- หน้าแรก
- เคยเห็นอาหารเรืองแสงหรือไง ถึงกล้าวาดมังงะอาหารเนี่ย
- บทที่ 41 เรียนรู้เมนูใหม่! ใครบอกว่าฉันทำอาหารจานด่วนไม่เป็น!
บทที่ 41 เรียนรู้เมนูใหม่! ใครบอกว่าฉันทำอาหารจานด่วนไม่เป็น!
บทที่ 41 เรียนรู้เมนูใหม่! ใครบอกว่าฉันทำอาหารจานด่วนไม่เป็น!
ทางฝั่งของสวี่โจวย่อมไม่รู้เรื่องราวความวุ่นวายซับซ้อนของพวกนั้น
เมื่อได้ยินว่าสามารถเรียนรู้เมนูใหม่ได้ เขาก็แทบจะพุ่งเข้าไปเรียนแบบไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
[ห้องฝึกซ้อมเปิดใช้งานแล้ว]
[หมายเหตุ: ห้องฝึกซ้อมสามารถใช้สำหรับฝึกฝนฝีมือทำอาหาร เตรียมวัตถุดิบ และใช้งานในด้านอื่นๆ ได้ โดยวัตถุดิบสำหรับการเตรียมอาหารจะต้องซื้อด้วยตัวเอง]
“ดูเหมือนห้องฝึกซ้อมนี้จะเป็นของฉันคนเดียวสินะ ถึงได้ไม่มีการจำกัดเวลา ถ้าเอาไว้ใช้เตรียมอาหาร ก็แปลว่าฉันสามารถเตรียมของล่วงหน้าไว้ได้สบายๆ”
สวี่โจวที่ใช้งานห้องฝึกซ้อมนี้มาหลายครั้งเข้าใจหลักการของมันอย่างถ่องแท้แล้ว
ไม่ว่าจะขลุกอยู่ในนี้นานแค่ไหน เวลาในโลกความจริงของเขาก็ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งนาทีด้วยซ้ำ
แถมจากการสังเกตมาตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นบัญชีรายรับรายจ่ายหรือช่องทางการสั่งซื้อวัตถุดิบแฟนตาซี ระบบก็จัดการได้แนบเนียนไร้ที่ติ
ก่อนหน้านี้เป็นเพราะการจำกัดจำนวนการขายประกอบกับวัตถุดิบมีราคาแพงหูฉี่ ฟังก์ชันการเตรียมอาหารล่วงหน้าจึงไม่เคยถูกหยิบมาใช้
ทว่าอาหารจานด่วนนั้นต่างออกไป
ความเร็วในการเสิร์ฟอาหารจานด่วนจะชักช้าไม่ได้เด็ดขาด
อย่างเช่นเบอร์เกอร์เนื้อชิ้นนี้ เขาสามารถทอดเตรียมไว้ก่อนได้ ถึงเวลาเสิร์ฟก็แค่ราดน้ำซอสลงไป เท่านี้ก็ยกเสิร์ฟได้อย่างรวดเร็ว
...
หลังจากเข้ามาในห้องฝึกซ้อมและจัดการเตรียมวัตถุดิบเสร็จสรรพ ชายหนุ่มก็กวาดตามองพวกมันคร่าวๆ
นอกจากหัวหอมที่ถูกล้างแช่ไว้ในอ่างแล้ว ยังมีแป้งสาลีเฉพาะของโรงเรียนโทสึกิ ปลากระป๋องซาบะสำเร็จรูป น้ำซุปปลาซาบะ น้ำส้มสายชูพอนสึ แป้งมันฝรั่ง...
ส่วนไข่ไก่นี่ดูเหมือนจะเป็นไข่ไก่ปลอดเชื้อสำหรับทำอาหารจานด่วนโดยเฉพาะ
“วัตถุดิบพวกนี้ราคาไม่แพงจริงๆ ด้วยแฮะ”
“ถ้าเทียบกับพวกวัตถุดิบก่อนหน้านี้ ของพวกนี้ดูราคาถูกลงมาเยอะเลย จะมีก็แค่แป้งสาลีที่ส่งตรงมาจากโรงเรียนโทสึกิเท่านั้นแหละที่ดูมีราคาหน่อย”
สวี่โจวมองวัตถุดิบอยู่สองสามตลบ ทว่าพอเริ่มลงมือล้างผัก เสียงของเด็กหนุ่มผมแดงที่คุ้นเคยก็ดังแว่วมาจากนอกประตู
“ฮ่าๆ! สวี่โจว เจอกันอีกแล้วนะ!”
