เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 - มูลนิธิการกุศล

บทที่ 22 - มูลนิธิการกุศล

บทที่ 22 - มูลนิธิการกุศล


บทที่ 22 - มูลนิธิการกุศล

หลินเค่อกลับมาถึงบ้าน เจสสิก้านอนหลับอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น เห็นได้ชัดว่าเธอกำลังรอเขาอยู่ หลินเค่อเดินเข้าไปปิดทีวีแล้วอุ้มตัวเจสสิก้าขึ้นมา

"อือ คุณกลับมาแล้วหรอคะ" เจสสิก้าที่กำลังงัวเงียตื่นขึ้นมาถาม

"กลับมาแล้วครับ นอนต่อเถอะนะ" หลินเค่อกระซิบเบาๆ เขาวางเจสสิก้าลงบนเตียงในห้องนอนใหญ่ จากนั้นก็ถอดเสื้อผ้าแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป

พอถึงเช้าวันรุ่งขึ้น จู่ๆ เจสสิก้าก็ผุดลุกขึ้นนั่งแล้วหันขวับมามองหลินเค่อ หลินเค่อลืมตาขึ้นมาถามด้วยความสงสัยว่า "เป็นอะไรไปครับ"

"ชนะไหมคะ" เจสสิก้าเบิกตากว้างถาม

หลินเค่อหัวเราะร่วนแล้วตอบว่า "ต้องชนะอยู่แล้วสิ สามสิบล้านดอลลาร์ เป็นไงล่ะ"

"จริงหรอคะ" เจสสิก้าทำหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อ "เยอะขนาดนั้นเลยหรอ"

"ฮ่าๆๆ" หลินเค่อลุกขึ้นยืน ดึงตัวเจสสิก้าเข้ามารวบกอดและจูบเบาๆ "เอาล่ะ ลุกขึ้นได้แล้ว วันนี้ยังมีเรื่องต้องทำอีกเยอะ ผมต้องรีบเอาเช็คไปขึ้นเงินแล้วก็เอาไปซื้อหุ้นต่อด้วย"

"จริงด้วย ไม่งั้นต้องเสียภาษีบานตะไทแน่เลย" เจสสิก้ารีบลุกพรวดพราด "เดี๋ยวฉันไปทำแซนด์วิชให้นะคะ"

...

หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จ เจสสิก้าก็เดินมาส่งหลินเค่อที่หน้าประตูบ้าน เขาตรงดิ่งไปที่ธนาคารเพื่อขึ้นเงินเช็คเป็นอันดับแรก จากนั้นก็แวะไปที่สำนักงานบัญชีเพื่อสั่งให้เลแลนด์กว้านซื้อหุ้นของสตาร์คอินดัสทรีส์เพิ่มอีก

เลแลนด์ อาวส์ลีย์รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย แต่เขาก็ไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงอะไร เพียงแต่รับปากว่าจะรีบจัดการซื้อหุ้นของสตาร์คอินดัสทรีส์ให้ได้มากที่สุดโดยเร็ว

หลินเค่อเดินออกมาด้วยความพึงพอใจ จากนั้นก็หันหลังเดินตรงไปยังธนาคารที่อยู่ละแวกนั้นทันที แต่เขาไม่ได้เข้าไปทำธุรกรรมอะไรหรอกนะ เขาแค่ไปดักซุ่มรอดูพวกคนที่มาใช้บริการตู้นิรภัย หรือไม่ก็คอยจับตาดูพวกผู้จัดการธนาคาร เพื่อดูว่าพวกเขามีกุญแจรูปร่างหน้าตาเหมือนกันพกติดตัวไว้บ้างหรือเปล่า

หลินเค่อประเมินสถานการณ์ไว้หลายจุด อย่างแรกคือธนาคารแห่งนั้นต้องมีขนาดใหญ่ มีระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนาและรัดกุมมากพอ

