- หน้าแรก
- เดี๋ยวก่อน นี่น่ะเหรอระบบประเมินรถยนต์
- บทที่ 8 - ฉันมันอัจฉริยะหนึ่งในหมื่นจริงๆ นะเนี่ย!
บทที่ 8 - ฉันมันอัจฉริยะหนึ่งในหมื่นจริงๆ นะเนี่ย!
บทที่ 8 - ฉันมันอัจฉริยะหนึ่งในหมื่นจริงๆ นะเนี่ย!
บทที่ 8 - ฉันมันอัจฉริยะหนึ่งในหมื่นจริงๆ นะเนี่ย!
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ
ร้านเสี่ยวหู่ซ่อมรถยนต์
จ้าวเสี่ยวหู่ปาดเหงื่อบนหน้าผาก
"น้องชาย ซ่อมเสร็จแล้วนะ ค่าอะไหล่กับค่าแรงทั้งหมด 360 หยวน มีปัญหาอะไรก็แวะมาหาพี่ได้ตลอดเลยนะ"
"Alipay รับยอดโอน 360 หยวน"
"งั้นผมขอไปลองขับดูก่อนนะ"
หม่าเสี่ยวชวนจ่ายเงินเสร็จ ก็กระโดดขึ้นรถสตาร์ทเครื่องทันที
หักพวงมาลัย เหยียบคันเร่ง
รถตู้เลี้ยวออกไปสู่ถนนใหญ่
สองนาทีต่อมา รถตู้ก็กลับมาจอดหน้าร้านอีกครั้ง
หม่าเสี่ยวชวนลดกระจกลง ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ชูนิ้วโป้งให้จ้าวเสี่ยวหู่ที่ยังยืนอยู่ตรงนั้น
"สุดยอด เถ้าแก่ร้านพี่แม่งโคตรเทพเลย! รถวิ่งฉลุย ไม่มีปัญหาแล้ว ผมไปก่อนนะ"
"ขับรถดีๆ นะน้องชาย มีอะไรก็แวะมาได้เลย"
มองส่งรถตู้ที่ขับออกไปไกลแล้ว จ้าวเสี่ยวหู่ถึงเดินกลับเข้ามาในร้าน
เขากระดกน้ำอึกใหญ่ ก้มมองตัวเองที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเหม็นเปรี้ยว แล้วหันไปมองสวีปินที่นั่งไถมือถืออย่างสบายใจเฉิบ
จ้าวเสี่ยวหู่เดินเข้าไปยืนจังก้าอยู่ตรงหน้าสวีปิน
ยืนเท้าสะเอว จ้องหน้าเขม็ง ไม่ยอมพูดอะไร
สวีปินละสายตาจากหน้าจอมือถือ
"มองอะไรนักหนา? ไม่เคยเห็นคนหล่อหรือไง? มองนานกว่านี้คิดตังค์นะเว้ย!"
จ้าวเสี่ยวหู่เปิดปาก น้ำเสียงฟังดูพิลึกๆ "วันนี้เปิดบิลแรกก็ปังเลยนะ อาปิน สารภาพมาตรงๆ เถอะ นี่นายแมวตาบอดเจอหนูตายฟลุ๊กทายถูกใช่ไหม?"
สวีปินวางมือถือลง มองอีกฝ่ายด้วยความระอา
"เสี่ยวหู่เอ๊ย นายจะยอมรับหน่อยไม่ได้หรือไงว่าฉันคืออัจฉริยะหนึ่งในหมื่นตัวจริงน่ะ?!"
จ้าวเสี่ยวหู่ลูบตอหนวดสากๆ ใต้คาง
"มันก็ทำใจเชื่อยากอยู่นะเว้ย พูดตรงๆ มันดูโม้เกินไปหน่อย"
สวีปินลุกขึ้นยืน ตบไหล่หนาๆ ของจ้าวเสี่ยวหู่ ทำท่าเหมือนผู้ใหญ่ใจดี
"ไม่เป็นไรน่า ฉันรู้ว่าตอนนี้นายยังทำใจยอมรับความจริงไม่ได้ ไว้ฉันโชว์ฝีมือให้ดูอีกสักสองสามรอบ นายก็จะกล้าเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายนี้เองแหละ"
จ้าวเสี่ยวหู่: "......"
"ยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะ? ร้อนขนาดนี้ ไม่คิดจะซื้อไอติมมาให้ลูกพี่ปินของนายดับร้อนหน่อยหรือไงวะ?!"
สวีปินสั่งอย่างกับเป็นเรื่องปกติ
จ้าวเสี่ยวหู่: "......"
...
