- หน้าแรก
- ตำนานอนุบาลอุลตร้าแมน กับระบบทุบไข่กู้โลก
- บทที่ 37 - ปลาใหญ่ นายเป็นอะไรไปน่ะ ปลาใหญ่
บทที่ 37 - ปลาใหญ่ นายเป็นอะไรไปน่ะ ปลาใหญ่
บทที่ 37 - ปลาใหญ่ นายเป็นอะไรไปน่ะ ปลาใหญ่
บทที่ 37 - ปลาใหญ่ นายเป็นอะไรไปน่ะ ปลาใหญ่
◉◉◉◉◉
กวงเยี่ยนเริ่มอธิบายเกี่ยวกับการต่อสู้ร่วมกันระหว่างนักอัญเชิญและสัตว์พันธสัญญา
"สิ่งที่เรียกว่าการต่อสู้ร่วมกัน หรือการต่อสู้แบบประสานงาน คือการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และต่อสู้ไปด้วยกัน"
ไป๋หลี่หยวนเองก็ตั้งใจฟัง แม้เขาจะเคยสัมผัสความรู้ด้านนี้มาบ้าง แต่การปฏิบัติจริงยังไม่คล่องแคล่ว ยังต้องตั้งใจเรียนรู้ และไป๋หลี่หยวนก็รู้สึกตะหงิดๆ ว่าสิ่งที่เชตูสอนเขามันไม่ใช่ของปกติ เพราะจนถึงตอนนี้ สิ่งที่เชตูสอนสรุปได้ประโยคเดียวคือ รักษาชีวิตตัวเอง แล้วฆ่าศัตรูในทีเดียว
นี่มันเหมือนวิชาฆ่าคนมากกว่า มีความเป็นปัจเจกสูงมาก
และก็ตามคาด เมื่อฟังกวงเยี่ยนอธิบาย ไป๋หลี่หยวนก็ยิ่งมั่นใจว่า วิชาพื้นฐานของเด็กปกติในโลกนี้กับสิ่งที่เขาเรียนมามันคนละเรื่องกันเลย
"นักอัญเชิญเป็นอาชีพที่มีความไม่แน่นอนสูง แต่รูปแบบการต่อสู้ของนักอัญเชิญแทบทุกคนคือการชิงไหวชิงพริบ การต่อสู้ต้องใช้ปัญญา นักอัญเชิญเปรียบเสมือนหอสั่งการ ด้านหนึ่งช่วยขยายวิสัยทัศน์ของสัตว์พันธสัญญา ควบคุมภาพรวม อีกด้านหนึ่งตัดสินใจตามสถานการณ์ ออกคำสั่งที่ถูกต้อง นำพาการต่อสู้ไปสู่ชัยชนะทีละก้าว ส่วนสัตว์พันธสัญญาก็เปรียบเสมือนทหาร รับคำสั่ง แล้วตัดสินใจด้วยตัวเองเพื่อปฏิบัติตามคำสั่ง พร้อมกันนั้นก็ต้องรับผิดชอบความปลอดภัยของหอสั่งการด้วย"
"การต่อสู้ไม่ใช่การพุ่งเข้าไปข้างหน้าอย่างบ้าบิ่น แต่เป็นการผสานปัญญาและกลยุทธ์ สิ่งที่ผมจะสอนพวกคุณคือในฐานะนักอัญเชิญ ควรจะต่อสู้อย่างไร"
กวงเยี่ยนพูดอย่างจริงจัง
เด็กๆ ทุกคนพยักหน้าแบบเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง
"แล้วต้องทำยังไงบ้างครับ" จวงเซิงยกมือถาม
กวงเยี่ยนยิ้มออกมา
"หนทางต้องเดินทีละก้าว ข้าวต้องกินทีละคำ อยากเข้าใจวิธีการต่อสู้ที่ถูกต้องของนักอัญเชิญ ต้องค่อยเป็นค่อยไป เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบันของพวกคุณ ผมแบ่งหลักสูตรออกเป็นสามระยะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เราจะเริ่มการฝึกระยะที่หนึ่ง"
"ผมพร้อมแล้วครับ ครูฝึก เริ่มเลยเถอะ" จวงเซิงตะโกนเสียงดัง ท่าทางกระตือรือร้นมาก
