เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่  27

ตอนที่  27

ตอนที่  27  


ตอนที่  27

วันที่ 78 หลังจากผมกลายเป็นจอมมาร

ผมสุดจะเอนจอยชีวิตจอมมารที่แสนจะมีประสิทธิภาพเลยล่ะ

ช่วงที่ผ่านมาชีวิตผมก็มีอยู่ 3 งาน

1. ) กำจัดมนุษย์ที่บุกเข้ามา

ด้วยเหตุผลบางประการ แผนกต้อนรับที่เคยตั้งอยู่หน้าโดเมนผม ก็ย้ายออกไปแล้วแต่ เหล่ามนุษย์ก็ที่เคยเข้าแถวเข้าคิวรอกันก็ไม่ได้หายไปไหน… ดูเหมือนเจ้าพวกนั้นพอได้ลิ้มรสความหวานฉ่ำสักครั้งแล้วก็ไม่อาจลืมรสนั้นได้ลง จึงยังคงบุกเข้าโดเมนผมซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่หยุดหย่อน

2. ) เฝ้าสังเกตการณ์ผู้ร่วมสายเลือดที่ส่งออกไปสำรวจภายนอก

ณ ตอนนี้ ผู้ร่วมสายเลือดของผมก็มีดาร์คเอลฟ์ (♀) โคลอี , โคโบ้ลอัศวิน (♀) ซิลเวอร์ , ก็อบลินนักสู้ (♂) บลู , และไลแคนโทรป (♂) โฮป

ในหมู่ผู้สืบสายเลือด โคอีนั้นมีลูกน้องผู้ติดตามเป็นดาร์คเอลฟ์  (♂)  หนึ่งคน , ซิลเวอร์มีโคโบ้ลนักสู้เป็นผู้ติดตามหนึ่งตัว , บลูมีก็อบลินนักธนูเป็นผู้ติดตามหนึ่งตัว , และโฮปก็มีไลแคนโทรป  (♀) เป็นผู้ติดตามหนึ่งตัวเช่นกัน

ปาร์ตี้ 8 คน ( มอนสเตอร์ทั้ง 8 ) ได้ออกสำรวจ

แต่เดิมชื่อของเจ้าพวกนั้น อย่าง : โคลอี (Chloe) ตั้งแบบนั้นก็เพราะเธอเป็นดาร์คเอลฟ์ ส่วนซิลเวอร์ก็ตั้งตามชื่อสีของอุปกรณ์ (Silver Series) อย่างบลูก็เปลี่ยนไปตามรูปลักษณ์ภายนอกหลังวิวัฒนาการ ส่วน ไลแคนโทรปที่ผมตั้งชื่อว่า โฮปก็เพราะ เอ่อ … ด้วยความหวังว่า เขาจะแข็งแกร่งขึ้นหลังจากวิวัฒนาการแล้วน่ะ

…เรียบง่ายดีใช่ไหมล่ะ ?

ถึงอย่างนั้นก็ตามดาร์คเอลฟ์ไม่สามารถเอาเผ่าอื่นนอกจากเผ่าตัวเองมาเป็นลูกน้องผู้ติดตามได้เกินหนึ่งตัว ในขณะที่โคโบ้ลนั้นสามารถมีลูกน้องเผ่าเดียวกันได้ถึง 5 ตัว และก็อบลินก็ 10 ตัว

ไลแคนโทรปน่ะเหรอ? ก็เหมือนดาร์คเอลฟ์นั่นแหละ … ผมเชื่อสุดใจเลยนะ ว่าเจ้าไลแคนโทรปต้องแปลงร่างกลายเป็นอะไรที่สุดยอดยิ่งใหญ่สักวันนึง !

