เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 200 ร่องรอยจากยุคโบราณกาล 3

ตอนที่ 200 ร่องรอยจากยุคโบราณกาล 3

ตอนที่ 200 ร่องรอยจากยุคโบราณกาล 3


แม้ว่าจะมีการเตรียมพร้อมไว้แล้ว แต่การอ่านFairy’s Book นั้นไม่ได้เรียบง่าย

แน่นอน การถ่ายทอดความรู้โดยตรงสู่สมองเขาเป็นเรื่องที่คุ้นเคยเนื่องจากความตะกละ ‘ตัวอักษรแรกเริ่ม’ได้ช่วยในการทำความเข้าใจ ขณะที่ ‘การปฏิบัติ’จะช่วยเพิ่มความเชี่ยวชาญ ดังนั้นกระบวนการในการบรรลุผลจึงไม่แตกต่างกันมากนัก

ปัญหาง่ายๆก็คือปริมาณข้อมูล

อึก

เนื้อตัวของธีโอดอร์บิดเกร็งไปด้วยความเจ็บปวด เส้นเลือกบนหัวของเขาปูดราวกับจะปริแตก แต่เขาก็ก้มหน้ากัดฟันและยอมรับความรู้ที่ไหลเข้ามา มี36ตัวอักษร รวมเป็น1800หน้า

นี่คือสมบัติที่ถูกเขียนโดยนักเล่นแร่แปรธาตุแห่งยุคโบราณกาล ดังนั้นความยากลำบากของเนื้อหาจึงไม่ใช่เรื่องง่าย นอกจากนั้น ยังมีตัวแปรอื่นที่ธีโอคาดไม่ถึง

‘ยิ่งเนื้อหายากขึ้นเท่าไร อาการปวดหัวก็จะหนักขึ้น...?’

ความตะกละตระหนักถึงสิ่งที่ธีโอดอร์หมายถึงและตอบกลับ –แน่นอน ความรู้ที่ยากขึ้นก็จะเป็นภาระให้กับสมองของผู้ใช้มากขึ้น เป็นไปได้ว่าเจ้าจะไม่สามารถได้ถึงครึ่งของหนังสือเล่มนี้ หากเจ้าไม่มีความรู้ของไมน์ดัล

‘ไมน์ดัล?อ่า เนื่องจากจิตวิญญาณธาตุนั้นมีลักษณะร่วมกัน?’

-ไม่ เป็นเพราะชายผู้นั้น□□□□□ □□□....... เสียงของความตะกละขาดหายไป –หืม  มันยังเป็นไปไม่ได้? มันดูเหมือนข้าจะไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ในขั้นที่4

‘ต้องปลดผนึกอื่นอีก?’

-ถูกต้อง ข้าเคยคิดว่ามันเป็นไปได้หลังจากที่เจ้าเป็นจอมเวทย์ขั้น7 แต่ดูเหมือนว่ามันต้องปลดผนึก ผนึกอื่นๆก่อน

ธีโอดอร์ได้นึกถึงความทรงจำเก่าๆ ครั้งแรกที่เขาพบกับอัตตา มันเป็นทางเลือกของความตะกละที่ช่วยชีวิตเขา ธีโอดอร์ไม่มีคุณสมบัติที่จะเถียงการเลือกของมัน เขาจะสามารถหาช้อมูลเกี่ยวกับไมน์ดัลได้หลังจากที่เขาปลดผนึกลำดับต่อไป

จากนั้น ธีโอดอร์จึงมุ่งเน้นไปที่ตัวอักษรตัวต่อไ ป หากเขานับไม่ผิด เขายังเหลืออีก15ตัว หลังจากนั้นไม่นาน ธีโอดอร์ก็ตระหนักว่านั่นหมายถึงอะไรและอดที่จะส่งเสียงชื่นชมออกมาไม่ได้

“ฉันได้อ่านไป1050หน้าแล้ว....”