สำหรับจวงเซิงที่พลังล้นเหลือตลอดเวลา กวงเยี่ยนรู้สึกชื่นชม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเห็นด้วยทั้งหมด
"จวงเซิง ในฐานะนักอัญเชิญ จำเป็นต้องมีความสุขุม ถึงจะสามารถวางตัวเหนือปัญหา ไม่หวั่นไหวต่อสถานการณ์ภายนอกในขณะต่อสู้ นิสัยรักความก้าวหน้าและเลือดร้อนแบบเธอในฐานะผู้ฝึกตนถือว่าดี แต่ในฐานะผู้สั่งการ มันไม่ใช่นิสัยที่ดีนัก เธอต้องรู้จักระงับอารมณ์ของตัวเอง รู้จักการรอคอย เข้าใจไหม" กวงเยี่ยนพูดเสียงเข้ม
"รับทราบครับ ขอบคุณครูฝึกที่ชี้แนะ ผมจะระวังครับ" จวงเซิงยังคงตะโกนตอบด้วยความเลือดร้อนเหมือนเดิม
กวงเยี่ยนถอนหายใจ นิสัยคนเรามันไม่ได้เปลี่ยนกันง่ายๆ
"ในการฝึกต่อจากนี้ของพวกคุณ ก็ต้องรู้จักปรับนิสัยและอารมณ์ของตัวเองด้วย รู้ไหม"
"ครับ/ค่ะ"
"รับทราบ"
"รอให้พวกคุณมีสัตว์พันธสัญญามากขึ้น เริ่มสร้างทีมแล้ว พวกคุณจะเข้าใจเองว่านิสัยส่วนตัวส่งผลต่อตัวเองยังไง" กวงเยี่ยนทิ้งท้าย
"อืม พวกคุณมีหกคนพอดี แบ่งเป็นสามคู่ ทำการประลองกัน จะได้ทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน และยังช่วยให้ผมเข้าใจสถานการณ์ของพวกคุณด้วย ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อการฝึกหลังจากนี้มาก"
จวงเซิงยืดตัวตรง ราฟาเอลถอนหายใจ เด็กคนอื่นไม่ได้แสดงท่าทีอะไร
กวงเยี่ยนหยิบสมุดออกมา เขียนอะไรบางอย่าง แล้วเงยหน้ามองเด็กทั้งหกคน
"คู่แรก จวงเซิงปะทะหงซวี่ สถานที่ประลองคือบริเวณน้ำตกและแม่น้ำ คนอื่นถอยออกไป"
กวงเยี่ยนกระโดดขึ้นไปยืนบนโขดหินริมฝั่งเหนือน้ำตก เด็กคนอื่นก็วิ่งออกไป เหลือเพียงหงซวี่และจวงเซิงยืนจ้องหน้ากัน
"คุณหงซวี่ ผมจะเอาจริงนะครับ ขอคำชี้แนะด้วย" จวงเซิงโค้งให้หงซวี่ พูดด้วยใบหน้าจริงจัง
"ฮึ อย่าแพ้หมดรูปซะก่อนล่ะ จะเล่นด้วยหน่อยก็ได้" หงซวี่เสยผม เชิดหน้าขึ้น
"เตรียมตัวต่อสู้" กวงเยี่ยนยกมือขึ้น
"ออกมาเลย ปลาใหญ่"
"ออกมาเลย ไห่หยา"
จวงเซิงและหงซวี่ตะโกนพร้อมกัน
แสงสีฟ้าสองสายพุ่งออกมาจากตราสัญลักษณ์บนมือของพวกเขา
ที่ต่างกันคือ แสงสีฟ้าจากตราสัญลักษณ์ของหงซวี่ตกลงไปในแม่น้ำ ส่วนแสงจากตราสัญลักษณ์ของจวงเซิงตกลงบนพื้นดิน
ปลาอ้วนตัวใหญ่สีฟ้าปรากฏตัวขึ้นบนพื้นดินตรงหน้าจวงเซิง ดิ้นพล่านไปมา ตาปลาตายคู่หนึ่งจ้องมองจวงเซิงด้วยความเคียดแค้น
ปลาใหญ่: ไปตายซะไอ้เวร เอ็งโยนตูขึ้นบกอีกแล้ว บอกกี่ครั้งแล้วว่าตูเป็นปลา ต้องลงน้ำโว้ย
