- หน้าแรก
- เปรียบเทียบสองโต่วหลัว: เมื่อผมเกิดใหม่เป็นเทพมังกรหยูเสี่ยวกัง
- บทที่ 4: ปรมาจารย์หยูเสี่ยวกัง : จงสำแดงวิญญาณยุทธ์ของข้า!
บทที่ 4: ปรมาจารย์หยูเสี่ยวกัง : จงสำแดงวิญญาณยุทธ์ของข้า!
บทที่ 4: ปรมาจารย์หยูเสี่ยวกัง : จงสำแดงวิญญาณยุทธ์ของข้า!
บทที่ 4: ปรมาจารย์หยูเสี่ยวกัง : จงสำแดงวิญญาณยุทธ์ของข้า!
[ เวลาผ่านไปจนกระทั่งปีที่หยูเสี่ยวกังอายุครบหกขวบ และวันแห่งการปลุกวิญญาณยุทธ์ก็มาถึง ]
[ ในวันนี้สำนักมังกรสายฟ้าทรราชได้เชิญแขกผู้มีเกียรติมากมายมาร่วมเป็นสักขีพยาน รวมถึงพันธมิตรอย่างสำนักเจดีย์เจ็ดสมบัติ นิกายเฮ่าเทียน และแขกจากสี่สำนักล่าง ]
[ แม้แต่หอวิญญาณยังส่งผู้ทรงคุณวุฒิระดับสูงมาสังเกตการณ์ แสดงให้เห็นว่าทุกคนให้ความสำคัญกับการปลุกวิญญาณยุทธ์ครั้งนี้มากเพียงใด ]
[ เหตุผลหลักคือ หยูเสี่ยวกัง บุตรชายของ หยูหยวนเจิ้น พรมยุทธ์สายฟ้า ซึ่งเป็นราชทินนามพรมยุทธ์เพียงหนึ่งเดียวของสำนักมังกรสายฟ้าทรราช มีรายชื่อเข้ารับการปลุกวิญญาณยุทธ์ในครั้งนี้ด้วย ]
ณ สำนักมังกรสายฟ้าทรราช
"ฮึ่ม... แม้แต่ตอนนี้ เมื่อนึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ในปีนั้น ข้าก็ยังรู้สึกอับอายขายหน้ายิ่งนัก"
ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักมังกรสายฟ้าทรราชพ่นลมหายใจอย่างเย็นชา
"ที่จริงพวกเราคิดว่านั่นจะเป็นการเปิดตัวของว่าที่เจ้าสำนักคนต่อไป แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นแบบนั้นไปซะได้"
ผู้อาวุโสคนที่สองส่ายหัวอย่างระอา
"ดูเหมือนว่านับตั้งแต่วันนั้น สำนักมังกรสายฟ้าทรราชของพวกเราก็ไม่เคยจัดพิธีปลุกวิญญาณยุทธ์ครั้งใหญ่ขึ้นอีกเลย"
"จะจัดได้ยังไงกัน? หน้าพวกเราไม่เหลือชิ้นดีแล้ว ไม่ใช่แค่สำนักเจดีย์เจ็ดสมบัติหรือนิกายเฮ่าเทียนเท่านั้น แต่แม้แต่หอวิญญาณและสี่สำนักล่างยังได้เห็นความอัปยศของพวกเราเต็มสองตา! จนถึงตอนนี้ยังมีคนเอาเรื่องนี้มาล้อเลียนพวกเราอยู่เลย!"
เสียงตะคอกด้วยความโกรธและเสียงถอนหายใจของเหล่าผู้อาวุโสดังก้องอยู่ในหูของเจ้าสำนัก หยูหยวนเจิ้นที่นั่งอยู่ตรงกลางใบหน้าซีดเผือด แต่เขาไม่มีคำใดจะโต้แย้ง
เหตุการณ์ในปีนั้นได้สร้างรอยด่างพร้อยให้กับชื่อเสียงของสำนักอย่างหนัก และที่สำคัญคือพวกเขากู้คืนศักดิ์ศรีที่เสียไปไม่ได้เลย
หยูหยวนเจิ้นข่มความโกรธไว้ในอกแล้วเงยหน้ามองม่านสวรรค์
"พรมยุทธ์เทพมังกร... เขาไปถึงจุดนั้นได้ยังไงกัน..."
