- หน้าแรก
- สลับชะตาทะลุมิติยุค ห้าศูนย์
- บทที่ 28: ใบแจ้งย้ายทะเบียนบ้าน
บทที่ 28: ใบแจ้งย้ายทะเบียนบ้าน
บทที่ 28: ใบแจ้งย้ายทะเบียนบ้าน
อีกสองวันจะถึงวันมอบตัวเข้าเรียน
"ย่าคะ เดี๋ยวหนูจะไปบ้านลุงผู้ใหญ่เพื่อขอใบแจ้งย้ายทะเบียนบ้านนะคะ" กู้อี้ฮั่นเอ่ยขณะกำลังเก็บข้าวของ
ย่ากู้เอ่ยอย่างเป็นกังวล "ให้ย่าไปเป็นเพื่อนไหมล่ะ? หลานไปทีตั้งหลายเดือนกว่าจะกลับ ย่าอดเป็นห่วงไม่ได้หรอกนะ"
กู้อี้ฮั่นยิ้มให้ย่ากู้พลางตอบ "ย่าคะ หนูไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ ไปเองได้สบายมากค่ะ ไว้โรงเรียนหยุดเมื่อไหร่หนูจะกลับมาหานะคะ"
ย่ากู้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงตอบ "เอาเถอะ"
กู้อี้ฮั่นเดินไปตามทางเดินสายเล็กๆ ในหมู่บ้านโดยไม่ได้สนใจมองรอบข้าง หากไม่ใช่เพราะข่าวลือเมื่อสองเดือนก่อน ตัวเธอก็คงไม่มีตัวตนใดๆ ในหมู่บ้านแห่งนี้เลย
เธอเองก็ไม่รู้สึกผูกพันกับหมู่บ้านแห่งนี้แม้แต่น้อย ระหว่างทาง เธอเจอกับโจวเจียซิง ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของหลิวเจาตี้ เขากำลังใช้รูปร่างอ้วนท้วนของตัวเองรังแกเด็กที่ตัวเล็กกว่า
เธอไม่ได้สนใจและเดินผ่านไป ไม่นานก็มาถึงบ้านของหัวหน้ากองการผลิต และร้องเรียกอยู่ที่หน้าประตู "ลุงผู้ใหญ่ อยู่บ้านไหมคะ?"
หัวหน้ากู้เป่าชิงเดินออกมาจากในบ้าน "นังหนูฮั่น มีธุระอะไรหรือเปล่า?"
กู้อี้ฮั่นเดินเข้าไปในลานบ้าน แล้วหยิบใบแจ้งผลการสอบเข้าโรงเรียนมัธยมวิชาชีพออกมาจากกระเป๋าสะพาย—ซึ่งแท้จริงแล้วเธอหยิบออกมาจากมิติของตัวเอง—แล้วเอ่ยขึ้นว่า
"คุณลุงคะ หนูอยากรบกวนให้คุณลุงออกใบแจ้งย้ายทะเบียนบ้านให้หน่อยค่ะ หนูต้องย้ายทะเบียนบ้านไปที่โรงเรียนในเมือง"
หัวหน้ากองการผลิตพลิกดูใบแจ้งผลการสอบเข้าโรงเรียนมัธยมวิชาชีพซ้ำไปซ้ำมา "นังหนูฮั่น บ้านแกนี่ปิดข่าวเงียบเชียบเลยนะ โรงเรียนก็ใกล้จะเปิดแล้วไม่ใช่เรอะ?"
กู้อี้ฮั่นยิ้มและเอ่ยว่า "คุณลุงคะ หนูขอรบกวนให้คุณลุงรอจนกว่าหนูจะเดินทางไปแล้ว ค่อยบอกเรื่องนี้กับคนอื่นๆ ได้ไหมคะ?"
