- หน้าแรก
- ร่ำรวยด้วยพลังหยั่งรู้ฝูงปลา
- บทที่ 11 กุ้งมังกรจิ่นซิ่วฝูงใหญ่!
บทที่ 11 กุ้งมังกรจิ่นซิ่วฝูงใหญ่!
บทที่ 11 กุ้งมังกรจิ่นซิ่วฝูงใหญ่!
“ถ้าผมแพ้ ผมจ่ายให้คุณหนึ่งแสน แล้วถ้าคุณแพ้ล่ะ จะจ่ายอะไร?” หลินฟานถามกลับฉีหยวนฮั่ง
“แกจะเอาอะไรก็ว่ามาเลย!” ในสายตาของฉีหยวนฮั่ง เขาคิดว่าเขาไม่มีทางแพ้แน่นอน จึงไม่ได้กังวลอะไร
“ถ้าผมแพ้ ผมจ่ายหนึ่งแสน แต่ถ้าคุณแพ้ คุณต้องยกเรือหม่านชางให้ผม” หลินฟานปรายตามองไปที่เรือหม่านชางที่จอดอยู่ข้าง ๆ
เรือประมงลำนั้นสภาพดีทีเดียว หากปล่อยให้อยู่ในมือของฉีหยวนฮั่งก็คงเสียของเปล่า ๆ ถ้าเขาชนะมาได้ ก็จะได้ไม่ต้องลำบากหาเงินซื้อเรือใหม่
“ไอ้เวร เรือลำนั้นของฉัน ตั้งแต่ซื้อมาจนถึงดัดแปลงใหม่หมดไปตั้งสามแสน แกจะใช้เงินแค่แสนเดียวมาเดิมพันกับฉันงั้นเหรอ?” ฉีหยวนฮั่งแสดงท่าทีไม่พอใจชัดเจน
“ตอนนั้นมันสามแสน แล้วตอนนี้มันยังถึงสามแสนอยู่หรือเปล่าล่ะ?” หลินฟานสวนกลับ
“เรือหม่านชางของฉันสภาพยังใหม่เอี่ยมเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ ต่อให้ไม่ถึงสามแสน แต่มูลค่าสองแสนน่ะถึงแน่ ไม่พนันโว้ย!” ฉีหยวนฮั่งเอ่ยด้วยความโมโห
“ไม่พนันก็ช่าง ผมยังไงก็ได้” หลินฟานยักไหล่ เตรียมตัวจะออกเรือ
“เดี๋ยวก่อน!”
เห็นหลินฟานจะไปจริง ๆ ฉีหยวนฮั่งก็รีบโดดลงมาจากเรือสือถังทันที
เพราะสำหรับเขาแล้ว นี่คือเกมที่เขาชนะใส ๆ เขาจะพลาดโอกาสหาเงินแสนไปง่าย ๆ ได้อย่างไร!
“พนันก็พนัน! แต่เพื่อกันไม่ให้แกเล่นตุกติก ฉันจะเชิญผู้อาวุโสโจวมาเป็นพยาน!”
ฉีหยวนฮั่งมองไปทางชายชราวัยเจ็ดสิบกว่าที่อยู่ไม่ไกล
ชายชราคนนั้นนามสกุลโจว เป็นอดีตผู้ใหญ่บ้าน และเป็นบุคคลที่ได้รับความเคารพนับถือมากที่สุดในหมู่บ้านสือถัง
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ในหมู่บ้าน มักจะเชิญเขามาเป็นประธานตัดสินเสมอ
หากมีผู้อาวุโสโจวมาเป็นพยาน ก็จะไม่มีใครกล้าบิดพริ้ว!
