เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 3

ตอนที่ 3

ตอนที่ 3


ตอนที่ 3

ที่นี่มันที่ไหนกันน่ะ ?

ผมได้สติมาแล้ว แต่เหมือนมีแค่ความมืดอยู่ตรงหน้าผม

มีอะไรบางอย่างห่อหุ้มทั่วร่างผมไว้ …เหมือนกับกำลังพยุงลอยอยู่ …

นี่ใช่การซาวน่าในห้องมืดหรือเปล่านะ ? ไม่สิไม่สิ มันไม่ใช่แบบนั้นเลย

ผมไม่มีประสบการณ์กับเดินอยู่ในห้วงอวกาศหรือโดนมัดมือมัดเท้ามาก่อน แถมยังโดนโยนเข้ามาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ด้วย ผมเลยประเมินอะไรไม่ถูกเลยจริงๆ

『 สวัสดีจ้า ! ทู้กคน! สายัณฑ์สวัสดิ์น้า  , 【โกลาหล】 ทั้งหลาย !』

ผมได้ยินเสียงเด็กสาวส่งเสียงร้องตื่นเต้นดีใจ

『ฉันแน่ใจอะนะ ว่าพวกเธอคงมีคำถามมากมายก่ายกองเลยล่ะ แต่ขอให้รอก่อนสัก 10 ชั่วโมง โอเคร้  !?

ถ้างั้น เจอกันนน~ 』

แล้วอยู่ๆเสียงของเด็กสาวคนนั้นก็เงียบไปทันที

หลังจากนั้นผมก็ได้ยินเสียงของเธอทุกชั่วโมง

“รอรายละเอียดอีกใน 9 ชั่วโมงน้า !”

“รออีก 8 ชั่วโมงเอง !”

เนื้อหาที่พูดไม่เปลี่ยน มีแค่จำนวนนับชั่วโมงทีลดลง

ถึงจะพูดแบบนั้นผมก็ซาบซึ้งใจเลยนะที่มีเสียงพูดเข้ามาในสถานการณ์แบบนี้

ในตอนที่ผมมีสติอยู่แต่ขยับร่างกายไม่ได้ และมองไม่เห็นอะไรเลย

การได้รับประสบการณ์แบบนั้นคือ หนึ่งนาทีเหมือนหนึ่งชั่วโมง หนึ่งชั่วโมงเหมือนหนึ่งวัน จนผมใกล้จะสติแตกแล้ว

ผมค่อนข้างแน่ใจเลยว่าตัวเองต้องบ้าไปแน่ๆหากเฝ้ารอเปล่าๆโดยไม่มีอะไรเข้ามาเลย

และในที่สุด ผมก็ได้ยินเสียงที่พูดว่า “รออีกหนึ่งชั่วโมง !”

อีกหนึ่งชั่วโมงในที่สุด ผมจะเป็นอิสระจากสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นกรงขังจิตวิญญาณเสียที

『ทำให้รอซะนานเลยแฮะ ~! อ้ะโอ๋ ? เหมือนจะมีคนสติแตกไปซะแล้ว ไม่เป็นไร๊ไม่เป็นไร!』

ถ้อยคำที่เด็กสาวพูดออกมาผิดไปจากปรกติ ถึงน้ำเสียงจะยังตื่นเต้นอยู่แต่ถ้อยคำที่พูดออกมามันออกจะน่ารังเกียจ

『ทุกคนจาก 【โกลาหล 】  , ฉันจะให้พวกเจ้าช่วยในการรังสรรค์โลกใหม่ใบนี้นะ !

พวกเจ้าน่ะเป็นกลุ่มบุคคลที่ชื่นชอบในเสรีภาพและความโกลาหลอลหม่านใช่ไหมล่ะ ดังนั้นก็น่าจะยืดหยุ่นให้ในเรื่องนี้ด้วยถูกไหมมม !?』

รักชอบในเสรีภาพน่ะเป็นสิ่งที่ผมเข้าใจได้

ไม่วาจะเป็นใครก็ย่อมต้องชอบอิสระเสรีมากกว่าการถูกล่ามโซ่อยู่แล้วนี่ แต่เอ , รักในความโกลาหลอลหม่านนี่ ? มันอะไรกันน่ะ ?

แต่เดิมคำว่า อลหม่าน เนี่ย ไม่ได้ใช้ในชีวิตประจำวันสักเท่าไหร่เลย ผมเลยไม่เข้าใจคำนั้นนัก

『อ้ะ อ๋าาาาาา!? ฟังที่ฉันพูดก่อนนนนนนน !!

