- หน้าแรก
- เดี๋ยวก่อน นี่น่ะเหรอระบบประเมินรถยนต์
- บทที่ 31 - รับมือวิกฤต
บทที่ 31 - รับมือวิกฤต
บทที่ 31 - รับมือวิกฤต
บทที่ 31 - รับมือวิกฤต
รอไปอีกหนึ่งนาที
จ้าวเสี่ยวหู่ก็ยังคงไม่พูดอะไร มีเพียงความสงสัยและความต่อต้านในแววตาที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
หลี่ต้าไห่เริ่มรำคาญขึ้นมาบ้างแล้ว
แม่งเอ๊ย!
ดูเหมือนวันนี้จะเจอไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่หัวทึบซะแล้ว!
กูอาบน้ำร้อนมาก่อน คลุกคลีในสังคมมาตั้งกี่สิบปี สถานการณ์แบบไหนบ้างที่ไม่เคยเจอ?
วันนี้กูจะให้ไอ้ช่างซ่อมรถหน้าโง่อย่างมึงได้เห็นเป็นบุญตา
ว่าความมืออาชีพมันเป็นยังไง!
เขาเปลี่ยนสีหน้าทันที แสร้งทำเป็นโมโหและดูน้อยเนื้อต่ำใจยิ่งกว่าเดิม แถมยังเจือไปด้วยท่าทีของคนที่ถูกบีบจนตรอก
เขายื่นมือออกไปอย่างรวดเร็ว
กระชากใบเสร็จรับเงินกลับมาจากมือของจ้าวเสี่ยวหู่
เขาชี้ไปที่ใบเสร็จสลับกับรถโฟล์คสวาเกน ลาวิด้า (Volkswagen Lavida) ที่จอดอยู่ข้างๆ
น้ำลายแทบจะกระเด็นใส่หน้าจ้าวเสี่ยวหู่
"ใบเสร็จก็อยู่นี่! หลักฐานทนโท่! รถก็จอดอยู่นี่! มันมีปัญหาจริงๆ!"
"แกซ่อมรถฉันพัง แกยังมีหน้ามาเถียงอีกเหรอ? จะไม่ยอมรับผิดชอบใช่ไหม?"
"ไอ้พวกพ่อค้าหน้าเลือดอย่างพวกแก คิดจะรังแกคนซื่อๆ แบบฉันใช่ไหม?!"
จ้าวเสี่ยวหู่ผงะถอยหลังไปครึ่งก้าวเมื่อเจอข้อกล่าวหาที่รุนแรงและดูน่าสงสารอย่างกะทันหันของหลี่ต้าไห่
แต่เขาก็ยังพยายามอธิบาย
"พี่ชาย ผมไม่ได้ไม่มีเหตุผลนะ แต่พี่ต่างหากที่ไม่ยอมให้ผมเช็คดูรถ แถมยังเปิดปากเรียกค่าเสียหายตั้ง 5,000"
"นี่... นี่มันขูดรีดกันชัดๆ..."
"แกนั่นแหละที่ไม่มีเหตุผล! แกนั่นแหละที่ไม่ยอมรับผิดชอบ!"
หลี่ต้าไห่ไม่ฟังอะไรทั้งนั้น เขาขึ้นเสียงดังกว่าเดิมจนดึงดูดสายตาของคนเดินผ่านไปมาแถวนั้น
นิ้วของเขาแทบจะจิ้มจมูกจ้าวเสี่ยวหู่
"แกมันก็แค่พ่อค้าหน้าเลือด! หน้าเงิน ไม่มีความรับผิดชอบ! ทำรถฉันพังแล้วคิดจะชิ่งหนี! ฉันบอกเลยนะ ไม่มีทาง!"
จ้าวเสี่ยวหู่ถูกด่าจนพูดไม่ออก หน้าแดงก่ำ
"พี่... พี่..."
หลี่ต้าไห่เห็นว่าข่มอีกฝ่ายได้ก็แอบได้ใจ
เขาตัดสินใจสุมไฟเพิ่ม ข่มขู่เป็นครั้งสุดท้าย
เขาล้วงสมาร์ตโฟนหน้าจอแตกๆ เครื่องหนึ่งออกมาแกว่งไปมาตรงหน้าจ้าวเสี่ยวหู่
พูดด้วยน้ำเสียงดุดันว่า "ได้! ไม่ยอมรับใช่ไหม? ไม่ชดเชยใช่ไหม? แกคิดว่าฉันทำอะไรแกไม่ได้เหรอ?"
"ฉันจะโทรเดี๋ยวนี้แหละ! โทรเบอร์ 12315! โทรหาสำนักงานบริหารจัดการกำกับดูแลตลาด! ร้องเรียนร้านเฮงซวยของแก!"
"ฝีมือไม่ถึง ซ่อมรถพังแล้วยังไม่รับผิดชอบ!"
"ฉันจะไปหาสื่อด้วย! ให้สถานีโทรทัศน์มาแฉร้านแก! ดูซิว่าร้านแกจะเปิดต่อไปได้อีกไหม!"