มันเป็นเรื่องปกติที่ต้องใช้เวลาถึงสองสามวันในการอ่านทฤษฏีอย่างถูกต้อง แม้ว่ามันจะไม่ใช่เวทมนต์ที่แตกต่างก็ตาม นอกจากนี้ มันเป็นเรื่องทั่วไปสำหรับการเล่นแร่แปรธาตุที่ต้องการความรู้จักหลายๆด้าน เมื่อคิดถึงความยากลำบากของหนังสือที่เขียนโดยพาราเซลซัส มันจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย2เดือนในการอ่านทั้ง1800หน้า มันอาจจะใช้เวลาเป็นปีเพื่อให้เข้าใจโดยสมบูรณ์

แต่ธีโอดอร์กลับอ่านไปมากกว่าครึ่งของFairy’s Book โดยใช้เวลาเพียง2ชั่วโมง เขาไม่รู้ว่าความตะกละกำลังเฝ้าดูความโลภของเขาที่มีต่อเวทมนต์อยู่

มันได้สังเกตธีโอดอร์และพูดกับตัวมันเอง –ใช่ นี่สิคือคุณสมบัติที่เหมาะสมที่จะเป็นผู้ใช้ของข้า

นี่คือเหตุผลที่ความตะกละได้เลือกธีโอดอร์เป็นเจ้านายของมัน

ด้วยดวงตาที่เย็นชา ความตะกละได้พูดต่อ –สมองของเจ้าจะพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ ทำมันซ้ำๆหลายครั้งและเรียนรู้ข้อมูลยากๆจะทำให้เจ้าพัฒนา ........ธีโอดอร์ มิลเลอร์ เจ้าเป็นผู้ใช้ที่เหมาะสมที่จะรับผิดชอบต่อ............ของข้า

ข้าหวังว่าเจ้าจะเป็นเช่นนี้ต่อไปจนจบ

***

เมื่อถึงเวลาที่ดวงจันทร์และดวงดาวเริ่มเอียงไปยังขอบฟ้า ธีโอดอร์ก็บรรลุเป้าหมายที่เขาต้องการ

[*ความเข้าใจของคุณสูงมาก(99.9%)]

ธีโอดอร์ได้ทิ้งตัวลงและแทบจะไม่สามารถอ่านหน้าต่างข้อมูลได้ นอกเหนือจากอาการปวดหัวที่ราวกับกะโหลกถูกเจาะแล้ว ร่างกายของเขากำลังลุกไหม้ มันเป็นราคาสำหรับการอ่านหนังสือของพาราเซลซัส โดยไม่หยุดพัก

‘ฉะ-ฉันรู้สึกเหมือนฉันกำลังจะตาย....’

มันไม่ใช่ความเมื่อยล้าทางกาย แต่เป็นความเมื่อยล้าทางจิตใจ เขาไม่มีแรงมากพอที่จะยกแม้กระทั่งนิ้ว ธีโอดอร์นั้นเป็นคนสำคัญ ดังนั้นเขาจึงไม่มีเวลาที่จะพักผ่อน

เขาเหยียดมือซ้ายออกไปในทิศทางของแผ่นหินที่อยู่บนเตียง หากเขาไม่มีอะไรที่จะทำในตอนนี้ เขาคงจะหลับไปแล้ว

“กะ-กิน”

-ข้าเข้าใจแล้ว ความตะกละตอบกลับอย่างสงบและยืดลิ้นของมันออกมา

[‘Fairy’s Book’ ได้ถูกกินแล้ว ความเข้าใจของคุณสูงมาก]

[ความสามารถของคุณกับ’จิตวิญญาณธาตุ’ได้เพิ่มความอย่างมาก]

[ความเข้าใจของคุณเกี่ยวกับ’ธาตุทั้ง4’ได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก]

[หนังสือต้นฉบับได้ถูกกินแล้ว กำลังตรวจสอบอัตราซิลโครกับวัตถุนามพาราเซลซัส.....ปิดกั้น พาราเซลซัสปฏิเสธที่จะซิงโครกับผู้ใช้ ผู้ใช้ไม่สามารถที่จะบังคับซิงโครกับเป้าหมายได้โดยไม่ได้รับอนุญาติ อีกฝั่งหนึ่งได้ถือครองพลังแห่งเทพเจ้า]

