- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ยังต้องไปเรียนเมืองนอกอีกเหรอ
- บทที่ 37 - สวนสนุกเมลเบิร์น
บทที่ 37 - สวนสนุกเมลเบิร์น
บทที่ 37 - สวนสนุกเมลเบิร์น
"พวกนายสองคนจะกอดกันไปถึงเมื่อไหร่เนี่ย"
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน เฉินซีค่อยๆ ลืมตาที่หนักอึ้งขึ้นมา ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าคือใบหน้าที่คุ้นเคย ซึ่งก็คือนาน่านั่นเอง
ความตกใจแบบไม่ทันตั้งตัวทำเอาเขาสะดุ้งโหยงจนตัวโยน
การขยับตัวเพียงเล็กน้อยนี้ ส่งผลให้ซาโอริที่กำลังนอนซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของเขารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วย
"เอ่อ..."
เฉินซีก้มหน้าลงไปมอง ก็เห็นซาโอริที่อยู่ในอ้อมแขนกำลังเงยหน้าขึ้นมาพอดี สายตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างไม่ได้นัดหมาย บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความรู้สึกกำกวมที่ยากจะอธิบาย
พวงแก้มของซาโอริขึ้นสีแดงระเรื่อ เธอเม้มริมฝีปากแน่น ส่วนเฉินซีก็รีบหลบสายตาเธอทันที เพราะไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรในสถานการณ์แบบนี้ดี
"ไปล้างหน้าล้างตาซะ วันนี้เราไปเที่ยวสวนสนุกเมลเบิร์นกันเถอะ ฉันอยากไปมาตั้งนานแล้ว" นาน่ายืนเท้าสะเอวออกคำสั่ง
"เอาสิ" ซาโอริพยักหน้าเห็นด้วยทันที
"..."
สวนสนุกเมลเบิร์นอยู่ห่างจากที่นี่พอสมควร สมัยเรียนมัธยมปลายทางโรงเรียนก็เคยจัดทัศนศึกษาพาไปเที่ยวที่นั่นมาแล้ว แถมเขายังเคยพาเสิ่นซินอี๋กับหลี่อวี่ฉิงไปเที่ยวเล่นแบบส่วนตัวที่นั่นมาแล้วด้วยซ้ำ
เครื่องเล่นในสวนสนุกก็ไม่ได้มีเยอะแยะอะไรมากมาย และเขาก็เล่นมาหมดทุกอย่างจนเบื่อแล้ว
แต่พอเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นของซาโอริ เขาก็ใจแข็งปฏิเสธไม่ลง
เขายื่นมือออกไปบีบแก้มเนียนนุ่มของเธอเบาๆ แววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความเอ็นดู
เขาเผลอทำพฤติกรรมที่แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่คาดคิดว่าจะกล้าทำออกมาได้
"เอ่อ ฉันไปอาบน้ำก่อนนะ"
ซาโอริถูกการกระทำของเขาทำให้เขินอายจนทำตัวไม่ถูก เธอก้มหน้างุด รีบผละออกจากอ้อมกอดของเขา แล้ววิ่งแจ้นเข้าห้องน้ำไปทันที
ทีตอนยั่วฉันล่ะไม่เห็นจะอายม้วนแบบนี้เลย ผู้หญิงนี่เป็นสิ่งมีชีวิตที่เข้าใจยากจริงๆ แฮะ
เขายันตัวลุกขึ้นยืนแล้วบิดขี้เกียจยืดเส้นยืดสาย
