- หน้าแรก
- ยอดเซียนเทพทรู แอปพลิเคชันสวรรค์เปลี่ยนชีวิต
- บทที่ 13 การรุกรานของของกินเล่นแดนมนุษย์
บทที่ 13 การรุกรานของของกินเล่นแดนมนุษย์
บทที่ 13 การรุกรานของของกินเล่นแดนมนุษย์
บทที่ 13 การรุกรานของของกินเล่นแดนมนุษย์
"นี่มันของจริง!" ผ่านไปพักใหญ่ เถ้าแก่ชายก็ร้องอุทานออกมา ด้วยสายตาที่สั่งสมมานับสิบปีของเขา ย่อมไม่มีทางมองพลาด หลังจากพิจารณาอยู่นาน ในที่สุดเขาก็แน่ใจ
ในเวลานี้ เถ้าแก่ชายไม่ได้สงบนิ่งเหมือนเมื่อครู่นี้อีกแล้ว แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเร่าร้อน สำหรับคนที่รักและหลงใหลในสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างแท้จริงแล้วล่ะก็ ต่อให้สิ่งอื่นจะล้ำค่าเพียงใด ก็ไม่อาจเทียบได้กับสิ่งที่ตนรักในใจ เถ้าแก่ชายผู้นี้คือคนแบบนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย
ตอนหนุ่ม ๆ เขาสร้างเนื้อสร้างตัวมาจากการพนันหิน จนมีฐานะมั่งคั่งใหญ่โต แต่พอก้าวเข้าสู่วัยกลางคน กลับต้องสูญเสียทรัพย์สินทั้งหมดไปเพราะการพนันหินเพียงครั้งเดียว สร้างตัวได้เพราะหินเลือดไก่ และต้องพังทลายก็เพราะหินเลือดไก่เช่นกัน เถ้าแก่ชายจึงมีความรู้สึกที่ซับซ้อนต่อหินเลือดไก่เป็นอย่างมาก
"คุณคิดว่ายังไงคะ?" ขงเมิ่งหานถาม
"สีสันของหินเลือดไก่ก้อนนี้ เป็นหินเลือดไก่ที่สวยที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาเลยครับ!" เถ้าแก่ชายวางหินเลือดไก่ลง แล้วค่อย ๆ พูด
"งั้นแลกเปลี่ยนกันได้ไหมคะ?" เมื่อเห็นเถ้าแก่ชายแสดงท่าที ขงเมิ่งหานก็ถามขึ้น
"ได้ แลกกันเถอะ! เครื่องลายครามชิ้นนั้นไม่มีประโยชน์อะไรกับผม สู้เอามาแลกกับหินเลือดไก่ก้อนนี้ดีกว่า!" เถ้าแก่ชายพูด
"งั้นตกลงค่ะ ขอบคุณนะคะ หินเลือดไก่ที่สีสันด้อยกว่าพวกนี้ ฉันก็ขอยกให้คุณด้วยแล้วกัน จะปล่อยให้คุณเสียเปรียบได้ยังไงล่ะคะ จริงไหม?" ขงเมิ่งหานรับเครื่องลายครามสมัยราชวงศ์หยวนที่เถ้าแก่ชายส่งมาให้ ในที่สุดเธอก็ผ่อนคลายลงและพูดยิ้ม ๆ
"งั้นตกลง ผมขอรับไว้ก็แล้วกัน!" เถ้าแก่ชายหัวเราะ
เมื่อแลกเปลี่ยนเครื่องลายครามสมัยราชวงศ์หยวนมาได้แล้ว ขงเมิ่งหานก็ไม่ได้รั้งอยู่นาน เธอพูดคุยสัพเพเหระกับเถ้าแก่ชายอีกสองสามประโยค ก่อนจะขอตัวลากลับ
"จางเล่อ วันนี้ขอบคุณนายมากนะ! ถ้าไม่ได้นาย ก็คงตัดไม่ได้หินเลือดไก่ก้อนนั้น และคงไม่ได้เครื่องลายครามสมัยราชวงศ์หยวนชิ้นนี้กลับมาหรอก!" บนรถ ขงเมิ่งหานพูดขอบคุณจางเล่อด้วยความซาบซึ้งใจ
