เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่  32

ตอนที่  32

ตอนที่  32


ตอนที่  32

ผมเปลี่ยนเรื่องคิดแล้วลองโยนคำถามอื่นให้คาน่อนดู และคำตอบที่เธอให้มา

ในเรื่องหัวข้อ  【พิเศษ 】 ดูเหมือนจะตอบกลับมาว่า  “กรุณาตัดสินใจด้วยตัวเองค่ะ ”

เป็นคำตอบที่ห้วนอะไรอย่างนี้

“คำถามต่อไปนะ : คาน่อน ตัวเธอในตอนนี้ไม่ใช่จอมมารแล้วอย่างนั้นหรือ ?” (ชิออน)

“ใช่ค่ะ ฉันเช็คแล้วตอนที่คุณไปอยู่ในโลกส่วนตัวของคุณ ชิออนซัง ณ ตอนนี้เผ่าของฉันคือ  《พิคซี่ 》  ถ้าให้อธิบายสเตตัสของฉันก็ ―” (คาน่อน)

แล้วเธอก็โชว์หน้าจอสเตตัสบนสมาร์ทโฟนให้ดู

ชื่อ: คาน่อน

คุณสมบัติ : โกลาหล

เผ่า : พิคซี่(Pixie)

เลเวล.: 3

ร่างกาย: D

มานา: D

ความรู้ : B

BP: 5

อลิบิตี้พิเศษ :

– แฟรี่

– ความจำฉับพลัน

– ควบคุมธรรมชาติ

– หอกดิน

– ภาษาภาษา (แฟรี่ )

– ภาษา (เผ่าย่อย A)

– ภาษา (เผ่าย่อย B)

– ภาษา (ปีศาจ)

– ภาษา (เทวทูต )

– ภาษา (มนุษย์)

– สื่อสารด้วยโทรจิต (สไลม์ )

– สื่อสารด้วยโทรจิต (สัตว์)

– สื่อสารด้วยโทรจิต (จิตวิญญาณ)

ดูเหมือนว่าแถม 【การสร้าง 】 และ 【แปรธาตุ 】 รวมถึง CP จะหายไปด้วยเช่นกัน

ยิ่งไปกว่านั้นหากจะเทียบกับตัวเธอตอนที่เป็น จอมมาร (แฟรี่ ) ดูเหมือนค่าสเตตัสรวมทั้งหมดจะลดลงไป

“อ่า ? แล้วในเมื่อตอนนี้เธอไม่ใช่จอมมารแล้ว … ก็หมายความว่าตอนนี้เธอก็ไม่ต้องกินต้องนอนแล้วเหรอ ?” (ชิออน)

ผมยังคงอยู่ได้โดยไม่ต้องดื่มกิน ไม่ต้องนอนนั่นก็เป็นผลของอบิลิตี้พิเศษ  【จอมมาร 】

ขณะที่ลูกน้องของผมยังต้องกินต้องนอนอยู่

“เป็นอย่างนี้นี่เอง …” (คาน่อน)

ที่ผ่านมาอาหารของลูกน้องผมก็เอาพวกมนุษย์ที่บุกมานั่นแหละ หรือไม่อย่างนั้นก็ใช้ศพของลูกน้องตัวอื่นที่โดนมนุษย์ฆ่า หากไม่พอจริงๆ ผมจะใช้แปรธาตุสร้างอาหารขึ้นมาให้

แต่ทว่า … ผมแอบสงสัยอยู่ว่า มันจะเป็นไอเดียที่ดีกว่าไหมหากผมจะสร้างฟาร์มเพื่อผลิตอาหารหรืออะไรคล้ายๆอย่างนั้น ?

ผมพอรู้อยู่แล้วว่ามันมีหัวข้อนั้นอยู่ แต่ผมไม่สนใจเนื่องจากมันดูน่ารำคาญ

พอผมมาคิดๆดูแล้วเราก็คุยกันเกินหนึ่งชั่วโมง คงเหลือ 【สันติชั่วคราว 】 น้อยกว่า 23 ชั่วโมงแล้ว

ผมคิดว่า ควรจะหาข้อมูลให้ดีก่อนจะทำการปรับปรุงโครงสร้างโดเมนของผม

แต่ก่อนอื่นเลย มีจะปัญหาเอาหาผมไม่รู้ว่า ควรเชื่อใจคาน่อนได้แค่ไหน

“คาน่อน, แล้วเธออยู่ในฐานะไหนกันแน่ ?” (ชิออน)

“หากจะมองว่า ฉันเป็นลูกน้องของคุณก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” (คาน่อน)

ผมจะสามารถสั่งการเธอได้เหมือนกับลูกน้องคนอื่นไหมนะในกรณีนี้ ?

