เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 สี่ไม่ สองตรง?

บทที่ 26 สี่ไม่ สองตรง?

บทที่ 26 สี่ไม่ สองตรง?


บทที่ 26 สี่ไม่ สองตรง?

หลังจากสองตายายและชาวบ้านกล่าวอำลากันด้วยความอาลัยอาวรณ์ รถบัสก็สตาร์ทเครื่องและมุ่งหน้าสู่บ้านพักคนชรา

ระหว่างทาง จู่ๆ โทรศัพท์ของเฉินเหยียนก็ดังขึ้น เป็นสายเรียกเข้าจากรองผู้อำนวยการหลี่

เกิดเรื่องอะไรขึ้นที่ศูนย์หรือเปล่า? เฉินเหยียนรีบรับสายทันที

โชคดีที่น้ำเสียงของหลี่ถงหัวยังคงดูใจเย็น เฉินเหยียนจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก

"ผู้อำนวยการคะ จู่ๆ ก็มีผู้นำระดับเมืองมาเยี่ยมชมบ้านพักคนชราของเราเมื่อกี้นี้เองค่ะ"

"มันกะทันหันมากเลยค่ะ เราไม่ได้รับแจ้งล่วงหน้า และก็ไม่ทราบจุดประสงค์การมาเยือนของพวกเขาด้วยค่ะ"

เฉินเหยียนเต็มไปด้วยคำถามในหัว นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย? หรือว่านี่จะเป็นการลงพื้นที่ตรวจสอบแบบ 'สี่ไม่ สองตรง' ในตำนาน?

(หมายเหตุผู้แปล: 'สี่ไม่ สองตรง' คือรูปแบบการตรวจสอบของรัฐบาลจีน ได้แก่ 1. ไม่แจ้งล่วงหน้า 2. ไม่ฟังการรายงาน 3. ไม่ให้ผู้ถูกตรวจสอบติดตาม 4. ไม่ต้อนรับขับสู้ และ 1. ตรงไปยังระดับรากหญ้า 2. ตรงไปยังหน้างาน)

อยู่ไปนานๆ เดี๋ยวก็เจอทุกรูปแบบเองแหละ! เฉินเหยียนก้มหน้าลง ครุ่นคิดว่าทำไมผู้นำเหล่านี้ถึงมาที่นี่

หลังจากคิดอยู่พักใหญ่ก็ยังไม่ได้เบาะแสอะไร เขาจึงทำได้เพียงสั่งการหลี่ถงหัวไปก่อน

"ถ้าผู้นำอยากจะเดินชม ก็ปล่อยเขาไป ทางศูนย์เราต้องให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่"

"ยกเว้นพื้นที่ก่อสร้าง พวกเขาจะไปเดินดูตรงไหนก็ได้ตามสบายเลย"

"ยังไงซะ ที่ศูนย์เราก็ไม่มีเรื่องน่าอับอายอะไรให้ต้องปิดบังอยู่แล้ว!"

หลังจากวางสาย เฉินเหยียนก็ขมวดคิ้วด้วยความครุ่นคิด ไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้จะส่งผลดีหรือผลเสียต่อบ้านพักคนชรากันแน่

พี่รองจูเหลือบมองเฉินเหยียนผ่านกระจกมองหลัง เขาได้ยินทุกคำที่เฉินเหยียนพูด

อาจจะมีเรื่องเกิดขึ้นที่ศูนย์ เขาจึงเตรียมจะเหยียบคันเร่งมิดไมล์

แต่แล้วเขาก็เหลือบไปเห็นสองตายายและเจียงหลิว เขาจึงทำเพียงแค่แตะคันเร่งเบาๆ เพิ่มความเร็วขึ้นมานิดหน่อย... หลังจากกลับมาถึงศูนย์ เฉินเหยียนก็พบรถยนต์ประจำตำแหน่งจำนวนมากจอดเรียงรายอยู่ในลานจอดรถ เขาจึงสั่งให้พี่รองจูพาสองตายายไปจัดการเรื่องขั้นตอนการเข้าพักก่อน

หลังจากถามหลี่ถงหัวถึงตำแหน่งของกลุ่มผู้นำแล้ว เขาก็รีบจ้ำอ้าวไปที่นั่นทันที ก้าวพรวดพราดทีละสองสามขั้น

ระหว่างทาง เขาเดินสวนกับผู้สูงอายุหลายคน ทั้งผู้พักอาศัยและผู้มาเยือน ซึ่งทุกคนต่างก็ยิ้มและทักทายเฉินเหยียน

ทุกอย่างดูปกติดีเหมือนทุกวัน ไม่ได้รับผลกระทบจากการมาเยือนแต่อย่างใด ซึ่งก็ช่วยคลายความกังวลในใจของเฉินเหยียนไปได้เปลาะหนึ่ง

หลังจากเดินไปได้สองสามก้าว เฉินเหยียนก็เห็นหลี่ถงหัวโบกมือเรียกเขาจากระยะไกล เขาจึงรีบสาวเท้าเข้าไปหาเธอ

"เกิดอะไรขึ้นครับ? แล้วพวกผู้นำอยู่ไหนกัน?"

