เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 31

ตอนที่ 31

ตอนที่ 31


ตอนที่ 31

ค่าสเตตัสเดียวที่ผมไม่เพิ่มเลยก็คือ ค่าความรู้

สิ่งที่ได้จากค่าความรู้ไม่ได้จำกัดแค่เรื่องภาษาอย่างเดียว

แถมความรู้นั้นไม่ได้ด้อยกว่าค่าสเตตัสอื่นเลยด้วยซ้ำ

ข้อมูลที่มีจะเป็นคีย์สำคัญที่มีอิทธิพลมากต่อแผนการทุกแผนการ

ในตอนที่ผมเป็นมนุษย์อยู่นั้น ผมเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมดาๆ ไม่มีประสบการณ์ในการต่อสู้หรือสงครามใด เว้นก็แต่ในโลกเสมือนจริง

ก็อย่างในเกมไง แม้จะเป็นเกมเดียวกันก็ตาม ความเร็วในการเล่นการจบก็ต่างกันอย่างมากระหว่างการเล่นรอบแรกกับเล่นรอบที่สอง

ข้อมูลเกี่ยวกับสกิลของตัวผู้เล่นเองก็เข้ามามีบทบาทสำคัญในตอนนี้ แต่ที่ยิ่งสำคัญกว่าคือ ระดับความชำนาญที่มีอยู่ในระบบ

คาน่อนนั้นรู้ถึงวิธีการที่มีในโลกนี้ที่เรียกว่า  《การยอมแพ้ 》

คาน่อน รู้ว่าดาร์คเอลฟ์นั้นสามารถใช้เวทย์ไฟได้

คาน่อนเข้าใจถึงผลลัพธ์ของการใช้  《ดูดกลืน 》 ได้ดีกว่าผมที่มีอบิลิตี้นั้นด้วยซ้ำ

― หากรู้ตัวเองและรู้ข้าศึก ไม่ต้องกลัวเลยด้วยซ้ำ รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง

มาจากคำพูดของซุนซื่อ  ซึ่งก็หมายถึง หากรู้สภาวะของฝ่ายตัวเองและฝ่ายศัตรูได้ดีพอ รบสักร้อยครั้งก็ไม่มีวันแพ้

ผมจำคำพูดนั้นเป็นอย่างดีเลยล่ะ

แม้ผมจะสามารถก้าวผ่านสถานการณ์ได้ด้วยการคาดการณ์ คาดเดาซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวมถึงใช้กลยุทธจากหนังสือเล่มนั้น แต่สักวันหนึ่ง ผมอาจจะทำเรื่องผิดพลาดครั้งใหญ่ขึ้นมาก็ได้

ตัวอย่างก็เช่น หากผมทำการใช้  17 BP ลงไปกับการแปรธาตุ ตั้งแต่แรกด้วยการแตะแถบหัวข้อนั้นเหมือนไอ้บ้าไอ้บอที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย

ค่าการแปรธาตุคงจะไปถึง แร๊ง B แต่หลังจากนั้นก็ทำอะไรไม่ได้เลยด้วยซ้ำเพราะไม่มีCP เหลือแล้ว

และตอนนี้ พอผมรู้แล้วว่า การจะยกแร๊งค่าสเตตัสจาก B ไปเป็น A ต้องใช้ถึง 50 BP

หากผมไม่รู้ผมคงจะทุ่มเท BP ของตัวเองลงไปอย่างสิ้นหวังเปล่าประโยชน์

ค่าสเตตัสที่ผมไม่เคยใส่ใจมาก่อน อย่างค่าความรู้นั้น เป็นค่าที่สำคัญ

ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ―

“เธอเลเวลเท่าไหร่ ?” (ชิออน)

ผมโยนคำถามถามคาน่อน  จริงๆก็รู้กันอยู่ชัดๆแล้วอะนะว่า เธออาจจะเลเวล 3 เป็นอย่างน้อยไม่อย่างนั้นก็คงจะสร้างผู้ร่วมสายเลือดไม่ได้ แต่ทว่า …

“… 3ค่ะ” (คาน่อน)

คาน่อนหลบตาแล้วก็ตอบเสียงงึมงัม

ฟังจากที่เธอแบบนั้นมา ผมเดาว่า นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเธอจึงทำการ  《ยอมแพ้ 》