“นายจะสอบประเมินเมื่อไหร่เนี่ย? ถ้านายสอบเสร็จก็จะได้มาเข้าเรียนหลักสูตรของโทสึกิด้วยกันกับพวกเราแล้วนะ”
เด็กหนุ่มเรือนผมสีแดงก้าวเข้ามาในห้องฝึกซ้อมของเขา พอเห็นวัตถุดิบที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะก็เอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“นี่มันวัตถุดิบสำหรับทำชุดเบอร์เกอร์ปลาซาบะนี่นา! นายอยากเรียนเมนูนี้เหรอ? เดี๋ยวฉันสอนให้เอาไหม!”
“ทำง่ายนิดเดียวเอง!”
“ตกลง ขอบใจนะ”
สวี่โจวพูดคุยสัพเพเหระกับอีกฝ่ายอยู่สองสามประโยค ก่อนจะเริ่มต้นฝึกซ้อมในพื้นที่ของตัวเอง โดยมีเด็กหนุ่มผมแดงคอยชี้แนะอยู่ข้างๆ เป็นระยะสลับกับส่งเสียงอุทานด้วยความทึ่งออกมา
“สวี่โจว นายฝีมือพัฒนาขึ้นตั้งเยอะเลยนะ!”
“ทักษะการใช้มีดของนายตอนนี้โคตรเทพเลย!”
เด็กหนุ่มผมแดงยืนมองไปพลางทึ่งไปพลาง พอเห็นท่าทางมุ่งมั่นตั้งใจของสวี่โจวเวลาหั่นผักและนวดแป้ง เขาก็ชักจะคันไม้คันมืออยากทำอาหารขึ้นมาบ้างแล้ว
“อยากแข่งโชคุเงคิกับนายจังเลยแฮะ...”
น้ำเสียงของเขาเจือความเสียดายอยู่ลึกๆ แต่ในใจก็รู้ดีว่าสวี่โจวไม่ชอบการแข่งโชคุเงคิ จึงได้แต่พูดเปรยๆ ออกมาเท่านั้น
...
การเคลื่อนไหวของสวี่โจวรวดเร็วมาก ไม่ว่าจะเป็นการหั่นผักหรือการนวดแป้ง ทุกท่วงท่าล้วนลื่นไหลเป็นธรรมชาติราวกับสายน้ำ
กด ทับ นวด
ไข่ไก่ แป้งสาลี หัวหอม และเนื้อปลาซาบะกระป๋องที่สะเด็ดน้ำแล้ว ถูกจับมาผสมผสานกันอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นก้อนแป้งสีเหลืองอ่อน
ผิวสัมผัสของมันเนียนละเอียดราวกับหยก มีความชุ่มชื้นเล็กน้อย เมื่อใช้นิ้วกดลงไปเบาๆ ก็สามารถสปริงตัวกลับคืนมาได้
สองมือหนาตบก้อนแป้งสลับไปมาซ้ำๆ ทำให้ก้อนแป้งปลาซาบะเริ่มมีความเหนียวนุ่มและยืดหยุ่นมากขึ้นเรื่อยๆ
“เทคนิคการตบแป้งก็ดูโปรมาก!”
เจ้าผมแดงที่อยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชม “ตอนนี้นายนี่เรียนรู้ได้ไวขึ้นเรื่อยๆ เลยนะ!”
ครั้งแรกที่ได้เจอกับสวี่โจว เขาก็รู้สึกได้ทันทีว่าหมอนี่มันอัจฉริยะด้านการทำอาหารชัดๆ
อาหารหนึ่งจาน แค่กวาดตามองสูตรไม่กี่ครั้ง ก็สามารถนำมาฝึกทำเองในห้องฝึกซ้อมได้สบายๆ
เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความทึ่ง ต้องรู้ก่อนนะว่า เมนูพวกนี้ตอนที่เขาเรียนกับพ่อครั้งแรก เขาต้องขลุกเรียนอยู่ในร้านของพ่อมาตั้งแต่เด็กๆ เลยเชียวนะ
ในระหว่างที่เขากำลังชื่นชมอยู่นั้น สวี่โจวก็จัดการก้อนแป้งเสร็จเรียบร้อยและนำลงไปทอดในกระทะ
กลิ่นหอมฉุยโชยกรุ่นออกมาจากกระทะ
เบอร์เกอร์เนื้อถูกทอดจนเป็นสีเหลืองทองกรอบทั้งสองด้าน เสียงฉ่าๆ ดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมของไขมันเนื้อที่ลอยคละคลุ้งไปทั่ว
“ได้ที่แล้ว”
“ตอนนี้สีสันทั้งสองด้านกำลังสวยเลย ตักขึ้นมาพักไว้แล้วทำน้ำซอสต่อได้เลย”
สวี่โจวพยักหน้าอย่างพึงพอใจ เขาตักเบอร์เกอร์เนื้อที่ทอดเสร็จแล้วขึ้นมาพักไว้ จากนั้นจึงเริ่มลงมือปรุงน้ำซอส
...