"กลุ่มผู้นำเข้าไปเยี่ยมในห้องของท่านผู้นำอาวุโสเชว่กั๋วห่าวค่ะ พวกเขาไม่อนุญาตให้คนของศูนย์เข้าไปด้วย พวกเราก็เลยเข้าไปไม่ได้เหมือนกันค่ะ"

เฉินเหยียนถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก นี่มันมุกไหนกันเนี่ย? หรือว่าพวกเขาอยากจะแอบสืบข้อมูลสภาพความเป็นจริงของบ้านพักคนชราจากผู้พักอาศัยแบบส่วนตัว?

แต่พวกคุณเลือกถามผิดคนแล้วล่ะ ตาเฒ่าคนนั้นน่ะค่อนข้างจะสนิทกับผมเลยนะ

อีกอย่าง ผมก็ไม่ได้จัดฉากหลอกลวงอะไร ตราบใดที่เชว่กั๋วห่าวไม่พูดจาใส่สีตีไข่ มันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

"เอาล่ะ! เดี๋ยวผมจะลองเข้าไปดูเอง!"

พูดจบ เฉินเหยียนก็เดินเข้าไปในอาคารที่พักอาศัย A และขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นสอง ห้องของเชว่กั๋วห่าวคือห้อง 22

ทันทีที่ก้าวออกจากลิฟต์ เฉินเหยียนก็เห็นชายหนุ่มมาดเนี๊ยบสองคนยืนเฝ้าขนาบอยู่สองข้างประตูห้อง 22

ประตูถูกแง้มแง้มไว้เล็กน้อย ไม่ได้ปิดสนิท

เฉินเหยียนพยักหน้าให้ทั้งสองคนด้วยท่าทีวางมาดสุดๆ แล้วเอื้อมมือไปผลักประตูเพื่อจะเข้าไปข้างใน

แต่อนิจจา ทันทีที่เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าเพียงก้าวเดียว เขาก็ถูกทั้งสองคนผลักกระเด็นกลับมาอย่างรุนแรง โดยที่ทั้งคู่ยังคงตีหน้าตายสนิท

เฉินเหยียนยิ้มเจื่อนๆ ในเมื่อลอบเข้าไปไม่ได้ ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลองเจรจากับพวกเขาดู

"สวัสดีครับสหาย ผมคือผู้อำนวยการของบ้านพักคนชราแห่งนี้ครับ"

"ผมเพิ่งกลับมาจากข้างนอก รบกวนช่วยเข้าไปแจ้งให้หน่อยได้ไหมครับ? ผมอยากจะขอเข้าพบท่านผู้นำสักหน่อย"

ทั้งสองคนแค่ปรายตามองเขา แต่ก็ยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง

เฉินเหยียนเริ่มจะทำตัวไม่ถูก ผมเป็นผู้อำนวยการนะโว้ย แต่พวกเขากลับไม่ยอมให้ผมเข้า! นี่มันถิ่นผมนะเว้ยเฮ้ย

"สหายครับ ผู้สูงอายุที่อยู่ข้างในน่ะอายุมากแล้วนะครับ อย่าไปทำท่าทีใหญ่โตข่มขวัญท่านเลยครับ"

"มันเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องดูแลผู้พักอาศัยทุกคนให้ดี ต่อให้เป็นการลงพื้นที่ตรวจสอบของผู้นำ ก็ไม่ควรไปกระทบกับผู้พักอาศัยที่นี่นะครับ"

"ถ้ามีคำถามอะไร ก็ถามผมได้เลยครับ ผมยินดีตอบทุกอย่างที่รู้แบบไม่มีกั๊กแน่นอนครับ"

"เกิดผู้พักอาศัยตื่นตระหนกจนความดันพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจะทำยังไงล่ะครับ!"

