เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 พรจากโชคลาภ บรรพบุรุษปรากฏกาย!

บทที่ 17 พรจากโชคลาภ บรรพบุรุษปรากฏกาย!

บทที่ 17 พรจากโชคลาภ บรรพบุรุษปรากฏกาย!


ทั้งสามคนเดินไปได้ไม่กี่ก้าว จู่ๆ ก็มีศิษย์ผู้บำเพ็ญเพียรคนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบตามมาจากด้านหลังด้วยสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด!

"ผู้อาวุโสใหญ่ เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!"

ชายชราถลึงตาใส่ทันทีด้วยความไม่พอใจ แล้วเอ่ยดุว่า "เจ้าจะมาลุกลี้ลุกลนต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติได้อย่างไร? ค่อยๆ พูดมา ฟ้ายังไม่ถล่มลงมาเสียหน่อย!"

ศิษย์ผู้นั้นชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ

"เอ่อ... ขอรับ ผู้อาวุโสใหญ่"

"แล้วตกลงมันเกิดเรื่องอะไรขึ้น?"

"รูปปั้นของท่านปรมาจารย์มีรอยร้าว ซ้ำยังมีเลือดไหลออกมาจากทวารทั้งเจ็ดด้วยขอรับ"

ศิษย์ผู้นั้นตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราบเรียบมากจริงๆ!

ชายชราถึงกับอึ้งไปเลย จากนั้นก็หันขวับไปจ้องหน้าศิษย์ผู้นั้นด้วยความตกตะลึง

"เจ้าว่าไงนะ จริงรึ?"

"จริงแท้แน่นอนขอรับ"

เย่เสวียนถึงกับอ้าปากค้าง!

"เกิดเรื่องคอขาดบาดตายขนาดนี้ เจ้ายังไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยเรอะ? นี่เจ้าใช่คนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ตระกูลเยี่ยหรือเปล่าเนี่ย?!"

เรื่องนี้มันยิ่งใหญ่กว่าฟ้าถล่มเสียอีกนะโว้ย!

"รูปปั้นของท่านปรมาจารย์ตั้งตระหง่านอยู่ที่นี่มาเป็นพันๆ ปีแล้ว จะเกิดเรื่องผิดปกติขึ้นได้อย่างไร!"

ชายชรามีสีหน้าตื่นตระหนก รีบละล่ำละลักบอก "ใต้เท้าทุกท่าน เชิญพวกท่านเข้าไปทดสอบพรสวรรค์ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์กันตามสบายเลยนะขอรับ ตาเฒ่าผู้นี้ต้องขอตัวไปจัดการเรื่องวุ่นวายนี่ก่อน!"

พูดจบ ชายชราก็เผ่นแน่บไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมามอง!

หากรูปปั้นของท่านปรมาจารย์พังทลายลงมา ฝ่าบาทย่อมต้องกริ้วหนักแน่ พวกเขาจะต้องถูกลงโทษฐานละเลยต่อหน้าที่!

ทั้งสองคนได้แต่ยืนอึ้ง

ฉู่หนิงเองก็ทำหน้าฉงน

"รูปปั้นนั่นมันจะพังลงมาได้ยังไง? หรือว่าเป็นเพราะมันเก่าเกินไป?"

เสี่ยวปิงส่ายหน้า

"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันเจ้าค่ะ นั่นมันเรื่องภายในของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เขา ยังไงซะ ถ้าพวกเขากู้สถานการณ์ไม่ได้ แล้วฝ่าบาทเอาเรื่องขึ้นมา นั่นก็เป็นปัญหาของพวกเขาแล้วล่ะ"

"คุณชายฉู่ ข้าจำทางได้ เดี๋ยวข้านำทางไปเองเจ้าค่ะ"

"ดีเลย!"

ทั้งสองเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงถ้ำเซียนแห่งหนึ่ง

แท่นหินขนาดมหึมาปรากฏขึ้นเบื้องหน้า

"คุณชายแค่เอามือวางทาบลงไปเพื่อทดสอบพรสวรรค์ก็พอเจ้าค่ะ เสี่ยวปิงเคยมาที่นี่หลายครั้งแล้ว เลยรู้ขั้นตอนดี"

"ตกลง"

ทดสอบพรสวรรค์เนี่ยนะ? มันจำเป็นด้วยหรือไง?

