เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ไซ้ด์ สตอรี่ – ซายามะ รินะ 3

ไซ้ด์ สตอรี่ – ซายามะ รินะ 3

ไซ้ด์ สตอรี่ – ซายามะ รินะ 3


ไซ้ด์ สตอรี่ – ซายามะ รินะ 3

ตอนนี้ฉันมาอยู่หน้าห้องชมรมเทนนิส

――ก็อก! ก็อก !

ฉันเคาะประตูห้อง

“เข้ามาเลยจ้า ~ ”

“เดี๋ยวก่อนค่ะ !? รุ่นพี่  , อย่าเพิ่ง ” (ซาโอริ)

น้ำเสียงแกมหยอกของผู้ชายคนหนึ่งดังมาจากอีกฟากฝั่งของประตู และเสียงของซาโอริที่ห้ามเขาไว้

――ก็อก  ! ก็อก !

“ฉันเข้าไปได้ใช่ไหมคะ ?” (รินะ)

ฉันเคาะซ้ำเป็นรอบที่สอง แล้วถามคนที่อยู่ข้างใน

หลังจากทำแบบนั้น ประตูก็เปิดออก ชายร่างใหญ่โผล่มา

“เธอคือ เพื่อนของ ซาโอริจังใช่ไหม?”

“ค่ะ ฉัน ซายามะค่ะ” (รินะ)

“แล้วชื่อเธอล่ะ ?”

“…รินะค่ะ ,มีอะไรอย่างนั้นหรือคะ ?” (รินะ)

ในตอนนั้นเองที่ฉันรู้สึกรังเกียจชายตรงหน้าที่จู่ๆถามชื่อ ฉันโดยไม่บอกชื่อตัวเอง

“รินะจัง อย่างนั้นเหรอ …? ยินดีที่ได้รู้จัก !

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ การเคาะประตูสองครั้งนั่นมันเคาะเรียกหน้าห้องน้ำนะ มันจะสะดวกกว่านะถ้าจำเรื่องนี้ไว้ ตอนที่ไปหางานทำน่ะ คิดงั้นไหม ?”

ชายตัวใหญ่พูดกับฉันด้วยท่าทางเป็นกันเองราวกับเป็นคนคุ้นเคย

ไม่ว่ายังไงฉันก็ไม่ชอบบรรยากาศคนตีสนิทนิสัยเหลาะแหละแบบนี้ นี่แหละคือ เหตุผลที่ว่าทำไมฉันถึงไม่อยากจะมายุ่งอะไรกับพวกชมรมเทนนิส

“พอได้แล้วน่า ยูยะ”

หรือฉันควรจะกลับเลยดี ?

ทีแรกฉันก็คิดอย่างนั้นอยู่จนกระทั่งได้ยินเสียงเตือนชายร่างใหญ่ที่ชื่อ ยูยะจากในห้องชมรม

“ต้องขอโทษที่เรียกเธอมาที่นี่นะ ผมชื่อ อันโด ฮิเดยะ

ก็ไม่ได้อะไรมากมายนักหรอก จะเรียกผมว่า ประธานชมรมเทนนิสก็ได้ ” (ฮิเดยะ)

หนุ่มแว่น ดูท่าทางเฉลียวฉลาด ― อันโด ฮิเดยะ, ที่อยู่ด้านในห้องกวักมือเรียกฉัน

“อ่ะค่ะ ฉันซายามะ รินะค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” (รินะ)

รุ่นพี่อันโดน่าจะเป็นรุ่นพี่ปี 3 หรือปี 4 ในฐานะที่ฉันเป็นรุ่นน้องปีหนึ่งเลยก้มศีรษะแสดงความเคารพ

“อะฮ่าฮ่า … ผมรอที่จะได้ร่วมงานกับเธออยู่นะ” (ฮิเดยะ)

รุ่นพี่อันโดแสดงความกระอักกระอ่วนออกมา แต่ก็ยังคงก้มหัวเล็กน้อยเพื่อตอบรับ

“เฮ้ย! เฮ้ยHey! ฮิเดยะ, นี่แกตั้งใจจะจับมือกันโดยไม่สนใจ รินะจังเลยงั้นเหรอ”  (Yuuya)