ค่าความรู้ของ คาน่อน นั้นคือ แร๊ง  B จ่าย  17 BP เพื่อให้ไปถึง  B หากเป็นจอมมารที่ไม่ได้รับ 10 BP เป็นโบนัส ก็ไม่มีทางที่จะเลือกทำแบบนั้นได้

– ดังนั้นจำนวน BP ที่ได้รับมาตอน เลเวล 3 รวมคือ 20 มาจากBPเริ่มต้น 10 BP และ 10 BPจากการที่เลเวลอัพ 2 ครั้ง

พูดง่ายๆ ในการที่จะทำให้ค่าความรู้ถึง แร๊ง B  ก็จะเหลือแค่เพียง 3 BP เท่านั้น มันเป็นการต้อนให้เธอเองนั้นอยู่ในสถานการณ์ยกระดับค่าสเตตัสจาก E เป็น D ได้เพียงค่าเดียว จากBPที่เหลืออยู่

ไม่สำคัญแล้วว่า จะมีความรู้มากมายเพียงไหน สถานการณ์ของเธอถือว่า โดนรุกฆาตไม่มีทางไปต่อแล้ว

ต่อจะเลือกการสร้าง ลูกน้องที่แข็งแกร่งที่สุดของเธอก็คงเป็นโคโบ้ล

ผิดกับผม เธอนั้นไม่สามารถมอบอาวุธดีๆอะไรให้โคโบ้ลพวกนั้นได้

แต่หากเอาแต้มที่เหลือไปลงแปรธาตุแทนล่ะ แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรหาก ค่าสเตตัสแปรธาตุเป็นค่า D  ?

ตัวอย่างเช่น ซีรี่ย์เหล็ก ยกให้กับลูกน้องที่แข็งแกร่งที่สุดก็คือ ก็อบลิน และหากเพิ่มค่ามานาหรือร่างกาย ก็มีแต่จะหายนะเท่านั้

ไม่ว่าจะเลือกทางไหน เข้าสู่ทางตันอยู่ดี

เธอไม่สามารถป้องกันตัวเองได้จากการบุกเข้ามาของพวกมนุษย์อีกต่อไปแล้ว

เอาจริงๆผมก็นับถืออยู่เหมือนกันนะ ที่เธอสามารถเอาชีวิตรอดมาจวบจนถึงตอนนี้ได้

“แล้วอีกค่านอกจากค่าความรู้เธอเพิ่มค่าไหนไปล่ะ ?” (ชิออน)

ผมถามเธอเหมือนคุยเล่นเบาๆ

“อ่า … พอขึ้นเลเวล 3  นอกจากค่าความรู้แล้ว ฉัน ได้เพิ่มทุกคนให้ขึ้นเป็นแร๊ง D ถึงอย่างนั้นก็เถอะนะ…” (คาน่อน)

“เห? …อ่า, โทษทีๆ ถึงอย่างนั้นแล้วทำไมต่อนะ ? พูดต่อเลย ?” (ชิออน)

ผมเผลอหลุดแทรกเสียงขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจก็คำตอบของเธอมันผิดจากที่ผมคาดไว้ คาน่อนเลยหยุดพูดชั่วครู่ ผมเลยขอให้เธอพูดต่อ

“อ่าค่ะ ถึงอย่างไรก็ดี … ดูเหมือนผลจาก 《การยอมแพ้ 》  หัวข้อ  【การสร้าง 】 และ【แปรธาตุ 】…หายไปเลยค่ะ …อาจเพราะฉันไม่ได้เป็นจอมมารแล้วก็ได้มั้งคะ ” (คาน่อน)

คลื่นข้อมูลถาโถมใส่ผม มีเพียงหัวข้อนี้ ที่มีสองสิ่งที่สะกิดกวนใจผม

ช่วงเวลาของ 【สันติชั่วคราว 】 คือ   24 ชั่วโมงสินะ ? น่าจะพอล่ะมั้ง ?

