- หน้าแรก
- ปรมาจารย์สปอยล์แหลก แหกทำเนียบเทพ
- บทที่ 19 - หยวนสื่อขอรับพระราชโองการแต่งตั้งเทพ
บทที่ 19 - หยวนสื่อขอรับพระราชโองการแต่งตั้งเทพ
บทที่ 19 - หยวนสื่อขอรับพระราชโองการแต่งตั้งเทพ
บทที่ 19 - หยวนสื่อขอรับพระราชโองการแต่งตั้งเทพ
หลิงเยี่ยนแค่คิด กล่องทั้งสามใบก็เปิดออกพร้อมกัน
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดี คุณได้รับบันทึกชีวประวัติยอดฝีมือ 《ตำนานจักรพรรดินี》 x1]
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดี คุณได้รับการ์ดสัตว์เลี้ยง: จี๋เสียงซานเป่า (สัตว์กินเหล็ก) x1]
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดี คุณได้รับการ์ดตัวละคร: เทพแห่งแม่น้ำ x1]
ข้อความแจ้งเตือนไหลผ่านตาเป็นชุด
หลิงเยี่ยนเลิกคิ้วขึ้น
《ตำนานจักรพรรดินี》?
เขาหยิบหนังสือปกเก่าๆ เล่มนั้นขึ้นมา พลิกดูผ่านๆ
เรื่องราวของเด็กสาวที่มีร่างกายธรรมดาสามัญ ไม่สามารถฝึกยุทธ์ได้ แต่ต้องก้าวเข้าสู่วิถีแห่งการฝึกตนเพื่อแก้แค้นให้พี่ชาย ฝืนลิขิตสวรรค์เปลี่ยนชะตาตัวเอง จนสุดท้ายกลายเป็นจักรพรรดินีผู้ยิ่งใหญ่ในยุคสมัย ตัดสินชะตาโลก และสยบต้นตอของหายนะแห่งความมืดมิด
พล็อตเรื่องคุ้นๆ แฮะ
หลิงเยี่ยนโยนหนังสือเล่มนั้นทิ้งไปไว้ข้างๆ อย่างไม่ใส่ใจ
ความสนใจของเขา พุ่งเป้าไปที่การ์ดสองใบนั้นมากกว่า
การ์ดสัตว์เลี้ยง? การ์ดตัวละคร?
เขาหยิบการ์ดสัตว์เลี้ยงที่เป็นรูปก้อนกลมๆ สีขาวดำขึ้นมาก่อน
[ใช้งาน]
การ์ดกลายเป็นลำแสงพุ่งลงพื้นดิน
วินาทีต่อมา สิ่งมีชีวิตอ้วนกลมลายขาวดำ ก็มุดขึ้นมาจากดิน
ตัวมันสูงประมาณครึ่งตัวคน มีหูสีดำ เท้าสีดำ และขอบตาคล้ำเป็นวงสีดำอันเป็นเอกลักษณ์ ส่วนพุงกับหลังเป็นสีขาวโพลน
ที่ตลกที่สุดคือ มันใส่ชุดเกราะทองสัมฤทธิ์ไซซ์มินิด้วย หน้าตาดูซื่อๆ บื้อๆ กำลังมองซ้ายมองขวาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"เจ้านาย?"
เสียงเด็กผู้หญิงแจ๋วๆ ดังขึ้น
เจ้าตัวเล็กพอเห็นหลิงเยี่ยน ก็วิ่งดุ๊กดิ๊กๆ เข้ามา กลิ้งไปกลิ้งมาแทบเท้า แล้วเอาตัวถูไถกางเกงเขา
หลิงเยี่ยนหัวเราะร่วน ย่อตัวลงไปบีบหูฟูๆ ของมัน
"ต่อไปนี้ ข้าจะเรียกเจ้าว่า ต้าจ้วง ก็แล้วกัน"
สิ้นเสียง สัตว์กินเหล็กที่เพิ่งจะร่าเริงเมื่อกี้ ก็หงอยลงไปกองกับพื้นทันที ทำหน้าเหมือนหมดอาลัยตายอยากในชีวิต
"ไม่ชอบเหรอ?"