ยูยะล้อเลียนรุ่นพี่อันโด

“เอ๋ !?” (รินะ)

พอเห็นสถานการณ์ดังกล่าวเข้าฉันก็มองต่ำลง

“เงียบไปเถอะน่า …ยูยะ” (ฮิเดยะ)

หลังจากถูกรุ่นพี่อันโดตักเตือนด้วยน้ำเสียงเย็นชา ยูยาก็เงียบได้เสียที

“ค่ะ คืออย่างนี้นะคะ รุ่นพี่อันโด ,ฉันได้ยินมาจากซาโอริว่า คุณมีเรื่องที่จะคุยกับฉันใช่ไหมคะ … ไม่ทราบว่า คุณมีธุระอะไรกับฉันหรือคะ ?” (รินะ)

“มีอยู่แล้ว ฉันได้ยินมาจาก คายามะซังน่ะ ว่า ซายามะซัง.... เธอน่ะเคนโด้มากเลยนี่ เรื่องนั้นจริงไหม ?” (ฮิเดยะ)

“――!?” (รินะ)

หลังจากได้ยินคำพูดของเขาฉันก็พูดไม่ออก

จริงอยู่ที่ฉันเคยเรียนเคนโด้ และได้สายดำด้วย

ปู่ของฉันเป็นเจ้าของโดโจ(โรงฝึกแบบญี่ปุ่น) ทั้งพ่อ แม่และพี่ชายของฉันก็สายดำกันหมด

พวกเขานั้นเชี่ยวชาญในด้านนี้มากระดับที่คนในวงการต่างรู้จักชื่อพวกเขาทุกคน

แต่ฉันน่ะไม่ได้มีพรสวรรค์แบบนั้น

ฉันได้รับการฝึกฝนและการสอนการฟันดาบมาตลอด แต่สุดท้ายแล้วก็ได้รู้ว่า ― ฉันมันไร้พรสวรรค์

ไม่ว่าฉันจะเข้ารวมการแข่งขันจะน้อยใหญ่แค่ไหน ในช่วงสมัยเด็ก สุดท้ายแล้วฉันมักจะได้ ที่สองเสมอ

มันเป็นตราบาปที่ติดตัวฉันไปในชื่อว่า  ― ราชินีไร้มงกุฏ

คำว่าไร้มงกุฏหมายถึงบุคคลธรรมดาที่ไปไม่ถึงจุดสูงสุด

ในโดโจนั้นประดับด้วยถ้วยรางวัล,ใบประกาศ, รวมถึงธงสามเหลี่ยมของการแข่งขัน

ที่สะสมมาตั้งแต่สมัยยุคคุณปู่ , แต่ในบรรดาของเหล่านั้นไม่มีชื่อฉัน

นั่นเลยเป็นสาเหตุที่ว่า ทำไมฉันถึงละทิ้งเส้นทางเคนโด้

“อันนี้เรื่องจริงนะ ! รินะน่ะสุดยอดมากเลย ! เธอได้ที่ 2ในการแข่งระดับภูมิภาคและระดับประเทศช่วงอินเตอร์ไฮสมัย ม .ปลายด้วยนะ  !” (ซาโอริ)

ซาโอริพูดออกมาโดยไม่เข้าใจความรู้สึกของฉันเลยสักนิด

“รุ่นพี่อันโดนคะ ฉันต้องขออภัยอย่างสูงด้วยค่ะ แต่ฉันเลิกเล่นเคนโด้ไปแล้ว” (รินะ)

ฉันโค้งให้และกำลังจะออกจากที่แห่งนี้ไป

“ทำไมกันล่ะ !? ทำไมเธอถึงพูดอะไรแบบนั้นล่ะ !? รินะ, เธอน่ะสุดยอดมากเลยนะรู้ไหม ! อันดับ 2 จากทั้งประเทศเลยนะ ! เธอเก่งเป็นที่สองของญี่ปุ่นเชียวนะ !” (ซาโอริ)

ซาโอริตะโกนไล่หลังตอนที่ฉันกำลังจะไป

“เออใช่สิ ! ก็ที่ 2 ไง ! ฉันมันได้แค่ที่ 2  !  ยัยคนไร้มงกุฏ , คนธรรมดาที่ไม่เคยชนะการแข่งรายการไหนเลย … ฉันเองค่ะ ! อย่ามายุ่งกับฉันเลย !” (รินะ)