"นี่คือสิ่งมีชีวิตในฝันเหรอ ดูไม่ต่างจากสิ่งมีชีวิตปกติเลยแฮะ" ไป๋หลี่หยวนลูบคางครุ่นคิด
ส่วนแสงสีฟ้าที่ตกลงในน้ำกระจายออก ปรากฏร่างสีฟ้าคล้ายสุนัขจิ้งจอก เบิกตากว้างมองไปรอบๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น พอเห็นหงซวี่ก็ร้อง "บิ๊ว" ออกมา แล้วว่ายน้ำไปหาหงซวี่อย่างรวดเร็ว กระโดดขึ้นฝั่ง วิ่งเหยาะๆ ไปข้างกายหงซวี่ ปีนขึ้นไปบนไหล่ของเธออย่างคล่องแคล่ว แล้วเอาหน้าถูไถแก้มเธออย่างออดอ้อน
"ไห่หยาระยะทารก เลี้ยงดูได้ไม่เลว" กวงเยี่ยนพยักหน้าอย่างพอใจ ส่วนปลาใหญ่ของจวงเซิง เขาเองก็เพิ่งเคยเห็นสิ่งมีชีวิตในฝันอย่างปลาใหญ่เป็นครั้งแรก วิจารณ์ไม่ถูก แต่ทำไมรู้สึกเหมือนปลาใหญ่โผล่ออกมาก็ดูทรมานเลยล่ะ คิดไปเองหรือเปล่า
ไป๋หลี่หยวนก็สังเกตไห่หยา ดูคล้ายสุนัขจิ้งจอก แต่เป็นสีฟ้า ขนดูนุ่มมาก ตัวไม่เปียกน้ำเลย ขนชั้นนี้น่าจะกันน้ำได้ ง่ามนิ้วทั้งสี่มีพังผืด หางดูเหมือนหางจิ้งจอก ฟูฟ่อง น่าจะเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ
ส่วนปลาใหญ่ หน้าตาคล้ายปลาวาฬ บนตัวมีลวดลายลึกลับจางๆ นอกนั้นก็ไม่มีอะไรพิเศษ
"หยาหยา อย่าเพิ่งเล่น เตรียมต่อสู้" หงซวี่ลูบหัวไห่หยา
จิ้งจอกฟ้าไห่หยาหรี่ตาพยักหน้า เลียแก้มหงซวี่ทีหนึ่ง แล้วกระโดดลงจากไหล่ ยืนบนพื้น จ้องมองปลาใหญ่ที่กำลังดิ้นกระแด่วอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยความฮึกเหิม
ปลาใหญ่: ดิ้น ดิ้น ฉันกระโดด ฉันกระโดด
"ปลาใหญ่ สู้เขานะ" จวงเซิงปลุกใจ
ปลาใหญ่: ดิ้น ดิ้น ฉันกระโดด ฉันกระโดด อีกนิดเดียวจะถึงแม่น้ำแล้ว สู้โว้ย
"ศัตรูอยู่ทางนั้น" จวงเซิงตะโกนลั่น พูดจบก็ดึงหางปลาใหญ่ ลากปลาใหญ่กลับมา
รู้สึกถึงแรงดึงที่หางและมองดูแม่น้ำที่ห่างออกไปเรื่อยๆ ปลาใหญ่รู้สึกเหมือนจิตใจระเบิดตู้ม
"ลุยเลย ปลาใหญ่" จวงเซิงตะโกน
แต่คราวนี้ปลาใหญ่เลิกดิ้นแล้ว หงายท้อง เอาตาปลาตายมองฟ้า
"ปลาใหญ่ นายเป็นอะไรไปน่ะ ปลาใหญ่ ทำใจดีๆ ไว้สิ" จวงเซิงตะโกนเรียกอยู่ข้างๆ ปลาใหญ่ด้วยความเป็นห่วง
"ตกลงจะสู้ไหมเนี่ย" หงซวี่ทำหน้าเซ็ง
"นั่นมันปลาใช่ไหม ปลาไม่ควรจะอยู่ในน้ำเหรอ" ยาน่าพูดเข้าเป้า
อากาศเงียบกริบทันที
แปะ
กวงเยี่ยนรับก้อนหินที่ถูกดีดมาจากในเงามืด ห่อด้วยกระดาษครึ่งแผ่นที่เพิ่งฉีกมา บนนั้นเขียนประโยคเดียว
"ปลาใหญ่ระยะทารก สัตว์น้ำ"
กวงเยี่ยน "..."
จู่ๆ ก็รู้สึกว่า จวงเซิงนี่ก็เป็นเด็กที่ไม่ธรรมดาเหมือนกันนะ
[จบแล้ว]