- หน้าแรก
- จากบ้านพักคนชราสู่มหานครล้ำยุค
- บทที่ 6 ทางหลวงรองเปิดใช้งาน
บทที่ 6 ทางหลวงรองเปิดใช้งาน
บทที่ 6 ทางหลวงรองเปิดใช้งาน
บทที่ 6 ทางหลวงรองเปิดใช้งาน
หลังจากวิ่งไล่กวดกันอย่างโกลาหลอยู่ครู่หนึ่ง วัยรุ่นผมทองก็วิ่งหนีหายไปไกลลิบ ส่วนผู้ใหญ่บ้านก็อายุมากแล้ว
ไม่มีทางเลยที่เขาจะวิ่งตามคนหนุ่มทัน เขาเดินกลับมาอย่างหมดหนทาง ใบหน้าเหี่ยวย่นเต็มไปด้วยความอับอาย
"ต้องขอโทษด้วยครับเถ้าแก่เฉิน พ่อแม่ของเด็กคนนี้ด่วนจากไปตั้งแต่เขายังเล็ก"
"เขาก็เลยต้องอาศัยอยู่กับปู่ย่าตายาย ปกติก็หัวรั้นไม่ยอมฟังคำตักเตือนของใครอยู่แล้ว"
"เขาออกจากโรงเรียนกลางคัน แล้วก็เอาแต่ไปขลุกอยู่กับพวกอันธพาลในเมืองทุกวี่ทุกวัน"
"แต่เนื้อแท้เขาไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรหรอกครับ แค่เป็นคนปากเสียเฉยๆ ผมต้องขอโทษแทนเขาด้วยนะครับ"
พูดจบ ผู้ใหญ่บ้านก็ทำท่าจะโค้งคำนับให้เฉินเหยียน เฉินเหยียนไม่กล้ารับรีบเข้าไปห้ามไว้
"ไม่เป็นไรครับๆ เขาก็แค่เด็ก วัยรุ่นก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้นแหละครับ"
...หลังจากทักทายปราศรัยกันอีกเล็กน้อย เฉินเหยียนและพี่รองจูก็กลับขึ้นรถบัสและเดินทางต่อ
ก่อนออกรถ เฉินเหยียนเหลือบมองไปทางที่วัยรุ่นผมทองวิ่งหนีไป มันเป็นทิศทางที่มุ่งตรงไปยังบ้านพักคนชราพอดี เขาได้แต่หวังว่าไอ้เด็กนั่นจะไม่ไปแกว่งเท้าหาเสี้ยนนะ
ไม่นาน เฉินเหยียนก็มาถึงสถานที่จัดพิธีตัดริบบิ้น ซึ่งมีการจัดเตรียมสถานที่ไว้เรียบร้อยแล้ว
นี่คือของสมนาคุณฟรีจากระบบ เฉินเหยียนรู้สึกซาบซึ้งใจมาก ระบบดีๆ แบบนี้หาได้ยากจริงๆ
มีนักข่าวและสื่อมวลชนจำนวนหนึ่งกำลังยืนกระซิบกระซาบกันระหว่างรออยู่ก่อนแล้ว
เมื่อพวกเขาเห็นเฉินเหยียนลงมาจากรถบัส พวกเขาก็แค่ปรายตามองแล้วหันกลับไปสนใจธุระของตัวเองต่อ
เฉินเหยียนรู้สึกกระอักกระอ่วนใจเล็กน้อย อุตส่าห์ซ้อมพูดสุนทรพจน์ในใจมาตลอดทาง
แถมยังเตรียมคำตอบไว้สำหรับตอนถูกสัมภาษณ์ด้วย แต่ไม่คิดเลยว่าจะไม่มีใครสนใจเขาแม้แต่นิดเดียว
อย่างไรก็ตาม มีพนักงานจากบ้านพักคนชราหลายคนเดินเข้ามาทักทายเขาอย่างกระตือรือร้น
"ประธานเฉิน... ประธานเฉิน..."