คุฮุฮุ … ก็เป็นธรรมดาอยู่แล้วน่ะนะสำหรับพวกนายที่เป็น 【โกลาหล】 จะกลายเป็นแบบนี้ในสภาพที่ชอบเสรีและวามวุ่นวาย 』

น้ำเสียงของเด็กสาวถูกความบ้าคลั่งปนเปื้อน

『โอเคร ! เข้าใจแล้ว ! ฉันเข้าใจแล้ว !

ทีแรกฉันวางแผนว่าจะอธิบายมันตอนท้ายๆ แต่ … ฉันจะอธิบายถึงเหตุผลและปรากฏการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับพวกนายทุกคนก่อนเลย 』

ถึงผมจะไม่อาจมองเห็นหรือสัมมผัสได้ แต่ดูเหมือน คนจากกลุ่ม  【โกลาหล 】 , ที่อยู่รอบๆผมกำลังระดมยิงคำถามใส่เด็กสาว อยู่

จากที่เดาจากคำพูดของเธอน่ะนะ

『ก่อนอื่นเลยนะ , ปรากฏการณ์ที่เจออยู่นี้มันคือ — 【โปรเจกช่วยโลก 】 ยังไงล่ะ ! หา ? ปิดบังมากเกินไปเหรอ ? ก็หัดรอก่อนที่ฉันจะพูดจบสิเออ~!』

น้ำเสียงของเด็กสาวเริ่มมีความโกรธเคืองปนแล้ว

อื้ม  พวกนายก็น่าจะรู้นี่หน่า ว่าโลกของพวกนายน่ะกำลังจะล่มสลาย หรือพูดให้ชัดๆก็จะพังทลายภายใน20ปีแหละ !』

เอ๊ะ อ้าว? ไม่ใช่หนึ่งร้อยปีเหรอ ? 20 ปีเอง ? ตอนนั้นผมก็คงอายุ  38 ปีพอดี …

『เอ้ะ? พวกนายกำลังจะลำบากเหรอ ? ช่าย  , มันก็ช่าย , ฉันก็ลำบากเหมือนกันน้ะ !

ดังนั้นแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงการล่มสลาย ก็เลยได้เวลาของ  【โปรเจกกอบกู้โลก 】 !

พูดให้ชัดๆนะ โลกปัจจุบันนี้ มนุษย์อย่างพวกนายน่ะมันไร้ประโยชน์สิ้นดีเลย !

พระเจ้าเจ้าขา , ไม่มีอะไรดีเลยสักอย่างเดียว ! อัตราการเกิดที่ลดลงต่ำควบคู่ไปกับประชากรผู้สูงวัย ?

ปั้มเด็กเพิ่มกันสิ ! มลภาวะอย่างนั้นเหรอ ? ใช้สมองห่วยๆของพวกแกมั่ง ! หมดแรงจูงใจอย่างนั้นเรอะ ? เฮ่อออ ? นี่พวกนายมีชีวิตอยู่กันไปเพื่ออะไรเนี่ยยย ?』

เสียงเกรี้ยวกราดของเด็กหญิงดังขึ้น

『อันที่จริงแล้วฉันน่ะนะ วางแผนจะซุ่มเฝ้าดูความล่มสลายฉิบหายอยู่เงียบๆแหละ แต่…ก็ต้องอดใจไว้อะนะ

เจ้าพวกนั้นกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ก็พบกับความเจ็บปากมากมายเลย ล่ะเนาะ ?

ฉันจึงตัดสินใจที่จะช่วยพวกนายสักครั้งหนึ่งยังไงล่ะ !

แล้วพวกนายรู้ป่ะ ว่าช่วงเวลาไหนที่มนุษย์ทำได้ดีที่สุด ?』

เวลาไหนที่พวกเราทำได้ดีที่สุดอย่างนั้นเหรอ ?

ผมย้อนระลึกนึกกลับไปถึงชีวิตตัวเอง

— ใช้ตอนที่ตั้งใจอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้ามหา’ลัยรึเปล่านะ ?

『หมดเวลา ! ในหมู่พวกนายน่ะมีเจ้า โง่เยอะแยะไปหมด ! สัดส่วนคนที่ตอบถูกน่ะน้อยกว่า 23%!