ถ้าเวลาเท่านี้ ค่อยๆถามไปน่าจะดีกว่า

“เอ่อ ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า เธอเลเวล 3 จริงๆถูกไหม ?” (ชิออน)

“ช่ายค่ะ อืม,ท่านก็รู้แล้วนี่คะ~…” (คาน่อน)

“อืมฮึ?” (ชิออน)

“จริงๆฉันรู้นะคะว่า … ไม่ได้อยู่ในจุดที่เรียกร้องอะไรแบบนี้ได้ …” (คาน่อน)

“อะไรเหรอ ?” (ชิออน)

“หากเป็นไปได้ อย่าเรียก ฉันว่า  『เธอ 』ได้ไหมคะ…” (คาน่อน)

“อ่า …” (ชิออน)

คาน่อนขอร้องผม ซึ่งเป็นอะไรที่ยากจะพูดออกมา

พอใช้คำว่า  『เธอ 』 แล้วมันรู้สึกห่างไกลกันราวกับมีกำแพงเย็บเฉียบกั้นระหว่างเรา

ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะแล้วผมควรจะเรียกเธอยังไงดีล่ะ ? คาน่อน-ซังเหรอ? เติมคำว่า ซัง ต่อด้านคนที่มาเสนอขอ 《ยอมแพ้ 》 เองเนี่ยมันพิลึกชะมัดเลยไม่ใช่รึไง? เธอน่ารักเหมือนแฟรี่ตัวน้อยหรือจะให้เรียกว่า…คาน่อนจังด้วยเหตุนั้นน่ะเหรอ ? ไม่เอาน่า ฮ่าฮ่าฮ่า

นี่ถ้าผมสามารถ เรียกคำว่า จังต่อท้ายใครก็ที่พบกันไม่ถึงชั่วโมงได้แล้วเนี่ย ผมคงไม่เป็นนายเดียวดายแบบนี้หรอก

“เอ่อ ถ้าหากนะคะไม่รบกวนเกินไป…ท่านเรียกฉันว่า คาน่อนด้วยค่ะ…” (คาน่อน)

“คาน่อน…คาน่อน… เข้าใจละ ถ้าอย่างนั้นต่อจากนี้ไปข้าจะเรียกเธอว่า คาน่อนนะ” (ชิออน)

ผมทวนชื่อของเธอซ้ำหลายต่อหลายครั้งเพื่อยืนยันว่า จะทำตามที่เธอขอ

“ขอบคุณค่ะ !” (คาน่อน)

“เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน จะว่าไงดีล่ะ …เธอ  เอ้อไม่สิ คาน่อน เธอหยุดเรียกข้าว่า ท่านชิออนได้ไหม ?” (ชิออน)

การเติมท่าน (-ซามะ) ต่อท้ายนี่เป็นอะไรสุดจะน่าอายเลยล่ะ นี่ก็เป็นโอกาสดีที่ผมจะเสนออะไรกลับไปบ้างด้วย

“ถ้าอย่างนั้นฉันควรจะเรียกคุณว่ายังไงดีล่ะ …?” (คาน่อน)

“แค่ชิออน เฉยๆก็พอ ” (ชิออน)

การที่ถูกผู้หญิงที่เพิ่งเคยพบเจอกันเป็นครั้งแรก เรียกชื่อเธอเนี่ย ผมก็ต้องทำแบบเดียวกันกลับไปด้วยเช่นกัน

สะสะ สถานการณ์แบบนี้มัน ; หรือว่า ไม่ใช่ล่ะมั้ง ?

นี่ผมข้ามขั้นจากนายมืดมนกลายเป็นนายเรียจูไปแล้วอย่างงั้นเหรอ !?

ผมซ่อนความดีใจ และแอบอายไว้ตอนที่พบว่า ตัวเอกสามารถบอกลา คุณสมบัติของนายโดดเดี่ยวที่มีมานานถึง 18 ปีได้

“ไม่ได้ค่ะ , จากรูปลักษณ์แล้ว ท่านแก่กว่าฉันค่ะ ท่านชิออน  เอ่อ อ่า เอาเป็นว่า…ชิออน…ซัง?

แบบนี้แทนได้ไหมคะ ?” (คาน่อน)

อย่างน้อยความสัมพันธ์ก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่นัก

“…แบบนั้นก็ดีเหมือนกัน” (ชิออน)

ผมตอบสั้นๆ

“มาคิดๆดูแล้ว คาน่อนบอกว่า ดูจากภาพลักษณ์แล้วเนี่ยข้าดูเป็นยังไงเหรอ ?” (ชิออน)

ในโดเมนผมไม่มีกระจก ผมก็เลยสร้างอะไรที่ใกล้เคียงขึ้นมาแทน แต่ถึงจะมองเข้าไปในโลกเงินเพื่อสะท้อนภาพตัวเองออกมา แต่พอผมวิวัฒนาการกลายเป็นจอมมาร(แวมไพร์) ผมก็ไม่ดูหน้าตาตัวเองอีก