เขาแค่มาเดินเล่นเป็นเพื่อนเสี่ยวปิงเฉยๆ ในเมื่อเขาใช้สถานะสายลับคิวปิดมาข่มขู่นางไปแล้ว ดังนั้นถ้าในอนาคตเขาต้องการให้นางช่วยเป็นแม่สื่อแม่ชักให้ เขาจะยอมปล่อยให้นางมีปัญหาเวลาไปอธิบายให้ภรรยาเขาฟังไม่ได้เด็ดขาด

แต่เอาเข้าจริงๆ มันก็ไม่เห็นจะจำเป็นตรงไหนเลย...

คิดได้ดังนั้น ฉู่หนิงก็วางมือทาบลงไปบนแท่นหิน

ชั่วพริบตาเดียว แสงสว่างหลากสีสันก็สว่างวาบขึ้นมา เสี่ยวปิงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง!

"คุณชายมีพรสวรรค์ในการบำเพ็ญเพียรเจ้าค่ะ แต่ข้าไม่รู้ว่ามันคือสีอะไร สีม่วงคือระดับสูง สีส้มคือระดับยอดเยี่ยม และสีแดงคือระดับสวรรค์!"

"ถ้าคุณชาย..."

สีสันบนแท่นหินเริ่มเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น แดง ส้ม เหลือง เขียว น้ำเงิน ม่วง สลับสับเปลี่ยนกันอย่างบ้าคลั่ง และความเร็วในการเปลี่ยนสีก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่ามันทนรับพลังไม่ไหวแล้ว!

สีหน้าของเสี่ยวปิงเปลี่ยนไปทันที!

"คุณชาย ถอยออกมาเร็วเข้า!"

...

ภายนอกดินแดนศักดิ์สิทธิ์ บรรดาผู้อาวุโสมากมายมารวมตัวกัน สีหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกตกใจ

"รูปปั้นหินสลักนี้ตั้งตระหง่านอยู่ที่นี่มาเป็นพันๆ ปีโดยไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้นเลย ไม่มีแม้แต่ร่องรอยการสึกกร่อนจากลมและทราย แล้วจู่ๆ วันนี้มันเกิดรอยร้าวขึ้นมาได้ยังไงกัน!"

"แถมยังมีเลือดไหลออกมาจากทวารทั้งเจ็ดอีกต่างหาก นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย..."

"ตู้ม!"

เสียงระเบิดดังกึกก้องกัมปนาทราวกับแผ่นดินไหว ดังมาจากด้านใน!

ทิศทางนั้นคือถ้ำเซียนอันเป็นที่ตั้งของแท่นทดสอบวิญญาณ!

สีหน้าของผู้อาวุโสใหญ่เย่เสวียนเปลี่ยนไปทันที!

"แย่แล้ว! แท่นทดสอบวิญญาณแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของข้า!"

ครู่ต่อมา บรรดาผู้อาวุโสนับไม่ถ้วนก็พากันวิ่งกรูกันเข้าไปในถ้ำเซียนอันเป็นที่ตั้งของแท่นทดสอบวิญญาณ!

พวกเขามองเห็นรอยแยกขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนพื้นดิน และแท่นทดสอบวิญญาณอันล้ำค่าก็แตกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย!

สีหน้าของชายชราเปลี่ยนไป ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวังในทันที!

"แท่นทดสอบวิญญาณคือสมบัติล้ำค่าที่สืบทอดกันมาในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเรานับพันปี แต่บัดนี้มันกลับแหลกสลายไปแล้ว นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่...?"

เสี่ยวปิงถลึงตาใส่ทันที "พวกคนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์อย่างพวกเจ้าทำบ้าอะไรกันเนี่ย? คุณชายฉู่เกือบจะได้รับบาดเจ็บตอนทดสอบพรสวรรค์แล้วรู้ไหม! ถ้าฝ่าบาทเอาเรื่องขึ้นมา พวกเจ้าอย่าหวังว่าจะรอดไปได้แม้แต่คนเดียว!"