เฉินเหยียนพยักหน้ารับพนักงานเหล่านั้น
"ทุกคนลำบากแล้ว วันนี้กลับเข้าไปที่ศูนย์ได้เลยนะครับ"
"ปิ๊น ปิ๊น~"
ทันทีที่เขาพูดจบ เสียงแตรก็ดังลอยมา กลุ่มนักข่าวหูผึ่งราวกับแมวได้กลิ่นปลา
พวกเขากรูเข้าไปรวมกันเป็นกระจุกผู้นำเมืองเดินทางมาถึงแล้ว
เฉินเหยียนก็รีบเดินเข้าไปต้อนรับเช่นกัน พร้อมจับมือทักทายผู้นำแต่ละคนเรียงตัว
หลังจากแลกเปลี่ยนคำยกยอพอเป็นพิธีตามประสาคนทำธุรกิจ พิธีตัดริบบิ้นก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
เมื่อผู้นำกล่าวสุนทรพจน์จบ กรรไกรหลายเล่มในมือของกลุ่มคนที่ยืนเรียงแถวก็ตัดฉับลงมา ริบบิ้นผ้าไหมสีแดงถูกตัดขาดเป็นหลายท่อน
รถยนต์คันหนึ่งแล่นข้ามถนนที่เพิ่งสร้างเสร็จเป็นสัญลักษณ์ของการเปิดใช้งาน
ท่ามกลางแสงแฟลชจากกล้องที่สว่างวาบเป็นระยะ พิธีตัดริบบิ้นก็เสร็จสิ้นลง
หลังจากปฏิเสธคำเชิญร่วมงานเลี้ยงรับรองของเฉินเหยียน เหล่าผู้นำก็จากไปอย่างรวดเร็วพอๆ กับตอนที่มาถึง และบรรดานักข่าวในที่เกิดเหตุก็สลายตัวไปในพริบตา
เหลือเพียงเฉินเหยียนและพนักงานไม่กี่คนที่ยืนมองหน้ากันนิ่งๆ
"อะแฮ่ม เอาล่ะทุกคน มาเริ่มงานกันเถอะ! ในขณะที่ไทยมุงยังไปไม่หมด..."
"...ลองไปถามดูว่ามีใครอยากไปเยี่ยมชมบ้านพักคนชราของเราไหม เรามีบริการรถรับส่งฟรี"
เฉินเหยียนเป็นคนแรกที่ดึงสติกลับมาได้ เขาเรียกให้พนักงานเริ่มลงมือทำงาน
คนงานของระบบเริ่มรื้อถอนสถานที่จัดงาน เนื่องจากเฉินเหยียนไม่มีอะไรทำ เขาจึงไปสมทบกับพนักงานเพื่อช่วยโน้มน้าวบรรดาผู้สูงอายุ
ไม่นาน เฉินเหยียนก็พบเป้าหมาย: เป็นชายชราที่ดูน่าจะอายุราวห้าสิบหรือหกสิบปี
"คุณลุงครับ สนใจไปเยี่ยมชมบ้านพักคนชราของเราไหมครับ?"
ชายชราหันกลับมามองเฉินเหยียนแล้วเบ้ปาก
"บ้านพักคนชราบนเขานั่นน่ะเหรอ? ไม่เอาล่ะ ไกลเกิน!"
"เรามีรถรับส่งฟรีนะครับ แถมที่โรงอาหารก็มีเลี้ยงข้าวด้วย คิดซะว่าไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจก็ได้ครับ"
"ไม่เอาล่ะ ได้เวลาแล้ว ฉันต้องกลับบ้านไปกินข้าว!"
พูดจบ ชายชราก็รีบเดินจ้ำอ้าวหนีไปราวกับกลัวติดโรคระบาด
นี่มันกี่โมงกี่ยามกันถึงได้เวลากินข้าวแล้ว? เฉินเหยียนไม่ย่อท้อและเริ่มมองหาเป้าหมายรายต่อไป
"คุณป้าครับ สนใจไป... ฟรีนะครับ..."
"ฉันไม่ไปหรอก มีแต่พวกที่มีลูกหลานอกตัญญูเท่านั้นแหละที่ไปอยู่บ้านพักคนชรา หน้าตาฉันเหมือนคนมีลูกหลานอกตัญญูหรือไง?"
"..."
"คุณลุงครับ..."
"ไม่เอา..."