ฉันตะโกนกลับไป พร้อมทั้งปลดปล่อยอารมณ์ออกมา

“เดี๋ยวก่อนๆ ทั้งคู่เลย ใจเย็นลงก่อน”

ชายคนหนึ่งแทรกตัวเข้ากั้นกลางระหว่างฉันกับซาโอริที่กำลังตะโกนใส่กันอยู่ในห้องชมรม

พอรู้ว่าตัวเองทำอะไรน่าอายออกไป ฉันก็หน้าแดงก้มหน้างุด

“เอ่อ ยินดีที่ได้รู้จักนะ ไม่ค่อยแน่เท่าไหร่ แต่ดูเหมือนเราจะอยู่ชั้นปีเดียวกันนะ

จำได้ว่าเคยเข้าชั้นเรียนเดียวกัน ฉันว่าเคยเห็นเธอที่ไหนสัก แห่งมาก่อน…”

คนที่เข้ามาแทรกระหว่างเราสองคนนั้นเป็นชายผู้มีใบหน้าใกล้เคียงกับเด็กมัธยมปลายอยู่บ้าง มองฉันด้วยสายตาเรียบเฉย

“เอ-เอ่อ คุณ … ฉันก็จำได้ค่ะ ว่าเคยเห็นคุณมากก่อน” (รินะ)

“อ่า ถ้าอย่างนั้นก็เยี่ยมเลย ยินดีที่ได้รู้จักนะ ผมชื่อ อิกุจิคาสุยะ  ” (คาสุยะ )

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ …” (รินะ)

หลังจากสงบอารมณ์ลงได้ ฉันก็ตอบกลับไปด้วยเสียงแผ่วเบาๆ

“อืม จะว่าไป ซายามะซัง , เธอน่ะไม่ใช่  『คนธรรมดา 』ที่ไร้มงกุฏ แต่ว่าเป็น 『ราชินี 』ไร้มงกุฏ ใช่ไหมล่ะ ?

อันที่จริงฉันก็เล่นเคนโด้เหมือนกันนะ

ถ้าให้พูดไป ฉันไปไกลที่สุดก็แค่รอบคัดเลือก แข่งอินเตอร์ไฮเอง ” (คาสุยะ )

อิกุจิคุงนั้นยิ้มอย่างไม่มีเจตนาแอบแฝง

ฉันยังคงเงียบอยู่เพราะไม่รู้ว่าจะตอบกลับไปอย่างไรดี

“ไร้มงกุฏเหรอ …เอาจริงๆมันเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีจริงๆแหละ

แต่เธอรู้ไหม ในสายตาฉันเนี่ย ที่ 2 คือสุดยอดมากๆแล้วนะ ! เทพสุดๆไปเลยล่ะ ! ดังนั้นแล้วอย่าดูถูกตัวเองเลยนะ

ฉันเข้าใจว่า เธอคงกดดันที่ได้ที่สอง แต่สำหรับฉันแล้ว คนที่ไปไม่ถึงแม้กระทั่งงานแข่งอินเตอร์ไฮ จะดูเป็นเจ้างั่งเสียมากกว่า เธอคิดไม่คิดแบบนั้นใช่ไหมล่ะ ?” (คาสุยะ )

“ขอโทษด้วยค่ะ …” (รินะ)

“เดี๋ยว -! ไม่มีอะไรให้ต้องขอโทษทั้งนั้นนะ ! เข้าใจไหม ?