เหตุผลที่ผมจำกัดจำนวนลูกน้องของผู้ร่วมสายเลือดก็เพื่อความสมดุลของอุปกรณ์

ทีแรกผมก็ใส่จำนวนลูกน้องสูงสุดให้กับผู้ร่วมสายเลือด แถมยังเคยมีผู้ร่วมสายเลือดคู่กับผู้ร่วมสายเลือดอื่นด้วย

แต่อย่างไรก็ดี ทันทีที่พวกนั้นก้าวออกไปจากโดเมนของผม ― นรกที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายคับคั่งก็เฝ้ารออยู่

การที่อยู่ดีๆมีกลุ่มมอนสเตอร์หน้าตาน่าเกลียดโผล่ออกมาจากสถานที่ที่ชื่อว่าเป็น  『ฟาร์ม』 ทำให้ปากทางเข้าด้านนอกของโดเมนผมกลายเป็นสนามรบที่เต็มไปด้วยซากศพอยู่รอบๆ

มนุษย์น่ะร่วมมือกัน สร้างความเสียหายกับผมอย่างหนักด้วยการที่รุมฆ่ามอนสเตอร์อย่างห้าวหาญ

ผลที่ได้ก็คือ ผมสูญเสียผู้ร่วมสายเลือดออร์ค เสียค่าCP ไปเป็นจำนวนมาก รวมถึงลูกน้องอีกเยอะ

ผมสั่งให้ผู้ร่วมสายเลือดอื่นหนีกลับมา แล้วก็จัดลำดับความสำคัญใหม่ให้ลูกน้องอีกครั้งโดยให้ความสำคัญกับลูกน้องที่มีเครื่องสวมใส่ระดับสูงเป็นอันดับแรกๆก่อน

อาจมีการสะดุดบ้างนิดหน่อยตอนเริ่มต้น แต่ตอนนี้ … ผู้ร่วมสายเลือดผมได้รับค่าประสบการณ์จำนวนมากจากการที่ไปบุกโดเมนของจอมมารตนอื่น หรือไม่อย่างนั้นก็แอบดักทำร้ายมนุษย์ที่กำลังเดินเล่นสบายอารมณ์บนท้องถนน

และผมเองก็ยังได้ยืนยันข้อมูลบางอย่างเรื่องผู้ร่วมสายเลือดด้วย

1. ลูกน้องที่กลายเป็นผู้ร่วมสายเลือดของผมจะสามารถพูดภาษาเดียวกันได้นั่นคือ ภาษาญี่ปุ่น

และตราบที่ยังเป็นผู้ร่วมสายเลือดอยู่ ทั้งผมและพวกนั้นก็คุยกันได้รู้เรื่องด้วย

2. ไม่ว่าผู้ร่วมสายเลือดจะอยู่ไกลกันแค่ไหน

ผมสามารถส่งถ่ายเจตนาของตัวเองไปให้ได้ เพียงแต่ที่ขมขื่นหน่อยคือ มันส่งไปได้ทางเดียว โดยพวกนั้นตอบอะไรกลับมาไม่ได้ ตัวอย่างเช่น ถ้าผมออกคำสั่งง่ายๆว่า “สู้ซะ”, “หนี” หรือ “เลี้ยวขวาตรงถนนเส้นนั้น ” พอสั่งการไม่แล้วอีกฝ่ายจะไม่ตอบอะไรกลับมา ผมได้แต่เฝ้ารอดูผลลัพธ์จากคำแนะนำผ่านสมาร์ทโฟนเท่านั้น

และงานประจำวันอย่างสุดท้ายของผมคือ การออกกำลังกาย

หลังจากลองแกว่งอาวุธหลายๆอย่างด้านในส่วนลึกสุดของโดเมน ผมก็ทำจากจำลองการต่อสู้กับลูกน้องตัวเอง

อ่า จะว่าไปการออกกำลังเนี่ย มันก็ดีนี่นะ ?