เพราะเมื่อคืนเขาต้องนอนท่าเดิมค้างไว้ตลอดทั้งคืน ตอนนี้ร่างกายก็เลยปวดเมื่อยไปหมด
"เรื่องระหว่างนายกับซาโอริเนี่ย ตกลงนายคิดยังไงกันแน่" เมื่อเห็นซาโอริเดินลับสายตาไปแล้ว นาน่าก็ใช้เท้าเตะหน้าแข้งเฉินซีเบาๆ แล้วเอ่ยถาม
"ไว้ค่อยคุยกันเรื่องนี้เถอะ"
"เป็นผู้ชายซะเปล่า ทำไมถึงได้อืดอาดชักช้าแบบนี้นะ ฉันล่ะปวดหัวกับนายจริงๆ"
"หึหึ" เฉินซีหัวเราะแห้งๆ
ก็เขาเป็นชายหนุ่มที่มีวิญญาณคนอายุสามสิบกว่ามาสิงอยู่นี่นา การตัดสินใจเรื่องต่างๆ ย่อมต้องคิดหน้าคิดหลังให้รอบคอบกว่าพวกวัยรุ่นเป็นธรรมดา
เมื่อคิดไปถึงอนาคตที่เขาอาจจะต้องบินกลับไปอยู่ที่ประเทศจีน เขาก็เริ่มรู้สึกลังเลและตัดสินใจไม่ถูก
เขายังไม่รู้เลยว่าซาโอริคิดยังไงกับเรื่องนี้ ถ้าเขาตัดสินใจกลับประเทศจีน เธอจะยอมทิ้งชีวิตที่นี่แล้วตามเขาไปไหมนะ
"ขืนมาเซ้าซี้ฉันอีก ระวังฉันจะรวบหัวรวบหางพวกเธอทั้งสองคนเลยนะจะบอกให้"
เมื่อเห็นหน้าตาบูดบึ้งของนาน่า เฉินซีก็อดไม่ได้ที่จะแกล้งปั้นหน้าโหดข่มขู่เธอเล่นๆ
"ก็เอาสิ ถ้าถึงวันนั้นนายกล้าทำร้ายจิตใจซาโอริล่ะก็ ฉันจะเตะผ่าหมากนายให้สูญพันธุ์ไปเลยคอยดู"
"มิน่าล่ะถึงได้โสดสนิทศิษย์ส่ายหน้าแบบนี้ วันๆ เอาแต่ทำตัวเกรี้ยวกราด ผู้ชายที่ไหนเขาจะกล้ามาจีบเธอลง"
"เหอะ"
นาน่าได้แต่ถอนหายใจ ในอดีตก็เคยมีผู้ชายหลายคนเข้ามาสารภาพรักกับเธอ แต่สุดท้ายก็ไปไม่รอดสักราย
พอได้ยินคำวิจารณ์จากปากเฉินซี เธอก็เริ่มจะกลับมาทบทวนตัวเองว่า หรืออารมณ์ร้ายๆ ของเธอจะเป็นต้นเหตุจริงๆ
"ใช้อุปกรณ์อาบน้ำชุดนี้นะ ฉันตั้งใจเตรียมไว้ให้นายโดยเฉพาะเลย" ซาโอริเดินมากระตุกแขนเสื้อเฉินซีเบาๆ
"ตั้งใจเตรียมไว้ให้งั้นเหรอ นี่เธอวางแผนไว้ล่วงหน้าตั้งนานแล้วล่ะสิ" เฉินซีฉีกยิ้มกว้างอย่างรู้ทัน
"ฉันก็แค่เผื่อว่าคราวหน้านายมาซ่อมท่อประปาแล้วเหนื่อย จะได้มีของใช้ส่วนตัวไว้ค้างคืนที่นี่ได้ไงล่ะ..."
"คุณนายครับ ผมยังมีความสามารถซ่อมของอย่างอื่นได้อีกเยอะแยะเลยนะ ไม่ใช่แค่ซ่อมท่อประปาอย่างเดียว ไว้คราวหน้าผมจะโชว์ฝีมือให้ดูเป็นขวัญตาเลย"
เขารับอุปกรณ์อาบน้ำที่ซาโอริยื่นมาให้ มีทั้งผ้าเช็ดตัว แปรงสีฟัน และแก้วน้ำ
ในหัวของเขาเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม ก่อนจะเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วพูดจาหยอกเย้าเธอไปหนึ่งกรุบ
"พอเลย เลิกจีบกันได้แล้ว ฉันยังยืนหัวโด่อยู่นี่นะ รีบไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วมากินข้าวได้แล้ว"