เอาล่ะตอนนี้ก็เธอเย็นลงแล้วเนอะ ฉันอยากให้เธอฟังในสิ่งที่ประธานของเราพูด” (คาสุยะ )

“เขามีอะไรอยากจะพูดด้วยหรือคะ ?” (รินะ)

“ใช่มีแหละ เอาล่ะ คุณประธาน ฉันส่งลูกเข้ามือให้แล้วนะ  เอ้า!”  (คาสุยะ )

“ขอบใจมาก ช่วยไว้ได้มากเลย เปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่านะ ซายามะซัง

เธอคิดยังไงกับสถานการณ์ของโลกในตอนนี้ ?” (ฮิเดยะ)

“สถานการณ์โลกในตอนนี้ …หรือคะ ?” (รินะ)

“ใช่ สถานการณ์ในตอนนี้ที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

กับญี่ปุ่นที่มีพื้นที่ที่ใช้งานได้เพียง 25%  แถมยังจำกัดอยู่แต่ในเขตเมือง, 75%กลับกลายเป็นพื้นที่ปิดกั้นไปแล้ว

ผมคิดว่า หากเป็นอย่างนี้ต่อไปมนุษยชาติจะต้องสูญสิ้นภายในเวลาไม่นานแน่ๆ ” (ฮิเดยะ)

“สูญสิ้น หรือคะ …?” (รินะ)

“ใช่เลยล่ะ โลกในตอนนี้ ขอบเขตในการใช้ชีวิตประจำวันลดลงไปอย่างมาก

นักวิจัยบางคนก็เชื่อว่า ประชากรโลกจะลดลงเหลือ  10% จากที่มีอยู่ ณ ตอนนี้ภายใน 10 ปี

10%…หรือก็คือ 9ใน 10 คนที่อยู่ตอนนี้จะตายภายใน 10 ปี

แล้วเธอคิดว่า มันมีวิธีการอะไรที่จะหลุดพ้นสถานการณ์สิ้นหวังนี้ได้ล่ะ ?” (ฮิเดยะ)

“วิธีการ ? … เสียงวิวรณ์จากเทพธิดา คุณหมายถึง ― 『โปรเจคกอบกู้โลก』, สินะคะ?” (รินะ)

“ใช่ อย่างที่เธอพูดมานั่นแหละ  『โปรเจคกอบกู้โลก』 ที่จะให้พลังพิเศษแปลกประหลาดกับเรา จากเทพธิดาถึงมนุษยชาติ

ผมเชื่อว่า สิ่งนั้นเป็นสิ่งสำคัญมากในการออกจากสถานการณ์ปัจจุบันนี้

อย่าง สุสุกิซัง และ ทานากะซังที่อยู่ตรงนั้นเองก็สามารถใช้อบิลิตี้บางอย่างที่อธิบายไม่ได้ด้วยวิทยาศาสตร์ ที่เรียกว่า เวทย์มนตร์ได้ด้วย ” (ฮิเดยะ)

เมื่อมองตามรุ่นพี่อันโดไป ก็เห็นผู้หญิงสองคนยิ้มให้

“ในขณะเดียวกัน ผมก็ได้รับอบิลิตี้พิเศษที่เรียกว่า 《การวิเคราะห์ 》 ผลก็คือ … ทำให้รับรู้รายละเอียดของเป้าหมายได้

มันเป็นอบิลิตี้ที่ไม่มีใครรับรองให้

แต่สำคัญกว่านั้น เทพธิดาน่ะมอบพลังที่ยิ่งใหญ่สองอย่างให้กับพวกเรา นั่นคือ เลเวลและสเตตัส ” (ฮิเดยะ)

รุ่นพี่อันโดพูดเรื่องนั้นด้วยท่าทีที่กระตือรือร้นอยู่เล็กๆ

“เลเวลและสเตตัส เนี่ยมันเหมือนกับโลกเกมเลย จริงไหม  ? ฮ่าฮ่าฮ่า

นี่ถ้าพวกเราถูกส่งไปต่างโลกด้วย พวกเราก็คงจะแย้งกลับไปทันทีเลยล่ะว่า “อะไรกันเนี่ย นี่มันในนิยายแฟนตาซีหรือยังไงกันน่ะ!?” ใช่ไหม

แต่ที่นี่คือ โลกของเรา ผมเชื่อว่า เลเวลและสเตตัสเป็นกุญแจสำคัญในการเอาชีวิตรอด ให้ข้ามผ่านสถานการณ์นี้ได้” (ฮิเดยะ)

“กุญแจสำคัญหรือคะ …?” (รินะ)

“แนวคิดการมีอยู่ของเลเวลที่จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆน่ะ

คราวนี้มีคำถาม คือ ใช่พวกเราฝ่ายเดียวน่ะหรือที่จะแข็งแกร่งขึ้น ? หรือแม้แต่เจ้าพวกมอนสเตอร์ที่อยู่ในโดเมนเองก็แข็งแกร่งขึ้นตามเวลาที่ผ่านไปด้วยล่ะ ? หรือว่าจริงๆแล้วพวกมอนสเตอร์ไม่มีคอนเส็ปเรื่องเลเวลกันแน่ ?