ตามปกติแล้ว ฉีหยวนฮั่งไม่เคยกลัวว่าใครในหมู่บ้านสือถังจะมาเล่นตุกติกกับเขา เพราะมีแต่เขาเท่านั้นที่ไปรังแกคนอื่น ไม่มีใครกล้ามาหือกับเขา
แต่หลังจากเห็นฝีมือของหลินฟานเมื่อวาน เขาก็เริ่มไม่มั่นใจ จึงต้องหาคนที่น่าเชื่อถือมาเป็นพยานไว้ก่อน
“ได้!” หลินฟานตอบตกลงทันที
ฉีหยวนฮั่งเดินเข้าไปพูดคุยกับผู้อาวุโสโจวครู่หนึ่ง ในที่สุดท่านก็พยักหน้าตกลงจะเป็นพยานให้
“ฉันว่าหลินฟานแพ้แน่!”
“นั่นดิ กุ้งมังกรจิ่นซิ่วน่ะหายากจะตาย ขนาดเรือสือถังของเราออกไปทั้งวันยังจับไม่ได้ถึงร้อยจินเลย แล้วไอ้เรือสำปั้นผุ ๆ นั่นจะจับได้ถึงสิบจินหรือเปล่าก็ไม่รู้ ถ้าจับได้ก็ถือว่าดวงดีสุด ๆ แล้ว!”
“เมื่อวานดวงดีจับปลาได้ไม่กี่ตัว ก็นึกว่าตัวเองแน่แล้ว ฉันว่าวันนี้มันจับไม่ได้แม้แต่ขี้ปลาหรอก!”
หลิวต้าจู้และชาวบ้านคนอื่น ๆ บนเรือสือถัง เมื่อเห็นหลินฟานกล้าเดิมพันกับฉีหยวนฮั่ง ต่างก็พากันหัวเราะเยาะ
“เสี่ยวฟาน พวกเราจะจับกุ้งมังกรจิ่นซิ่วได้ถึงร้อยจินจริง ๆ เหรอ?” สวีจิ้งหว่านเอ่ยด้วยความกังวล
หากหลินฟานแพ้ เงินค่าผ่าตัดของหยางหงก็จะมลายหายไปทันที
“วางใจเถอะครับพี่จิ้งหว่าน เดี๋ยวคอยดูฝีมือผมนะ”
หลินฟานตบหน้าอกตัวเองอย่างมั่นใจ พลางพายเรือสำปั้นมุ่งหน้าออกสู่ทะเลลึก
เขาพายเรือออกไปไกลจนมองไม่เห็นหมู่บ้านสือถังแล้วจึงหยุดเรือ
ตามปกติแล้ว เรือสำปั้นลำเล็กแบบนี้ไม่กล้าออกมาไกลฝั่งขนาดนี้ แต่หลินฟานผู้ปลุกสายเลือดมังกรบรรพกาลมีความมั่นใจว่าเขาสามารถดูแลความปลอดภัยของตัวเองและสวีจิ้งหว่านได้
กุ้งมังกรจิ่นซิ่วนั้นหาได้ยาก เขาจึงจำเป็นต้องตระเวนหาไปทั่ว
“พี่จิ้งหว่าน ใต้น้ำมีปลาเก๋าจุดฟ้าอยู่ตัวหนึ่ง พี่อยู่บนเรือนะ เดี๋ยวผมลงไปจับมันเอง!”
หลินฟานยังไม่เจอกุ้งมังกรจิ่นซิ่ว แต่สัมผัสได้ถึงปลาเก๋าจุดฟ้าก่อน
สวีจิ้งหว่านมองด้วยความสงสัย เมื่อครู่เธอไม่เห็นอะไรเลย หลินฟานจะรู้ได้ยังไงว่ามีปลาอยู่ข้างล่าง หรือว่าเขาจะมีตาทิพย์?