มันไม่สามารถบังคับการซิงโครได้!อย่างไรก็ตาม มันไม่น่าแปลกใจที่พาราเซลซัสถือครองพลังแห่งเทพเจ้า สิ่งมีชีวิตที่เขาได้สร้างขึ้น เมอร์คิวเรียส เองก็มีพลังแห่งเทพเจ้า นี่หมายความว่าพาราเซลซัส ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา

ธีโอดอร์รู้ดีว่าเรื่องมันจะเป็นเช่นนี้ เขาได้รอข้อความถัดไปด้วยท่าทางตึงเครียด

[วัตถุนาม พาราเซลซัส สนใจในตัวผู้ใช้ คุณจะยอมรับคำขอสำหรับการสนทนาหรือไม่?]

“...ฉันยอมรับ”

และเช่นเคย ระบบได้ร้องถามความยินยอมจากเขา

[หลังจากที่ยืนยันความตั้งใจของผู้ใช้ วัตถุนาม พาราเซลซัส จะถูกเรียก กำลังตรวจสอบการเชื่อมต่อ.....สำเร็จ วัตถุนาม ‘พาราเซลซัส’ ได้อนุมัติการสื่อสารสองช่องทาง]

[เขาจะซิงโครกับความรู้สึกของผู้ใช้ชั่วคราว]

ในเวลาเดียวกัน พื้นที่ทั้งหมดก็ถูกปกคลุมด้วยความมืดที่คุ้นเคย มันเหมือนกับเหตุการณ์ตอนที่เขาพบกับอาเบะ โนะ เซย์เมย์ นี่คือสถานที่ที่มีเพียงธีโอดอร์และผู้เขียนเท่านั้นที่สามารถเข้ามาได้

อนุภาคแสงที่คุ้นเคยได้รวมตัวกันตรงหน้าเขา จากนั้นในไม่ช้า มวลแสงที่สุกใสก็ได้เปลี่ยนเป็นรูปร่างของมนุษย์

‘ร่างกายนั้นมีความคล้ายคลึงกับฉัน’

รูปร่างของเขานั้นสูงประมาณ 180 เซนติเมตร โครงสร้างร่างกายค่อนข้างดี ไม่มีกล้ามเนื้อที่ปูดโปนเช่นบลันเดลล์ แต่กล้ามเนื้อของเขานั้นดูสมส่วน เข้ารูปกับร่างกายได้อย่างลงตัว

ชายตรงหน้าเขามีหนวดเคราและผมสีขาว เสื้อคลุมของเขาทำมาจากวัสดุที่ไม่รู้จัก และมีเครื่องประดับอันแสนงดงามติดอยู่ พลังเวทมนต์ได้เคลื่อนไหวอยู่รอบๆเขาอย่างชัดเจน แต่ธีโอดอร์ไม่สามารถเข้าใจถึงมันได้

ร่างกายของชายผู้อยู่บนจุดสูงสุดของศาสตร์แห่งการเล่นแร่แปรธาตุ พาราเซลซัส ได้เผยออกมาตรงหน้าธีโอ

“หืม”

ในฐานะที่เป็นชายชรา เขามีผิวพรรณที่เต็มไปด้วยริ้วรอยและมีสภาพที่แห้งราวกับต้นไม้ ธีโอดอร์พยายามที่จะพูด แต่เขากลับรู้สึกว่าปากของเขาถูกปิดกั้นด้วยแรงกดดันที่ลึกลับ

ดวงตาสีทองของพาราเซลซัสได้จ้องมองมาที่เขา ดวงตาของเขาดูเหมือนจะมองทะลุเข้ามาในกระดูกและอวัยวะของธีโอดอร์ มันไม่น่าจะเป็นเรื่องยากสำหรับนักเล่นแร่แปรธาตุจากยุคโบราณกาลที่จะรู้ทุกอย่างเดียวกับร่างกายของมนุษย์

หลังจากนั้นไม่กี่นาที พาราเซลซัสก็ได้ส่ายหัวของเขาและพึมพำ “ข้าไม่รู้ว่าเจ้าเป็นใคร แต่เจ้ามีทักษะที่ดี”

“ขะ-ขอบคุณครับ”

