- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นศิษย์พี่สายโหดกวาดล้างทุกสำนักด้วยระบบบันดาลพร
- บทที่ 20 - ขอเชิญพวกเจ้าไปลงนรก
บทที่ 20 - ขอเชิญพวกเจ้าไปลงนรก
บทที่ 20 - ขอเชิญพวกเจ้าไปลงนรก
บทที่ 20 - ขอเชิญพวกเจ้าไปลงนรก
หลังจากสร้างสุสานเสื้อผ้าและกล่าวลาอาวุโสเจี้ยนเรียบร้อยแล้ว เจียงเหิงก็กลับมาที่หน้า "ด่านพิสูจน์ใจ" เพียงลำพัง
เขานั่งลงบนหินสีเขียวก้อนเดิมที่คุ้นเคย เงยหน้าขึ้นมองดวงดารานับล้านที่ประดับอยู่เต็มท้องฟ้า
เมื่อได้เห็นดวงจันทร์ที่ส่องสว่างนวลตา เจียงเหิงก็อดไม่ได้ที่จะลอบถอนหายใจ "มัน" ช่างเหมือนกับตัวเขาในอดีตเหลือเกิน!
เหล่าดาราต่างพากันห้อมล้อมดวงจันทร์ และแสงจันทร์นั้นก็สาดส่องลงมายังมวลดาราเหล่านั้นอย่างไม่ปิดบัง!
เพียงแต่ว่า ในเวลานี้เมฆหมอกหนาทึบกลับบดบังเหล่าดาราจนหมดสิ้น สรรพสิ่งเปลี่ยนไปและผู้คนก็มิใช่คนเดิมอีกแล้ว...
"สิ่งที่ควรสะสาง ในที่สุดก็ต้องถูกสะสาง"
"ใจมิอยากยุ่งเกี่ยวกับธุลี แต่ทว่าสายลมกลับพัดพาธุลีมาหาเอง เช่นนั้นข้าก็จะขอดูเสียหน่อยว่าธุลีในโลกใบนี้มันจะใหญ่โตเพียงใด..."
จิตใจที่เคยว่างเปล่า ในวินาทีนี้กลับเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามา ในตอนนี้เจียงเหิงเริ่มเข้าใจอะไรหลายๆ อย่างได้กระจ่างขึ้นแล้ว...
ภายใต้กระแสธารแห่งโชคชะตาอันลึกลับนี้ การเลือกไหลไปตามน้ำดูเหมือนจะไม่ช่วยให้เขาก้าวไปถึงฝั่งฝันได้เลย
ตั้งแต่เขาปฏิเสธที่จะเข้าสู่ "ด่านพิสูจน์ใจสามด่าน" ปัญหาต่างๆ มากมายก็ยังคงถาโถมเข้ามาหาเขาไม่หยุดหย่อน
ต่อเรื่องนี้ เจียงเหิงทำได้เพียงทอดถอนใจอย่างจนปัญญา...
[ติ๊ง! ตรวจพบว่าความคิดของโฮสต์เริ่ม 'ขัดขืน' ตรวจพบว่าโฮสต์มีร่องรอยของการ 'เข้าสู่มรรคาแห่งมาร'...]
[โปรดให้โฮสต์รีบแก้ไขข้อผิดพลาดโดยด่วน]
[ติ๊ง! ตรวจพบว่าความคิดของโฮสต์เริ่ม 'ขัดขืน' ตรวจพบว่าโฮสต์มีร่องรอยของการ 'เข้าสู่มรรคาแห่งมาร'...]
[โปรดให้โฮสต์รีบแก้ไขข้อผิดพลาดโดยด่วน]
[...]
เสียง "แจ้งเตือน" ของระบบที่ดังอยู่ข้างหู เจียงเหิงเลือกที่จะเมินเฉยต่อมัน
หนึ่งชาติภพที่ผ่านพ้นไปราวกับความฝัน
ในวินาทีนี้ ในที่สุดเขาก็เข้าใจได้กระจ่างแจ้งแล้ว ทำตามใจปรารถนา เดินไปตามทางที่อยากจะเดิน...
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เจียงเหิงก็ปรายหางตามองไปยังพุ่มไม้ทางด้านขวามือ "ฟู่..."
"ในเมื่อมากันแล้ว ก็ออกมาเถอะ"
พุ่มไม้ที่เงียบสงัดเริ่มส่งเสียง "สากสาด" ออกมาไม่หยุด
ท่ามกลางแมกไม้ที่ซ้อนทับกัน เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรในชุดเครื่องแบบหลากสีสัน ต่างพากันย่องออกมาอย่างระมัดระวัง
ในดวงตาของทุกคน ล้วนแฝงไปด้วยความเคียดแค้น...
