- หน้าแรก
- ร่ำรวยด้วยพลังหยั่งรู้ฝูงปลา
- บทที่ 48 เช่าพื้นที่จัดเลี้ยง!
บทที่ 48 เช่าพื้นที่จัดเลี้ยง!
บทที่ 48 เช่าพื้นที่จัดเลี้ยง!
ทันทีที่ชายผู้นี้ก้าวออกมา ทุกคนต่างก็เบิกตากว้างด้วยความตะลึง
เพราะชายคนนี้มีชื่อว่า เมิ่งเจิ้งสยง เขาคือ "ราชาบุฟเฟต์อาหารทะเล" ผู้โด่งดังแห่งเมืองฮั่นเฉิง มีทรัพย์สินในครอบครองมากกว่าร้อยล้านหยวน!
นึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะมาจองโต๊ะจัดงานแต่งงานให้ลูกชายที่ร้านยวี๋ฮั่วเหรินเจียของหลินฟาน นี่ถือเป็นคำสั่งซื้อรายการใหญ่ที่ใครเห็นก็ต้องอิจฉา!
นอกจากนักท่องเที่ยวแล้ว ผู้คนในที่นี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการในแวดวงร้านอาหารของเมืองฮั่นเฉิง ต่างก็พากันส่งสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความริษยามาที่หลินฟาน
เมื่อวานร้านยวี๋ฮั่วเหรินเจียยังเป็นเพียงร้านอาหารสไตล์บ้านสวน (หนงเจียเล่อ) เล็ก ๆ ที่ไม่มีใครรู้จัก แต่วันนี้ไม่เพียงแต่จะคว้าอันดับหนึ่งในเทศกาลอาหารทะเล แต่แม้กระทั่งเมิ่งเจิ้งสยงยังต้องมาขอร่วมธุรกิจด้วย ช่างเป็นเกียรติประวัติที่รุ่งโรจน์ยิ่งนัก!
ทว่า ออเดอร์ใหญ่นี้ก็ไม่ใช่ว่าจะรับมาได้ง่าย ๆ เพราะเมิ่งเจิ้งสยงยื่นเงื่อนไขว่า ทุกโต๊ะจะต้องมีปลาอีคุดเขียว (ปลาหิน) ธรรมชาติโต๊ะละหนึ่งตัว
ปลาอีคุดเขียวธรรมชาติหนึ่งร้อยตัว ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะสามารถรวบรวมได้ครบในระยะเวลาอันสั้น!
"แน่นอนว่าผมกล้ารับครับ!" ออเดอร์ใหญ่ที่เดินมาจ่อถึงปากขนาดนี้ มีหรือที่หลินฟานจะปฏิเสธ
"ดีมาก ถ้าคุณมั่นใจว่าสามารถรวบรวมปลาอีคุดเขียวธรรมชาติหนึ่งร้อยตัวได้ภายในสามวัน งานแต่งลูกชายผมก็จะจัดที่ร้านของคุณ โดยผมจะให้ราคาเหมาที่โต๊ะละหนึ่งหมื่นหยวน"
เมิ่งเจิ้งสยงพยักหน้าอย่างพอใจ แววตาที่มองหลินฟานแฝงไว้ด้วยความชื่นชม รู้สึกว่าชายหนุ่มคนนี้มีความกล้าหาญและเด็ดเดี่ยวไม่เบา
"ขอบคุณประธานเมิ่งที่ไว้วางใจครับ ปลาอีคุดเขียวธรรมชาติหนึ่งร้อยตัว ผมจะหามาให้ครบแน่นอน!" หลินฟานตบหน้าอกรับปากอย่างมั่นใจ
โต๊ะละหนึ่งหมื่นหยวน หนึ่งร้อยโต๊ะ ก็คือคำสั่งซื้อมูลค่าหนึ่งล้านหยวน!