หลิงเยี่ยนลองคิดดูใหม่
"เสี่ยวไป๋?"
สัตว์กินเหล็กนิ่งเงียบ
"เสี่ยวเฮย?"
สัตว์กินเหล็กพลิกตัว เอาตูดหันใส่เขาเลย
"งั้นใช้นามสกุลเดียวกับข้า ชื่อหลิงตวนต่วน ดีไหม?"
หูของสัตว์กินเหล็กกระดิกยิกๆ ก่อนจะกระโดดเด้งดึ๋งขึ้นมาจากพื้น พยักหน้าหงึกๆ ดวงตาดำขลับเป็นประกายวิบวับด้วยความดีใจ
"โอเค ต่อไปนี้เจ้าชื่อหลิงตวนต่วน"
หลิงเยี่ยนลูบหัวมันเบาๆ
"ข้าขอแต่งตั้งให้เจ้าเป็นสัตว์เทพอารักษ์ประจำเขา และเป็นพาหนะส่วนตัวของข้า"
จากนั้น เขาก็หยิบการ์ดตัวละครขึ้นมา
บนการ์ด เป็นรูปผู้ชายตัวเล็กๆ ใส่ชุดกัปปะ มัดผมทรงซาลาเปาคู่ และหลับตาหยี
พวกตาหยีนี่ ตัวอันตรายทั้งนั้นแหละ
หลิงเยี่ยนบ่นพึมพำ
[ใช้งาน]
แสงสว่างวาบขึ้น เทพแห่งแม่น้ำร่างเล็กหน้าตาเหมือนในรูปการ์ดเป๊ะ ก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเขา
"สวัสดีครับบอส!"
พอโผล่มาปุ๊บ เทพแห่งแม่น้ำก็โค้งคำนับ 90 องศาให้หลิงเยี่ยนทันที ท่าทางนอบน้อมสุดๆ
"ผมจะเข้างานตรงเวลา เลิกงานตรงเวลา ทำโอทีไม่เอาตังค์ ก้มหน้าก้มตาทำงาน เพื่อสร้างมูลค่าสูงสุดให้กับบอสเลยครับ!"
หลิงเยี่ยนฟังแล้วถึงกับอึ้งไปเลย
"ทำตัวดีๆ ล่ะ"
เขากระแอมเบาๆ วางมาดเลียนแบบเจ้านายชาติที่แล้ว
"สิ้นปีนี้ ฉันจะเลื่อนขั้นขึ้นเงินเดือนให้"
"ขอบคุณครับบอส!"
เทพแห่งแม่น้ำตื่นเต้นจนตัวสั่น โค้งคำนับอีกรอบ แล้วพุ่งหลาวดำดิ่งลงดินหายวับไป
วินาทีต่อมา หลิงเยี่ยนก็สัมผัสได้ว่า เส้นชีพจรวิญญาณของยอดเขาตี้ท่าเกิดการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
มีสายน้ำใสแจ๋วสายหนึ่ง ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหน ไหลคดเคี้ยวเลาะไปตามตีนเขาตี้ท่า แล้วก็ไหลหายลับไปไหนก็ไม่รู้
เทพเจ้าเชิงคอนเซปต์งั้นเหรอ?
ความเก่งกาจของเทพแห่งแม่น้ำองค์นี้ คงไม่ธรรมดาแน่
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าการปรากฏตัวของเขา จะทำให้โลกใบนี้เกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง
"เจ้านาย หิวข้าวแล้ว ขอกินข้าวหน่อย"
หลิงตวนต่วนที่อยู่ข้างๆ ดึงแขนเสื้อเขา พูดด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร
หลิงเยี่ยนสะบัดแขนเสื้อ
"ลงมือทำเอง จะได้ไม่อดตาย"
หลิงตวนต่วนถึงกับชะงักค้างไปเลย
...