อย่างที่สองคือต้องไม่มีการบันทึกข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า ธนาคารจะตรวจสอบแค่กุญแจเท่านั้นโดยไม่สนว่าใครเป็นคนถือมา เพื่อเป็นการรักษาความลับขั้นสูงสุด

เมื่อพิจารณาจากสองเงื่อนไขนี้แล้ว เป้าหมายธนาคารที่หลินเค่อต้องไปสำรวจก็เหลืออยู่ไม่กี่แห่ง เขาเจอธนาคารที่เข้าข่ายอยู่สองแห่งในละแวกนั้น แต่ปรากฏว่ากุญแจตู้นิรภัยของทั้งสองแห่งนี้มีหน้าตาไม่เหมือนกับที่เขาตามหาเลย

เขาจึงต้องขยายขอบเขตการค้นหาออกไปอีก เลแลนด์คงไม่เอาของสำคัญไปเก็บไว้ในธนาคารที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตัวเองแน่ๆ ดังนั้นพอขยายพื้นที่ออกไป หลินเค่อก็ยังคงต้องคัดกรองเป้าหมายอย่างละเอียดอยู่ดี

แต่เขาไม่ได้รีบร้อนอะไร ภารกิจนี้มีแค่เขาคนเดียวที่รับผิดชอบ แถมความยากก็ไม่ใช่ย่อยๆ โคลสันคงไม่เร่งรัดเอาคำตอบจากเขาในเร็วๆ นี้หรอก

ขอแค่ผลลัพธ์สุดท้ายที่เขางัดเอาไปโชว์มันยอดเยี่ยมก็พอ โดยเฉพาะข้อมูลที่เขาเตรียมจะเปิดเผย มันอาจจะทำให้พวกนั้นตกตะลึงไปเลยก็ได้

วันแรกหลินเค่อยังคว้าน้ำเหลว เขาก็เลยกลับบ้านไปรับเจสสิก้าออกไปทานข้าว วันนี้ไม่มีทริชมาเป็นก้างขวางคอ ถือเป็นการออกเดตแบบสองต่อสองอย่างแท้จริง ทานข้าวเสร็จพวกเขาก็พากันไปดูหนังต่อ

ตลอดสามวันหลังจากนั้นหลินเค่อก็เอาแต่ตระเวนค้นหาไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงธนาคารแห่งสุดท้ายในวันที่สาม ในที่สุดเขาก็หามันจนเจอ

แต่ตอนนั้นมันก็ค่ำมากแล้ว เขาเลยตัดสินใจกลับออกมาก่อน ส่วนเรื่องที่ว่าที่นี่จะมีตู้นิรภัยของเลแลนด์ซ่อนอยู่จริงไหม พรุ่งนี้ค่อยกลับมาพิสูจน์ก็แล้วกัน

...

เจสสิก้ากำลังนั่งจ้องหน้าจอแล็ปท็อปเพื่อเลื่อนดูประกาศรับสมัครงาน เธอกำลังคิดไม่ตกว่าตัวเองควรจะทำงานอะไรดี

คำแนะนำของหลินเค่อถูกต้องที่สุด เธอควรหางานที่ตัวเองชอบจริงๆ แต่เธอกลับรู้สึกว่าตัวเองเป็นพวกชอบขุดคุ้ยสืบเสาะหาความจริง หรือว่าเธอควรจะไปเป็นตำรวจดีนะ

ก่อนหน้านี้หลินเค่อก็เคยเป็นตำรวจ แต่เขาเพิ่งจะลาออกมาหมาดๆ หรือเธอควรจะไปเป็นสายลับดี

แต่ถ้าเป็นสายลับ เธอก็คงไม่มีเวลาอยู่ด้วยกันกับหลินเค่อน่ะสิ เจสสิก้าเริ่มรู้สึกปวดหัว เธอเลิกคิดเรื่องหาเงินให้ได้มากกว่าหรือเทียบเท่าหลินเค่อไปตั้งนานแล้ว นี่เธอต้องกลายเป็นแม่บ้านแม่เรือนไปตลอดชีวิตจริงๆ หรอเนี่ย