สวีจิ้งหว่านและหลินชิงชิงต่างก็มีสีหน้าดีใจจนปิดไม่มิด ดูท่าว่าการตัดสินใจเข้าร่วมเทศกาลอาหารทะเลในครั้งนี้จะเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดที่สุดจริง ๆ
เมื่อมีชื่อเสียง ออเดอร์ใหญ่ ๆ ก็จะไหลมาเทมาเองโดยไม่ต้องออกแรงหา
"ประธานเมิ่งครับ ร้านเซินไห่สือเยี่ยนของเราเป็นภัตตาคารระดับพรีเมียม ก่อนหน้านี้ท่านเพิ่งบอกเองไม่ใช่เหรอครับว่าจะพิจารณาจัดงานแต่งที่ร้านของเรา แล้วทำไมจู่ ๆ ถึงจะเปลี่ยนใจไปจัดที่ร้านหนงเจียเล่อเล็ก ๆ อย่างยวี๋ฮั่วเหรินเจียนั่นล่ะครับ?"
ในตอนนั้นเอง ฮั่วหยุนเฟยก็ก้าวออกมาขัดจังหวะ เขามองเมิ่งเจิ้งสยงด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อ
ตอนนี้เขาคือผู้ดูแลร้านเซินไห่สือเยี่ยน เมื่อสองวันก่อนพอได้ข่าวว่าลูกชายของเมิ่งเจิ้งสยงกำลังจะแต่งงาน เขาก็เป็นฝ่ายเข้าไปติดต่อเพื่อเสนอให้มาจัดงานที่ร้านของเขา
เป้าหมายของเขาคือการค่อย ๆ กลืนกินทรัพย์สินของตระกูลหลิ่ว ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องสร้างรากฐานในตระกูลหลิ่วให้มั่นคงโดยเร็วที่สุด และการสร้างผลงานที่โดดเด่นคือสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดในตอนนี้
วันนี้เขาเพิ่งจะพลาดตำแหน่งที่หนึ่งในเทศกาลอาหารทะเลไปหยก ๆ ออเดอร์หลักล้านของเมิ่งเจิ้งสยงรายการนี้ เขาจะยอมปล่อยให้หลุดมือไปไม่ได้เด็ดขาด!
"ร้านอาหารระดับพรีเมียมแล้วไง? สุดท้ายภัตตาคารหรูของแกก็แพ้ฉันอยู่ดีไม่ใช่เหรอ? ไอ้ขยะ!"
ออเดอร์ใหญ่ที่อยู่ในมือนั้น หลินฟานย่อมไม่มีทางยอมให้ฮั่วหยุนเฟยแย่งไปได้ เขาจึงเปิดฉากตอกกลับทันที!
เมิ่งเจิ้งสยงเห็นหลินฟานกับฮั่วหยุนเฟยเริ่มจะเปิดศึกน้ำลายกัน จึงรีบก้าวออกมาเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย
"นายน้อยฮั่วครับ เดิมทีผมก็ตั้งใจจะจัดที่เซินไห่สือเยี่ยนนั่นแหละ แต่ลูกชายกับลูกสะใภ้ของผมเขาอยากจัดงานแต่งริมชายหาด ทิวทัศน์ที่หมู่บ้านสือถังนั้นสวยงามมาก แถมน้ำทะเลที่นั่นก็สะอาด ปลาที่จับได้ก็รสชาติดีเยี่ยม"
"ประจวบเหมาะกับที่ร้านยวี๋ฮั่วเหรินเจียตั้งอยู่ที่หมู่บ้านสือถังพอดี ครั้งนี้ผมเลยตัดสินใจจะจัดที่ร้านของหลินฟาน ไว้โอกาสหน้าพวกเราค่อยร่วมงานกันนะครับ"
เมิ่งเจิ้งสยงเอ่ยพลางยิ้มแย้ม
เขายังคงให้เกียรติฮั่วหยุนเฟยอยู่บ้างเพราะอีกฝ่ายก็มีภูมิหลังไม่ธรรมดา แต่เห็นได้ชัดว่าเขาตัดสินใจเลือกทางของหลินฟานไปแล้ว
"ถ้าท่านอยากจัดที่หมู่บ้านสือถัง ก็มาจัดกับผมได้เหมือนกันนี่ครับ!" ฮั่วหยุนเฟยตบมือพลางเอ่ยขึ้น
"นายน้อยฮั่วมีร้านอาหารอยู่ที่หมู่บ้านสือถังด้วยเหรอครับ?" เมิ่งเจิ้งสยงประหลาดใจเล็กน้อย