― ถลกกระโปรงขึ้น

“…เอ๋ ? เอ้ะ !? คะ -ค่ะ !?” (คาน่อน)

With a blushing face, คาน่อนม้วนชายกระโปรงขึ้นด้วยมือตัวเองทั้งที่หน้ายังแสดงความเขินอาย

อุฮุ ช่างเป็นอาหารตาเหลือเกิน

“จะ-จู่จู่ก็ให้ทำอะไรน่ะ !?” (คาน่อน)

“อ้อ ก็พอเธอบอกว่า เธอเป็นเหมือนลูกน้องของข้า ข้าก็เลยสงสัยว่าจะสามารถสั่งเธอได้ไหม และเพื่อยืนยันให้แน่ใจ ก็เลยลองดู” (ชิออน)

ผล ก็คือ : ผมสั่งเธอได้

“ถะ-ถ้าอย่างนั้น แม้แต่คำสั่งอื่นแบบ …” (คาน่อน)

คาน่อน นอนขดอยู่กับพื้นด้วยความอาย

ถึงการทำแบบนี้จะมีปัญหากับภาพลักษณ์ผมก็เถอะแต่…คราวนี้ผมคงไม่ต้องห่วงกลัวว่าเธอจะทรยศแล้วสินะ ?

“ว่าแต่จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าข้าตายล่ะ ?” (ชิออน)

“นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่า คุณตายยังไงค่ะ

หากคุณโดนมนุษย์ฆ่า ทั้งลูกน้องรวมถึงตัวฉันเองก็จะหายไปด้วย

หากคุณถูกจอมมารตนอื่นฆ่า ลูกน้องของคุณ ก็จะไปรับใช้จอมมารคนที่ฆ่าคุณได้แทน ” (คาน่อน)

“หากข้าไม่ได้ถูกจอมมารตนอื่นฆ่า มีทางเป็นไปได้ไหมที่เธอจะไปรับใช้จอมมารคนอื่น ?” (ชิออน)

“ก็ถ้าหากเป็น  《การยอมจำนน 》 ของจอมมารโอนิ

《พันธสัญญา》 ของจอมมารแวมไพร์

《เพื่อนร่วมดื่ม 》 ของจอมมารคนแคระ

《การดูดกลืน 》 ของจอมมารสไลม์ …  ก็มีโอกาสที่ฉันจะกลายเป็นแฟมิเลียของจอมมารอื่น หากฉันตอบตกลงค่ะ ” (คาน่อน)

เยี่ยมเลย อะไรที่ไม่รู้จักผุดมาอีกพรึ่บ

พอผมถามเรื่องรายละเอียด ดูเหมือนแต่ละสายเผ่าจอมมารที่วิวัฒนาการจะมีวิธีการสร้างผู้สืบสายเลือดที่แตกต่างกันออกไป …

จอมมาร  (มนุษย์):《ความผูกพันธ์ 》― ทำให้ผู้ติดตามเกิดความผูกพันธ์ที่แน่นแฟ้น

จอมมาร (โอนิ ):《การยอมจำนน 》― ทำให้อีกฝ่ายจิตใจแตกสลายแล้วยอมตกเป็นเบี้ยล่างด้วยการแสดงความแข็งแกร่งให้เห็น

จอมมาร (ปีศาจ ): 《บรรณาการจากนรก 》― ทำให้คนอื่นมอบเครื่องเซ่นถวายกลายเป็นปีศาจรับใช้

จอมมาร (เอลฟ์ ):《พันธะทางวิญญาณ 》― ทำให้เอลฟ์หรือภูตวิญญาณทำการสร้างพันธะสัญญาทางวิญญาณกับอีกฝ่าย

จอมมาร (คนแคระ ):《เพื่อนร่วมดื่ม 》― เปลี่ยนใครที่เคยดื่มเหล้าด้วยกันหนึ่งคืนให้กลายเป็นบัดดี้