ความรักอะเหรอ ? ไม่มีทางล่ะ !

นายน่ะไม่เคยมีแฟนสาวเลยสักคนในชีวิตเลยถูกไหม ?!

สอบเข้างั้นเหรอ ?

นายก็แค่เลือกมหาวิทยาลัยที่เหมาะสมกับความสามารถนายนี่ ใช่ป่ะล่ะ !?

ทำงานงั้นเหรอ?

นายก็แค่ถอดสมองทำตามคำสั่งหัวหน้าเฉยๆเองนี่ ถูกไหม!?』

ถ้อยคำที่ฟังแล้วขมขื่นของเด็กสาวออกมาต่อเนื่อง

『อุ้ปส์, ขอโทษน้าาา ,

ฉันดันไปพูดนอกเรื่องเสียได้ แต่มันก็น่ารำคาญจริงนี่นา  เอาเถอะ ฉันจะเฉลยคำตอบที่ถูกให้ฟัง !

ช่วงเวลาที่พวกมนุษย์อย่างพวกนายทำได้ยอดเยี่ยมที่สุดก็คือ — ในช่วงที่เกิดความขัดแย้ง』

ความขัดแย้งเนี่ยนะ?

『ยามที่เจ้าพวกมนุษย์ปลดปล่อยมันออกมา — การวิวัฒนาการเร่งขึ้นสูงสุดในช่วงพวกนายต่อสู้กับอะไรสักอย่าง

ถูกต้องงงงง! มันคือเวลาที่พวกนายออกสู่สงครามยังไงล่ะ !』

ผมเคยได้ยินมาว่า เทคโนโลยีก้าวกระโดดขึ้นมาในช่วงสงคราม

『ส่วนที่รองลงมาก็เรื่อง หื่นกามล่ะมั้งนะ?

เจ้าพวกมนุษย์อย่างพวกนายนี่มัน อ้ายโรคจิต จนเกินเยียวยาจริงๆเล้ยยยย

เฮ่อออ ฉันนอกเรื่องอีกละ

เอาล่ะ ดังนั้นฉันจะให้พวกมนุษย์อย่างพวกนายได้วิวัฒนาการเพื่อช่วยโลกใบนี้ !

ต้องพูดว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของพวกนายน่ะมันไวไปหน่อยในความคิดฉันอะนะ ? แถมยังไปผิดทิศผิดทางอีกด้วย

หากถามฉันว่า มันผิดตรงไหน ก็อาวุธนิวเคลียร์ยังไงล่ะ !

นั่นอะเลวร้ายที่สุดเลย !

ปกติแล้วก็ไม่เป็นไรหรอก ถ้าฉันจะให้พวกนายก่อสงครามกัน

แต่ถ้าหากเป็นในสังคมของพวกนายนะ ไม่สิไม่สิ ในจักรวาลพวกนายน่ะมีหวังโดนบึ้มทำลายในชั่วพริบตาเลยล่ะ 』

เสียงของเด็กสาวเต็มไปด้วยความโมโห

『หากทิ้งให้มันยังเป็นอยู่อย่างนี้ต่อไป สังคมพวกนายก็จะค่อยๆล่มสลายอย่างช้าๆ ขณะที่พวกนายยังชะงักชะงันอยู่แบบนี้

ขณะเดียวกัน หากพวกนายก่อสงครามขึ้นมา ก็จะเกิดการฆ่าล้างทั่วทั้งโลกขึ้นมาในทันทีโดยไม่ต้องรอด้วยซ้ำ 』

เด็กสาวประกาศข้อสรุปทั้งสองอย่างออกมาที่สรุปได้สั้นๆง่ายๆได้ว่า แบ้ด เอนด์

『ฉะ นั้น แล้ว ! สิ่งที่จะแก้ไขปัญหาปัจจุบันได้น้านก็คือออออ  —   【โปรเจคกอบกู้โลก 】ยังไงล่ะ 』

ผมว่า ผมก็ถามไปแล้วไม่ใช่เหรอว่า เจ้า 【โปรเจคกอบกู้โลก 】 คืออะไร?

『ฉันจะอธิบายล้า !

【โปรเจคกอบกู้โลก 】ก็คือ โปรเจคที่จะแบ่งมนุษย์ออกเป็น พวก【กฏ】 ( 【Law】) , พวก 【เป็นกลาง】 (【Neutral】) และ 【โกลาหล】, (【Chaos】)

แล้วให้แต่ละฝ่ายเข้าสู้กัน !

