- หน้าแรก
- รับบทชาวมุงอยู่ดีๆ ท่านทรราชก็ดันมาคลั่งรัก
- บทที่ 14 คนผู้นั้นอยู่ที่ไหน?
บทที่ 14 คนผู้นั้นอยู่ที่ไหน?
บทที่ 14 คนผู้นั้นอยู่ที่ไหน?
บทที่ 14 คนผู้นั้นอยู่ที่ไหน?
เขาว่ากันว่าผู้ที่สามารถยืนหยัดอยู่ในแวดวงขุนนางได้ ไม่ว่าภายนอกจะดูเป็นเช่นไร แต่เนื้อในล้วนเป็นคนหูตาไวและฉลาดลึกล้ำทั้งสิ้น
แม้ฮองเฮาจงจะมีคำสั่งห้ามแพร่งพราย แต่ข่าวการตายของสนมซินก็ยังเล็ดลอดไปเข้าหูคนบางกลุ่มอย่างลับๆ
สนมซินเพิ่งสิ้นลม ตระกูลหลี่และตระกูลลู่ก็ถูกกวาดล้างทันควัน บางทีอาจมีเบื้องลึกเบื้องหลังอันน่าละอายของราชวงศ์เข้ามาเกี่ยวข้อง
ทีละน้อย เหล่าขุนนางต่างพากันสงบปากสงบคำ
แม้จะไม่ถึงกับเงียบกริบ แต่ก็เบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด
ทุกคนต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก่อนจะพร้อมใจกันหันไปมองฮ่องเต้ผู้ประทับอยู่เหนือบัลลังก์
พระองค์ทรงทอดพระเนตรละครฉากใหญ่มาแล้วอย่างแน่นอน
ฮ่องเต้อารมณ์ดี ทรงเปลี่ยนมือมาเท้าคาง นัยน์ตาเรียวยาวปรายมองโจวหยวนเต๋ออย่างเกียจคร้าน
โจวหยวนเต๋อก้าวออกมาข้างหน้าทันทีแล้วประกาศก้อง "มีเรื่องให้กราบทูล ไม่มีเรื่องให้เลิกประชุม"
"กระหม่อมมีฎีกาจะถวาย" ราชบัณฑิตจางก้าวออกมาพร้อมแผ่นป้ายประจำตำแหน่ง "เรื่องใบอนุญาตค้าเกลือ กระหม่อม..."
ในขณะที่ในท้องพระโรงกำลังถกเถียงกันอย่างดุเดือดเรื่องกฎเกณฑ์ใหม่ของการค้าเกลือและเหล็ก ฉู่หลิวเจิงก็เพิ่งกลับมาจากสำนักหมอหลวง
นางตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อไปดูอาการของเซี่ยเฉี่ยวหรู
บางทีคนของตำหนักหัวชิงอาจจะไปกำชับไว้ให้ ขันทีผู้ดูแลโรงยาจึงอนุญาตให้เซี่ยเฉี่ยวหรูรักษาตัวให้หายดีก่อนค่อยกลับไปทำงาน
ตอนนี้เซี่ยเฉี่ยวหรูนอนพักรักษาตัวอยู่บนเตียงทุกวัน มีเสี่ยวเซี่ยจื่อคอยช่วยส่งข้าวส่งน้ำ ไม่ต้องทำงานหนัก อาการบาดเจ็บจึงฟื้นตัวได้ค่อนข้างดี
แม่นมเฉียนส่งยาบำรุงมาให้บ้าง แม้จะไม่มากแต่ก็ยังดีกว่าไม่มีเลย
ฉู่หลิวเจิงกลัวว่าเซี่ยเฉี่ยวหรูจะวานให้คนนำของไปขายเพื่อส่งเงินกลับไปจุนเจือที่บ้าน จึงกำชับเป็นมั่นเหมาะว่าต้องกินต้องดื่มให้ดี การรักษาตัวให้หายสำคัญที่สุด
เซี่ยเฉี่ยวหรูเสียดายของ แต่ก็ขัดฉู่หลิวเจิงไม่ได้ จึงได้แต่ตกปากรับคำ
ฉู่หลิวเจิงครุ่นคิดว่าต้องหาวิธีหายารักษาแผลเป็นดีๆ สักหน่อย ถึงปากเซี่ยเฉี่ยวหรูจะบอกว่าไม่รังเกียจรอยแผลเป็น แต่ฉู่หลิวเจิงรู้ดีว่าในใจนางต้องคิดมากแน่นอน
ต่อให้ไม่ทำเพื่อคนอื่น ก็เพื่อความสบายใจของตัวเองมิใช่หรือ?