ถึงอย่างนั้นผมก็พอรู้ว่า ตัวเองสูงขึ้นเล็กน้อย มีกล้ามมากขึ้นหน่อยและยังมีผมสีเงิน

แต่ … ผมสงสัยน่ะ ว่าจากมุมมองคนอื่นผมมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร

“อืม ก็ … ชิออนซังมีผลสีเงินที่สวยแล้วก็ดูเผินๆเหมือนอายุ 20 ต้นๆ

ฉันว่า คุณดูดีเลยล่ะ ” (คาน่อน)

จากรูปลักษณ์แล้วมันดูแก่กว่าอายุจริง ผมแอบสงสัย ผมควรจะดีใจไหมที่ดูเป็นผู้ใหญ่หรือควรเสียใจที่ดูแก่ล่ะเนี่ย ?

ผมดูดีอย่างนั้นเหรอ ทำเอาดีใจเลยนะเนี่ย

“แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะค่ะ … คุณดูเหมือนกำลังป่วย สีหน้าก็ดูแย่มากเลย” (คาน่อน)

“เข้าใจแล้ว ขอบใจนะ” (ชิออน)

ผมพูดขอบคุณกับคาน่อน เพราะหากผมตอบกลับไปว่า  “อันที่จริงแล้วผมอายุ 18 เฟ้ย !”  ผมเดาได้เลยว่า บทสนทนาของเราจะหยุดชะงักอีกครั้ง

ผมเลยกลับไปคุยเรื่องเดิมต่อ

“กลับไปเรื่องเดิมต่อนะ  คาน่อน, เธอเลเวล 3, ใช่ไหม ? แล้วทำไมเธอถึงทำให้ค่าความรู้ถึงแร๊งค์ B และทำให้ทุกค่าเป็น แร๊ง Dได้ล่ะ D?” (ชิออน)

“อ๋อ! คืออย่างนี้ค่ะ …. ตอนที่เปิดแอพ  『โปรเจคช่วยโลก 』 เป็นครั้งแรก ฉันก็เข้าไปหัวข้อ 【พิเศษ 】 คุณก็มีเหมือนกัน ใช่ไหมคะ ชิออนซัง?” (คาน่อน)

“มันมีให้ตอบคำถามอะไรก็ได้หนึ่งคำตอบ แต่แค่ครั้งเดียวถูกไหม ?” (ชิออน)

“ใช่แล้วล่ะ ถูกแล้ว พอฉันเข้าไปถาม ฉันก็ได้คำตอบกลับมาว่า ยอดเยี่ยมมาก และได้รับ 10 BP มาเป็นโบนัส ” (คาน่อน)

“อ่อ เข้าใจแล้ว” (ชิออน)

นั่นมันไม่ใช่สิทธิพิเศษที่จะได้เฉพาะผมคนเดียวหรอกเหรอเนี่ย ? ทีแรกผมคิดแบบนั้นเพราะตัวเองได้รับเลือกเป็นจอมมารเสียอีก

“แล้วเธอถามคำถามแบบไหนไปล่ะ ?” (ชิออน)

“เอ่อ อืม …ก็นะ …งืออ …” (คาน่อน)

ทีแรกเหมือนเธอลังเลอยู่ แต่ก็ยอมตอบ

“ฉันถามไปว่า   『จำเป็นที่ต้องช่วยโลกนี้จริงๆเหรอ ?』 ค่ะ” (คาน่อน)

สมเหตุสมผล …

คาน่อนนี่ช่างเหมือนแฟรี่ตัวน้อยจริงๆ

ผมต้องไม่ลืมว่า ถึงตอนนี้เธอจะตอบคำถามผมอย่างว่าง่าย แต่ก่อนหน้านี้

เธอเองก็เคยเป็นจอมมารมาก่อน บุคคลที่ถูกจัดว่าเป็นพวก 【โกลาหล 】 จากการทดสอบความถนัด

ถึงเธอจะดูน่ารักและพูดจาแบบนี้ แต่เอาจริงๆแม่นี่ก็อันตรายน่าดูไม่ใช่หรือไงกัน  ?

ผมเริ่มมองแฟรี่ตัวน้อยที่บินไปยิ้มไป อย่างคาน่อน อดีตจอมมารด้วยมุมมองใหม่

จบบทที่ ตอนที่ 31

คัดลอกลิงก์แล้ว