ช่วงบ่ายสามโมง แดดยังคงร้อนแรง
หน้าร้าน "เสี่ยวหู่ซ่อมรถยนต์" มีเสียงเครื่องยนต์รถดังแว่วมา
ลูกค้ามาอีกแล้ว
เป็นรถตู้รุ่น Wuling อีกคัน
สวีปินลุกขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียง ไปยืนเท้าสะเอวอยู่หน้าร้าน
โดยมีจ้าวเสี่ยวหู่ยืนประกบอยู่ข้างหลังเหมือนเป็นลูกน้อง
รถตู้คันนี้ดูเก่ามาก รอยขูดขีดเต็มคันรถไปหมด ดูเยินๆ
สวีปินจ้องไปที่รถ
สามวินาทีต่อมา
[รายงานประเมินสภาพรถยนต์]
[เป้าหมายการประเมิน: Wuling Sunshine รุ่นปี 2013 เครื่องยนต์ 1.0L รุ่นมาตรฐาน]
[วันที่ผลิต: กรกฎาคม 2013]
[ราคาแนะนำ: 29,800 หยวน]
[เลขไมล์ปัจจุบัน: 135,485 กิโลเมตร (เลขไมล์แท้)]
[จำนวนครั้งที่โอนกรรมสิทธิ์: 0 ครั้ง]
[ปัญหาปัจจุบัน: ลูกปืนล้อหลังขวาพัง ทำให้มีเสียงหอนเวลาขับ; ยางหูหิ้วท่อไอเสียขาด ทำให้เกิดเสียงสั่นสะเทือน]
[แนวทางการซ่อม: เปลี่ยนลูกปืนล้อหลังขวา, ซ่อมแซมยางหูหิ้วท่อไอเสีย]
[ราคาประเมินตลาด: 2,000 หยวน]
...
"เถ้าแก่ ผมมาอีกแล้ว!"
หม่าเสี่ยวชวนลงจากฝั่งคนขับพร้อมรอยยิ้มแฉ่ง
"พูดตรงๆ นะ ผมยังแอบคาใจนิดๆ ไม่ค่อยอยากจะเชื่อว่าพี่จะเทพขนาดนั้น ตอนนี้พี่พอดูออกไหมว่ารถคันนี้เสียตรงไหน? ต้องตรวจดูก่อนไหม?"
"ไม่ต้องตรวจหรอกน้องชาย ปัญหาง่ายนิดเดียว"
สวีปินยิ้ม
"ลูกปืนล้อหลังขวาพัง เวลาขับเลยมีเสียงดัง แล้วก็ยางหูหิ้วท่อไอเสียขาด มันเลยเกิดเสียงสั่น"
"หา? เอาจริงดิ?!"
รอยยิ้มบนใบหน้าหม่าเสี่ยวชวนแข็งค้าง
"สาบานได้! รีบเอารถขับเข้ามาเลย เดี๋ยวพอยกรถขึ้นก็รู้แล้วว่าใช่หรือเปล่า"
คราวนี้ไม่ต้องรอให้สวีปินสั่ง จ้าวเสี่ยวหู่ก็จัดการเอารถขึ้นฮอยส์ (เครื่องยกรถ) อย่างคล่องแคล่ว
เช็กดูแป๊บเดียว ก็คอนเฟิร์มอาการเสียได้ทันที
มันคือสองจุดที่สวีปินบอกเป๊ะๆ
"ลูกปืนต้องเปลี่ยน ราคาประมาณร้อยกว่าหยวน ส่วนหูหิ้วท่อไอเสียที่ขาด จ่ายแค่ไม่กี่สิบหยวนก็เชื่อมติดได้แล้ว"
"น้องชาย รวมค่าแรงกับค่าอะไหล่แล้ว จ่ายมา 300 ก็พอ"
"ตกลง"
หม่าเสี่ยวชวนนั่งยองๆ ดูอยู่ข้างๆ ตลอด
หลักฐานคาตาขนาดนี้
เขาลุกขึ้น ล้วงมือถือออกมาสแกนคิวอาร์โค้ดจ่ายเงิน
"Alipay รับยอดโอน 300 หยวน"
พอเงินเข้า จ้าวเสี่ยวหู่ก็เริ่มลงมือซ่อม สวีปินคอยเป็นลูกมืออยู่ข้างๆ คอยส่งเครื่องมือและอะไหล่ให้
จ้าวเสี่ยวหู่ทำงานอย่างชำนาญ เครื่องมือทุกชิ้นราวกับมีชีวิตเมื่ออยู่ในมือเขา
เหงื่อไหลย้อยลงมาตามหน้าผาก เขาใช้แขนเสื้อเช็ดลวกๆ ตลอดเวลา
ในฐานะคนที่ไม่ค่อยรู้เรื่องช่าง สวีปินมองดูท่วงท่าและการทำงานของจ้าวเสี่ยวหู่ แล้วเขาก็ได้สัมผัสถึงความหมายของคำว่า "ช่างฝีมือ" อย่างลึกซึ้งเป็นครั้งแรก
ระบบสามารถบอกจุดบกพร่องให้เขาได้ แต่การจะแก้ไขปัญหานั้นได้จริง ต้องพึ่งพาสองมือของจ้าวเสี่ยวหู่นี่แหละ
...