...พวกเขาช่วยกันชักชวนอยู่นาน แต่ก็ไม่มีใครยอมไปสักคน บางคนก็คิดว่ามันวุ่นวายเกินไป บางคนก็มองว่าบ้านพักคนชรามันอยู่ไกลปืนเที่ยง
เมื่อเห็นว่าทุกคนเริ่มรู้สึกท้อแท้และหมดกำลังใจ เฉินเหยียนจึงพูดให้กำลังใจเสียงดัง
"ไม่เป็นไรครับ นี่เพิ่งจะเริ่มต้นเอง พวกเรากลับกันก่อนดีกว่า"
"ผมจะพาทุกคนไปดูบ้านพักคนชราที่เพิ่งปรับปรุงใหม่ ตัวผมเองก็ยังไม่ได้เห็นเหมือนกัน อุตส่าห์รอไปดูพร้อมพวกคุณเลยนะเนี่ย"
หลังจากปลอบใจเสร็จ ทุกคนก็ทยอยขึ้นรถบัสและเตรียมตัวเดินทางกลับ
เฉินเหยียนเหลือบมองรถบัสอีกคันที่ว่างเปล่า เขาคิดอะไรตื้นเขินเกินไป หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล... ไม่นาน รถบัสก็แล่นกลับมาถึงบ้านพักคนชรา เมื่อมองจากระยะไกล สายตาของทุกคนก็ถูกดึงดูดด้วยสิ่งปลูกสร้างขนาดมหึมาที่มีรูปร่างแปลกตา
อาคารยักษ์รูปทรงคล้ายเห็ดตั้งตระหง่านอยู่ริมทะเลสาบ
ด้านบนสุดเป็นลานกว้างขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนหมวกของเห็ดนางรม
ด้านล่างเป็นโครงสร้างรูปเกลียวที่บิดเป็นเกลียวคล้ายปาท่องโก๋ทำหน้าที่เป็นเสาค้ำยัน โดยมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางขยายใหญ่ขึ้นเมื่อไล่ระดับลงมา
โครงสร้างทั้งหมดประกอบด้วยกระจกและวัสดุสีขาวผิวเรียบเนียน พร้อมประดับด้วยแถบไฟฝังอยู่ภายใน
ที่ฐานด้านล่าง สามารถมองเห็นโครงร่างของประตูขนาดใหญ่ ดูเหมือนว่าจะสามารถเข้าไปข้างในได้
นี่น่าจะเป็นอุปกรณ์หมุนเวียนน้ำ เฉินเหยียนเปิดแผนที่ขึ้นมาดู
【หออุปกรณ์หมุนเวียนน้ำแบบบูรณาการ】
【ระดับ: ★☆ (1.5 ดาว)】
【คำอธิบาย: สูง 80 เมตร สามารถรองรับอุปกรณ์หมุนเวียนน้ำแบบบูรณาการได้ 6 เครื่อง】
【ด้านบนเป็นจุดชมวิวขนาด 1,000 ตารางเมตร สามารถรองรับผู้มาเยือนได้ 200 คน】
【เอฟเฟกต์พิเศษ 1: ทำให้คุณภาพน้ำของแหล่งน้ำในบริเวณใกล้เคียงบริสุทธิ์ โดยรักษาระดับความเสถียรไว้ที่เกรด II】
【เอฟเฟกต์พิเศษ 2: การบริโภคน้ำที่จ่ายจากสิ่งปลูกสร้างนี้ในระยะยาว สามารถช่วยปรับปรุงสมรรถภาพทางกายได้เล็กน้อย และลดโอกาสในการเจ็บป่วยได้ในระดับหนึ่ง】
เฉินเหยียนพยักหน้า สิ่งที่เขาเดาไว้ก่อนหน้านี้ถูกต้อง สิ่งปลูกสร้างระดับดาวสามารถให้โบนัสพิเศษได้จริงๆ
และเอฟเฟกต์พิเศษนี้ก็ค่อนข้างจะโกงทีเดียว การบริโภคในระยะยาวสามารถช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและลดโอกาสในการเจ็บป่วยได้
แม้ว่าผลลัพธ์จะเพียงเล็กน้อย แต่บางครั้งความแตกต่างเพียงเล็กน้อยนั้นก็มีความหมายมหาศาล
ไข้หวัดเล็กๆ น้อยๆ อาจเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ผู้สูงอายุทนไม่ไหว
ถ้าไม่มีไข้หวัดนั้น พวกเขาอาจจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกหลายปี
ระบบนี่มันเจ๋งโคตร!