ตอนที่ผมยังเป็นมนุษย์อยู่นั้น ผมเป็นมนุษย์ติดบ้าน เลยไม่เข้าใจความรู้สึกนึกคิดของคนที่ชอบออกไปวิ่งเล่นนอกบ้านในช่วงแดดจ้าหรือไปไต่ปีนเขาในช่วงวันที่หิมะตกราวกับจะไม่มีวันพรุ่งนี้แล้วอีกอย่างนั้นแหละ

สิ่งที่ผมโปรดปรานก็คือ การงอกรากฝังตัวเองอยู่ในห้องส่วนตัวพร้อมกับเครื่องปรับอากาศสุดสบ้ายสบาย

แต่พอมาเป็นตอนนี้ก็ … จะหาวิธีอธิบายยังไงดีล่ะ ? เหมือนกับว่า การออกกำลังกายเป็นหัวข้อที่ผมเกิดความรู้สึกสนุกเพลิดเพลินในการเรียนรู้เลยล่ะ

ตอนนี้ ระบบประสาทรับรู้ ระบบประสาทอัตโนมัติ และกำลังร่างกายของผมเพิ่มขึ้นเนื่องจากการเป็นจอมมาร ทำเอาผมสนุกกับการออกกำลังกาย

แถมการได้เปลี่ยนลูกน้องที่ผมใช้ 『ดูดกลืน 』 ใส่ เพื่อให้ได้ ความชำนาญอาวุธต่างๆอย่างดาบหรือหอก แล้วเนี่ยก็ยิ่งสนุกล่ะ

แถมพอผมเปลี่ยนเป้าหมาย  『ดูดกลืน 』 แล้วเสียอบิลิตี้พิเศษไปแล้ว แต่ผมยังคงจดจำความรู้สึก เคยมือในการใช้อาวุธบางอย่างได้อยู่ด้วย

กลายเป็นว่า ตอนนี้ผมได้เดบิวเป็นมือสมัครเล่นของนักออกกำลังกายในร่มแล้ว

แถมการที่ได้หยิบจับใช้งานอาวุธต่างๆพัฒนาขึ้นพร้อมกับร่างกาย มันเป็นอะไรที่สุดยอดมาก

อ้อ เมื่อสายวันที่แล้วผมได้มีประสบการณ์สู้กับมนุษย์เป็นครั้งแรกด้วยอีกฝ่ายนั้นเลเวล 1

มีมนุษย์คนหนึ่งที่เข้ามาเพื่อหาประสบการณ์ด้วยการสู้กับสไลม์และหนู และนั่นก็เป็นการต่อสู้ครั้งแรกของผม ผมออกจะประหม่าตื่นเต้นจนจบนั่นแหละ

ผลที่ได้คือ ชัยชนะที่ขาดลอย ผมไม่ได้รู้สึกแย่แม้แต่น้อยหลังจากที่ได้ฆ่ามนุษย์ที่กำลังหวาดกลัวคนนั้น

แล้วผมก็วนทำการฝึกฝนการต่อสู้ การสู้จริง สั่งสมประสบการณ์ ไม่ใช่แค่พึ่งค่าสเตตัสอย่างเดียว

โอ้ !? ตอนนี้ผมสะสมได้ถึง  300 CP แล้ว

ผมยิ้มหึๆตอนที่เห็นค่า  CP บนจอสมาร์ทโฟน

ตอนนี้ผมมีวิธีในการใช้CPนับไม่ถ้วน พอมันมาถึงค่าสูงสุด

“เอ๋ ผมควรจะสร้างลูกน้องดี…เพิ่มผู้ร่วมสายเลือดดี …หรือควรที่จะแปรธาตุดีนะ… เธอคิดยังไง ?” (ชิออน)

ผมถามดาร์คเอลฟ์ที่ยืนอยู่ข้างๆผม และผมก็ได้ใช้『ดูดกลืน 』 กลับดาร์คเอลฟ์ไปในครั้งล่าสุดแล้วด้วย

ว่าง่ายๆ ตราบใดที่ยังเป็นดาร์คเอลฟ์อยู่ผม พูดคุยได้หมดแหละ

“นายท่าน , ท่านควรทำตามใจปรารถนา …”

ดาร์คเอลฟ์นั้นค้อมโค้งหัวให้อย่างเคารพ

นี่ก็แปลว่า  … ถึงผมจะสามารถพูดคุยกับลูกน้องได้ แต่ก็ไม่ถือว่า เป็นบทสนทนาปกติอยู่ดี