ส่วนลึกของความโกลาหล ตำหนักจื่อเซียว
ตำหนักอันเก่าแก่ตั้งตระหง่านมาตั้งแต่โบราณกาล เสียงสวดมนต์แห่งมรรคาดังแว่วมาไม่ขาดสาย
หยวนสื่อเทียนจุนยืนอยู่ด้านล่างตำหนัก โค้งคำนับให้เงาร่างบนเบาะรองนั่งเบื้องหน้า
"ท่านอาจารย์"
"ศิษย์น้องทงเทียน ก่อตั้งนิกายเจี๋ย ประกาศรับศิษย์ไม่เลือกหน้า"
"ทว่าศิษย์ในสำนักของเขา ส่วนใหญ่เป็นพวกมีขน มีเขา เกิดจากครรภ์ เกิดจากไข่ รากฐานไม่ดีงาม ประพฤติตนไม่เหมาะสม"
"พวกปีศาจมารร้ายเหล่านี้ ยึดครองภูเขาและแม่น้ำชื่อดัง สูบพลังวิญญาณของฟ้าดินไป หากปล่อยไว้เช่นนี้ เกรงว่าฝ่ายมารจะเจริญ ฝ่ายธรรมจะเสื่อมถอย ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อยุคหงฮวง"
น้ำเสียงของเขากังวานใส ทุกถ้อยคำล้วนอ้างความชอบธรรมเพื่อมวลมนุษยชาติ
นักพรตไท่ชิงผู้เป็นนักบุญที่อยู่ข้างๆ ถือแส้หางม้า หลับตาพักผ่อน ไม่พูดไม่จา
ปรมาจารย์เต๋าหงจวินบนเบาะรองนั่ง ร่างกายถูกปกคลุมด้วยกลิ่นอายมรรคาอันไร้ขอบเขต ไร้ความรู้สึกยินดียินร้าย
"แต่งตั้งเทพ คือกฎเกณฑ์แห่งสวรรค์"
หงจวินเอ่ยปาก
"บาปกรรมของฟ้าดินสะสม ภัยสังหารกำลังจะปะทุ ศิษย์สำนักนักบุญอย่างพวกเจ้า ก็ต้องเผชิญเคราะห์กรรมนี้เช่นกัน"
"เคราะห์กรรมนี้ ก็คือวาสนาด้วยเช่นกัน"
สิ้นเสียง ม้วนคัมภีร์แผ่นหนึ่งก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า ปราณสีเหลืองมืดไหลเวียน กฎเกณฑ์แห่งสวรรค์พันเกี่ยวกันเป็นสายโซ่
"นี่คือทำเนียบแต่งตั้งเทพ เป็นของวิเศษประหลาดที่ฟ้าดินให้กำเนิด"
"ให้สามสำนักของพวกเจ้า ร่วมกันปรึกษาหารือและลงนามในบัญชีนี้ เพื่อเติมเต็มตำแหน่งเทพเจ้าแห่งศาลสวรรค์ทั้ง 365 ตำแหน่งให้ครบตามลิขิตสวรรค์"
"หลังสิ้นสุดภัยสังหาร ผู้มีรากฐานล้ำลึก จะได้บรรลุมรรคาวิถีเซียน ส่วนผู้มีรากฐานตื้นเขิน จะถูกบันทึกชื่อในทำเนียบ รับราชโองการจากศาลสวรรค์ ก็จะได้มีชีวิตยืนยาวเช่นกัน ส่วนผู้ไร้วาสนา ร่างกายและจิตวิญญาณจะแตกสลาย กลับเข้าสู่วัฏสงสารอีกครั้ง"
หยวนสื่อเทียนจุนรับทำเนียบแต่งตั้งเทพมา สัมผัสถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่าน
ในใจของเขาลิงโลด
ปรมาจารย์เต๋าอนุญาตแล้ว
"ศิษย์ขอน้อมรับพระราชโองการท่านอาจารย์"
หยวนสื่อและไท่ชิงโค้งคำนับพร้อมกัน
เงาร่างของหงจวิน ค่อยๆ สลายกลายเป็นปราณมรรคา
ทั้งสองคนเดินออกจากตำหนักจื่อเซียว ยืนอยู่ท่ามกลางความโกลาหล
หยวนสื่อเทียนจุนลูบไล้ทำเนียบแต่งตั้งเทพในมือ ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มที่ปิดไม่มิด
"ศิษย์พี่ ลิขิตสวรรค์เป็นเช่นนี้ ลิขิตสวรรค์ช่างเข้าข้างเรา!"