เจสสิก้ารู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ ประจวบเหมาะกับที่หลินเค่อเปิดประตูห้องเข้ามาพอดี เจสสิก้ารีบลุกขึ้นไปช่วยเขาถอดเสื้อแจ็กเก็ตออก ช่วงสองสามวันที่ผ่านมานี้หลินเค่อมักจะใส่เสื้อแจ็กเก็ตตัวนี้ออกไปข้างนอกเสมอ

"ทำธุระเสร็จแล้วหรอคะ" เจสสิก้ากัดริมฝีปากถาม

"ใช่แล้วล่ะ แล้วคุณล่ะ" หลินเค่อถามกลับ "อยู่บ้านเฉยๆ เบื่อแย่เลยใช่ไหม"

"ไม่เบื่อหรอกค่ะ ฉันกำลังนั่งหางานในเน็ตอยู่ แต่ดูเหมือนจะไม่มีงานไหนที่เหมาะกับฉันเลย" เจสสิก้าบ่นด้วยความหงุดหงิดใจ "ตำรวจก็ไม่เหมาะ ส่วนสายลับก็ใช้เวลาเยอะเกินไป"

หลินเค่อลองคิดตาม มันก็จริงอย่างที่เธอพูด ถ้าเจสสิก้าออกไปทำงาน มันคงกระทบกับชีวิตคู่ของพวกเขาไม่น้อยเลย โดยเฉพาะถ้าเป็นงานที่ต้องใช้เวลาหรือมีความเสี่ยงสูง

ตอนแรกหลินเค่อก็แอบคิดอยากจะดึงเธอเข้ามาอยู่ในหน่วยชีลด์เหมือนกัน แต่พอมาคิดดูอีกที ล้มเลิกความคิดนั้นไปดีกว่า ไว้มีโอกาสค่อยหาชุดเกราะไวเบรเนียมมาให้เธอใส่สักชุดก็แล้วกัน จุดประสงค์เพื่อเอาไว้ป้องกันตัวนะ ไม่ใช่ให้เธอออกไปรบราฆ่าฟันกับใคร

ตัวเขาเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะเปิดเผยพลังพิเศษให้ใครรู้ แค่ทำหน้าที่เป็นสายลับมือฉมังก็เพียงพอแล้ว

หลินเค่อโอบกอดเจสสิก้าแล้วพาเธอไปนั่งลง จู่ๆ เขาก็โพล่งขึ้นมาว่า "ผมว่าพวกเรามาก่อตั้งมูลนิธิการกุศลกันดีกว่า เป็นมูลนิธิที่เน้นให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายโดยเฉพาะ"

"อย่างแรกคือมันช่วยลดหย่อนภาษีได้ และอย่างที่สองเราก็จะได้ช่วยเหลือคนอื่นด้วย คุณคิดว่าไง"

"คุณจะเป็นคนบริหารจัดการมูลนิธินี้เอง แล้วก็ไปทาบทามสำนักงานทนายความที่มีความยุติธรรมมาร่วมงานด้วย"

หลินเค่อนึกไปถึงแดร์เดวิล ในเมื่อเจสสิก้าไม่เหมาะที่จะออกไปทำงานเป็นลูกจ้างใคร งั้นก็ไม่ต้องทำ ก่อตั้งมูลนิธิการกุศลขึ้นมาให้เธอเป็นคนบริหารจัดการซะเลย แบบนี้ก็ถือว่ามีเงินเดือนเหมือนกัน

เจสสิก้ากะพริบตาปริบๆ เธอไม่เคยคิดถึงข้อเสนอนี้มาก่อนเลย แต่มันก็เป็นไอเดียที่ยอดเยี่ยมมากจริงๆ