จอมมาร (สไลม์):《การดูดกลืน 》― ทำให้บุคคลที่กลืนเข้าไปกลายเป็นร่างโคลน

จอมมาร (สัตว์ป่า ):《เห็นอกเห็นใจ 》― ทำให้คนที่คุณถูกใจกลายเป็นเพื่อน

๗อมมาร (แฟรี่ ):《 เชื่อใจ 》― ทำให้บุคคลที่คุณก็เชื่อเขา และเขาก็เชื่อคุณกลายเป็นแฟมิเลีย(ครอบครัว)

จอมมาร (แวมไพร์ ):《พันธสัญญา 》― ทำให้อีกฝ่ายที่ดื่มจอกเลือดกลายเป็นผู้สืบสายเลือด

จอมมาร (มังกร ):《เจ้านายและข้ารับใช้》― ทำให้คนที่เชื่อในตัวคุณกลายเป็นข้ารับใช้

จอมมาร (เทวทูตตกสวรรค์ ):《เข้ารีต 》― ทำให้ผู้ที่เชื่อมั่นในตัวคุณกลายเป็นผู้ศรัทธา

ดูเหมือนเงื่อนไขทั้งจะจะแตกต่างออกไปในแต่ละเผ่า

แถมCP ที่ใช้ก็ยังต่างออกไปด้วย โดยพวกแวมไพร์นั้นต้องใช้ค่า CP มากที่สุด

คำอธิบายก็สุดจะนามธรรมเกิน ทำเอาผมไม่เข้าใจมัน

“อ่า พอเข้าใจเรื่องเงื่อนไขการสร้างผู้สืบสายเลือดแล้ว

ว่าง่ายๆตราบใดที่เธอยังไม่กลายเป็นลูกน้องของจอมมารคนอื่นเธอก็ไม่อาจหักหลังข้าได้

เข้าใจแบบนั้นถือว่าถูกไหม ?” (ชิออน)

“ตราบใดที่ชิออนซังยังไม่สั่งอะไร  ฉันก็ยังทำอะไรได้ตามใจแต่ …พูดแบบนั้นมันก็ถูกค่ะ ” (คาน่อน)

คาน่อนพยักหน้าเห็นด้วยอย่างจริงจัง

“ข้าเดาว่า คงพอจะไว้ใจเธอ และบอกอะไรต่อมิอะไรกับเธอได้ ต่อจากนี้ไปข้าจะบอกให้เธอรู้ถึงหลักการและทิศทางที่กำลังจะทำต่อไป” (ชิออน)

“โอเคค่ะ ” (คาน่อน)

“เมื่อเธอได้รู้แบบนั้นแล้ว ข้าก็อยากให้เธอบอกข้อมูลที่เธอเห็นว่ามันมีประโยชน์” (ชิออน)

“รับทราบค่า ” (คาน่อน)

ผมเล่าให้ คาน่อน ฟังเรื่อง แผนการที่จะกระตุ้นยั่วให้พวกมนุษย์มาที่โดเมน เพี่อความอยู่รอดของชีวิตตัวเอง

ผมยังอธิบายถึงเหตุจำเป็นต่างๆ รวมถึงโอกาสที่เหตุการณ์บางอย่างอาจเกิดขึ้นได้

“เข้าใจละค่ะ นั่นเลยเป็นสาเหตุที่ว่า ทำไมท่านถึงได้เอาอาวุธใส่ลงไปในหีบสมบัติสินนะคะ” (คาน่อน)

“เธอรู้เรื่องนั้นด้วยรึ ?” (ชิออน)

“ก็ถ้าลองหาในเน็ตดู ทุกอย่างก็กระจ่างชัดละค่ะ แล้วก็ …เจ้าพวกมนุษย์ที่ไล่บี้ฉันจนฉันต้องทำ 《การยอมแพ้ 》 ต่อคุณเนี่ย เป็นปาร์ตี้ผู้กล้าไร้เทียมทาน ไม่ผิดแน่ค่ะ  (คาน่อน)

“อ้อ …กลุ่มคนที่บุกโดเมนของเธอสินะ , คาน่อน?” (ชิออน)

“ใช่ค่ะ ชิออน-san, หากคุณตอบรับคำขอของฉันช้ากว่านี้ ฉันว่าตัวเองต้องสลายไปแล้วแน่ๆ” (คาน่อน)

“แล้วถ้าเป็นแบบนี้ก็แปลว่า เจ้าพวกนั้นล้มเหลวที่จะปลดปล่อยโดเมน อย่างนั้นเหรอ ?” (ชิออน)