หัวหน้ากู้เป่าชิงรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย "นี่เป็นเรื่องน่ายินดีเรื่องแรกของหมู่บ้านเราเลยนะ! น่าจะบอกให้ชาวบ้านได้ร่วมดีใจด้วย พวกเราก็ล้วนเป็นเครือญาติสายเลือดเดียวกันทั้งนั้น"
กู้อี้ฮั่นไม่ได้รู้สึกกระดากอายแต่อย่างใด "คุณลุงก็รู้ไม่ใช่เหรอคะว่าช่วงนี้มีคำพูดไม่ค่อยเข้าหูหลุดรอดออกมาในหมู่บ้าน"
"หนูตั้งใจว่าจะปล่อยให้ข่าวลือพวกนั้นมันซาและหายไปเองหลังจากที่หนูไปโรงเรียนแล้ว ถ้าหนูพูดออกไปตอนนี้ คนอื่นจะหาว่าหนูตั้งใจดูถูกหรือกลั่นแกล้งพวกเขาให้ได้อายเปล่าๆ"
หัวหน้ากู้เป่าชิงไม่ได้หลอกง่ายเหมือนย่ากู้ แต่เขาก็ไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงอะไรต่อ "เอาล่ะ ลุงรับปากแก"
หัวหน้ากองการผลิตออกใบแจ้งย้ายทะเบียนบ้านระดับกองการผลิตให้กู้อี้ฮั่นแล้วยื่นส่งให้ เธอรับมาและทำทีเป็นเก็บใส่กระเป๋าสะพายอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนจะย้ายมันเข้าไปเก็บไว้ในมิติทันที
กู้อี้ฮั่นเอ่ยว่า "ลุงผู้ใหญ่ ถ้าลุงยุ่งอยู่ หนูขอตัวกลับก่อนนะคะ"
หัวหน้ากู้เป่าชิงไม่ได้ตอบรับอะไร เพียงแค่พยักหน้า หลังจากมองดูกู้อี้ฮั่นเดินจากไป เขาก็เดินตรงกลับเข้าไปในบ้าน
ภรรยาของหัวหน้ากองการผลิตถามขึ้น "นังหนูฮั่นมาหาคุณมีธุระอะไรหรือ?"
หัวหน้ากู้เป่าชิงตอบว่า "เด็กคนนี้ไม่ธรรมดาเลย สอบเข้าโรงเรียนมัธยมวิชาชีพในเมืองไปเรียนเป็นพนักงานบัญชีได้ พอเรียนจบก็จะได้เป็นคนเมือง มี 'ชามข้าวเหล็ก' กินไปตลอดชีวิต"
หัวหน้ากองการผลิตมองดูภรรยาที่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง "เก่งขนาดนั้นเชียว? เมื่อไม่กี่วันก่อนยังมีคนลือกันอยู่เลยว่านังหนูนั่นถูกไล่ออกจากโรงเรียน"
"นั่นก็แค่พวกยายแก่ในหมู่บ้านว่างงานไม่มีอะไรทำเลยเอาไปนินทากันสนุกปาก จะเอาเป็นอารมณ์ไม่ได้หรอก คุณเองก็อย่าเพิ่งไปบอกใครเขาล่ะ ผมรับปากนังหนูฮั่นไว้แล้วว่าจะรอให้ถึงตอนเปิดเรียนก่อน" หัวหน้ากองการผลิตกำชับ
ภรรยาของเขาส่งค้อนให้กู้เป่าชิงวงใหญ่ "รู้แล้วน่า คุณไม่ไว้ใจฉันหรือไง?"
เมื่อกู้อี้ฮั่นกลับมาถึงบ้านก็ไม่พบใครอยู่ เธอจึงเดินกลับเข้าห้องของตัวเองและปิดประตูลง
เธอหยิบใบแจ้งย้ายทะเบียนบ้านออกมา ขณะที่จ้องมองมัน เธอก็ไม่อาจข่มความขมขื่นในใจเอาไว้ได้อีกต่อไป เธอทิ้งตัวลงบนเตียงและปล่อยโฮออกมาอย่างหนัก
กู้อี้ฮั่นรู้ดีว่าเธอเก็บกดความรู้สึกมานานเกินไปแล้ว ในสถานที่แปลกประหลาดเช่นนี้ ตราบใดที่ยังมีคนถือทะเบียนบ้านของคุณไว้ คุณก็จะไม่มีวันหนีไปไหนได้พ้น
พรุ่งนี้ เธอจะไปที่แผนกทะเบียนราษฎรของกรมตำรวจเพื่อย้ายทะเบียนบ้านของเธอ
เมื่อเธอตั้งใจเรียนจนจบจากโรงเรียนมัธยมวิชาชีพ ได้รับการบรรจุเข้าทำงาน และจัดการเรื่องทะเบียนบ้านเรียบร้อยแล้ว ก็จะไม่มีใครสามารถใช้มันมาควบคุมเธอได้อีกต่อไป
ย่ากู้กลับมาจากแปลงเกษตรส่วนตัวและได้ยินเสียงหลานสาวร้องไห้ "กู้อี้ฮั่น ร้องไห้ทำไมลูก?"