[ แขกเหรื่อมารวมตัวกันพร้อมหน้า ภายใต้สายตาทุกคู่ หยูเสี่ยวกังเชิดหน้าขึ้นสูง ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มภาคภูมิ เขาปรายตามองเด็กคนอื่นๆ ที่รอปลุกวิญญาณยุทธ์ด้วยสายตาดูแคลน ก่อนจะก้าวเท้าออกไปข้างหน้าเป็นคนแรก ]
[ เมื่อเห็นลูกชายมีท่าทีฮึกเหิมเช่นนั้น หยูหยวนเจิ้นก็ยิ้มออกมาด้วยความปลาบปลื้ม ]
[ "พี่หยู ข้าได้ยินมาว่าบุตรชายของท่าน หยูเสี่ยวกัง เริ่มศึกษาเรื่องวิญญาณยุทธ์ตั้งแต่อายุยังน้อยจนมีความเข้าใจลึกซึ้ง เรื่องนี้เป็นความจริงงั้นหรือ?" ]
[ อดีตเจ้าสำนักเจดีย์เจ็ดสมบัติเอ่ยถามหยูหยวนเจิ้นด้วยวาจาเยินยอ ]
[ "ฮ่าๆๆ เขาแค่มีความรู้ตื้นเขินเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร สำหรับพวกเราวิญญาณจารย์ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความแข็งแกร่งของตัวเองต่างหาก" ]
[ หยูหยวนเจิ้นตอบกลับด้วยรอยยิ้ม ]
[ "เรื่องพรสวรรค์คงไม่ต้องกังวลหรอก บุตรชายของราชทินนามพรมยุทธ์จะแย่ไปได้ยังไงกัน?" ]
[ "เหมือนกับสองอัจฉริยะแห่งนิกายเฮ่าเทียนในวันนี้ พวกเขาก็เป็นบุตรของราชทินนามพรมยุทธ์ และพรสวรรค์ของพวกเขาก็ถูกวางไว้ให้ก้าวข้ามผู้เป็นบิดาในอนาคต" ]
[ "ในมุมมองของข้า ภารกิจในการเพิ่มราชทินนามพรมยุทธ์คนที่สองให้กับสำนักมังกรสายฟ้าทรราช คงต้องฝากไว้ที่บุตรชายของเจ้าสำนักหยูแล้วล่ะ" ]
[ เจ้าสำนักเจดีย์เจ็ดสมบัติพูดราวกับเป็นเรื่องแน่นอน พร้อมกับพยักหน้าให้คนจากนิกายเฮ่าเทียน ]
[ หยูหยวนเจิ้นและสมาชิกนิกายเฮ่าเทียนที่ถูกชมต่างก็มีสีหน้าปรีดา มีเพียงราชทินนามพรมยุทธ์จากหอวิญญาณที่นั่งอยู่ข้างๆ เท่านั้นที่มีสีหน้าไม่สบอารมณ์นัก ]
ณ สำนักเจดีย์เจ็ดสมบัติ
"คำชมของท่านพ่อในตอนนั้นก็ไม่ได้เกินจริงเลย ทั้งถังเฮ่าและถังเซี่ยวต่างก็กลายเป็นราชทินนามพรมยุทธ์ และถังเฮ่าก็ได้สืบทอดฉายา พรมยุทธ์เฮ่าเทียน จริงๆ"
"เสียดายที่แม้แต่ท่านพ่อก็คาดไม่ถึงว่า บุตรชายของราชทินนามพรมยุทธ์ผู้สง่างาม จะปลุกวิญญาณยุทธ์ออกมาเป็นแบบนั้น"
หนิงเฟิงจือมองใบหน้าบิดาของตนบนม่านสวรรค์พลางส่ายหัวรำลึกความหลัง
"พูดได้แค่ว่า สวรรค์คงไม่อยากให้สำนักมังกรสายฟ้าทรราชของพวกเขารุ่งโรจน์ไปมากกว่านี้ล่ะมั้ง"