ระหว่างที่พูด เขาก็ลอบสังเกตสีหน้าของจ้าวเสี่ยวหู่ไปด้วย
พอเห็นแววตาของอีกฝ่ายมีความตื่นตระหนกและลุกลี้ลุกลน เขาก็ยิ่งมั่นใจ
พวกทำธุรกิจเล็กๆ แบบนี้ กลัวที่สุดก็คือการถูกร้องเรียนไปทางหน่วยงานรัฐและแรงกดดันจากสังคม
ต่อให้เป็นฝ่ายถูกก็ยังกลัวความวุ่นวาย กลัวกระทบธุรกิจ
"ถึงตอนนั้น เงินแค่ 5,000 ก็แก้ปัญหาไม่ได้แล้วนะเว้ย!"
หลี่ต้าไห่ทิ้งท้ายด้วยคำขู่
นิ้วของเขาจ่ออยู่ที่ปุ่มโทรออก ทำท่าเหมือนจะกดลงไป
แต่สายตากลับจ้องเขม็งไปที่จ้าวเสี่ยวหู่ รอคอยสัญญาณยอมจำนนจากอีกฝ่าย
ขอร้องฉันสิ! รีบขอร้องฉันสิ!
รีบขอร้องให้ฉันปรานีปล่อยแกไปสิวะ!
ฮ่าๆๆ...
คิกๆๆ...
......
"เฮ้ยๆๆ พวกนายหยุดเถียงกันก่อน!"
"มีเรื่องอะไร ค่อยๆ พูด ค่อยๆ จากันสิ อย่ามาตะโกนโหวกเหวกหน้าร้านแบบนี้ มันดูไม่ดี!"
สวีปินที่เพิ่งวิ่งลงมาจากชั้นบน รีบก้าวสามขุมเข้าไปแทรกกลางระหว่างทั้งสองคนที่กำลังตั้งท่าจะพุ่งใส่กัน
เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นเป็นเชิงปราม บ่งบอกให้ทั้งสองฝ่ายใจเย็นลง
ใบหน้าของเขาประดับไปด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร พยายามผ่อนคลายสถานการณ์
เมื่อเห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาหล่อเหลาโผล่พรวดเข้ามา
หลี่ต้าไห่ก็มองสำรวจเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างระแวดระวัง ขมวดคิ้วแล้วถามเสียงแข็ง
"แกเป็นใคร? เกี่ยวอะไรกับแกด้วย?"
สวีปินยังคงรอยยิ้มไว้บนใบหน้า อธิบายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า "พี่ชาย ใจเย็นๆ ก่อน"
"ผมก็เป็นเจ้าของร้านซ่อมรถนี้เหมือนกัน มีปัญหาอะไรเราค่อยๆ คุยกันดีกว่า"
พูดจบ เขาก็หันไปหาจ้าวเสี่ยวหู่ที่หน้าแดงก่ำ กำหมัดแน่นด้วยความโกรธ
"เกิดอะไรขึ้น? ค่อยๆ เล่ามาสิ"
จ้าวเสี่ยวหู่เหมือนได้เจอที่พึ่ง
เขาพ่นลมหายใจแรงๆ แล้วชี้หน้าหลี่ต้าไห่
ร่ายยาวถึงต้นสายปลายเหตุด้วยความเร็วแสง ทั้งโกรธทั้งน้อยใจ
โดยเน้นย้ำประเด็นสำคัญว่า:
เวลาผ่านไปตั้งเดือนกว่า จู่ๆ ก็บอกว่ารถมีปัญหา ไม่ยอมให้ตรวจเช็ก แถมยังขูดรีดเรียกเงินตั้ง 5,000
หลังจากสวีปินฟังเรื่องราวทั้งหมดจบ ก็รับใบเสร็จที่หลี่ต้าไห่สะบัดส่งมาให้
พอดูเสร็จ เขาก็เริ่มรู้สึกปวดหัวขึ้นมาตงิดๆ
เรื่องนี้ชักจะยุ่งยากซะแล้ว
เขาหันไปมองจ้าวเสี่ยวหู่ก่อน แกล้งทำหน้าขรึมและตำหนิด้วยน้ำเสียงดุๆ "นายสมองกลับหรือไง? ไฟช็อตเหรอ?"
"ทำให้พี่ชายเขาโกรธขนาดนี้ มีใครเขาจัดการปัญหาแบบนายบ้าง? ไม่มีความอดทนเอาซะเลย!"
"หลบไปเลย เรื่องนี้ฉันจัดการเอง นายไม่ต้องสอด"
จ้าวเสี่ยวหู่โดนด่าจนอึ้งไป อ้าปากจะเถียง แต่พอเห็นสายตาที่สวีปินส่งซิกมา เขาก็ยอมกลืนความโกรธลงคอแล้วถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
ไม่ปริปากพูดอะไรอีก
สวีปินรีบหันกลับมาหาหลี่ต้าไห่ที่ยังอารมณ์ค้างอยู่ เปลี่ยนสีหน้ากลับมาประดับรอยยิ้มพร้อมผายมือเชิญ
"พี่ชาย อย่าเพิ่งโมโหจนของขึ้นเลย รถมีปัญหา ผมเข้าใจความรู้สึกพี่ดีครับ"
"มาๆๆ เชิญข้างในก่อน เข้าไปนั่งพักดื่มน้ำในร้านก่อนเถอะ เดี๋ยวเราต้องหาทางจัดการให้พี่แน่นอน"
"พี่สบายใจได้ ถ้าเป็นความรับผิดชอบของเรา เราไม่ปัดสวะให้พ้นตัวเด็ดขาด!"