แต่ไม่ทันที่เธอจะได้สงสัยอะไร หลินฟานก็ถือปืนยิงอวนกระโจนลงทะเลไปทันที
ด้วยอานุภาพจากเคล็ดวิชามังกรบรรพกาล หลินฟานราวกับมังกรหวนคืนสู่สมุทร เขาทะยานไปในน้ำอย่างผ่อนคลาย
ไม่นานนัก เขาก็พบปลาเก๋าจุดฟ้าตัวนั้น มันหนักประมาณสิบห้าจิน และกำลังหาอาหารอย่างสบายอารมณ์
หลินฟานเข้าหาจากด้านหลังอย่างเงียบเชียบ กว่าปลาเก๋าจุดฟ้าจะรู้ตัวว่าอันตรายมาถึงและพยายามจะหนีก็สายไปเสียแล้ว มันถูกหลินฟานรวบเข้าอวนอย่างง่ายดาย
เมื่อหลินฟานประคองปลาเก๋าจุดฟ้าตัวเขื่องกลับขึ้นสู่ผิวน้ำ สวีจิ้งหว่านถึงกับเบิกตากว้างด้วยความทึ่ง
“เสี่ยวฟาน เธอเก่งจริง ๆ เลย รู้ได้ยังไงว่ามีปลาอยู่ข้างล่างน่ะ?”
หลินฟานหัวเราะร่า “เมื่อกี้ผมพอจะเหลือบเห็นแวบหนึ่งน่ะครับ บางทีอาจจะเป็นเพราะดวงดีด้วย”
หลินฟานเก็บปลาเก๋าจุดฟ้าไว้ แล้วเริ่มค้นหากุ้งมังกรจิ่นซิ่วต่อ เพราะนี่คือเป้าหมายหลักของวันนี้
ความพยายามไม่เคยทรยศใคร หลังจากค้นหาอยู่นานกว่าชั่วโมง เขาก็สัมผัสได้ว่าใต้ผิวน้ำมีฝูงกุ้งมังกรจิ่นซิ่วฝูงใหญ่!
“พี่จิ้งหว่าน เดี๋ยวผมลงไปดูรอบ ๆ หน่อยนะว่ามีกุ้งมังกรจิ่นซิ่วหรือเปล่า”
หลินฟานมุดลงน้ำไปอีกครั้ง ครั้งนี้เขาไม่ได้พกปืนยิงอวน แต่พกถุงตาข่ายขนาดใหญ่ลงไปด้วย
เขาดำดิ่งลงไปยังก้นทะเล และก็พบฝูงกุ้งมังกรจิ่นซิ่วจำนวนมหาศาลอยู่ท่ามกลางดงปะการังจริง ๆ!
มันมีเยอะมากจนนับไม่ถ้วน!
ส่วนหัวและอกของมันเป็นทรงกระบอก มีลวดลายหลากสีสันงดงาม หนวดของมันยาวมาก และขาเดินมีลวดลายเป็นวงสลับสีเหลืองอ่อนกับสีดำ
ยิ่งไปกว่านั้น พวกมันยังมีขนาดตัวที่ใหญ่มาก แต่ละตัวหนักอย่างน้อยสองถึงสามจิน!
ปกติกุ้งมังกรจิ่นซิ่วที่พบเห็นทั่วไปจะหนักประมาณครึ่งจิน แม้จะโตได้สูงสุดถึงห้าหกจินแต่นั่นก็หาได้ยากยิ่ง
ฝูงกุ้งมังกรจำนวนมากและมีขนาดตัวถึงสองสามจินเช่นนี้ นับว่าเป็นสิ่งที่พบเจอได้ยากสุด ๆ!
หลินฟานไม่รอช้า เริ่มจับกุ้งมังกรจิ่นซิ่วทันที
เขายื่นมือไปจับได้ทีละตัว กุ้งมังกรเหล่านั้นไม่มีโอกาสได้หนีเลย
เพียงครู่เดียว เขาก็จับมาได้สิบกว่าตัวจนเต็มถุงตาข่าย
หลินฟานรีบว่ายกลับขึ้นสู่ผิวน้ำ โดยมีสวีจิ้งหว่านยืนมองหาด้วยความกระวนกระวายใจอยู่บนเรือ
หลินฟานลงไปนานมากจนยังไม่โผล่ขึ้นมา คนปกติไม่มีทางกลั้นหายใจได้นานขนาดนี้ เธอจึงเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้น
แต่เมื่อเห็นหลินฟานหิ้วถุงตาข่ายที่เต็มไปด้วยกุ้งมังกรจิ่นซิ่วขึ้นมา เธอก็ต้องตกตะลึงอีกครั้ง!