“ใช่ค่ะ เจ้าพวกนั้นจะโดนถีบออกทันที เมื่อ 《การยอมแพ้ 》 ของฉันได้รับการตอบรับ ” (คาน่อน)

“ดูเหมือนเจ้าพวกนั้น จะรีบมาบุกทันทีหลังจากปลดปล่อยเมนในท้องที่ไปสามแห่งแล้วแต่…มันไม่เป็นอะไรจริงๆหรือหาก โดเมนของคาน่อนไม่ได้ถูกปลดปล่อยด้วยน่ะ ?” (ชิออน)

“อืมม ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ในสายตาของพวกมนุษย์โดเมนของฉันก็คงจะยังเป็นเขตแดนที่เข้ามาไม่ได้อยู่ล่ะมั้งนะ ?” (คาน่อน)

“แล้วพวกนั้นใช้เวลากี่วัน กว่าจะเริ่มเข้ามาบุกโดเมนของเธอล่ะ , คาน่อน?” (ชิออน)

“เอ่อ  หกวันค่ะ ” (คาน่อน)

“หา ? มันไม่เร็วเกินไปหรือยังไงกันเนี่ย ? เธอโดนไล่ต้อยจนเกือบโดนปลดปล่อยโดเมนภายในเวลา 6 วันเองเนี่ยนะ!?” (ชิออน)

ปลดปล่อยภายใน 6 วัน  ; มันเร็วเกินไหมเนี่ย ?

“กะ-ก็ช่วยไม่ได้นี่คะ , จะรอดได้ยังไงกัน …? ก็ฉันบิ้ลด์พลาดแบบนั้น …” (คาน่อน)

“อ่าเข้าใจแล้ว ถ้าหากข้าประเมินไว้ก่อนแล้วว่า โดเมนของคาน่อนจะอ่อนขนาดนี้ … อย่างน้อยก็ช่วยซื้อเวลาให้มากกว่านี้สัก หน่อยสิ ?” (ชิออน)

“ฟังแล้วก็เจ็บจี๊ดนะคะเนี่ย … ถึงมันจะเป็นเรื่องจริงก็เถอะค่ะ … แต่ก็ยังพอมีโอกาสที่จะยังหลงเหลือจอมมาร เลเวล 1 อยู่นะคะ !

ถ้าหากเป็นอย่างนั้นโดเมนของฉันก็คงจะ …” (คาน่อน)

“ไม่อะ , โอกาสที่ว่านั่นแทบจะเป็น 0 เลย เลเวลขั้นต่ำของเจ้า พวกนั้น ป่านนี้ก็เลเวล 2 อยู่แล้ว” (ชิออน)

หรือผมคงจะพูดว่า จอมมารมากมายต่างเลเวล 3 กันหมดแล้วดี

“ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะคะ ?” (คาน่อน)

คาน่อนถามผมหลังจากคิดสักพัก

“เดาว่าน่าจะเป็นเพราะ … คุณสมบัตินั่น” (ชิออน)

“คุณสมบัติ ? เอ่อ , คุณหมายถึง แบบทดสอบความถนัดและคุณสมบัติในวันนั้นเหรอคะ ?” (คาน่อน)

“ใช่แล้วล่ะ บุคคลที่จะเป็นจอมมาร คือ กลุ่มที่ถูกจัดหมวดให้เป็นพวก 【โกลาหล 】 อนุมานเอาว่าเงื่อนไขการคุณสมบัติการเป็น  【โกลาหล 】 ก็คือ  … เป็นบุคคลที่ไม่นิยมการร่วมมือกัน , มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง ,ไม่เข้ากับกลุ่มสังคมก่อนเกิด  【โปรเจคกู้โลก 】, และ… บุคคลที่มีคุณสมบัติพิเศษที่เหนือโลกนี้

หรือพูดอีกอย่างก็คือ เจ้าพวกนั้นมีความสามารถที่สูงมากในการปรับตัวให้เข้ากับโลกใหม่ในตอนนี้ ” (ชิออน)

“ทำไมคุณถึงคิดอย่างนั้นล่ะคะ ?” (คาน่อน)

“ก็  【โปรเจคกอบกู้โลก 】 เป็นโปรเจคที่ตั้งใจจะช่วยโลกด้วยการให้ ฝ่าย 【โกลาหล 】 และ ฝ่าย 【กฏ 】 ห้ำหั่นกัน