ท่าทีของสวีปินนั้นดูจริงใจ คำพูดคำจาก็สุภาพและดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี
สีหน้าของหลี่ต้าไห่จึงผ่อนคลายลงเล็กน้อย เขาส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ แต่ขาก็ก้าวเดินเข้าไปในร้าน
สวีปินเดินนำหลี่ต้าไห่ไปนั่งที่เก้าอี้พลาสติก หันไปหยิบโค้กเย็นๆ จากตู้แช่แข็งส่งให้
"พี่ชาย ดื่มน้ำหน่อยสิ จะได้ใจเย็นลง"
หลี่ต้าไห่รับโค้กเย็นกระป๋องนั้นไป กระดกรวดเดียวคำโต
ของเหลวเย็นซ่าที่ไหลลงคอช่วยดับไฟโกรธไปได้บ้าง
เขาเช็ดปาก อารมณ์ฉุนเฉียวลดลงจากเมื่อครู่นิดหน่อย
"มันต้องอย่างนี้สิ! เถ้าแก่อย่างนายพูดจาเข้าหู ค่อยดูเป็นคนมีเหตุผลหน่อย! ทัศนคติแบบนี้แหละถึงจะเรียกว่ามาแก้ปัญหา!!"
แต่หลี่ต้าไห่ก็ยังคงแสดงจุดยืนที่แข็งกร้าวของตัวเองต่อไป
"แต่จุดยืนของฉันตอนนี้ก็ชัดเจนมาก! ตอนนี้ฉันไม่เชื่อน้ำยาฝีมือช่างและของที่ร้านพวกนายใช้แล้ว!"
"ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น จ่ายเงินมา! ชดเชยมา 5,000!"
"พอได้เงินแล้ว ฉันจะเอารถไปซ่อมที่ศูนย์ 4S เอง! จะซ่อมถูกซ่อมแพงพวกนายก็ไม่ต้องมายุ่ง!"
สวีปินนั่งลงข้างๆ หลี่ต้าไห่ ยิ้มประจบแล้วพูดว่า "พี่ชายอย่าเพิ่งรีบสิ ผมพอจะเข้าใจเรื่องคร่าวๆ แล้ว"
"แต่เพื่อให้แก้ปัญหาได้ดีและชัดเจนยิ่งขึ้น ผมยังอยากขอยืนยันรายละเอียดกับพี่อีกสักสองสามข้อ พี่ว่าดีไหม?"
หลี่ต้าไห่ปรายตามองสวีปิน "แกยังอยากจะรู้อะไรอีก? ใบเสร็จก็ให้ดูแล้ว ปัญหารถก็เห็นอยู่ทนโท่"
สวีปินรีบพยักหน้ารับ พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ผมแค่อยากจะทบทวนอีกสักรอบ รถคันนี้มาเช็กระยะที่ร้านเราเมื่อเดือนที่แล้ว วันที่ 5 สิงหาคม ใช่ไหมครับ?"
เขาชี้ไปที่วันที่บนใบเสร็จ
หลี่ต้าไห่ตอบกลับอย่างหนักแน่น "ใช่! วันนั้นแหละ!"
สวีปินถามต่อ "เช็กระยะเสร็จ น้องชายพี่เป็นคนจ่ายเงิน? สแกนจ่ายผ่านมือถือใช่ไหม?"
หลี่ต้าไห่เริ่มรำคาญ "แหงสิ! สมัยนี้ใครเขายังพกเงินสดกันล่ะ? ก็ต้องสแกนจ่ายสิ!"
รอยยิ้มของสวีปินยังไม่จางหาย เขาร้องขอต่อ "งั้นรบกวนพี่ชาย ให้น้องชายพี่ส่งรูปสลิปโอนเงินมาให้ดูหน่อยได้ไหมครับ"
"ทางผมจะได้เอามาเทียบกับประวัติการรับเงินของร้านเรา ถ้ายืนยันว่าถูกต้อง เราถึงจะคุยเรื่องหลังจากนี้ได้ พี่ว่าจริงไหมล่ะ"
หลี่ต้าไห่ขมวดคิ้ว แต่ก็ล้วงมือถือออกมา ปากก็บ่นงึมงำ "ยุ่งยากจริง! รอเดี๋ยว!"
เขาเปิดอัลบั้มรูปในมือถือ เลื่อนหาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็เจอรูปสลิป
เขาหันหน้าจอมือถือไปทางสวีปิน
"ดูสิ! ชัดเจนไหมล่ะ! 'ร้านเสี่ยวหู่ซ่อมรถยนต์' 265 หยวน! วันที่ 5 สิงหาคม บ่าย 3 โมง 20!"
......