พรมยุทธ์กระดูก กู่หรง หัวเราะเสียงเย็น
พรมยุทธ์ดาบ เฉินซิน ที่ยืนอยู่ข้างๆ ไม่ได้พูดอะไร ลำพังแค่ 'ปรมาจารย์' หยูเสี่ยวกัง ไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว
สิ่งที่เขาขัดใจและสงสัยจริงๆ คือหยูเสี่ยวกังจากโลกคู่ขนานที่ได้รับฉายาว่า "เทพมังกร" ต่างหาก
ฉายาที่มีคำว่า 'เทพ' ประดับอยู่นั้น หากไม่มีพลังที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง ย่อมไม่มีวันรักษามันไว้ได้
ในเมื่อม่านสวรรค์ยอมรับและประกาศชื่อนี้ออกมา นั่นหมายความว่า พรมยุทธ์เทพมังกร หยูเสี่ยวกัง จะต้องเป็นยอดฝีมือที่อยู่บนจุดสูงสุดแน่นอน
"อย่าทำให้ข้าผิดหวังล่ะ"
เฉินซินพึมพำแผ่วเบา
[ เมื่อผู้เข้าร่วมพิธีมาครบ พิธีการปลุกวิญญาณยุทธ์ก็เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ ]
[ ในฐานะบุตรชายเจ้าสำนัก หยูเสี่ยวกังย่อมต้องปรากฏตัวเป็นคนสุดท้าย ]
[ ภาพที่ตามมาคือการปลุกวิญญาณยุทธ์ของเหล่าศิษย์ในสำนักมังกรสายฟ้าทรราช ]
[ "หยูเสี่ยวชวน วิญญาณยุทธ์ กิ้งก่าสายฟ้า พลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิด ระดับสาม" ]
[ "หยูเสี่ยวเฟิง วิญญาณยุทธ์ งูหลามสายฟ้า พลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิด ระดับสอง" ]
[ "หยูเสี่ยวเยี่ยน วิญญาณยุทธ์ ลิงยักษ์อัคนีสายฟ้า พลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิด ระดับสี่" ]
[ "ดีมาก! หยูเสี่ยวเสวี่ย วิญญาณยุทธ์ มังกรสายฟ้าทรราช พลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิด ระดับเจ็ด" ]
[ เด็กหนุ่มสาวคนแล้วคนเล่าผ่านพิธีไป บางคนดีใจสุดขีด บางคนท้อแท้สิ้นหวังจนร้องไห้โฮ แต่น่าเศร้าที่เหล่าผู้สังเกตการณ์ไม่มีใครปรายตามองคนเหล่านั้นเลย ]
[ โลกใบนี้ช่างโหดร้าย การปลุกวิญญาณยุทธ์คือเส้นแบ่งเขตที่แยกเพื่อนที่เคยเล่นด้วยกันให้กลายเป็นคนละโลกอย่างถาวร ]
[ เมื่อจำนวนเด็กที่รอปลุกวิญญาณยุทธ์น้อยลงเรื่อยๆ ความประหม่าก็เริ่มปกคลุมกลุ่มเด็กที่เหลือ ]
[ ในตอนนั้นเอง หยูเสี่ยวกังที่ยืนเชิดหน้าอย่างมั่นใจท่ามกลางฝูงชนจึงดูโดดเด่นออกมาอย่างชัดเจน ]