ในส่วนนี้ พวก 【โกลาหล 】 น่ะค่อนข้างอยู่ในฐานะที่เสียบเปรียบ

ข้อแรกเลยก็เรื่องของจำนวนที่ต่างกันอย่างล้นหลาม

ข้อต่อมาคือ ฝ่าย 【โกลาหล 】 ไม่สามารถออกจากโดเมนจนกว่าจะเติบโตไปถึงระดับหนึ่งด้วยการกำจัดพวก 【กฏ 】 หรือพูดง่ายๆก็จนกว่าจะเลเวล  10

แถม 【โกลาหล 】  ไม่ใช่แต่ต้องกำจัดมนุษย์อย่างเดียวแต่ยังต้องกำจัดจอมมารด้วยกันเองอีกด้วย .” (ชิออน)

“พอคุณบอกอย่างนั้น มันก็ไม่แฟร์กัจริงๆแหละค่ะ

อ๊า! แต่ อบิลิตี้พื้นฐานของ พวก 【โกลาหล 】 หรือก็คือ จอมมาร นั้นสูงกว่านี่คะ แถมยังสร้างสิ่งต่างๆได้ด้วย ” (คาน่อน)

“จริงอยู่ เรื่องความได้เปรียบเรื่องนั้นมันก็ใช่  แต่ถึงอย่างนั้นข้าก็ยังคิดว่า 【โกลาหล】 เสียเปรียบอยู่ดี  จนกระทั่งถึงตอนนี้” (ชิออน)

“ค่ะ” (คาน่อน)

“ ฝ่าย 【โกลาหล 】 เสียเปรียบกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย

หากจะเสียเปรียบขนาดนั้น จอมมารก็คงไม่อยากที่จะสู้  『สู้ 』 อยู่แล้วถูกไหม?

เมื่อดูจากสถิติพื้นที่ที่ในเขตแดนญี่ปุ่น จำนวนจอมมารที่มีอยู่ราวๆ 16,000 คน จากข้อมูลในเน็ต

และจำนวนโดเมนที่ถูกปลดปล่อยตั้งแต่วันแรกจนถึงเมื่อวานก็คือ 124.

คำนวนคร่าวๆก็แปลว่า จอมมารที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นมีจำนวนถึง  99.225% ” (ชิออน)

“พอได้ยินแบบนั้นก็เหมือนฝ่ายจอมมารกำลังได้เปรียบอยู่เลยค่ะ ” (คาน่อน)

“ไม่เชิงเสียทีเดียว เมื่อ 17 วันก่อน อัตราการรอดชีวิตจอมมารยังอยู่ที่ 100% แต่หลังจากนั้นจำนวนจะค่อยๆลดลงเรื่อยทุกวันทุกวัน ” (ชิออน)

“อ้อ ” (คาน่อน)

“เอาล่ะ กลับมาสู่เรื่องที่ข้าอยากพูด ;

37 วันผ่านไปหลังจากเริ่มต้นการปะทะกันระหว่าง  ฝ่าย【โกลาหล 】 และฝ่าย 【กฏ 】 ฝ่ายจอมมารถือว่าสู้ได้ดีมากๆแล้วฃ

แต่ถึงอย่างนั้น 29 วันหลังจากการปะทะรั้งแรกก็มีโดเมนแห่งแรกถูกปลดปล่อย

หลังจากนั้น 30 วันแล้วหันมาดูที่ญี่ปุ่นบ้าง เธอไม่เอะใจหรือไงว่า ทำไมถึงได้ปลดปล่อยโดเมนได้เร็วขนาดนั้น มันจะมีใครปรับตัวกับโลกใหม่ โดยไม่สั่นกลัวขณะที่เข้าดันเจี้ยนเลยเหรอ ?” (ชิออน)

“พอคุณพูดแบบนั้น มันก็ใช่แฮะ…” (คาน่อน)

“ผิดกับฝ่ายจอมมารเจ้าของโดเมนที่มีโดเมนตั้งอยู่เป็นเอกเทศแยกตัวทำให้คนอื่นไปหาไม่ได้ แต่จอมมารเองก็ต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับโลกใหม่นี้

สรุปแล้วก็คือ แทบไม่มีจอมมารคนไหนต้องกลัวเมื่อค้างอยู่ที่เลเวล 1 ” (ชิออน)