"พวกเจ้ารู้หรือเปล่าว่าคุณชายฉู่มีความสำคัญต่อฝ่าบาทมากแค่ไหน?!"

ใบหน้าของทุกคนซีดเผือด แต่พวกเขาก็มองไปที่ซากแท่นทดสอบวิญญาณ สลับกับมองหน้าทั้งสองคน

เป็นไปไม่ได้ มนุษย์ธรรมดากับผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตขั้นที่สี่ ไม่มีทางทำลายแท่นทดสอบวิญญาณลงได้หรอก!

และเมื่อรวมเข้ากับการพังทลายของรูปปั้นท่านปรมาจารย์แล้ว จะต้องมีตัวตนระดับสูงจงใจเล่นงานดินแดนศักดิ์สิทธิ์ตระกูลเยี่ยแน่ๆ เรื่องแบบนี้ถึงได้เกิดขึ้น!

"ท่านนางกำนัล โปรดอภัยให้พวกเราด้วยเถิด ในช่วงพันปีที่ผ่านมา ไม่เคยเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นในดินแดนศักดิ์สิทธิ์มาก่อนเลย..."

"พวกเราจะไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทเพื่อขอรับการลงโทษด้วยตัวเอง..."

เสี่ยวปิงแค่นเสียงเย็นชา "นี่เห็นแก่ที่คุณชายฉู่ปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนหรอกนะ ไม่อย่างนั้นพวกเจ้าได้หัวหลุดจากบ่ากันหมดแน่!"

"ในเมื่อตอนนี้ยังไม่ได้ทดสอบพรสวรรค์ งั้นข้าจะเข้าวังไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทพร้อมกับพวกเจ้าเลยก็แล้วกัน!"

ทุกคนก้มหน้าลงอย่างจนปัญญาและเต็มไปด้วยความงุนงง แต่ตอนนี้ พวกเขาทำได้เพียงแค่เข้าวังไปรับโทษเท่านั้น...

เบื้องหลังพวกเขา ฉู่หนิงสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง

เวรเอ๊ย คงไม่ใช่เพราะเขาหรอกนะ...?

ของพรรค์นี้มันระดับต่ำเกินไป มันไม่มีทางทดสอบพรสวรรค์ของเขาได้หรอก มันก็เลยระเบิดตู้มเป็นโกโก้ครั้นช์งั้นเรอะ?

แล้วรูปปั้นข้างนอกนั่นอีกล่ะ...

ฉู่หนิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็แยกร่างโคลนออกมาแล้วซ่อนตัวไว้

เขากลับไปที่รูปปั้นด้านนอกดินแดนศักดิ์สิทธิ์

ในเวลานี้ มีบรรดาศิษย์มากมายมารวมตัวกันมุงดูอยู่รอบๆ

ฉู่หนิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาต้องพิสูจน์ให้แน่ใจ

จากนั้น เขาก็ประสานมือคารวะ...

ปัง!

รูปปั้นระเบิดตู้มกลายเป็นผุยผงคาที่!

ฉู่หนิงสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ!

ให้ตายเถอะ เขาลืมไปเลย เขาเป็นถึงผู้บำเพ็ญเพียรระดับจักรพรรดิเซียน และในโลกใบนี้ ขอบเขตมหาจักรพรรดิก็คือจุดสูงสุดแล้ว

และตัวตนระดับมหาจักรพรรดิ ซึ่งมีสถานะสูงส่งส่งเหนือใคร สามารถหยั่งรู้ทุกสรรพสิ่งและมีอำนาจล้นฟ้า รู้แจ้งในทุกคำพูด และระดับของฉู่หนิงก็ยังอยู่เหนือกว่านั้นเสียอีก!

ผู้บำเพ็ญเพียรคนนี้ ก่อนที่จะสำเร็จเป็นเซียน เขาก็อยู่ในขอบเขตปรากฏการณ์สวรรค์เท่านั้น และตอนนี้อย่างมากสุดก็เป็นได้แค่มหาจักรพรรดิ

มหาจักรพรรดิไม่มีทางทนรับการคารวะจากเขาได้หรอก!