"โธ่ หัวหน้า! คุณอย่าชมผมเลย ระดับความสามารถของผม ผมรู้ตัวเองดี เมื่อกี้ผมก็แค่เดาส่งเดชไปงั้นแหละ เห็นหินก้อนนั้นดูเข้าตาดี ไม่อยากให้คุณถอดใจ ก็เลยเชียร์ให้คุณซื้อมาน่ะครับ!" จางเล่อพูด
เนตรอัคคีตาทองคำเป็นความลับสุดยอดของเขา แน่นอนว่าจะให้คนนอกรู้ไม่ได้เด็ดขาด ถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป จางเล่อคาดว่าตัวเองคงโดนจับไปชำแหละเพื่อทำการวิจัยแน่ ๆ
"หึหึ ฉันไม่เชื่อหรอกนะว่า คนที่สามารถวาดเส้นแนวตัดหินได้แม่นยำขนาดนั้น จะเป็นแค่การเดาส่งเดช!" ขงเมิ่งหานหัวเราะหึหึแล้วพูด
"แหะ ๆ !" จางเล่อหัวเราะแห้ง ๆ สองเสียง ไม่รู้จะพูดอะไรดี
ขงเมิ่งหานเห็นเขาเป็นแบบนี้ ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร ในเมื่อจางเล่อไม่อยากบอก เธอก็คงไปบังคับเขาไม่ได้ เธอเพียงแค่ยิ้มบาง ๆ แล้วบอกว่า "ออกรถเถอะ!"
ไม่กี่วันต่อมา ในการประมูลฤดูใบไม้ร่วงครั้งแรกของโรงประมูลฮั่นไห่ เครื่องลายครามสมัยราชวงศ์หยวนชิ้นนั้นก็ถูกประมูลออกไปได้อย่างราบรื่น
ถึงแม้จะมีคนดูออกว่าเครื่องลายครามสมัยราชวงศ์หยวนชิ้นนี้มีความแตกต่างไปจากชิ้นที่โปรโมตไว้ก่อนหน้านี้อยู่บ้าง ทว่าท่ามกลางการประมูลอันดุเดือด ทุกคนก็เลือกที่จะลืมเรื่องนี้ไปโดยปริยาย
โรงประมูลฮั่นไห่ผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปได้อย่างราบรื่น จางเล่อเองก็ได้ทำงานในโรงประมูลอย่างลงตัว และเริ่มสนิทสนมกับขงเมิ่งหานมากขึ้น...
"เฮ้ย! นมเปรี้ยวของเจ้านี่มันยังไงกันแน่ ข้าให้สือเสินเอาไปหนึ่งกล่องเพื่อวิเคราะห์ส่วนผสม แต่ทำไมเขาถึงยังศึกษาไม่สำเร็จสักทีล่ะ?" ตกกลางคืน ในขณะที่จางเล่อกำลังนอนเอกเขนกอย่างสบายใจอยู่บนโซฟาที่บ้าน ก็เห็นข้อความที่ซุนหงอคงส่งมาให้
ไอ้ลิงจอมเจ้าเล่ห์เอ๊ย ยังคิดจะศึกษาเรื่องนมเปรี้ยวด้วยตัวเองอีก จางเล่อคิดอย่างขำ ๆ
"หึหึ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน!" จางเล่อจงใจตอบกลับไปแบบนั้น
"เหอะ เจ้าหลอกผีเถอะ? ช่างเถอะ ๆ ซุนผู้นี้ไม่คุยกับเจ้าแล้ว ให้สือเสินไปคุยกับเจ้าเองก็แล้วกัน หลายวันมานี้เขาหมกมุ่นอยู่กับการศึกษานมเปรี้ยวจนแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว!" ซุนหงอคงพูดอย่างไม่สบอารมณ์
สือเสิน?