[ "สมกับเป็นวีรบุรุษตั้งแต่เยาว์วัย ช่างสง่างามยิ่งนัก!" ]
[ เจ้าสำนักเจดีย์เจ็ดสมบัติเอ่ยชมอีกครั้ง ]
[ "ฮ่าๆๆ เขายังอวดดีเกินไป แบบนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่" ]
[ หยูหยวนเจิ้นหัวเราะร่วน แม้จะปากบอกว่าไม่ดี แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจ ในฐานะอัจฉริยะ ถ้าไม่อวดดีซะหน่อยคนอื่นจะรู้ได้ยังไงว่าเก่งจริง? ]
[ ในที่สุด เด็กทุกคนยกเว้นหยูเสี่ยวกังก็ปลุกวิญญาณยุทธ์เสร็จสิ้น ในชั่วพริบตา สายตาทุกคู่ในพิธีก็พุ่งเป้าไปที่เขาเพียงคนเดียว ]
[ ภายใต้สายตานับร้อย หยูเสี่ยวกังชายตามองเด็กคนอื่นๆ อย่างภาคภูมิ ก่อนจะก้าวเข้าสู่ใจกลางค่ายกลปลุกวิญญาณยุทธ์ด้วยท่วงท่าองอาจ ]
[ เมื่อพิธีเริ่มขึ้น แสงสีทองสว่างจ้าพลันห่อหุ้มตัวหยูเสี่ยวกังไว้ในทันที เพียงแค่เห็นแสงสีทองนี้ ทุกคนก็รับรู้ได้ทันทีว่าวิญญาณยุทธ์ของหยูเสี่ยวกังต้องทรงพลังอย่างยิ่ง ]
[ "ดี!" ]
[ หยูหยวนเจิ้นที่คาดหวังในตัวลูกชายมาตลอด ถึงกับตระโกนลั่นและลุกขึ้นยืนจากที่นั่ง หากผลลัพธ์ยังไม่ออกมา เขาคงเริ่มตบมือฉลองไปแล้ว ]
[ ถึงอย่างนั้น ในหัวของหยูหยวนเจิ้นตอนนี้ได้จินตนาการไปถึงภาพที่สำนักมังกรสายฟ้าทรราชจะมีราชทินนามพรมยุทธ์สองคนในครอบครัวเดียวกันในอนาคตเรียบร้อยแล้ว ]
[ โฮก!!! ]
[ เสียงคำรามของมังกรยักษ์ดังกึกก้องในหูของทุกคน ทุกคนต่างเฝ้ารอวินาทีที่วิญญาณยุทธ์จะปรากฏร่าง ]
[ ท่ามกลางแสงสว่าง หยูเสี่ยวกังเองก็สัมผัสได้ถึงพลังมหาศาล เขาชูมือขึ้นด้วยความฮึกเหิม ]
[ "จงปรากฏกาย... วิญญาณยุทธ์ของข้า!" ]
[ ทันใดนั้นเอง ท่ามกลางเสียงอุทานด้วยความประหลาดใจ แสงสีทองที่ห่อหุ้มตัวเขาก็แตกกระจายออกราวกับกระจกที่แตกละเอียด ]
[ ร่างเล็กๆ ร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าหยูเสี่ยวกัง ]
[ ทั่วทั้งลานพิธีเงียบสงัดลงทันที ]
[ ทุกคนเบิกตาโต จ้องมองร่างที่ดูคล้ายลูกหมูตัวเล็กๆ ด้วยความตกตะลึงจนไม่เชื่อสายตาตัวเอง ]
[ "หลัว... หลัว..." ]
[ สัตว์ตัวน้อยที่ปรากฏกายที่เท้าของหยูเสี่ยวกังดูท่าทางหวาดกลัวสายตาฝูงชน มันรีบมุดไปซ่อนตัวอยู่หลังหยูเสี่ยวกังที่กำลังยืนตะลึงค้างอยู่อย่างน่าเวทนา ]