นาน่าทนดูสองคนนี้ส่งสายตาหวานเชื่อมใส่กันในห้องน้ำไม่ไหว นี่มันจงใจแจกอาหารหมาให้คนโสดอย่างเธอชัดๆ
สวนสนุกเมลเบิร์นไม่ได้มีขนาดใหญ่โตอลังการเหมือนสวนสนุกในประเทศจีนหรอกนะ แต่มันก็เป็นสวนสนุกเพียงแห่งเดียวในเมืองเมลเบิร์น จึงสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
จำนวนประชากรในเมืองเมลเบิร์นค่อนข้างบางตา การจะเล่นเครื่องเล่นแต่ละชนิดก็เลยไม่ต้องเสียเวลายืนต่อคิวรอจนขาแข็ง นักท่องเที่ยวสามารถตะลุยเล่นได้เต็มที่ตามใจชอบ
"เฉินซี ฉันอยากได้อันนั้นอ่ะ น่ารักจังเลย"
ซาโอริเคี้ยวขนมตุ้ยๆ อยู่ในปาก นิ้วเรียวชี้ไปที่ตุ๊กตาหมีขนปุยสีชมพูตัวใหญ่เบ้อเริ่มด้วยความตื่นเต้น
มันคือซุ้มเล่นเกมยิงลูกโป่งแลกตุ๊กตานั่นเอง ในชีวิตก่อนเฉินซีก็เคยมาประลองฝีมือที่ซุ้มนี้เหมือนกัน
การจะยิงลูกโป่งให้แตกนั้นไม่ใช่เรื่องหมูๆ เลย เห็นได้ชัดเลยว่าปืนพวกนี้โดนเจ้าของร้านแอบปรับแต่งศูนย์เล็งมาแล้วแน่ๆ
เมื่อมองดูคู่รักหลายคู่ที่ก้าวเข้าไปเล่นแล้วต้องเดินคอตกกลับมามือเปล่า เขาก็แอบขำอยู่ในใจ
เจ้าของร้านคนนี้มันหน้าเลือดจริงๆ ปล่อยให้คนแห่เข้าไปเล่นตั้งเยอะตั้งแยะ แต่กลับมีคนได้ตุ๊กตาตัวจิ๋วกลับไปแค่คนเดียวเอง
ค่าเล่นเกมรอบละสิบดอลลาร์ออสเตรเลีย ได้กระสุนมาสิบนัด ต้องยิงให้แตกแปดลูกถึงจะได้รางวัล กติกาดูเหมือนจะง่ายๆ แต่จริงๆ แล้วมันซ่อนกับดักเอาไว้เพียบ นี่มันเครื่องสูบเงินชั้นยอดของสวนสนุกเลยล่ะ
"คนพวกนี้ฝีมือห่วยแตกจริงๆ เล่นกันตั้งสิบกว่าคนเพิ่งจะได้รางวัลไปแค่คนเดียวเอง" นาน่าเบ้ปากอย่างขัดใจ
"อยากลองฝีมือดูหน่อยไหมล่ะ" เฉินซีพยักพเยิดหน้าไปทางซุ้มเล่นเกม
"ลองก็ลองสิ พวกผู้ชายอย่างพวกนายนี่มันพึ่งพาไม่ได้จริงๆ คอยดูฝีมือคุณหนูคนนี้ก็แล้วกัน"
พูดจบนาน่าก็เดินไปจ่ายเงิน จากนั้นก็คว้าปืนขึ้นมาประทับบ่า ตั้งท่าเตรียมพร้อมจะเหนี่ยวไก เจ้าของร้านเป็นชายฝรั่งร่างท้วม เขากำลังยืนมองธนบัตรในมือด้วยรอยยิ้มอิ่มเอมใจ
เขาเปิดซุ้มทำมาหากินอยู่ที่นี่มาตั้งนาน กอบโกยกำไรเข้ากระเป๋าไปได้เป็นกอบเป็นกำทุกวัน
ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีใครคว้ารางวัลใหญ่พวกตุ๊กตาไซส์ยักษ์ไปได้เลยสักคน ส่วนพวกตุ๊กตาตัวจิ๋วนั่นน่ะ ต้นทุนยังไม่ถึงสิบดอลลาร์ออสเตรเลียด้วยซ้ำ
แต่กำไรจากพวกตุ๊กตาตัวจิ๋วพวกนี้ หักลบกลบหนี้ค่าเช่าที่แล้ว วันนึงเขาก็ยังฟันกำไรเหนาะๆ ไปเป็นพันดอลลาร์เลยล่ะ
"ปัง ปัง..."