มีทั้งศิษย์จากสำนักกระบี่สวรรค์ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียน สำนักศึกษาไป๋ลู่
และยังมีศิษย์จากดินแดนศักดิ์สิทธิ์เพียรเมี่ยวอีกไม่น้อย ซึ่งล้วนเป็นใบหน้าที่คุ้นเคย เป็นเหล่า "ศิษย์น้องชายหญิง" ในอดีตของเจียงเหิงทั้งสิ้น
"เจียงเหิง เจ้าตกสู่ 'มรรคาแห่งมาร' แล้ว วันนี้พวกเรามาที่นี่เพื่อกำจัดเจ้า!"
"ในเมื่อถูกเจ้าพบตัวแล้ว เช่นนั้นก็ขอกรีธาทัพส่งเจ้าลงนรกไปเสียตอนนี้เลย!"
"ทุกคนอย่าไปกลัวมัน มันอยู่ตัวคนเดียว หากไม่ฆ่าคนโหดเหี้ยมเช่นนี้ทิ้งเสีย ในอนาคตพวกเราทุกคนจะต้องถูกมันทำร้ายอย่างแน่นอน..."
"ฆ่า 'มารร้าย' เสีย เพื่อล้างแค้นให้แก่ดวงวิญญาณที่ตายไปอย่างอยุติธรรมเหล่านั้น!"
"..."
ท่ามกลางขุนเขาที่เงียบสงัด กลับเต็มไปด้วยเสียงโห่ร้องของเหล่าผู้บำเพ็ญรุ่นเยาว์ ทุกคนต่างแสดงความเป็นศัตรูต่อเจียงเหิงอย่างชัดเจน
การที่พวกเขามาที่นี่ในยามนี้ ก็เพื่อที่จะกำจัด "มารร้าย" ให้สิ้นซากไปตั้งแต่ยังไม่เติบโต
เมื่อมองไปรอบๆ พบว่ามีจำนวนนับร้อยคน...
คนเหล่านี้ล้วนเป็นศิษย์ระดับหัวกะทิของแต่ละสำนัก และจะเป็นกำลังสำคัญของสำนักต่างๆ ในอนาคต
เมื่อเห็นการมาถึงของคนเหล่านี้ ใบหน้าของเจียงเหิงกลับไม่มีร่องรอยของความประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย
หากพวกเขาไม่มาสิ ถึงจะเรียกว่าแปลก!
เย่เป่ยเสวียนไม่ได้แข็งแกร่งเพียงแค่ "โชคลาภ" เท่านั้น แต่สภาพจิตใจของเขาก็ยังเหนือชั้นอีกด้วย อีกฝ่ายคอยชักใยอยู่เบื้องหลังเพื่อป่วนโลกเทียนหลัวให้ "มอดไหม้" วิธีการย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน
หากยามนี้อีกฝ่ายไม่ได้เป่าหูให้คนเหล่านี้มาที่นี่ นั่นแหละถึงจะเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายจริงๆ!
"เชิญแขกเข้าหม้อ (เชิญเข้ากับดัก) อย่างนั้นรึ..."
"เช่นนั้นความรุ่งโรจน์นี้ก็จงเป็นไปตามความปรารถนาของเจ้าเถอะ หวังว่าสายฝนและอัสนีบาตนี้ เจ้าจะสามารถแบกรับมันไว้ได้"
เมื่อเข้าใจลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว เจียงเหิงก็พึมพำออกมาที่มุมปาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นจ้องตรงไปข้างหน้า มองดูเหล่าผู้บำเพ็ญรุ่นเยาว์ที่ยืนกันอยู่หนาแน่น
เขาเอ่ยเย้ยหยันว่า "พวกเจ้าอุตส่าห์สวมชุดสวยงามมาเดินเล่นกลางดึกเยี่ยงนี้ คงจะเตรียมตัวเตรียมใจไปลงนรกกันมาดีแล้วใช่หรือไม่...?"
"หนทางนี้ช่างโหดเหี้ยมนัก การเผชิญหน้ากันด้วยความเป็นตาย ย่อมไม่มีคำว่าเมตตาปรานี"
สำหรับคนเหล่านี้ เขาจะไม่มีวันใจอ่อนเด็ดขาด!
ใครก็ตามที่กล้าลงมือ ข้าจะฆ่าให้สิ้น!
ภายใต้แสงจันทร์ ฝูงชนที่ยืนกันอยู่อย่างหนาแน่นต่างพากันสั่นสะท้านทันทีที่เจียงเหิงพูดประโยคนั้นจบ ความรู้สึกบางอย่างเริ่มแผ่กระจายออกไปอย่างเห็นได้ชัด
คนขี้ขลาดบางคน เมื่อได้เห็นเจียงเหิงที่ดูสะอาดสะอ้านไร้มลทินภายใต้แสงจันทร์ ก็เริ่มเกิดความหวาดกลัวขึ้นมาทันที...