ว่าง่ายๆ เจ้าพวกนี้กลายเป็นพวกใช่ครับพี่ ดีครับผม เหมาะสมครับท่าน ในทุกคำพูดที่ผมพูดออกมา

พวกนี้ไม่เคยพูดความปรารถนาต้องการของตัวเองเลย (ไม่ว่าจะเป็นเผ่าไหน พวกไหนก็ตาม)

ถึงเทียบกับตอนแรกที่ผมไม่เข้าใจคำพูดภาษาของโคโบ้ลและก็อบลินแล้ว จะนับว่าก้าวหน้าก็เถอะนะ แต่มันยังไม่น่าพอใจสักเท่าไหร่อยู่ดี

พอผมไล่ต้อนด้วยการพูดว่า

“นายของเจ้าอยากที่จะรู้ความปรารถของเจ้า ” เจ้าพวกนั้นก็จะพ่นคำที่สาธยายถึงความต้อยต่ำที่พวกเขามี ไม่ได้ดีขึ้นเล้ย

เฮ่อ ชีวีมันก็เป็นเช่นนี้แล (C’est la vie)

ครุ่นคิดกับตัวเองสักพัก … เอ หรือผมควรจะหาอะไรอย่างอื่นทำดี

ผมกดสมาร์โฟนแล้วเลือกแถบ 【แปรธาตุ 】

ผมแปรธาตุอาวุธที่หรูหราสักหน่อยขึ้นมาใช้เอง

ถึงจะมีCPไม่มากพอสำหรับอาวุธแร๊ง B ชั้นเลิศที่สุดก็เถอะ ผมแปรธาตุ  『หอกมิทธิล 』  『Mithril Spear』 ที่ใช้300 CP

ผมลองทั้งโล่ ดาบ หอก ขวานและธนู แต่หอกเนี่ยใช้ง่ายที่สุดสำหรับผมแล้ว

ในสถานะที่ผมมีอลิบิตี้พิเศษ ชำนาญ ○○○(F)  จะใช้อะไรมันก็ไม่ต่างกันนักหรอก แต่หลังจากเสีย ความชำนาญอาวุธไปแล้ว สำหรับหอกเนี่ย ผมสามารถใช้การโจมตีอย่างง่ายด้วยการแทงทะลวง โดยมีระยะการโจมตีที่ไกลได้อยู่  และยังเป็นอาวุธที่ใช้ง่ายอีกด้วย

ผมจับ 『หอกมิทธิล 』 ที่ปลายหอกเปล่งประกายแสงสีฟ้า ที่ชวนให้รู้สึกพิศวง เนื่องจากมันเบากว่ารูปร่างที่เห็น

ผมฟาดลงติดกันสองครั้ง แล้วกวาดไปด้านข้างครั้งหนึ่ง และสุดท้าย ก็แทงดึงติดกันสามครั้งเพื่อเช็คประสาทสัมผัสความคุ้นชิน

ดูเหมือนจะใกล้ได้เวลาที่ผมจะไปเดบิวเปิดตัวชั้นสองแล้วสินะ?

การเดบิวเปิดตัวชั้นสองที่ว่า ผมหมายถึง การลองสู้กับมนุษย์ผู้มีความสามารถที่จะบุกเข้ามาที่ชั้นสองได้

พอผมเปิดสมาร์ทโฟนตัวเองดูก็เห็นมนุษย์ 12 คนที่บุกเข้ามาเมื่อ 2 ชั่วโมงที่แล้วกำลังอยู่ท่ามกลางฝูงกูล

ระดับความแข็งแกร่งเจ้าพวกนั้น คือ เลเวล 3 สินะ ? แบบนี้ก็เหมาะเจาะลงตัวพอดี

ผมพาลูกน้องไปด้วย ไปยังพื้นที่ที่มนุษย์กำลังสู้กับกูลอย่างลำบากอยู่

จบบทที่ ตอนที่  27

คัดลอกลิงก์แล้ว