ห้านาทีต่อมา นาน่าก็เดินคอตกกลับมาหาพวกเขาสองคน เมื่อกี้เธอลงทุนควักกระเป๋าไปตั้งสามสิบดอลลาร์ เล่นไปตั้งสามรอบ แต่สถิติที่ดีที่สุดที่ทำได้ก็คือยิงแตกแค่เจ็ดลูกเท่านั้น
ซึ่งมันยังห่างไกลจากเป้าหมายที่เธอตั้งไว้อีกเยอะ
เพราะเธอก็เล็งตุ๊กตาไซส์ยักษ์พวกนั้นไว้เหมือนกัน
"ฮึ่ม อยากจะพุ่งเข้าไปประเคนหมัดใส่ลูกโป่งพวกนั้นให้แตกกระจายไปเลย" นาน่าโกรธจนต้องชูหมัดขึ้นมาข่มขู่
"อยากได้หมีตัวนั้นใช่ไหม"
เฉินซีมองดูซาโอริที่กำลังลูบไหล่ปลอบใจนาน่า เขายกมือขึ้นลูบหัวซาโอริอย่างแผ่วเบา ชี้ไปที่ตุ๊กตาหมีสีชมพูตัวเขื่องแล้วเอ่ยถาม
"อืมๆ"
ซาโอริพยักหน้ารัวๆ ตอบรับแบบไม่ต้องคิดให้เสียเวลา
"ซาโอริ"
"แจ็ก"
ในขณะที่เฉินซีกำลังยืนต่อคิวรอจะเข้าไปยิงปืนล่าตุ๊กตาให้ซาโอริอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ผมสีน้ำตาล เดินตรงเข้ามาหาพวกเขา ในอ้อมแขนของเขากำลังโอบกอดหญิงสาวหุ่นเซ็กซี่เอาไว้แน่น
เฉินซีอดไม่ได้ที่จะหันไปมองดูสถานการณ์
"มาเที่ยวที่นี่เหรอ ยังหาแฟนไม่ได้อีกล่ะสิ"
"เรื่องของฉัน นายมายุ่งอะไรด้วย"
"ตอนแรกฉันก็นึกว่าผู้หญิงญี่ปุ่นจะใจกล้าหน้าด้านกันทุกคนซะอีก ไม่นึกเลยว่าเธอจะหัวโบราณขนาดนี้ แต่ถ้าตอนนี้เธอเปลี่ยนใจอยากจะมาคบกับฉัน มันก็ยังไม่สายเกินไปนะ"
"นายนี่มันน่าขยะแขยงจริงๆ ตัวเองมีแฟนอยู่แล้วทนโท่ ยังจะมาตามตื้อฉันอยู่อีก"
เมื่อได้ยินคำพูดพล่อยๆ ของชายคนนั้น ซาโอริก็หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ เธออดไม่ได้ที่จะพ่นคำด่าใส่แจ็กไปฉาดใหญ่
นี่เป็นครั้งแรกที่เฉินซีได้เห็นโหมดเกรี้ยวกราดของซาโอริ แต่ดูยังไงมันก็เหมือนลูกแมวขู่ฟ่อๆ มากกว่า ไม่ได้ดูน่ากลัวเลยสักนิด
"จะไปแคร์อะไรล่ะ แฟนฉันเขายังไม่เห็นจะว่าอะไรเลย"
ชายคนนั้นพูดจบก็หันไปกดจูบลงบนแก้มหญิงสาวในอ้อมกอดแรงๆ หญิงสาวหัวเราะคิกคัก ไม่ได้มีท่าทีหึงหวงหรือต่อว่าอะไรเขาเลยสักคำ
"เห็นไหมล่ะ ฉันพูดผิดซะที่ไหน" แจ็กกวาดสายตาแทะโลมซาโอริอย่างเปิดเผย
"ซาโอริ ไอ้หมอนี่มันใครเนี่ย"
นาน่าสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของเพื่อนรัก จึงกระซิบถามเสียงเบา ซาโอริเหลือบมองเฉินซีที่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วส่ายหน้าเบาๆ เป็นการส่งสัญญาณไม่ให้นาน่าพูดอะไรออกไป
"โอ๊ะ หน้าตาไม่เลวเลยนี่นา สนใจมาเล่นด้วยกันไหมจ๊ะ"
เมื่อแจ็กสังเกตเห็นว่ามีสาวสวยโผล่มาอีกคน สายตาของเขาก็รีบสแกนไปที่เรียวขาขาวเนียนของนาน่าทันที แววตาของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความหื่นกระหายอย่างปิดไม่มิด
"ไอ้น้อง แกเห็นฉันเป็นธาตุอากาศหรือไงฮะ"
เฉินซีเดินทำหน้าถมึงทึงเข้ามาขวาง บทสนทนาเมื่อกี้เขาได้ยินชัดเจนทุกคำ
"แกเป็นใครวะ" แจ็กปรายตามองเฉินซีด้วยสายตาเหยียดหยามพลางเอ่ยถาม
"ฉันเป็นพ่อแกไง"
ไอ้หมอนี่ดูยังไงก็ไม่ใช่คนดี แถมยังกล้ามาพูดจาลวนลามซาโอริต่อหน้าต่อตาเขาอีก เขาก็เลยไม่จำเป็นต้องรักษามารยาทด้วยแล้ว
ฟังจากสำเนียงที่พ่นออกมา หมอนี่น่าจะเป็นคนเอเชียเหมือนกันนี่แหละ
(จบแล้ว)