หรือเรื่องตำนานเมืองที่แพร่หลายกันในเน็ตเรื่องที่ …มีจอมมารอาศัยอยู่ด้านในสุดของโดเมน

จอมมารพวกนั้นก็สามารถเลเวลอัพได้เช่นกัน ” (ฮิเดยะ)

“คุณพูดว่าอะไรนะคะ …จอมมารหรือคะ ?” (รินะ)

ฉันถึงกับอึ้งไปเพราะสมมุติฐานสุดแหวกของรุ่นพี่อันโด

“สิ่งที่ผมอยากจะพูดก็คือ … เห็นกันชัดๆอยู่แล้วว่า พวกเราต้องเพิ่มเลเวลเพื่อเอาชีวิตรอดให้ได้

เพื่อเตรียมพร้อมปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลงของโลกที่โหดร้ายเพื่อให้ไม่ตาย

แถมจากข้อมูลที่ฉันไปสืบค้นมา มีความเป็นไปได้ที่มนุษย์จะสามารถเอาชนะมอนสเตอร์นะ

ถ้าเป็นรายงานก็ มีพวกนักเรียนชั้นมัธยมปลาย ,แถมยังมีพวกนักเรียนชั้นมัธยมต้นที่กำจัดพวกมอนสเตอร์ที่โผล่มาได้ด้วยล่ะ ” (ฮิเดยะ)

“ฮิเดยะ…การเกริ่นนำของนายเนี่ยมันย้าวยาวเกินไปแล้วน้า~” (ยูยะ)

ยูยะล้อเลียนรุ่นพี่อันโดที่กำลังพูดติดลมบน

“หึ นี่แหละน้า ทำไมถึงโดนด่าว่ามีแต่กล้ามในสมอง …เอาเถอะ

จะอย่างไรก็ดี ผมอยากจะบอกอย่างนี้นะ ซายามะซังเธอน่ะจะเข้าร่วมบุกโดเมนกับพวกเราไหม !?

หากมีเธอ ผู้ที่เชี่ยวชาญเคนโด้มาร่วมกับพวกเราด้วย มันจะเป็นอะไรที่แน่นอนที่สุดเลยล่ะ

นับตั้งแต่วันที่เรียกได้ว่า เป็นวัน 『โลกาวินาศ 』 เรื่องความสามารถในการต่อสู้ของผู้ชายหรือผู้หญิงก็แทบไม่ต่างกันแล้ว

เลยเป็นสาเหตุที่ผมอยากถามเธอ ได้โปรดเถอะ ร่วมมือกับพวกเราเพื่อบุกโดเมนได้ไหม ?” (ฮิเดยะ)

รุ่นพี่อันโดร้องขอพร้อมทั้งโค้งศีรษะให้กับฉัน

ถ้าฉันปฏิเสธไปจะเกิดอะไรขึ้นเนี่ย ? … ฉันอาจจะเสียที่อยู่ที่หลบภัยในมหาวิทยาลัยไปเลยก็ได้

แล้วต่อจากนั้นฉันจะเป็นยังไงต่อ ?

ย้ายกลับไปอยู่ที่ครอบครัว ที่สุสุหรือ?

แล้วจากนั้นทำอะไรต่อไปล่ะ ?

ใช้ชีวิตด้วยการไหลตามกระแสของโลกต่อไปอีกเหรอ

ฉันเองก็ไม่แน่ใจนักว่า การตอบรับคำชวนคราวนี้ถือว่า เป็นส่วนหนึ่งของกระแสด้วยหรือเปล่า ?

ฉันจึงพยักหน้าตอบรับพร้อมยิ้มแหยๆกลับไป

จบบทที่ ไซ้ด์ สตอรี่ – ซายามะ รินะ 3

คัดลอกลิงก์แล้ว