"ถ้ามันไม่ได้จริงๆ ให้ผมเข้าไปอยู่เป็นเพื่อนพวกเขาก็ได้ครับ มีผมอยู่ด้วย ผู้พักอาศัยจะได้อารมณ์มั่นคงขึ้น"

เฉินเหยียนมองชายสองคนที่หน้าประตูด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนจะส่งยิ้มอย่างสุภาพให้หลังจากพูดจบ

ทั้งสองคนมองเขาด้วยสายตาประหลาดใจเล็กน้อย

หนึ่งในนั้นส่งสัญญาณให้เขารออยู่ตรงนั้น ก่อนจะหันไปเปิดประตูและเดินเข้าไปในห้อง

ผ่านไปครู่สั้นๆ ชายคนนั้นก็เดินออกมาและผายมือเชิญเฉินเหยียนเข้าไป

เฉินเหยียนถอนหายใจด้วยความโล่งอก เข้าไปได้สักที เขาอยากจะรู้ใจจะขาดแล้วว่ามันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นข้างในกันแน่!

ทันทีที่เดินเข้าไปในห้องและค่อยๆ ปิดประตูลง เขาก็ได้ยินเสียงบทสนทนาดังแว่วมาจากข้างใน

"ท่านผู้นำอาวุโสครับ ท่านมาทำอะไรที่นี่กันแน่? สถานที่ที่ทางรัฐจัดเตรียมไว้ให้ท่านก็ออกจะสุขสบาย!"

"อุตส่าห์ดั้นด้นมาอยู่บ้านพักคนชราเล็กๆ แบบนี้ โรงพยาบาลใกล้ๆ ก็ไม่มี เกิดมีเรื่องฉุกเฉินขึ้นมาจะทำยังไงครับ!"

"หรือว่าท่านโดนคำหวานของผู้ดูแลที่นี่หลอกเอาครับ? พวกพ่อค้านักธุรกิจสมัยนี้นี่มันเหิมเกริมจริงๆ กล้าหลอกแม้กระทั่งท่าน!

"แค่ท่านเอ่ยปากมาคำเดียว ผมจะสั่งสั่งปิดที่นี่เดี๋ยวนี้เลยครับ!"

เฉินเหยียนถึงกับอึ้งกิมกี่ นี่เขาเดินเข้ามาได้จังหวะฟังบทสนทนาสุดระทึกขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?

'ท่านผู้นำอาวุโส' ที่พวกเขาพูดถึงคือใครกัน? คงไม่ใช่เชว่กั๋วห่าวหรอกใช่ไหม?

แม้จะแอบสงสัยมาตั้งนานแล้ว แต่เฉินเหยียนก็ไม่เคยกล้าคิดฟุ้งซ่านไปไกล

ตอนนี้ดูเหมือนข้อสันนิษฐานจะได้รับการยืนยันแล้ว และจริงๆ แล้วเขาก็ไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่นัก

สิ่งที่เขาสนใจคือประโยคสุดท้ายนั่นต่างหากไอ้ที่บอกว่าจะสั่งปิดนี่มันหมายความว่าไงวะ? แล้วเขาไปหลอกใครที่ไหนเมื่อไหร่?

เฉินเหยียนยืนแข็งทื่ออยู่หน้าประตูไปชั่วขณะ จะเดินหน้าก็ไม่ได้ จะถอยหลังก็ไม่ดี

จะทำยังไงดีล่ะ! แกล้งทำเป็นไม่ได้ยินดีไหมนะ... ไม่ได้สิ! เสียงดังลั่นขนาดนั้น ต่อให้คนหูกหนวกก็ยังเกือบจะได้ยินเลยมั้ง

ช่างมันเถอะ! ลุยกันสักตั้ง! 'ก๊อก ก๊อก ก๊อก' เฉินเหยียนเคาะประตูสามครั้งแล้วเดินเข้าไปอย่างรวดเร็ว แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรทั้งนั้น

ทันทีที่เขาเห็นหน้าคนที่อยู่ข้างในชัดๆ รูม่านตาของเฉินเหยียนก็หดเกร็ง ก่อนจะฝืนยิ้มแฉ่งออกมา

"สวัสดีครับท่านผู้นำ ผมคือผู้อำนวยการของบ้านพักคนชราหนานซานครับ"

"บังเอิญจังเลย วันนี้ผมดันติดธุระข้างนอกพอดี! ไม่รู้เลยครับว่าพวกท่านจะมา"

"ผมเพิ่งได้รับแจ้งว่าพวกท่านมาลงพื้นที่ตรวจสอบ ก็เลยรีบดิ่งกลับมาทันทีเลยครับ ขอโทษที่ปล่อยให้รอนานนะครับ"

"โอ้? งั้นเธอคือเฉินเหยียน ผู้อำนวยการที่นี่สินะ?!"