ถ้าพูดให้ลงรายละเอียดไปเลย ฝ่ายที่สู้กันจริงๆก็คือ ฝ่าย 【กฏ】 กับฝ่าย  【โกลาหล】 ส่วนฝ่าย 【เป็นกลาง】 คือมนุษย์ที่ไม่สนใจโอกาสอันล้ำค่าที่ฉันเสนอให้  เจ้าพวกปล่อยโอกาสผ่านไปโง่เสียจนเกินเยียวยานั่นเอง 』

—? นี่แม่นี่กำลังพูดอะไรอยู่น่ะ ? ให้เข้าสู่กันอย่างนั้นเหรอ ?

ตัวผมในตอนนี้คือ  【โกลาหล 】

สรุปสั้นๆคือ เธอกำลังบอกให้ผมไปสู้กับพวก มนุษย์ฝ่าย 【กฏ 】  โดยให้เริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้งั้นเหรอ?

ทำไปเพื่ออะไรกันน่ะ ? เพื่อช่วยโลกใบนี้งั้นเหรอ ? ห้ะ ? คลุมเครือไม่ชัดเจนอะไรขนาดนั้นเนี่ย ?

『ถูกต้องแล้วจ้า ! ฉันน่ะวางแผนงานไว้ดีนะ ! พวกนายก็แค่ฆ่าเฉพาะเจ้าพวกมนุษย์ฝ่าย 【กฏ】 ที่บุกเข้ามาโจมตีนายก็แค่นั้น !』

เห้ะ ? อะไรนะ? เราจะถูกโจมตีเหรอ? แถมยังต้องฆ่ามนุษย์ฝ่าย 【กฏ】 จริงๆเรอะ? พร้อมกันกับมนุษย์ฝ่าย 【โกลาหล】 ทั้งที่ผมไม่เคยรู้จักหน้ากันมาเก่อนเนี่ยนะ ?

『อะ ท่ดๆ โทษที  เจ้าสมาชิก 【โกลาหล】 คนอื่นน่ะมันก็ไม่ใช่เพื่อนพ้อง พันธมิตรของนายเหมือนกัน มนุษย์ฝ่าย【โกลาหล】ทุกคนต่างก็ต้องต่อสู้กันเองเช่นกัน , โอเคไหม ?』

อะไรมันจะซับซ้อนเบอร์นั้น ผมจะถูกโจมตีจากมนุษย์ฝ่าย【กฏ】และผมเองก็ไม่มีพันธมิตรด้วยอีกต่างหาก ?

『โอโห ดูเหมือนจะมีคำถามมากมายเลยล่ะ … หืมม , ฉันล่ะสงสัยจริงๆเลยน้า, ว่าควรตอบคำถามไหนก่อนดี …?นึกออกแล้ว!

ก่อนอื่นเลย พวกมีคุณสมบัติ【โกลาหล】อย่างพวกนายเนี่ยนะ เสียเปรียบกว่า

ดังนั้นแล้วถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปคงโดนยำเละข้างเดียวแหงๆ ซ฿งมันไม่ดีต่อวิวัฒนาการของมนุษยชาติเลย

ดังนั้นก็ต้องมีการให้แต้มต่อสักหน่อย  ฉันจะอธิบายรายละเอียดของ   【โปรเจคกอบกู้โลก 】 ให้พวกนายฟังก่อนเลย

และฉันจะมอบอบิลิตี้สุดทรงพลังที่แข็งแกร่งว่าเจ้ามนุษย์【กฏ】 อยู่เล็กน้อย 』

อยู่ๆเด็กสาวก็เปลี่ยนเรื่องไป เหมือนเธอโดนกดดันจากมากมายที่ถาโถม

จากกลุ่มชาว 【โกลาหล】 สินะ?

『อ๊าาาาาา !?

มาถงพวกนายก็เริ่มจากการเสริมแกร่งให้โดเมนของพวกนายสิ ! ตั้งรับน่ะ !

หลังจากนั้นก็แย่งโดเมนชาวบ้านมา ด้วยการใช้เผ่าพันธุ์ของนายไง !  ดู ยู อันเด้อ สแต๋น? (DO YOU UNDERSTAND?) 』

ดู ยู อันเดอร์ สแต๋น อย่างนั้นเหรอ ? เข้าใจก็บ้าโล้ววววว !