และในเวลาเดียวกัน ณ ดินแดนเบื้องบน เย่อู๋จี๋ก็กระอักเลือดคำโตออกมาอีกครั้งและระดับขอบเขตพลังก็ร่วงหล่นลงมาในทันที!

คราวนี้เขาสัมผัสได้แล้ว!

พลังแห่งการบวงสรวงบางอย่างพุ่งเป้ามาที่เขา แต่ระดับพลังฝึกตนของเขาต่ำต้อยเกินกว่าจะแบกรับมันไหว!

ยอดฝีมือผู้ทรงพลังท่านใดกันที่มาเซ่นไหว้บวงสรวงเขา!

เย่อู๋จี๋มีสีหน้าขมขื่น เขาทรุดตัวลงคุกเข่าร้องขอความเมตตา

"ผู้อาวุโส โปรดเลิกล้อข้าเล่นเสียทีเถิด ข้าเป็นเพียงผู้บำเพ็ญเพียรในขอบเขตปรากฏการณ์สวรรค์ต้อยต่ำ ข้าไม่อาจทนรับปราณบวงสรวงของท่านได้ ขืนท่านบวงสรวงข้าอีก ข้าได้ตายจริงๆ แน่!"

ในขณะนี้ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ตระกูลเยี่ยกำลังตกอยู่ในความโกลาหลวุ่นวาย!

รูปปั้นของท่านปรมาจารย์พังทลายลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย คราวนี้แหลกละเอียดเป็นผุยผงเลยทีเดียว!

ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ตกอยู่ในความปั่นป่วนวุ่นวาย และไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

เสี่ยวปิงและผู้อาวุโสอีกหลายคนก็เดินออกมา เย่เสวียนซึ่งเป็นผู้นำกลุ่ม เมื่อเห็นภาพตรงหน้าก็ทรุดตัวลงคุกเข่าดังตึง!

"ท่านปรมาจารย์ เกิดอะไรขึ้นกันแน่ขอรับ? วันนี้เกิดเรื่องประหลาดขึ้นในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า!"

"แล้วทำไมท่านถึงได้หายวับไปแบบนี้ล่ะขอรับ ท่านปรมาจารย์!"

มีฉู่หนิงอยู่สองคน คนหนึ่งเดินตามหลังเสี่ยวปิงไปเงียบๆ ในขณะที่ร่างโคลนอีกคนกำลังยืนมองดูเศษซากรูปปั้นที่แตกสลายอยู่ตรงหน้าอย่างเงียบๆ

ช่างเถอะ...

เขายกมือขึ้นแล้วปลดปล่อยพลังปาฏิหาริย์ออกมาสายหนึ่ง เพื่อสร้างรูปปั้นของเย่อู๋จี๋ขึ้นมาใหม่ และในเวลาเดียวกัน เขาก็ปลดปล่อยวาสนาออกมาบางๆ สายหนึ่งด้วย

ทำผิดก็ต้องชดใช้...

ปรมาจารย์เฒ่าของตระกูลเยี่ยผู้นี้มีสถานะต้อยต่ำเกินไป ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เขาก็จะมอบโชคลาภให้หมอนี่ไว้คุ้มครองตัวเองสักหน่อยก็แล้วกัน

ในเวลานี้ ภายในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ตระกูลเยี่ย จู่ๆ โชคลาภอันอธิบายไม่ได้ก็พวยพุ่งขึ้นมา และปราณสีม่วงก็พุ่งทะยานทะลุฟ้าดิน!

ผู้คนนับไม่ถ้วนราวกับสัมผัสได้ว่าพลังฝึกตนของตนเองเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อย และเยี่ยชิงเหลียน ซึ่งเป็นคนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ตระกูลเยี่ยเช่นกัน ก็สัมผัสได้ถึงมัน

พลังฝึกตนของนางเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และดูเหมือนว่าจะมีโชคลาภบางอย่างมาปกคลุมร่างกายนางไว้?