“สำหรับอายุเจ้า เจ้าถือว่าไม่เลว”

หากเพื่อนของธีโอดอร์ได้ยินคำเหล่านี้ พวกเขาจะน้ำลายฟูมปาก ธีโอดอร์ มิลเลอร์ ได้กลายเป็นจ้าวมนตราด้วยวัยเพียง20ปีกว่าๆ และผู้ที่มีอัตราการเติบโตเช่นเขาสามารถนับได้เพียง3นิ้วในประวัติศาสตร์ของเมลเทอร์

แต่ทว่า ธีโอดอร์นั้นถือว่าใช้ได้ ‘สำหรับอายุเขา?’ หากเพื่อนของเขาได้ยินพวกเขาคงจะกัดลิ้นตาย

แต่ทว่า คำพูดโผงผางของพาราเซลซัสเพียงพึ่งเริ่มขึ้นเท่านั้น “เจ้าไม่มีคุณสมบัติพอที่จะได้รับการสั่งสอนจากข้า”

ธีโอดอร์นั้นใจแข็ง ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะฟังคำพูดของพาราเซลซัสต่อ

“เจ้ายังไม่ได้พัฒนาเวทมนต์ของตัวเองขึ้น และเจ้าไม่มีความสนใจในเรื่องการเล่นแร่แปรธาตุแม้ว่าเจ้าจะมาที่ห้องทดลองของข้า ไม่สิ อ้างอิงจากดาบAzoth เจ้าต้องมาพร้อมกับพาราแกรนัม เจ้าคือผู้ใช้ความตะกละ ข้าคิดว่าพวกเขาถูกออกแบบมาให้โอหัง แต่พวกเขากลับเป็นมากกว่าที่ข้าคาดไว้”

“……”

“Fairy’s Book ได้ถูกใช้อย่างครึ่งๆกลางๆ หากมันไม่ใช่เพราะการเล่นแร่แปรธาตุ มันก็ต้องเกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณธาตุ?ข้ารู้สึกได้ถึงการเชื่อมต่อกับโลกแห่งจิตวิญญาณธาตุ.....มันเป็นจิตวิญญาณธาตุโบราณ?ธาตุของมันคือดินหรือไม้”

ธีโอดอร์ฟังคำพูดของพาราเซลซัสและรู้สึกขนลุก

ซึ่งแตกต่างจากการซิงโคร ที่ทำให้คนอื่นสามารถอ่านความทรงจำของเขาและอ่านความคิดของเขาได้ แต่นี่คือมิติที่มีเพื่อพูดคุยเท่านั้น กล่าวอีกนัยหนึ่ง พาราเซลซัส ได้พูดสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาโดยใช้การสังเกตเท่านั้น

ธีโอดอร์รู้สกราวกับเขากำลังเปลือยกายอยู่ท่ามกลางฤดูหนาวที่เต็มไปด้วยหิมะ เขาแทบจะไม่สามารถระงับอาการกระตุกเล็กๆน้อยๆที่เขารู้สึกได้และยอมรับคำกล่าวของพาราเซลซัส “.....มันเป็นเช่นที่คุณพูด”

“เรียกมันออกมา”

หลังจากที่พาราเซลซัสพูด ธีโอดอร์ก็ได้กระซิบชื่อ “มิตรา”

ไม่จำเป็นต้องพูดเสียงดังหรือใช้เวทมนต์ นี่ไม่ใช่โลกวัตถุแต่เป็นโลกแห่งวิญญาณ มิตราได้เชื่อมต่อกับวิญญาณของเขาอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงสามารถพาเธอเขามาที่นี่ได้ตลอดเวลา แสงได้สว่างวาบและเด็กหญิงตัวเล็กก็ได้ปรากฏบนฝ่ามือของธีโอดอร์

[ฮู้...ดีโอ้?]สาวน้อยผู้น่ารักที่มีตาดอกไม้(บานเป็นดอกไม้แล้ว)อยู่บนหัวของเธอมองมาที่ธีโอดอร์

อย่างไรก็ตาม พาราเซลซัสกลับมีปฏิกิริยาต่อเธออย่างรุนแรง “ดีมิเตอร์?!”