การมาในครั้งนี้ เดิมทีก็มาด้วยเลือดที่ร้อนพล่านจากการถูกปลุกระดมโดยคนหลายกลุ่ม!
ทว่ายามนี้ คำพูดของเจียงเหิงกลับราวกับน้ำเย็นจัด ที่สาดลงมาดับความฮึกเหิมในใจของใครหลายคนจนหมดสิ้น!
"สหายร่วมทาง กลิ่นอายสังหารของเจ้านั้นดูจะรุนแรงเกินไปหน่อยกระมัง..."
ในขณะที่ขวัญกำลังใจของเหล่าศิษย์กำลังตกต่ำ ชายในชุดสีดำคนหนึ่งจากทางด้านหลัง ก็ค่อยๆ ก้าวเดินออกมาอย่างช้าๆ จนถึงที่แห่งนี้
"เถิงอีชวน เขามาแล้ว! มีเขามาร่วมด้วย วันนี้ย่อมต้องกำจัดมารร้ายลงได้แน่นอน...!"
ท่ามกลางฝูงชน ชายร่างท้วมคนหนึ่งเมื่อเห็นชัดว่าเป็นใครก็ตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น
วินาทีต่อมา ผู้คนมากมายต่างพากันโห่ร้องฮึกเหิม "ใช่แล้ว เถิงอีชวนไม่ได้อ่อนแอไปกว่าเจียงเหิงเลย หากพวกเราช่วยกันรุมโจมตี จะต้องบดขยี้มันให้เป็นเถ้าถ่านได้แน่นอน~!"
"เถิงอีชวนอยู่ในระดับครึ่งก้าวสู่ขอบเขตวังวิญญาณ ลำพังแค่เขาคนเดียว ก็เพียงพอจะสังหารเจียงเหิงได้แล้ว"
"ทั้งสองคนเคยประลองกันมาแล้วตั้งหลายครั้ง!"
"ไอ้มารร้าย เจ้าเห่าสิ เห่าออกมาอีกสิ—!"
"เหอะ แม้แต่ศิษย์น้องของเจ้าอย่างเย่เป่ยเสวียนยังตัดหางปล่อยวัดเจ้าเลย ดูท่าว่า 'มารร้าย' ตัวนี้จะเป็นที่รังเกียจของผู้คนเสียจริง!"
"..."
เมื่อเห็นเถิงอีชวนมาถึง ในใจของคนจำนวนมากก็ราวกับถูกฉีด "ยาบำรุงหัวใจ" ชั้นยอดเข้าไป อารมณ์ที่เคยหวั่นไหวจึงกลับมามั่นคงอีกครั้ง
สายตาที่จ้องมองเจียงเหิงก็มีความหวาดกลัวและระแวดระวังน้อยลงไปมาก!
ในมุมมองของพวกเขา ใครจะเป็นหนึ่งในสามผู้นำรุ่นเยาว์นั้นยังบอกยาก แต่หนึ่งในนั้นจะต้องมี "เถิงอีชวน" อย่างแน่นอน!
อีกฝ่ายคือ "บุตรศักดิ์สิทธิ์" แห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียน พลังต่อสู้ย่อมไม่ได้อ่อนแอไปกว่าเจียงเหิงเลย!
"อย่างนั้นรึ...?"
เมื่อเห็นผู้มาใหม่ เจียงเหิงก็พูดขึ้นด้วยความแปลกใจ "พวกเจ้ามาหากันในคืนที่พระจันทร์เต็มดวงเยี่ยงนี้ เพื่อจะมาทำความเคารพข้าอย่างนั้นรึ?"
พูดจบ เขาก็จ้องมองเถิงอีชวนด้วยสายตาที่เย้ยหยัน
"เจ้า..."
เถิงอีชวนชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อจ้องมองดวงตาของเจียงเหิง เขาก็สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงมากมาย
เปลี่ยนไปแล้ว...
เจียงเหิงเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ!
เมื่อก่อน ต่อให้เจียงเหิงจะมีจิตสังหารพลุ่งพล่านเพียงใด ก็ไม่มีทางที่จะมีกลิ่นอายที่ดุร้ายรุนแรงขนาดนี้ได้เลย
ในยามนี้ เขาแทบจะเรียกเจียงเหิงด้วยชื่อ "บุตรศักดิ์สิทธิ์ผู้ไร้มลทิน" ไม่ลงจริงๆ
"ช่างเถอะ ในเมื่อข้ากับเขาคือคู่ปรับเก่ากันมาเนิ่นนาน และท่านเจ้าสำนักก็มีคำสั่งให้ข้ามาสังหารคนผู้นี้ในตอนนี้..."