"สถานที่ทุรกันดารแบบนั้น ผมจะไปมีร้านอาหารอยู่ที่นั่นได้ยังไงกันครับ แต่ผมรู้มาว่าฝั่งตรงข้ามของร้านยวี๋ฮั่วเหรินเจีย มีร้านชื่อสวนปลาหย่วนฮั่งตั้งอยู่ ผมสามารถไปขอเช่าที่นั่นสักสองวันเพื่อจัดงานให้ท่านได้"
"ขอแค่ประธานเมิ่งตกลง ผมจะยกทีมเชฟระดับสูงจากเซินไห่สือเยี่ยนไปที่นั่นเอง เพื่อให้ท่านได้รับการบริการระดับพรีเมียมที่สุดท่ามกลางบรรยากาศหมู่บ้านสือถังครับ" ฮั่วหยุนเฟยมองเมิ่งเจิ้งสยงด้วยสายตาคาดหวัง
เดิมทีอู๋เทียนเฟิงสั่งให้เขากำจัดหลินฟานทิ้งเสีย
แต่จากการปะทะกันคราวก่อน เขาพบว่าตัวเองสู้พละกำลังของหลินฟานไม่ได้
เขาจึงเปลี่ยนแผนมาเป็นการขัดขวางความเจริญรุ่งเรืองของหลินฟานแทน เขาจึงส่งคนไปสืบเรื่องที่หมู่บ้านสือถังจนรู้ว่าฝั่งตรงข้ามร้านของหลินฟานมีร้านสวนปลาหย่วนฮั่งอยู่
เพื่อที่จะแย่งชิงออเดอร์หลักล้านจากหลินฟานมาให้ได้ การลงทุนเช่าร้านสวนปลาหย่วนฮั่งเพียงสองวันเพื่อจัดงานให้เมิ่งเจิ้งสยงจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากสำหรับเขา!
หลินชิงชิงและสวีจิ้งหว่านต่างก็ฉายแววโกรธแค้นบนใบหน้า
ไม่นึกเลยว่าฮั่วหยุนเฟยจะทำถึงขนาดนี้เพื่อแย่งงานของพวกเธอ ดูท่าอีกฝ่ายจะตั้งตัวเป็นศัตรูกับพวกเธออย่างเต็มตัวเสียแล้ว
"เอ่อ... คือว่า..."
เมิ่งเจิ้งสยงเริ่มลำบากใจ เพราะฮั่วหยุนเฟยถึงขนาดจะยอมเช่าสถานที่เพื่อเขานั้นถือเป็นการให้เกียรติอย่างมาก หากเขาปฏิเสธไปก็ดูจะใจดำเกินไปหน่อย
"ประธานเมิ่งครับ งานแต่งงานคืองานสำคัญที่สุดในชีวิต แน่นอนว่าต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดครับ"
"ผมคือคนหมู่บ้านสือถังโดยกำเนิด รสชาติอาหารทะเลที่พวกเราทำคือรสชาติดั้งเดิมที่แท้จริง วันนี้ในเทศกาลอาหารทะเลพวกเราก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเราเป็นที่หนึ่งทั้งหมวดวัตถุดิบและหมวดฝีมือทำอาหาร นี่คือบทพิสูจน์ความสามารถของเราครับ"
"ส่วนเรื่องปลาอีคุดเขียวธรรมชาติหนึ่งร้อยตัว ผมรับประกันกับท่านได้เลยว่า ผมจะหาของที่สดใหม่ที่สุดมาให้ท่านแน่นอน การเลือกยวี๋ฮั่วเหรินเจียของพวกเราจะเป็นการตัดสินใจที่ไม่ผิดพลาดแน่นอนครับ!"
หลินฟานเอ่ยย้ำความมั่นใจอีกครั้ง
"เรื่องฝีมือของพวกคุณ ผมย่อมเชื่อถืออยู่แล้ว..."
เมิ่งเจิ้งสยงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เพราะฮั่วหยุนเฟยก็มีภูมิหลังใหญ่โตจะหักหน้ากันตรง ๆ ก็ไม่ดี แต่สิ่งที่หลินฟานพูดมาก็คือความจริง
"เอาแบบนี้แล้วกัน ในเวลาสองวัน ใครที่สามารถรวบรวมปลาอีคุดเขียวธรรมชาติเหล่านั้นมาได้ครบก่อน ผมก็จะจัดงานที่ร้านของคนนั้น ผมต้องการของป่าที่สดใหม่ที่สุด พวกคุณว่ายังไง?"