รอบๆ อาคารหลังนี้ ยังมีสิ่งปลูกสร้างสไตล์เดียวกันแต่มีขนาดเล็กกว่าและขนาดแตกต่างกันไปกระจายอยู่โดยรอบ
พวกมันน่าจะมีไว้เพื่อความสวยงาม เฉินเหยียนเหลือบมองแผนที่และเห็นว่าห้องจ่ายไฟก็ถูกซ่อนอยู่ภายในอาคารเหล่านี้เช่นกัน
ขณะที่เฉินเหยียนและคนอื่นๆ กำลังสำรวจบริเวณรอบๆ พนักงานของระบบคนหนึ่งก็วิ่งเหยาะๆ เข้ามา
"ประธานเฉินครับ ผมจะคอยช่วยคุณในการตรวจสอบ หมายเลขประจำตัวของผมคือ 9527"
"คุณสามารถเรียกผมด้วยหมายเลขประจำตัวได้เลยครับ เชิญตามผมมาครับ"
เฉินเหยียนพยักหน้าให้เขาและเดินตามไปติดๆ พร้อมกับพนักงานอีกหลายคน
กลุ่มคนเดินมาถึงอาคารที่พักอาศัยเป็นอันดับแรก 9527 หยิบสายรัดข้อมือโลหะสีดำออกมาและสวมไว้ที่มือซ้าย
เขาทาบมันลงบนที่จับประตูห้อง 101 และประตูก็ปลดล็อกโดยอัตโนมัติ
"นี่คือสายรัดข้อมืออัจฉริยะ ทำจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อผิวหนังมากที่สุด มีน้ำหนักเพียง 10 กรัม"
"เทียบเท่ากับน้ำหนักของลูกปิงปอง มีมาตรฐานกันน้ำและฝุ่น IP68 และทนทานต่อทั้งอุณหภูมิต่ำและสูง"
"มันใช้โครงสร้างการล็อกแบบพิเศษ เมื่อผู้สูงอายุสวมใส่แล้ว จะไม่สามารถถอดออกได้เว้นแต่จะใช้อุปกรณ์เฉพาะ"
"สายรัดข้อมือมีฟังก์ชันในตัวสำหรับการระบุตำแหน่ง การวัดความดันโลหิต การวัดระดับน้ำตาลในเลือด การตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจ การตรวจจับการหายใจ และฟังก์ชันตรวจสอบสัญญาณชีพอื่นๆ อีกมากมาย"
"ดังนั้น การสวมใส่สิ่งนี้จึงเป็นข้อบังคับ ผมขอแนะนำให้ระบุเรื่องนี้ลงในสัญญาด้วย"
"อันที่ผมใส่อยู่ตอนนี้คือสายรัดข้อมือที่ใช้สำหรับพนักงานภายในของบ้านพักคนชราเรา"
"เพื่อป้องกันไม่ให้สูญหายหรือถูกขโมย มันจึงไม่สามารถถอดออกได้เช่นกันเมื่อสวมใส่แล้ว"
"ด้วยเหตุผลด้านความเป็นส่วนตัว ยกเว้นในเวลาที่กำหนดไว้ เช่น การตรวจห้องตามกำหนดการหรือการทำความสะอาด..."
"...พนักงานภายในจะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของห้องก่อน จึงจะสามารถเข้าไปในห้องของลูกค้าที่เข้าพัก ซึ่งไม่ใช่ผู้พิการหรือผู้ป่วยสมองเสื่อมได้"
"แล้วถ้าเกิดผู้สูงอายุประสบอุบัติเหตุขึ้นมาล่ะคะ? พนักงานของเราจะเข้าไปได้ยังไง?"
เหมียวอวี้หลานที่ยืนอยู่ด้านข้างสังเกตเห็นจุดบอด เฉินเหยียนและคนอื่นๆ ก็มีคำถามเดียวกัน
จบบท