก็ตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 48 - มันจะโหดเกินไปไหมเนี่ย

คัดลอกลิงก์แล้ว