มัวแต่ใจลอยคิดเรื่องเปื่อยเปื่อย ฉู่หลิวเจิงเลยเผลอทำน้ำร้อนลวกมือตอนต้มน้ำ หลังมือขาวผ่องปรากฏรอยแดงปื้นใหญ่และตุ่มพองสองตุ่ม ดูน่ากลัวตัดกับผิวขาวจัด
"ซี้ด—"
ฉู่หลิวเจิงแช่มือในน้ำเย็น ขมวดคิ้วด้วยความเจ็บปวด
ชุยอวิ๋นมองดูด้วยความเป็นห่วง "พี่หญิง เป็นแบบนี้แล้วเดี๋ยวจะถวายน้ำชาฝ่าบาทได้อย่างไร?"
"ไม่ใช่ว่ายังมีข้าอยู่หรือ?" ฉู่หลิวเจิงหันไปมองนาง "เดี๋ยวข้าจะไปบอกกงกงโจว ให้พี่หญิงโม่เซียงมาแทนข้าสักสองวัน พี่หญิงโม่เซียงเป็นคนเก่าคนแก่ที่รับใช้เบื้องพระพักตร์ เจ้าแค่คอยทำตามนางอย่างวางใจก็พอ"
โม่เซียงเองก็เป็นนางกำนัลถวายน้ำชาหน้าพระพักตร์ ตอนที่ฉู่หลิวเจิงเพิ่งย้ายมาใหม่ๆ นางก็เคยเป็นพี่เลี้ยงสอนงานให้ฉู่หลิวเจิงอยู่พักหนึ่ง
หลังจากฉู่หลิวเจิงทำงานคล่องแล้ว ก็ได้รับมอบหมายให้ช่วยโม่เซียงฝึกสอนนางกำนัลรุ่นใหม่
นางกำนัลถวายน้ำชาหน้าพระพักตร์มีทั้งหมดสี่คน แบ่งเป็นกะกลางวันและกลางคืน
ฮ่องเต้ซุ่นกวงทรงขยันขันแข็งในราชกิจ แม้ดึกดื่นค่อนคืนที่ทรงตรวจฎีกา ก็ต้องมีคนคอยถวายน้ำชา
นางกำนัลหน้าพระพักตร์ถูกเปลี่ยนตัวบ่อยเป็นพิเศษ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้มีอำนาจระบายอารมณ์ใส่ แต่ส่วนใหญ่เป็นเพราะนางกำนัลเหล่านั้นมีความทะเยอทะยานอยากปีนป่ายสู่ที่สูง แต่ทำไม่สำเร็จจึงต้องจบสิ้นชีวิต
คิดๆ ดูแล้ว ฉู่หลิวเจิงก็พอจะเข้าใจความคิดของพวกนาง
คนย่อมรักความก้าวหน้าดั่งน้ำไหลลงสู่ที่ต่ำ
เขาว่ากันว่าอำนาจคือยาปลุกกำหนัดชั้นดี และฮ่องเต้ก็ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของอำนาจ กุมชะตาชีวิตผู้คน จะไม่ดึงดูดให้คนเข้าหาได้อย่างไร
แถมทรราชยังหล่อเหลาราวกับปีศาจ อายุเพียงยี่สิบสามปี เมื่อเทียบกับฮ่องเต้แก่ๆ พวกนั้น เสน่ห์ดึงดูดใจสาวน้อยย่อมพุ่งสูงทะลุเพดานทวีคูณ
ตั้งแต่มาทำงานหน้าพระพักตร์ ฉู่หลิวเจิงยึดหลักการชี้แนะแต่พอควรและไม่ก้าวก่ายเด็ดขาด เคารพในชะตากรรมของผู้อื่นร้อยเปอร์เซ็นต์
กับเจียงหว่านถังก็เป็นเช่นนี้ กับชุยอวิ๋นในตอนนี้ก็เช่นกัน
โจวหยวนเต๋อรู้ข่าวว่าฉู่หลิวเจิงมือเจ็บ ก็รีบบึ่งมาที่ห้องเตรียมชาด้วยตนเอง มองดูมือที่ทายาแล้วแต่ยังแดงเถือกด้วยความปวดใจจริงๆ
ฉู่หลิวเจิงรู้สึกงุนงง ซ่อนมือไว้ด้านหลังอย่างระแวดระวัง
—ตานี่คงไม่ได้เกิดถูกใจนางขึ้นมา แล้วอยากจะ 'จับคู่' กับนางหรอกนะ?