น้ำซอสสำหรับเมนูนี้ใช้น้ำซุปจากกระป๋องปลาซาบะที่มีกลิ่นคาวปลานิดๆ มาเป็นส่วนผสม
ถึงแม้ปลากระป๋องที่ใช้จะไม่ใช่ของราคาแพง เป็นเพียงปลากระป๋องสำเร็จรูปธรรมดาๆ ทว่าน้ำซุปที่อยู่ข้างในนั้นคือหัวเชื้อสกัดเข้มข้นชั้นดี
“คาวไปหน่อยแฮะ” สวี่โจวลองดมดู กลิ่นคาวปลาแบบที่แมวโปรดปรานพุ่งปรี๊ดขึ้นสมองทันที
“ใช้น้ำส้มสายชูพอนสึช่วยดับคาวได้นะ” เจ้าผมแดงที่อยู่ข้างๆ รีบยื่นขวดน้ำส้มสายชูพอนสึมาให้อย่างรู้ใจ
ชายหนุ่มรับมันมาเทผสมลงในน้ำซุปปลาซาบะ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของส้มและรสเปรี้ยวจางๆ ของน้ำส้มสายชูช่วยดับกลิ่นคาวปลาไปจนหมดสิ้นในพริบตา
น้ำซอสทั้งถ้วยเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อน พอนำไปเคี่ยวรวมกับแป้งมันฝรั่ง น้ำซอสสีเหลืองอ่อนก็ยิ่งดูใสและให้ความรู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก
“สีสวยเอาเรื่องเลยนะเนี่ย...”
“ดูมีกลิ่นหอมของปลาซาบะที่เข้มข้น แต่ก็ไม่ได้หนักจนเกินไป กลับให้ความรู้สึกสดชื่นซะมากกว่า”
สวี่โจวลองชิมไปอึกเล็กๆ ก่อนจะยิ้มรับด้วยความพอใจสุดๆ
เขาตักน้ำซอสราดลงบนชิ้นเบอร์เกอร์เนื้อ ความเลี่ยนของไขมันในเนื้อถูกความสดชื่นและกลิ่นหอมของส้มในน้ำซอสกลบไปจนหมด
ต่อให้กินรวดเดียวหมดทั้งชิ้นก็ไม่รู้สึกเลี่ยนแม้แต่น้อย กลับให้ความรู้สึกสดชื่นกลมกล่อมผสานไปกับความหอมละมุนของเนื้ออย่างลงตัว
“เบอร์เกอร์เนื้อเสร็จเรียบร้อย”
“เหลือก็แต่ซุปไข่”
ซุปไข่นั้นไม่มีเคล็ดลับอะไรซับซ้อน เพียงแค่ใช้หนวดปลาหมึกมาเคี่ยวเป็นน้ำซุปกระดูก จากนั้นก็ตีไข่ไก่ให้แตกเป็นสายไข่ลงไปในหม้อ
สวี่โจวก้มมองหนวดปลาหมึกในมือด้วยสีหน้าเคลือบแคลงใจ ไอ้หนวดปลาหมึกนี่มันเอามาทำน้ำซุปได้จริงๆ น่ะเหรอ?
หลังจากทดลองทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งเขาสามารถกะปริมาณและเคี่ยวน้ำซุปสำหรับห้าสิบที่ได้อย่างแม่นยำในรวดเดียว สวี่โจวถึงได้ยอมหยุดมือ
...
เมื่อเขาใช้น้ำซุปหนวดปลาหมึกต้มซุปไข่จนสำเร็จ ระดับความเชี่ยวชาญของสูตรอาหารก็พุ่งทะลุเกณฑ์จนมีเสียงแจ้งเตือนความสำเร็จดังขึ้น
[ความเชี่ยวชาญสูตรอาหารเกินหกสิบเปอร์เซ็นต์ ขอแสดงความยินดี คุณสามารถบรรลุสูตรชุดเบอร์เกอร์ปลาซาบะจานด่วนได้สำเร็จ]
ด้านล่างเป็นการร่ายยาวแนะนำวัตถุดิบของสูตรอาหาร สวี่โจวกวาดตามองผ่านๆ ข้อมูลและราคาพวกนั้นก็ไม่ได้ต่างไปจากที่เขาคาดเดาไว้เท่าไหร่นัก
[แป้งสาลีเฉพาะของโรงเรียนโทสึกิ: แป้งสาลีคุณภาพระดับกลางที่โรงเรียนโทสึกิจัดซื้อมาเพื่อใช้สำหรับทำอาหารจานด่วนโดยเฉพาะ คงคุณค่าทางโภชนาการของเมล็ดข้าวสาลีไว้ได้อย่างครบถ้วน ควบคุมอัตราการสกัดแป้งอย่างเข้มงวด ผ่านกระบวนการร่อนหลายขั้นตอนจนได้เนื้อแป้งที่เนียนละเอียด...]