และในขณะนี้ รูปปั้นของเย่อู๋จี๋ก็ถูกสร้างขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เปล่งประกายกลิ่นอายสีทองอร่าม!

ทุกคนต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงกับภาพที่เห็น!

"ตาเฒ่าผู้นี้เข้าใจแล้ว! เป็นเพราะท่านปรมาจารย์ตระกูลเยี่ยของเราทะลวงระดับพลังไปสู่ขอบเขตที่สูงขึ้นในดินแดนเบื้องบน ท่านคงไม่พอใจกับร่างธูปเทียนที่หลงเหลืออยู่ในทวีปเทียนเสวียน ก็เลยสร้างร่างขึ้นมาใหม่นั่นเอง!"

"โชคลาภที่ตกลงมาใส่พวกเราก็คือการคุ้มครองจากท่านปรมาจารย์เฒ่า การคุ้มครองจากท่านปรมาจารย์เฒ่ายังไงล่ะ!"

"ท่านปรมาจารย์เฒ่าคุ้มครอง วาสนาอันยิ่งใหญ่หล่นทับแล้ว!"

เย่อู๋จี๋ในดินแดนเบื้องบน จู่ๆ ก็สัมผัสได้ถึงพรแห่งโชคลาภบางอย่าง

พลังฝึกตนของเขาค่อยๆ ฟื้นฟูคืนมา ซ้ำยังมีวี่แววว่าจะทะลวงผ่านจุดสูงสุดของขอบเขตปรากฏการณ์สวรรค์อีกด้วย!

เขาบำเพ็ญเพียรมานับพันปี แต่ก็ไม่เคยทะลวงผ่านคอขวดเล็กๆ นั้นไปได้เลย ทว่าตอนนี้เขากลับมีโอกาสได้รับวาสนาอันเลือนลางนี้!

ดูเหมือนว่านี่จะเป็นสิ่งชดเชยที่ยอดฝีมือท่านนั้นมอบให้สินะ!

"ลูกหลานตระกูลเยี่ยขอน้อมกราบขอบพระคุณผู้อาวุโส!!!"

"ฮ่าๆๆ นี่คือวาสนาของตาเฒ่าผู้นี้ วาสนาหล่นทับแล้ว!"

ในเวลานี้ ร่างโคลนของฉู่หนิงก็ได้หายตัวไป

อืม

เมื่อข้าเข้าด่าน ย่อมต้องมีปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่มาถกเถียงเรื่องวิถีเต๋าให้ข้าฟังอย่างแน่นอน

จะได้ไม่ต้องมานั่งอธิบายให้เมื่อยตุ้ม...

เสี่ยวปิงเองก็ยืนจ้องมองทุกสิ่งทุกอย่างตรงหน้าอย่างเหม่อลอย

เอ๋?

เรื่องพรรค์นี้มันเกิดขึ้นได้จริงๆ หรือเนี่ย?

ฉู่หนิงถอนหายใจ

"ยังไงก็ทดสอบไปแล้ว ถึงแม้จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยก็เถอะ พวกเรากลับกันเถอะ"

"ก็คงต้องเป็นแบบนั้นแหละเจ้าค่ะ ยังไงวันนี้พวกเราก็ต้องไปกราบทูลเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฝ่าบาททรงทราบอยู่ดี"

ทว่าก่อนจะจากไป ฉู่หนิงก็ยังอดรู้สึกสงสารไม่ได้

เขาคงเป็นคนทำลายแท่นทดสอบวิญญาณนั่นด้วยแหละมั้ง

ฉู่หนิงลงมือซ่อมแซมมันอย่างลวกๆ แล้วก็เติมกลิ่นอายของเขาลงไปนิดหน่อย

ถือซะว่าเป็นการชดเชยก็แล้วกัน

ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ แต่แค่โค้งคำนับให้รูปปั้นปรมาจารย์ก็ดันแตกซะแล้ว ช่างน่าเบื่อเสียนี่กระไร!

กลับไปนอนตีพุงดีกว่า!

จบบทที่ บทที่ 17 พรจากโชคลาภ บรรพบุรุษปรากฏกาย!

คัดลอกลิงก์แล้ว