นางกำนัลและขันทีในวังมักจะแอบจับคู่กัน เพราะความเหงาในวังลึก จึงอยากหาเพื่อนคู่คิด
แต่ฉู่หลิวเจิงไม่มีความคิดเช่นนั้นเลยสักนิด
นางมีระบบเป็นเพื่อน คอยกินเผือกชมละครฉากเด็ดทุกวัน ไม่เหงาเลยสักนิด!
"กงกงโจว มือข้าเจ็บ หากไปถวายน้ำชาหน้าพระพักตร์ เกรงว่าจะระคายเคืองพระเนตรฝ่าบาทเปล่าๆ" ฉู่หลิวเจิงยิ้มบางๆ กล่าวอย่างนอบน้อม "ข้าไหว้วานพี่หญิงโม่เซียงให้มาแทนข้าสักสองวัน รอแผลหายดีแล้วข้าจะกลับไปรับใช้ฝ่าบาทเจ้าค่ะ"
"แม่นางบาดเจ็บก็ควรพักผ่อนให้เต็มที่" โจวหยวนเต๋อหันไปสั่งลูกศิษย์ "เสี่ยวอันจื่อ ไปเอายาขจัดรอยแผลเป็นหยกขาวที่ฝ่าบาทประทานให้ในห้องข้ามาทาให้แม่นางที"
—ตอนนี้ฝ่าบาททรงโปรดปรานแม่นางผู้นี้มาก พาไปไหนมาไหนด้วยตลอด หากมือสวยๆ ดุจหยกนี่มีแผลเป็นขึ้นมา ฝ่าบาทคงถลกหนังเขาแน่!
"ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ยาขจัดรอยแผลเป็นหยกขาวล้ำค่าขนาดนั้น นางกำนัลตัวเล็กๆ อย่างข้าจะมีวาสนาได้อย่างไร" ฉู่หลิวเจิงรีบปฏิเสธ
—ยาของหัวหน้าขันทีโจวใช่ว่าจะได้มาง่ายๆ ถึงนางจะอยากได้ยาดีๆ ไปให้เฉี่ยวหรู แต่ก็ไม่ได้คิดจะเอาตัวเข้าแลกนะ
"พวกเราต่างรับใช้หน้าพระพักตร์เหมือนกัน แม่นางจะเกรงใจข้าไปไย?" โจวหยวนเต๋อไม่ยอมให้นางปฏิเสธ มุ่งมั่นจะรักษาแผลของฉู่หลิวเจิงให้หายเร็วที่สุด
—ถ้าฝ่าบาทเรียกหาแล้วเขาตอบไม่ได้ จะมีจุดจบที่ดีหรือ!