"ฉันจะทำได้หรอคะ" เจสสิก้าถาม

"คุณก็ต้องค่อยๆ เรียนรู้ไปก่อนสิ ตอนนี้เงินของผมเพิ่งจะเอาไปลงกับหุ้นสตาร์คอินดัสทรีส์หมด แล้วการบริหารมูลนิธิมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ด้วย เราค่อยเป็นค่อยไปก็ได้" หลินเค่ออธิบาย "เราไม่จำเป็นต้องทำให้มันโด่งดัง แค่คอยช่วยเหลือผู้คนอยู่เงียบๆ ก็พอแล้ว"

"ยังไงซะผมก็ไม่ใช่บุคคลสาธารณะอะไร ผมเป็นแค่นักพนันมืออาชีพ ไม่มีความจำเป็นต้องออกสื่อโปรโมทอะไรเลย"

"คุณลองไปศึกษาหาข้อมูลดูก่อน ดีไหมล่ะ"

"ตกลงค่ะ ฉันจะลองไปศึกษาดู ว่าฉันจะไหวหรือเปล่า" เจสสิก้าพยักหน้ารับ เธอรู้สึกตื่นเต้นกับข้อเสนอนี้มากๆ

แต่ตอนนี้ก็ยังมีปัญหาใหญ่อีกอย่างหนึ่งค้างคาใจอยู่ นั่นคือพวกเขายังไม่ได้แต่งงานกัน อนาคตจะเป็นยังไงก็ยังไม่มีใครรู้ โดยเฉพาะเรื่องพลังพิเศษของเธอที่หลินเค่อยังไม่ระแคะระคายเลยแม้แต่น้อย

ทุกอย่างยังคงเป็นเรื่องลี้ลับ เธอคงทำได้แค่ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติและก้าวเดินไปทีละก้าวเท่านั้น

...

วันต่อมาหลินเค่อก็เดินทางไปที่ธนาคารแห่งนั้น เขาทำทีเป็นสนใจอยากจะใช้บริการเช่าตู้นิรภัย ผู้จัดการธนาคารจึงออกมาต้อนรับและเชิญเขาเข้าไปเยี่ยมชมด้านในอย่างกระตือรือร้น นี่แหละคือก้าวสำคัญเลยล่ะ

ห้องนิรภัยขนาดมหึมา ภายในมีตู้นิรภัยขนาดเล็กเรียงรายอยู่เต็มไปหมด หลินเค่อแอบเปิดใช้งานสายตาเอ็กซเรย์กวาดตามองไปทีละตู้ พร้อมกับเอ่ยถามว่า "ที่นี่ใช้แค่กุญแจในการเปิดอย่างเดียวใช่ไหมครับ"

"ถูกต้องครับคุณหลิน ทางเราจะไม่มีการบันทึกประวัติส่วนตัวของลูกค้า ค่าเช่าตู้นิรภัยจะเป็นการเหมาจ่ายรวดเดียวจบ จะเช่าแบบสามปี ห้าปี หรือสิบปีก็เลือกได้ตามใจชอบเลยครับ" ผู้จัดการอธิบายรายละเอียด "เวลาคุณต้องการใช้งานก็แค่ถือกุญแจมาเปิดได้เลยครับ"

"พวกเราจะบันทึกแค่หมายเลขที่สลักอยู่บนกุญแจเท่านั้นครับ"

หลินเค่อยังไม่เคยเห็นรูปร่างหน้าตาแบบเต็มๆ ของกุญแจดอกนั้น เขาก็เลยยังไม่รู้หมายเลขของมัน แต่เขาก็ไม่จำเป็นต้องรู้หรอก

ตอนนี้เขาสามารถมองทะลุเห็นของที่อยู่ข้างในตู้นิรภัยได้ทุกตู้ สิ่งที่เขากำลังตามหาคือพวกเอกสาร ฮาร์ดดิสก์ แฟลชไดรฟ์ หรือไม่ก็แผ่นดิสก์อะไรทำนองนั้น

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 22 - มูลนิธิการกุศล

คัดลอกลิงก์แล้ว