"อาศัยจังหวะที่ผู้คนกำลังประณามอยู่นี้ กำจัดเขาให้พ้นทางไปเสียเถอะ จะได้ไม่ต้องมีปัญหาตามมาในภายหลัง"
ถึงแม้ความเปลี่ยนแปลงของเจียงเหิงจะทำให้เถิงอีชวนรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง แต่คำสั่งที่เต้าเสวียนมอบให้แก่เขาอย่างลับๆ นั้น เขามีหน้าที่เพียงต้องปฏิบัติตามเท่านั้น
ส่วนเรื่องที่จะถูกใครหลอกใช้เป็น "หอก" หรือไม่นั้น มันไม่สำคัญเลย
ต่างคนต่างได้สิ่งที่ต้องการ ขอเพียงบรรลุเป้าหมาย ขั้นตอนนั้นความจริงแล้วก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไรนัก
"เข้ามาเถอะพวกเจ้า..."
"หากยังยืนบื้ออยู่อย่างนี้ อีกไม่นานฟ้าก็จะสว่างแล้วนะ" เจียงเหิงแบมือออกพลางยืดอกเผชิญหน้ากับทุกคน
"ฆ่ามันซะ"
เถิงอีชวนไม่ลังเลอีกต่อไป รีบเอ่ยปากสั่งการทันที
"ฆ่า!!!"
ท่ามกลางฝูงชน ศิษย์สำนักกระบี่สวรรค์คนก่อนหน้านี้เป็นคนแรกที่พุ่งนำออกมา ในมือถือศัสตราที่แหลมคมประกายเย็นวับ พุ่งเข้าหาเจียงเหิงเพื่อหมายเอาชีวิต
ดวงตาที่แดงก่ำนั้นดูราวกับพร้อมจะตายไปพร้อมกัน...
จากร้อยก้าวเหลือเพียงสิบก้าว เพียงชั่วครู่เขาก็มาถึงเบื้องหน้าเจียงเหิง กระบี่ล้ำค่าไม่คิดจะซ่อนความคม ฟันฉับเข้าที่ลำคอของเจียงเหิงอย่างรุนแรง
"ขอบเขตที่สี่ และกำลังจะเข้าสู่ขอบเขตที่ห้า เจ้าในสำนักกระบี่สวรรค์ก็น่าจะเป็นยอดฝีมือระดับแนวหน้าสินะ..."
"แต่น่าเสียดาย..."
"สิ่งที่เรียกว่าอัจฉริยะนั้น เป็นเพียงแค่ธรณีประตูในการที่จะมาท้าทายข้าเท่านั้นเอง...!"
เมื่อจ้องมองกระบี่ที่ฟันเข้ามาจนเกือบถึงตัว เจียงเหิงก็ไม่ได้ขยับเขยื้อนฝีเท้าเลยแม้แต่น้อย ในดวงตามีประกายเจิดจ้าพุ่งออกมา
ที่ปลายนิ้ว มีแสงสีขาวลุ่มลึกปรากฏขึ้น
เขาสะบัดมือวาดผ่านไปอย่างสบายๆ พร้อมกับประกาย "หิ่งห้อย" ที่กรีดผ่านอากาศไป
"แกรก..."
กระบี่ล้ำค่าหักสะบั้นลง ที่ลำคอของชายหนุ่มมีรอยสีแดงสดซึมออกมา เขาเบิกตากว้างจ้องมองเจียงเหิงอย่างเอาเป็นเอาตาย
ความไม่ยินยอมนั้นช่างชัดเจนเหลือเกิน...
"เจ้า... เจ้าต้องตายอย่างอนาถแน่..."
หลังจากที่ชายหนุ่มพูดประโยคนี้จบ "ตุบ" เสียงศีรษะหลุดออกจากบ่าตกลงสู่พื้น มันถูกเจียงเหิงใช้พลังปราณตัดออกไปแล้ว
หยาดเลือดที่พุ่งกระจายราวกับกำลังวาดภาพที่แสนเศร้าสลดขึ้นมาหนึ่งภาพ
เสื้อผ้าของเจียงเหิงยังคงสะอาดสะอ้านไร้ธุลีปนเปื้อน เขาก้มหน้าลงจ้องมองคนเหล่านี้ พลางยกยิ้มมุมปากเย้ยหยันว่า "ในเมื่อมากันแล้ว..."
"เช่นนั้นก็ขอเชิญพวกเจ้าทุกคน จงไปลงนรกอย่างภาคภูมิเสียเถิด!"
(จบตอน)