ฉู่หลิวเจิงปฏิเสธไม่ลงจำต้องรับไว้ ในใจครุ่นคิดว่าจะหาโอกาสตอบแทนบุญคุณนี้อย่างไรดี นางไม่ยอมให้ตานี่เอาบุญคุณมาผูกมัดนางได้หรอก
พอกลับถึงเรือนหนงอวิ๋นด้วยความกลัดกลุ้ม ฉู่หลิวเจิงก็เอ่ยปากเรื่องนี้กับโม่เซียง ซึ่งอีกฝ่ายก็ตอบตกลงทันที
"ขอบคุณพี่หญิงเจ้าค่ะ" ฉู่หลิวเจิงถอดปิ่นเงินจากผมตัวเองไปปักที่มวยผมของโม่เซียง ยิ้มตาหยี "ปิ่นนี้เหมาะกับพี่หญิงจริงๆ ถือเป็นน้ำใจเล็กน้อยจากข้านะเจ้าคะ"
"เจ้านี่นะ!" โม่เซียงใช้นิ้วจิ้มหน้าผากมนของฉู่หลิวเจิงเบาๆ "ขี้เกรงใจตลอด ไม่ยอมติดค้างใครเลยนะ"
ฉู่หลิวเจิงยิ้ม "ได้พี่หญิงช่วยชี้แนะ ข้าติดค้างท่านตั้งเยอะ เป็นเพราะพี่หญิงสวยและใจดีถึงไม่ถือสาข้าต่างหาก"
"ปากหวานจริงเชียว" โม่เซียงตรวจดูแผลที่หลังมือฉู่หลิวเจิงอย่างละเอียด ขมวดคิ้ว "มือสวยๆ แบบนี้ต้องดูแลให้ดี อย่าให้มีแผลเป็นเชียว เรื่องงานหน้าพระพักตร์ไม่ต้องห่วง ข้าจัดการเอง"
"ฝากพี่หญิงด้วย ข้าย่อมวางใจเจ้าค่ะ"
ภายในตำหนักเหวินหัว วันนี้ฮ่องเต้ซุ่นกวงรู้สึกว่าหูเงียบสงบเกินไปหน่อย
เงียบจนเขารู้สึกไม่คุ้นชิน
เงยหน้ามองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นร่างบอบบางที่คุ้นตา
เขาวางพู่กันลง ใช้นิ้วสองนิ้วเคาะโต๊ะ ริมฝีปากบางเอื้อนเอ่ยออกมาคำเดียว "ชา"
โจวหยวนเต๋อตะโกนสั่งการด้านนอกทันที "เปลี่ยนชา!"
ชุยอวิ๋นยกถาดไม้แดงเดินเข้ามา วางถ้วยชาลงข้างมือฮ่องเต้อย่างนอบน้อม นางลอบชำเลืองมองพระองค์ด้วยสายตาเขินอายแฝงแววเชิญชวน
ฮ่องเต้ขมวดคิ้ว นี่ใครกัน?
ชุยอวิ๋นผู้น่าสงสาร อุตส่าห์รับใช้หน้าพระพักตร์มาสองวันแล้ว แต่ฮ่องเต้ซุ่นกวงยังจำหน้านางไม่ได้ด้วยซ้ำ
"เอ่อ..." ฮ่องเต้อยากจะถามว่าฉู่หลิวเจิงไปไหน แต่พออ้าปากจะพูด ก็นึกขึ้นได้ว่าจำชื่อนางไม่ได้
ชื่ออะไรนะ อะไร 'หลิว' ๆ?
"โจวหยวนเต๋อ" ฮ่องเต้ซุ่นกวงตัดสินใจไม่เปลืองสมอง เรียกหาหัวหน้าขันที
โจวหยวนเต๋อโค้งกาย "ฝ่าบาทมีพระประสงค์ใดพะยะค่ะ?"
ฮ่องเต้ชี้ไปที่ถ้วยชา "คนผู้นั้นไปไหนเสียแล้ว?"
คนไหน?
โจวหยวนเต๋อมองถ้วยชาแล้วเข้าใจทันที
"ทูลฝ่าบาท แม่นางหลิวเจิงเผลอทำน้ำร้อนลวกมือตอนต้มน้ำพุเมื่อครู่ เกรงว่าจะระคายเคืองพระเนตร จึงวานให้แม่นางโม่เซียงมาทำหน้าที่แทน ตอนนี้นางพักผ่อนอยู่ที่เรือนหนงอวิ๋นพะยะค่ะ"