เมิ่งเจิ้งสยงหันไปถามทั้งฮั่วหยุนเฟยและหลินฟาน วิธีนี้คือการวัดกันที่ความสามารถ ใครที่ชนะและได้งานไป อีกฝ่ายก็ย่อมไม่มีข้ออ้างที่จะคัดค้านได้อีก
"ตกลงครับประธานเมิ่ง ภายในสองวัน ผมจะรวบรวมปลาอีคุดเขียวธรรมชาติหนึ่งร้อยตัวมาให้ได้ ส่วนคนบางคนน่ะ... เกรงว่าจะมีดีแค่ปากแต่ไม่มีความสามารถพอละมั้ง!"
ฮั่วหยุนเฟยปรายตามองหลินฟานด้วยความดูแคลนพลางแค่นเสียงเย็นชา
เพราะเบื้องหลังของเขามีพลังของตระกูลหลิ่วคอยสนับสนุน การหาปลาอีคุดเขียวหนึ่งร้อยตัวภายในสองวันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาเลย แต่สำหรับหลินฟานที่ตัวคนเดียว มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
ทว่าหลินฟานกลับไม่ได้ใส่ใจคำถากถางของฮั่วหยุนเฟยเลยแม้แต่นิดเดียว เขามีเคล็ดวิชามังกรบรรพกาลอยู่ในมือ ถ้าขนาดเขายังหาไม่ได้ ฮั่วหยุนเฟยก็อย่าหวังว่าจะหาเจอเลย
เมิ่งเจิ้งสยงแลกเบอร์ติดต่อกับหลินฟานไว้ และบอกว่าให้ติดต่อกันตลอดเวลา ก่อนจะขอตัวกลับไปก่อน
ตอนนี้ช่วงพิธีการที่สำคัญที่สุดของเทศกาลอาหารทะเลได้จบลงแล้ว ต่อไปคือกิจกรรมที่เหล่านักท่องเที่ยวจะได้เพลิดเพลินกับการลิ้มลองอาหารทะเลจากบูธต่าง ๆ ที่วางเรียงรายจนสุดลูกหูลูกตา
"เสี่ยวฟาน ไหน ๆ ตอนนี้คนก็เยอะแล้ว ทำไมเราไม่ลองประกาศขายปลาทูน่าครีบน้ำเงินที่เหลือดูล่ะ" สวีจิ้งหว่านเอ่ยแนะนำ
"ครับ" หลินฟานพยักหน้าเห็นด้วย
เขาเองก็ตั้งใจจะขายปลาทูน่าครีบน้ำเงินตัวนี้ในงานอยู่แล้ว เพราะปลาตัวนี้มันใหญ่เกินไป แถมส่วนโอโทโระที่ล้ำค่าที่สุดก็ถูกใช้ไปแล้ว การจะหาผู้ซื้อทั่วไปมารับช่วงต่อนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย
ทว่าทันทีที่หลินฟานขยับปลาทูน่าครีบน้ำเงินขนาดมหึมาออกมาโชว์ บรรดานักท่องเที่ยวต่างก็พากันแตกตื่นแห่กันเข้ามามุงดูทันที
"เช็ดเข้! มีปลาทูน่าครีบน้ำเงินตัวใหญ่ขนาดนี้จริง ๆ ด้วยแฮะ เพิ่งเคยเห็นตัวเป็น ๆ ก็วันนี้แหละ!"
"มางานเทศกาลครั้งนี้คุ้มจริง ๆ ได้เปิดหูเปิดตาแล้ว!"
"เถ้าแก่ ปลาทูน่านี่ขายยังไงครับ? ผมอยากซื้อไปลองชิมบ้าง!"
ผู้คนเริ่มหลั่งไหลเข้ามาหาหลินฟานราวกับคลื่นมนุษย์ เพียงชั่วพริบตา เขาก็กลายเป็นจุดสนใจที่โดดเด่นที่สุดในงานเทศกาลอาหารทะเลทันที!
จบบท