เมื่อได้ยินเสียงเรียก กู้อี้ฮั่นก็เปิดประตูออกมา มองหน้าย่ากู้แล้วเอ่ยว่า "ไม่มีอะไรค่ะ หนูแค่คิดว่าพรุ่งนี้จะต้องไปแล้ว ก็เลยอดใจหายไม่ได้ หนูคงคิดถึงย่าแย่เลย"
ดวงตาของย่ากู้เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มขณะเอ่ยว่า "ไม่เห็นเป็นไรเลย ถ้าคิดถึงย่าก็แค่กลับมาเยี่ยมกันสิ เมื่อเช้าหลานยังเป็นคนปลอบใจย่าอยู่เลยไม่ใช่หรือ"
กู้อี้ฮั่นยิ้มรับโดยไม่ได้ตอบอะไร แต่กลับจับมือย่ากู้ไว้แล้วบอกว่า "ย่าคะ เดี๋ยวหนูช่วยทำกับข้าวนะคะ"
ย่ากู้ตอบ "ไม่ต้องหรอก พรุ่งนี้หลานต้องเดินทางแล้ว ไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวพอกู้เมิ่งกลับมาก็ให้พี่เขาทำ วันนี้เราสองคนไม่ต้องทำกับข้าวหรอก"
ไม่นานนัก กู้เมิ่งก็กลับมาถึงบ้านและเห็นกู้อี้ฮั่นกับย่ากู้กำลังพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนานอยู่ที่ลานบ้าน ซึ่งมันช่างขัดหูขัดตาเธอเสียเหลือเกิน
เมื่อเห็นหลานสาวอีกคนกลับมา ย่ากู้จึงเอ่ยสั่ง " กู้เมิ่งเมิ่ง วันนี้แกเป็นคนทำมื้อเที่ยงนะ แล้วก็ตุ๋นไข่ให้กู้เป่าด้วยล่ะ"
แม้กู้เมิ่งจะรู้สึกโกรธเคือง แต่เธอก็ต้องข่มอารมณ์เอาไว้แล้วรับคำ "หนูรู้แล้วค่ะย่า"
เมื่อถึงเวลาอาหาร กองการผลิตก็เลิกงานพอดี
สมาชิกทุกคนในครอบครัวมานั่งล้อมวงกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากัน
ย่ากู้ยิ้มพลางวางชามไข่ตุ๋นลงตรงหน้ากู้เป่าแล้วเอ่ยว่า "นี่ ไข่ตุ๋นของหลานชายคนเล็กของย่า กินเยอะๆ นะลูก"
สะใภ้ใหญ่มองไปที่กู้อี้ฮั่น เบ้ปากแล้วพูดขึ้นมาว่า "แม่คะ กู้อี้ฮั่นจะเอาแต่อยู่เฉยๆ ไม่ยอมไปเก็บแต้มค่าแรงไม่ได้นะคะ เธอจะมากินเปล่าอยู่ทุกวันแบบนี้ได้ยังไง"
สะใภ้รองเฉินซิ่วก็ผสมโรงด้วย "นั่นสิคะแม่ ทำตัวเป็นคุณหนูแต่แท้จริงก็แค่ดวงคนใช้แท้ๆ"
กู้อี้ฮั่นมองเห็นว่าผู้หญิงในบ้านแต่ละคนต่างก็มีแผนการร้ายกาจซ่อนอยู่ในใจ ในขณะที่พวกผู้ชายเอาแต่นิ่งเงียบ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าพวกเขาเองก็เห็นดีเห็นงามด้วย
เธอไม่เปิดโอกาสให้ย่ากู้ได้พูดแก้ต่างให้ และชิงพูดขึ้นมาว่า "ก็ได้ค่ะ พรุ่งนี้หนูจะไปเอาวุฒิบัตรที่โรงเรียน แล้วหนูจะกลับมาทำงานหาแต้มค่าแรงเอง"
สะใภ้ใหญ่กู้ หวังหนี และแม่เลี้ยงใจร้ายอย่างเฉินซิ่ว ยอมเลิกราก็ต่อเมื่อได้ยินคำสัญญาของกู้อี้ฮั่น
ย่ากู้จึงเอ่ยอย่างหัวเสียว่า "เอาล่ะ กินข้าวกันได้แล้ว ขนาดตอนกินยังปิดปากพวกหล่อนไม่สนิทอีกหรือไง"
กู้เมิ่งมองมาที่เธอด้วยสายตาเย้ยหยัน กู้อี้ฮั่นเลือกที่จะเมินเฉยและกินข้าวต่อไปเงียบๆ