“สมเหตุสมผลเลยค่ะ ” (คาน่อน)

“แต่ก็สมแล้วกับที่เป็นจอมมารผู้ลงแต่ค่าความรู้น่ะนะ ” (ชิออน)

(TTL : เหน็บคาน่อนว่า ไม่เฉลียวเอะใจลงแต่ค่าความรู้ สนใจแต่ข้อมูลไม่ได้ใช้ความคิดประเมินสถานการณ์โดยรอบ ก็เลยสมแล้วที่ดันเอาแต่ไปลงค่าความรู้ไม่ลงค่าอื่นเลย)

“อึก … พอโดนบอกแบบนั้นเข้า …” (คาน่อน)

พอผมหัวเราะแหย่คาน่อน

เธอก็ลอยเซไปเซมากลางอากาศเหมือนแมลงที่โดนยาฆ่าแมลงฉีดใส่

“ถ้าหากเป็นอย่างนั้นแล้ว …หืม  , มีอะไรงั้นหรือ  ?” (ชิออน)

พอผมจะกลับไปพูดต่อก็เห็นคาน่อน ก็เอามือแปะหัวตัวเองแล้วขมวดคิ้วมุ่ย

“ไม่ค่ะ , ไม่มีอะไร” (คาน่อน)

หืม ? ทำเอาผมสงสัยกับพฤติกรรมของ คาน่อนเลยแฮะ

―สารภาพสิ่งที่คิดออกมาเดี๋ยวนี้

ผมออกคำสั่งหนักแน่นเพื่อบังคับให้เธอพูดออกมา

“เฮ่อ …อ่า , เจ็บใจจริงๆค่ะ …” (คาน่อน)

“เจ็บใจเหรอ ? เรื่องอะไรกัน ?” (ชิออน)

“ไม่ค่ะ, เอ่อฉันหมายถึงว่า , ชิออน-ซัง, คุณน่ะเฉลียวฉลาด ” (คาน่อน)

“อย่างนั้นเองเหรอ ?” (ชิออน)

ผมกลับคิดว่า ตัวเองน่ะคิดมากคิดเพ้อไปคนเดียวมากกว่าที่จะเป็นคนเฉลียวฉลาดอยู่ดี

“ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป แผนการของฉัน …” (คาน่อน)

“แผนอะไรหรือ ?” (ชิออน)

“แผนที่จะวางตัวฉันไว้ในตำแหน่งนักกลยุทธหรือผู้ช่วย ด้วยการใช้ค่าความรู้ของตัวเองนี่ ทั้งที่น่าจะไปได้ด้วยดีแท้ๆ แต่ …หวา หวาหวา  !?” (คาน่อน)

พอเป็นลูกน้องแล้วก็ปกป้องความลับอะไรไม่ได้อีก แล้วสินะ?

แหม สะดวกดีจริงแฮะ

“นักกลยุทธ  ? เธอเนี่ยนะ , คาน่อน…?” (ชิออน)

“ไม่สิ อ่า เอ่อ คือ ไม่เชิงว่าเป็นแผนหรอกค่ะ เป็นประมาณ ความปรารถนาล่ะมั้ง …” (คาน่อน)

คาน่อนตอบทั้งที่แสดงท่าทางเขินๆอยู่

“ตอนนี้นะ… ส่วนตัวนะ เธอก็ค่อนข้างมีประโยชน์ในฐานะเซิร์จเอนจิ้นเลยล่ะ ?” (ชิออน)

“คะ-คุณพูดว่า เซิร์จเอนจิ้น เหรอคะ…?” (คาน่อน)

“ก็ไม่ว่าจะนักกลยุทธหรือผู้ช่วยก็โอเคอยู่นะ แต่หากเธออยากไปถึงระดับนั้นได้จริงๆ เธอก็ควรพยายามอย่างเต็มที่และแสดงความสามารถมากกว่านี้ให้ข้าเห็นว่าเธอทำอะไรได้บ้าง” (ชิออน)

“อู… เข้าใจแล้วค่ะ ” (คาน่อน)

ผมเองก็ยังพูดคุยกับเซิร์จเอนจิ้นตัวใหม่ที่ได้มา อย่าง คาน่อน เรื่องเกี่ยวกับแผนการในอนาคต

จบบทที่ ตอนที่  32

คัดลอกลิงก์แล้ว