ก็อย่างที่บอกไปนั่นแหละ เหล่ามนุษย์ 【โกลาหล 】

ทั้งหลาย ที่ผมไม่อาจรับรู้การมีอยู่ของพวกเขา ก็ค่อยๆทยอยถามคำถามทีละคำถามกับเด็กสาวคนนั้น จนกระทั่งรายละเอียดเรื่อง 【โปรเจคกอบกู้โลก 】 เริ่มค่อยๆชัดเจนขึ้นมา

หลังจากเข้าช่วงถามตอบ สลับกันไปมา กินเวลาหลายชั่วโมงแล้ว

ถึงอย่างไรเด็กสาวคนนั้นก็ไม่ได้เปิดเผยชื่อของเธออยู่ดี ผมเลยตัดสินใจเรียกเธอว่า ผู้วางแผน

แล้วสิ่งที่ผมเข้าใจเกี่ยวกับ  【โปรเจคกอบกู้โลก 】 มีดังนี้—

① มนุษย์บนโลกใบนี้เป็นคุณสมบัติสามหมวดคือ  : 【กฏ】, 【โกลาหล】 และ 【เป็นกลาง 】

② 【กฏ】 และ 【โกลาหล】 จะเข้าสู้กัน โลกจะปลอดภัยด้วยการทำให้มนุษยชาติมีวิวัฒนาการ หากให้พูดกันตามตรงนะ ตรงส่วนนี้ก็ไม่ชัดเจนอยู่ดี

③ มนุษย์ฝ่าย 【โกลาหล 】 จะได้เป็นเจ้าของโดเมน  มนุษย์ฝ่าย 【กฏ 】 จะเป็นฝ่ายบุกเข้าโดเมน

หาก 【คอร์จริง】 ซึ่งตั้งอยู่ในด้านในสุดของพื้นที่โดเมนถูกขโมยไปโดย มนุษย์ฝ่าย【กฏ】   โดนเมนนั้นจะถูกปลดปล่อย แต่หากโดนขโมยโดย  【โกลาหล】ด้วยกัน โดเมนจะถูกชิงไป

พอลองจินตนาการถึงรายละเอียดที่ ผู้วางแผนอธิบายแล้วมนุษย์ฝ่าย 【โกลาหล 】 น่ะเป็นมนุษย์ที่คล้ายกับพวกจอมมารหรือพวกนักสร้างดันเจี้ยน ส่วนมนุษย์ฝ่าย【กฏ 】 ก็เป็นเหมือนผู้กล้า

④ หากทุกโดเมนถูกปลดปล่อยหรือถูก มนุษย์ฝ่าย【โกลาหล 】 ยึดครบหมด

【โปรเจคกอบกู้โลก 】จะสิ้นสุดลง

และมีเสริมด้วยว่า —

① องค์ประกอบที่สำคัญที่แถมให้ คือ มนุษย์ฝ่าย 【โกลาหล 】 นั้นจะสูญเสียความทรงจำทั้งหมดก่อนที่จะกลายเป็น 【โกลาหล 】 อีกทั้งมนุษย์ฝ่าย 【กฏ】และ【เป็ฯกลาง】 จะสูญเสียความทรงจำบางส่วนของบุคคลที่กลายเป็น 【โกลาหล】ไป

หากพูดง่ายๆก็คือ มนุษย์ฝ่าย 【โกลาหล 】 นั้นถูกลบตัวตนทิ้งไป

ตามที่ผู้วางแผนพูดนั่นแหละว่า — 『นี่จะทำให้ทั้งสองฝ่ายสู้กันได้อย่างเต็มที่โดยไม่ลังเล เลยใช่ไหมล่ะ ?』

② มนุษย์ที่มีคุณสมบัติแบบ  【โกลาหล】 ถือเป็นส่วนน้อย ลงรายละเอียดก็คือ เป็นจำนวนประชากร  0.02% ของมนุษย์ทั้งหมด

มันน้อยเสียจนไม่อาจจะเรียกว่า เป็นพวกส่วนน้อยได้เลยล่ะ แต่ถึงอย่างนั้น ประชากรรวมทั้งหมดของโลกตอนนี้ก็อยู่ที่ประมาณ 5 พันล้านคน