ชายที่เป็นผู้นำกลุ่มมองเขาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ด้านหลังเขามีใบหน้าที่เฉินเหยียนคุ้นเคยเป็นอย่างดีอยู่หลายคน

พวกนั้นคือกลุ่มผู้นำระดับเมืองที่เคยมาร่วมพิธีตัดริบบิ้นนั่นเอง รวมถึงผู้มีอำนาจสูงสุดของเมืองด้วย แต่ตอนนี้พวกเขาดูเหมือนเป็นแค่ตัวประกอบฉากไปซะแล้ว

"ใช่ครับท่านผู้นำ ผมเป็นผู้อำนวยการที่นี่เองครับ!"

เฉินเหยียนรู้สึกเหมือนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงไปหลายองศา บรรยากาศมันชักจะทะแม่งๆ แล้วสิ! เขาไม่กล้าพูดอะไรมาก กลัวว่ายิ่งพูดยิ่งพลาด!

"ฉันได้ยินมาว่าเพื่อเห็นแก่เงิน เธอถึงขั้นไปเที่ยวหลอกลวงผู้สูงอายุตามที่ต่างๆ ให้มาพักที่บ้านพักคนชราของเธอ พูดความจริงมามันใช่หรือเปล่า!"

เฉินเหยียนถึงกับหน้าเหวอ ใครหน้าไหนมันปล่อยข่าวลือวะเนี่ย? แล้วเขาไปหลอกใครที่ไหนเมื่อไหร่? ไอ้การ 'วาดฝัน' นี่มันเรียกว่าหลอกลวงด้วยเหรอ?

อีกอย่าง มันจะเรียกว่า 'วาดฝัน' ก็ต่อเมื่อมันทำไม่สำเร็จเท่านั้นแหละ ถ้ามันเป็นจริงได้ เขาเรียกว่าการมองการณ์ไกลต่างหาก

รัศมีแห่งอำนาจของผู้นำกลุ่มแผ่ซ่านออกมาเต็มที่ ทำเอาเฉินเหยียนรู้สึกกดดันอย่างหนัก

เขาเหลือบมองเชว่กั๋วห่าว ก็เห็นแต่ตาเฒ่านั่นกำลังส่งยิ้มให้เขา โดยไม่มีทีท่าว่าจะช่วยพูดแก้ต่างให้เลยสักนิด

เฉินเหยียนสบถด่าในใจ ได้เลย ได้เลย! ไอ้ตาเฒ่าคนนี้!

อุตส่าห์คิดว่าเรามีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน หรือว่าต้นตอของข่าวลือพวกนี้จะมาจากแกกันแน่!

"ท่านผู้นำครับ! ท่านเข้าใจผมผิดไปกันใหญ่แล้ว ผมทำธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เคยไปหลอกลวงใครที่ไหนเลยนะครับ!"

"หึ! ยังจะปากแข็งบอกว่าไม่ได้หลอกใครอีกเหรอ? เธอพูดซะดิบดีเป็นคุ้งเป็นแคว"

"ไหนจะโรงพยาบาล ไหนจะสิ่งอำนวยความสะดวกนั่นนี่โน่น"

"แต่ในความเป็นจริง มันไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยสักอย่าง ถ้าแบบนี้ไม่เรียกว่าหลอกลวง แล้วจะให้เรียกว่าอะไร?!!"

เมื่อได้ยินคำแก้ตัวของเฉินเหยียน ผู้นำกลุ่มก็ถลึงตาโตใส่ ดูโกรธเกรี้ยวเป็นฟืนเป็นไฟ

เฉินเหยียนรู้สึกโกรธเคืองอย่างมาก พวกเขาเอาอะไรมาตัดสินว่าเขาหลอกลวง! ไม่ใช่ว่าใครเสียงดังกว่าคนนั้นจะเป็นฝ่ายถูกสักหน่อย

ถ้าตรรกะมันเป็นแบบนั้น บริษัทพวกนั้นที่เอาแต่พรีเซนต์ด้วย PPT ก็คงเป็นพวกสิบแปดมงกุฎกันหมดแล้วสิ!

จบบท

จบบทที่ บทที่ 26 สี่ไม่ สองตรง?

คัดลอกลิงก์แล้ว