[ราคา: 50 กรัม / 6 หยวน]
[ไข่ไก่: เมนูนี้ใช้ไข่ไก่ปลอดเชื้อของไก่ขนหิมะคุณภาพระดับกลาง เปลือกไข่มีสีขาวขุ่น สามารถกินดิบได้โดยไม่มีกลิ่นคาว เมื่อสัมผัสลิ้นจะได้รสชาติหอมมันของนมอย่างแท้จริงเจือไปกับความหวานจางๆ ของถั่วที่ปลายลิ้น...]
[ราคา: 8 หยวน / ฟอง]
[ปลากระป๋องซาบะสำเร็จรูป: ปลากระป๋องที่ป้าผู้ดูแลหอพักของโรงเรียนโทสึกิโปรดปรานที่สุด คัดสรรเฉพาะปลาซาบะในฤดูหนาวช่วงที่มีการอพยพย้ายถิ่นฐาน ซึ่งเป็นช่วงที่ตัวปลาจะอวบอ้วนและมีปริมาณไขมันสะสมสูงเป็นพิเศษ]
[ราคา: 40 หยวน / กระป๋อง]
ด้านล่างยังมีหัวหอม ข้าวสาร น้ำส้มสายชูพอนสึ และหนวดปลาหมึก แต่เนื่องจากปริมาณที่ใช้ต่อหนึ่งเสิร์ฟนั้นน้อยนิด ราคาจึงไม่ได้แพงอะไร
สวี่โจวเลื่อนสายตาไปดูราคารวมและราคาขายที่แนะนำโดยตรง
[ราคาต้นทุนวัตถุดิบแฟนตาซีสำหรับสูตรชุดเบอร์เกอร์ปลาซาบะจานด่วน: 65 หยวน โควตาสั่งซื้อ: 50 ชุด]
[ราคาขายที่แนะนำ: 89 หยวน]
[หมายเหตุ: วัตถุดิบแฟนตาซีและสูตรอาหารได้มาจากค่าความปรารถนา หากตั้งราคาขายด้วยเงินที่สูงเกินจริงไปมาก การที่ลูกค้าสูญเสียเงินเกินมูลค่าที่แท้จริงจะส่งผลให้สมดุลถูกทำลาย และเกิดการหักล้างกับค่าความปรารถนาอันบริสุทธิ์]
“หักล้างค่าความปรารถนาเหรอเนี่ย ชักอยากรู้แฮะว่าถ้าค่าความปรารถนาติดลบมันจะให้ความรู้สึกยังไง”
ความคิดนั้นแวบเข้ามาในหัวเพียงเสี้ยววินาทีก็ถูกสวี่โจวปัดทิ้งไป
อย่าหาทำดีกว่า ค่อยๆ ก้าวไปอย่างมั่นคงปลอดภัยไว้ก่อนดีที่สุด
เขาพอจะจับจุดได้แล้วว่า ยิ่งสูตรอาหารใช้ค่าความปรารถนาสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำเงินได้ง่ายขึ้นเท่านั้น
ชายหนุ่มเลื่อนสายตาต่ำลงไปมองที่ตัวเลข [50 ชุด] ด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
“อาหารจานด่วนแค่เริ่มต้นก็ให้โควตาสั่งซื้อได้ตั้งห้าสิบชุดเลยเหรอเนี่ย? อย่างที่คิดไว้เลย... วัตถุดิบแฟนตาซีของอาหารจานด่วนกับวัตถุดิบแฟนตาซีราคาแพงหูฉี่มันมีความแตกต่างกันจริงๆ ด้วย”
เมื่อนึกถึงฟังก์ชันเตรียมอาหารล่วงหน้าในห้องฝึกซ้อม สวี่โจวก็ควักเงินจ่ายค่าวัตถุดิบสำหรับเบอร์เกอร์ปลาซาบะทั้งห้าสิบชุดทันที
หลังจากกดยืนยันการซื้อ วัตถุดิบทั้งหมดก็ไปปรากฏอยู่ในตู้เย็นของห้องฝึกซ้อม
ทันทีที่เปิดตู้เย็นออก สวี่โจวก็เห็นวัตถุดิบถูกจัดวางเรียงรายไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
เขามองดูวัตถุดิบกองพะเนินตรงหน้า สลับกับมองเจ้าผมแดงที่กำลังเตรียมตัวจะเดินออกจากห้อง ก่อนจะโพล่งขึ้นมาลอยๆ ว่า
“นายไม่อยากแข่งโชคุเงคิแล้วหรือไง?”
“!”
ขวับ! เจ้าผมแดงหันคอขวับกลับมาทันที นัยน์ตาเบิกโพลงเป็นประกายวิบวับ
“สวี่โจว! นายยอมแข่งโชคุเงคิกับฉันแล้วเหรอ!?”