"เมื่อมีบัญชีนี้ ภัยสังหารของสิบสองเซียนทองคำแห่งนิกายฉ่าน ก็จะคลี่คลายลงได้!"
นักพรตไท่ชิงลืมตาขึ้น นิ่งสงบดั่งบ่อน้ำลึก
"ทำเนียบแต่งตั้งเทพ ต้องลงนามร่วมกันสามสำนัก"
"ศิษย์น้องทงเทียน จะยอมส่งลูกศิษย์สุดที่รักของเขา เข้าสู่ทำเนียบเพื่อไปเป็นข้ารับใช้คนอื่นอย่างนั้นหรือ?"
รอยยิ้มบนใบหน้าของหยวนสื่อ ค้างเติ่งไปในทันที
จริงด้วย
ศิษย์นิกายฉ่านของเขา รวมหนานจี๋เซียนเวิงกับอวิ๋นจงจื่อเข้าไปด้วย ก็นับได้สิบกว่าคนเท่านั้น
แต่ละคนล้วนเป็นศิษย์รักที่มีรากฐานล้ำลึกและมีวาสนาไม่เบา จะยอมส่งไปให้คนอื่นชี้นิ้วสั่งได้อย่างไร
แต่นิกายเจี๋ยของทงเทียน ที่ได้ชื่อว่าหมื่นเซียนมาน้อมรับใช้ มีศิษย์เป็นหมื่นๆ คน
แค่สุ่มๆ ลากตัวมาสักคนสองคนให้ครบจำนวน ก็สิ้นเรื่องแล้วไม่ใช่หรือ?
แต่ทงเทียนจะยอมหรือ?
ด้วยนิสัยหวงลูกศิษย์ขนาดนั้น คงได้ล้มโต๊ะกลางวงเจรจาแน่ๆ
"ศิษย์ของศิษย์น้องทงเทียน ส่วนใหญ่เป็นพวกเผ่าปีศาจ ไม่คู่ควรจะเสวยสุขในความสงบของวิถีเซียน การเข้าสู่วิถีเทพต่างหากที่เป็นทางสว่างของพวกเขา"
หยวนสื่อเทียนจุนแค่นเสียงเย็น หาเหตุผลที่สมบูรณ์แบบให้กับความคิดของตัวเอง
"ข้าจะไปที่ตำหนักปี้โหยวกับศิษย์พี่ เพื่อคุยเรื่องนี้ให้รู้เรื่อง"
นักพรตไท่ชิงไม่ได้คัดค้าน
นิกายเจี๋ยมีอิทธิพลกว้างขวาง การเติบโตของเผ่าปีศาจในนั้น ไม่เป็นผลดีต่อการพัฒนานิกายมนุษย์ที่เขาก่อตั้งขึ้นจริงๆ
การช่วยหยวนสื่อ ก็เหมือนช่วยตัวเอง
"ประเสริฐ"
นักบุญทั้งสองตัดสินใจได้แล้ว ก็ก้าวเท้าออกไปเพียงก้าวเดียว ร่างกายก็ทะลุผ่านมิตินับไม่ถ้วน มาปรากฏตัวที่เหนือทะเลตงไห่
เกาะจินอ๋าว ตำหนักปี้โหยว
นักพรตทงเทียนกำลังเก็บตัวฝึกตนอยู่ภายในตำหนัก จู่ๆ ก็ลืมตาโพลงขึ้นมา
เขากับร่างจำแลงนักพรตชิงผิงที่อยู่บนยอดเขาตี้ท่า หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันในทันที
นักพรตทงเทียนลุกขึ้นยืน น้ำเสียงดังกังวานไปทั่วทั้งเกาะจินอ๋าว
"มีแขกมาเยือน"