หากคำนวนง่ายๆจำนวน มนุษย์ฝ่าย  【โกลาหล 】 มีประมาณหนึ่งล้าน

③ หากมนุษย์ฝ่าย  【กฏ】 และ  【เป็นกลาง 】 ไม่ทำการปลดปล่อยโดเมน พวกนั้นจะตายไปเพราะขาดอาหาร และนั่นก็จะทำให้พวกนั้นดิ้นรนสู้สุดใจ

④ มนุษย์ฝ่าย  【กฏ】 จะได้รับข้อมูลรายละเอียดเรื่อง 【โปรเจคกอบกู้โลก 】 หนึ่งเดือนต่อมา ก่อนจะถึงเวลานั้นจะไม่มีมนุษย์คนใดสามารถบุกโดเมนของผู้อื่นได้

รายละเอียดนั้นก็ยังไม่ค่อยเข้าใจความหมายนัก —

ตอนผมฟังคำอธิบาย มีแต่องค์ประกอบต่างๆที่ผมฟังแล้วไม่เข้าใจทั้งนั้น

② คำแนะนำเรื่องหลักการพื้นฐานในการทำลายโลกใบนี้ ผมได้รู้เรื่องราวหลายอย่างที่ไม่เคยรู้มาก่อน แต่ถ้าให้พูดคร่าวๆก็เป็นพื้นฐานอย่าง เวทย์มนตร์ และอบิลิตี้พิเศษที่ใช้งานได้

โดยคุณจะเติบโตจากการกำจัดศัตรู  คุณลักษณะที่เหมือนกันฝ่าย【โกลาหล 】 และ 【กฏ 】 แต่จะมีแค่เพียงฝ่าย 【โกลาหล】 ที่จะเติบโตขึ้นได้ผ่านการที่ลูกน้องทำการฆ่าศัตรู

แล้วฝ่าย 【เป็นกลาง 】น่ะหรือ? ตามที่ผู้วางแผนพูดไว้ก็คือ  —『ฉันไม่สนใจเจ้ามนุษย์ที่ไม่ฟังคำพูดของฉัน』

③ อาวุธสมัยใหม่ไม่มีเกิดผลใดกับ ฝ่าย  【อลหม่าน 】 รวมถึงลูกน้องของพวกเขาด้วย

และสิ่งสำคัญอย่างสุดท้าย —

『ฉันได้ปรับปรุงหลักการในการทำลายโลกใบนี้ให้แล้วนะ ดังนั้นพวกนายทุกคนสามารถควบคุมด้วยตัวเองได้เลย !

เอาล่ะ ว่ากันง่ายๆก็คือ ฉันติดตั้งโปรแกรมสุดพิเศษไว้กับสมาร์ทโฟนพวกนาย ,ลองเช็คดูสิ 』

พอผมดึงสมาร์ทโฟนตัวเองออกมาก็พบว่า เห็นพื้นที่ว่างแปลกๆ

แล้วก็เป็นคำพูดส่งท้ายของ ผู้วางแผน :

『ถ้าอย่างนั้น ฉันจะบังคับให้พวกนายทำการวิวัฒนาการละกัน ! ไม่มีสิทธิ์โหวตขอคัดค้านน้ะจ๊ะ เอาล่ะ พยายามให้ดีที่สุดเพื่อช่วยโลกใบนี้ล่า~ ไฟ้ท์โตะ!』

พอเสียงของเด็กสาวที่เป็นกันเองหมดลง — สติสตางค์ของผมก็จมดิ่งสู้ความว่างเปล่า

---------------------------------------------

(TTL : คำอธิบายเรื่อง คำสำคัญสามคำ คือ 【กฏ】,【โกลาหล】 และ 【เป็นกลาง】

มาจากเบสไอเดียของ 9 Alignment(การจำแนกลักษณะคุณสมบัติทั้ง9รูปแบบ จากเกมD&D) เกิดจากการนำคุณลักษณะ 3x3 อย่างมาเรียงตารางไว้

ประกอบด้วย Lawful , Chaotic และ Neutral

ส่วนอีกหลักก็จะเป็น Good, Bad และ True

Lawful จะเป็นพวกสายยึดกฏกติกา ความถูกต้อง, Chaotic ไม่สนกติกา แหวกขนบ ,ส่วนNeutral เป็นพวกที่ไม่ตัดสินใจ

ผลก็เลยเป็นอย่างที่ เด็กสาว ผู้วางแผน(Mastermind)ปล่อยไว้ไม่สนใจนั่นเอง )

จบบทที่ ตอนที่ 3

คัดลอกลิงก์แล้ว