กุ้งมังกรถุงนี้ อย่างน้อยก็น่าจะหนักถึงยี่สิบสามสิบจิน!
หลินฟานคนนี้ทำได้จริง ๆ บอกจะจับปลาเก๋าจุดฟ้าก็ได้ปลาเก๋าจุดฟ้า บอกจะจับกุ้งมังกรจิ่นซิ่วก็ได้มาถุงใหญ่จริง ๆ!
“พี่จิ้งหว่าน ส่งถุงมาให้ผมอีกสองใบครับ ข้างล่างยังมีอีกเพียบ!”
หลินฟานวางถุงกุ้งมังกรถุงแรกไว้บนเรือสำปั้น รับถุงตาข่ายอีกสองใบจากสวีจิ้งหว่านแล้วมุดลงน้ำไปอีกครั้ง
ฝูงกุ้งมังกรจิ่นซิ่วเริ่มตื่นตระหนกและกำลังพยายามหนี เขาต้องฉวยโอกาสนี้จับพวกมันให้ได้มากที่สุด
ไม่นานหลินฟานก็หิ้วกุ้งมังกรจิ่นซิ่วขึ้นมาอีกสองถุง แล้วก็มุดลงไปพร้อมถุงใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เขาทำแบบนี้จนจับมาได้ถึงสิบถุงจึงหยุดมือ
ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงวันแล้ว เขาทำงานติดต่อกันมานานหลายชั่วโมง
ต่อให้มีพลังมังกรบรรพกาลคอยค้ำจุน แต่ในตอนนี้เขาก็อดที่จะหอบเหนื่อยและหิวจนไส้กิ่วไม่ได้
“เสี่ยวฟาน พี่เตรียมเสบียงมาด้วย กินอะไรสักหน่อยแล้วค่อยพักนะ” สวีจิ้งหว่านหยิบขนมปังและเครื่องดื่มออกมาจากถุงส่งให้หลินฟาน
ตอนนี้เธอเข้าใจแล้วว่า ทำไมหลินฟานถึงกล้าเดิมพันกับฉีหยวนฮั่ง
แค่กุ้งมังกรสิบถุงนี้ ก็น่าจะหนักถึงสองสามร้อยจินแล้ว!
“พี่จิ้งหว่าน พี่ก็กินด้วยกันสิครับ!” หลินฟานรับขนมปังมาแล้วเริ่มกินอย่างรวดเร็ว
เมื่อเช้าเขารีบร้อนออกไปจนลืมพกเสบียงมาด้วย
ถ้าไม่มีสวีจิ้งหว่าน เขาคงต้องทนหิวแน่ ๆ
หลังจากกินจนอิ่มหนำ หลินฟานสัมผัสได้ว่าฝูงกุ้งมังกรเหล่านั้นกำลังมุ่งหน้าไปทางทิศใต้ เขาจึงเตรียมจะตามไปจับเพิ่มเพราะโอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อย ๆ
ทว่าในตอนนั้นเอง ก็มีเรือลำใหญ่ลำหนึ่งแล่นตรงเข้ามาแต่ไกล บนเรือลำนั้นมีตัวอักษรขนาดใหญ่เขียนว่า “เรือสือถัง”!
เขาเห็นฉีหยวนฮั่งยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือ พลางมองมาที่พวกเขาด้วยสายตาที่ไม่ประสงค์ดี เห็นได้ชัดว่าพวกมันไม่ได้มาดีแน่!
จบบท