ผ่านไปชั่วโมงกว่าๆ งานก็เสร็จเรียบร้อย
หม่าเสี่ยวชวนก็รีบเอารถตู้ที่ซ่อมเสร็จไปลองขับดูอีกครั้ง
พอกลับมา เขาก็ชูนิ้วโป้งให้ทั้งสองคนอีกรอบ ก่อนจะขับรถออกไป
ก่อนไปเขาทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่ง:
"นับถือเลย! โคตรเทพ! วันหลังรถที่บ้านมีปัญหาอะไร ผมจะเอามาซ่อมที่นี่แหละ"
"ขับรถดีๆ นะน้องชาย ขอบคุณที่มาอุดหนุน"
สวีปินยืนอยู่หน้าร้าน ยิ้มและโบกมือลา
พอรถขับไปไกลแล้ว เขาก็เอามือไพล่หลัง หันไปมองจ้าวเสี่ยวหู่ที่ยืนอยู่ข้างๆ
"อะแฮ่ม... เสี่ยวหู่เอ๊ย... อาการเสียบางอย่าง แค่ดูสภาพภายนอก ฟังเสียง ดมกลิ่น ก็พอจะเดาออกเกือบหมดแล้วแหละ..."
"ทีนี้ นายเชื่อหรือยังล่ะว่าฉันน่ะทะลวงจุดเหรินตูจนกลายเป็นอัจฉริยะหนึ่งในหมื่นไปแล้วจริงๆ!"
ใบหน้ากลมๆ ของจ้าวเสี่ยวหู่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งอึ้ง ทั้งทึ่ง แต่ส่วนใหญ่คือความงุนงง
เขาพยักหน้า
"ก็พอจะ... เชื่อบ้างนิดหน่อยแล้วว่ะ"
"แค่พอมิดหน่อยเหรอ?" สวีปินเอื้อมมือไปตบไหล่เพื่อน ส่ายหัวแล้วเดินกลับเข้าไปในร้าน
"หึๆ ดูท่าทางแกจะดื้อใช่ย่อยนะเนี่ย! ปากแข็งไม่เบา! ถ้างั้นนายก็เปลี่ยนชื่อจากจ้าวเสี่ยวหู่ เป็นจ้าวเสี่ยวหนิว (วัวน้อยผู้ดื้อรั้น) ซะเลยสิ"
จ้าวเสี่ยวหู่: "......"
...
เวลาล่วงเลยมาจนถึงหกโมงครึ่งตอนเย็น
ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำลง แต่ความร้อนยังแผดเผา อากาศยังคงอบอ้าว
จำนวนรถบนถนนบางตาลง ดูทรงแล้วคงไม่มีลูกค้าแวะมาซ่อมรถแล้วล่ะ
จ้าวเสี่ยวหู่ยืนสังเกตการณ์อยู่หน้าร้านสักพัก ก่อนจะหันไปตะโกนบอกคนในร้าน
"อาปิน ไป ปิดร้านเลิกงานกันเถอะ"
สวีปินที่กำลังว่างจัดนั่งพลิกดูสมุดบันทึกการซ่อมเล่มเก่าของจ้าวเสี่ยวหู่ เงยหน้าขึ้นมอง
"เร็วขนาดนี้เลย? ฟ้ายังสว่างอยู่เลยนะ"
จ้าวเสี่ยวหู่เริ่มเก็บเครื่องมือที่วางเกลื่อนกลาด พลางอธิบาย
"เดี๋ยวไปหาร้านปิ้งย่างนั่งก๊งเบียร์กันหน่อยดีกว่า"
พอได้ยินว่าจะไปกินปิ้งย่าง สวีปินก็รีบวางสมุดในมือลง ลุกพรวดขึ้นมาเร่งทันที
"จัดไป ไปกันเลย รออะไรล่ะ"
เขาไม่ได้ลิ้มรสปิ้งย่างจริงๆ จังๆ มานานแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้
จำได้ว่าครั้งล่าสุดที่กินก็คือ... ครั้งล่าสุดนั่นแหละ
ช่างเถอะ เอาเป็นว่านานมากแล้วกัน
...
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสภาพผ่านศึกมาอย่างโชกโชน จอดเทียบหน้าร้านปิ้งย่างริมทาง
ยังไม่ทันที่รถจะจอดสนิท
สวีปินก็ใช้สองมือยันตัว กระโดดลงมาอย่างคล่องแคล่ว
เขาเดินตรงไปที่แผงปิ้งย่าง หยิบตะกร้าพลาสติกแล้วเริ่มเลือกวัตถุดิบสำหรับมื้อค่ำนี้ทันที
เต้าหู้แผ่น, พริกหยวก, เห็ดหอม, เห็ดเข็มทอง, กุยช่าย, กุยช่าย...
เนื้อล่ะ?
เขายืนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็หยิบแค่ปีกไก่สองไม้กับน่องไก่สองไม้
เน้นผัก ไม่เน้นเนื้อ
...