เขาลองเลื่อนดูรายชื่อของตัวเอง ก็พบว่ามีบุคคลที่ชื่อสือเสินอยู่จริง ๆ แถมยังมีสถานะออนไลน์อยู่ด้วย เสียง "ติ๊ง ๆ" ดังขึ้น สือเสินส่งข้อความมาหาเขา
"ท่านยอดฝีมือ! ท่านยอดฝีมือ! นมเปรี้ยวนี้ตกลงแล้วทำขึ้นมาได้อย่างไรกัน เทพผู้น้อยลองใช้นมวัว นมแพะ นมกวาง... สารพัดนมของโลกมนุษย์ มาผสมกับวัตถุดิบสองสามอย่างที่คาดเดาเอาเอง แต่ไม่มีข้อยกเว้นเลยสักครั้ง เครื่องดื่มที่ผสมออกมาล้วนกลืนไม่ลงเลยสักนิด!" สือเสินพูดด้วยความทุกข์ใจ
ในฐานะพ่อครัวคนหนึ่ง พ่อครัวระดับแนวหน้าคนหนึ่ง หลังจากที่ได้เห็นเครื่องดื่มอย่างนมเปรี้ยวเป็นครั้งแรก สือเสินก็รู้สึกว่าความหลงใหลที่เงียบสงบมาหลายปีของตัวเอง จู่ ๆ ก็พลุ่งพล่านขึ้นมา สำหรับสุดยอดพ่อครัวแล้ว ไม่มีอะไรจะเทียบได้กับอาหารชนิดใหม่อีกแล้ว
หลังจากได้นมเปรี้ยวมาจากซุนหงอคง สือเสินก็ลองชิมไปนิดหน่อย จากนั้นเขาก็เริ่มต้นกระบวนการศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเองแบบวันแล้ววันเล่า แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นไปตามคาด ซึ่งนั่นบั่นทอนความกระตือรือร้นของสือเสินไปอย่างมาก!
"หึหึ พูดไปมันก็ง่ายนิดเดียว ความจริงแล้วนมเปรี้ยวก็คือเครื่องดื่มที่ใช้นมวัวเป็นวัตถุดิบหลัก ผ่านการฆ่าเชื้อแบบพาสเจอไรซ์ เติมหัวเชื้อจุลินทรีย์ลงไป แล้วผ่านกระบวนการหมักก่อนจะนำไปแช่เย็น ด้วยเงื่อนไขของนายในตอนนี้ ไม่มีทางทำสำเร็จหรอก!" จางเล่อพิพากษาประหารสือเสินอย่างไม่ปรานี!
"ท่านอาจารย์โปรดรับการคารวะ ขอท่านอาจารย์โปรดช่วยไขข้อข้องใจให้ศิษย์ด้วยเถิด!" สือเสินร้องตะโกนขึ้นมา
"ท่านอาจารย์? อาจารย์อะไรกัน?" จางเล่อมึนงงไปหมด
"ดั่งที่ว่าผู้ที่บรรลุธรรมย่อมเป็นอาจารย์ ท่านยอดฝีมือสามารถทำในสิ่งที่ข้าทำไม่ได้ ย่อมต้องได้รับการยกย่องให้เป็นอาจารย์อยู่แล้ว!" สือเสินพูดอย่างจริงจัง
เชี่ยเอ๊ย? เมื่อเห็นข้อความของสือเสิน จางเล่อก็ถึงกับอึ้งไป เขาก็แค่อยากจะหาเรื่องหลอกต้มตุ๋นเหล่าเทพเซียนเล่น ๆ เพื่อหาผลประโยชน์นิด ๆ หน่อย ๆ ไม่เคยคิดจะบ้าบิ่นถึงขั้นไปเป็นอาจารย์เลยนะ!
"ขอท่านอาจารย์โปรดชี้แนะด้วยเถิด!" สือเสินพูดอย่างจริงจัง
เมื่อมองดูท่าทีของสือเสิน จางเล่อก็กรอกตาบน เอาล่ะสิ! หมอนี่คงกู่ไม่กลับแล้วล่ะ ถ้าไม่ยอมตกลง ขืนเกิดหมอนี่คิดสั้นฆ่าตัวตายขึ้นมาจะทำยังไง?
"อะแฮ่ม! คำว่าอาจารย์นั้นฉันคงรับไว้ไม่ได้หรอก แต่ถ้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันก็พอได้อยู่!" จางเล่อแสร้งทำเป็นวางมาดแล้วพูด
"ก็ได้ครับ! ผู้น้อยอยากจะขอเรียนถามท่านยอดฝีมือว่า ทุกวันนี้ทั้งในแดนมนุษย์และแดนเซียน อาหารการกินล้วนมีมากมาย แต่กลับไร้ซึ่งความแปลกใหม่ เรื่องนี้ควรจะแก้ไขอย่างไรดีครับ?" สือเสินถาม