มันเป็นอีกชื่อหนึ่งของดิมิตรา ต้นแบบของมิตรา

“คุณรู้จักเธอ?”

“มันเป็นไปไม่ได้ที่ข้าจะไม่รู้!เทพแห่งโอลิมปัสและเกี่ยวของกับเฮอร์มีส! พระแม่แห่งธรณี ผู้สูงส่ง ไม่คิดเลยว่าข้าจะได้พบกับท่านในสภาพนี้…”พาราเซลซัสพูดขึ้นด้วยความตื่นต้นก่อนที่เสียงของเขาจะจมลง จากนั้นเขาก็มองไปยังมิตราด้วยความรู้สึกเศร้าหมอง

ธีโอดอร์ได้ยินมาว่าเธอเคยเป็นถึงเทพโบราณในอดีตกาล  เช่นเดยวกัน พาราเซลซัสนั้นจำเธอได้และโศรกเศร้า หลังจากที่รออย่างเงียบๆจนกระทั่งพาราเซลซัสได้สงบลง ธีโอดอร์ก็ได้ถามคำถามเกี่ยวกับมิตรา มันเกี่ยวกับตาไม้ที่ผลิดอกบนหัวของเธอ

“เมล็กพันธ์ของต้นไม้โลก?”

“ครับ ถูกต้อง”

“เมล็ดได้เพาะตัวขึ้นและสร้างตาไม้...”

เป็นเพราะเขาเอาชนะความเศร้าโศกของเขาได้หรืออาจจะเป็นเพราะความอยากรู้อยากเห็นของเขาในฐานะนักวิจัย พาราเซลซัสได้สังเกตมิตราจากทุกมุม เศษเสี้ยวของพระแม่แห่งธรณี เมล็ดพันธ์ของต้นไม้โลก และระบบนิเวศของจิตวิญญาณธาตุโบราณ....

ทั้งสามสิ่งนั้นยากที่จะกำหนดได้ แม้กระทั่งจอมเวทย์ที่ดีที่สุด แต่ทว่า พาราเซลซัสกลับเปิดปากของเขาขึ้นหลังจากผ่านไปไม่นาน เขาได้สงบสติลงและตอบคำถามเกี่ยวกับสภาพของมิตรา “อำนาจของเหล่าเทพนั้นได้แบ่งแยกกัน”

“แบ่งแยก?”

“เหตุผลที่ว่าทำไมเธอจึงเป็นพระแม่แห่งธรณีนั้นเรียบง่าย เธอถือครองอำนาจแห่งผืนดิน เทพแห่งผืนป่า เทพศิลา และอื่นๆ....พวกเขาทั้งหมดต่างอยู่ภายใต้พระแม่แห่งธรณี มีเพียงเทพเจ้าแห่งท้องทะเลหรือท้องฟ้าเท่านั้นที่อยู่เหนือเธอ”พาราเซลซัสได้อธิบาย จากนั้นเขาก็จับไปบนตาไม้บนหัวมิตราและพูดต่อ “กล่าวอีกนัยหนึ่ง โลกวัตถุได้ถูกแบ่งออกโดยสามเทพเจ้า ร่างเล็กๆนี้จะสามารถทนทานต่ออำนาจแห่งเทพเจ้าได้หรือไม่?จิตวิญญาณธาตุโบราณที่ไม่ใช่เทพเจ้าโดยสมบูรณ์แต่มีเพียงเศษเสี้ยว?”

“…เป็นไปไม่ได้”

“อำนาจที่มากเกินไปจะทำลายเจ้าของ มันเหมือนกับจิตวิญญาณธาตุโบราณตนนี้ พลังแห่งเทพเจ้าจะทำลายร่างกายและจิตใจของเธอ ดังนั้น จิตวิญญาณธาตุโบราณตนนี้จึงหาวิธีที่จะแบ่งแยกพลังเทพ”

เพื่อที่จะดำรงอยู่ในฐานะมิตรา แทนที่จะเป็นพระแม่แห่งธรณี ดิมิตรา เมล็ดพันธุ์ของต้นไม้โลกจึงแตกหน่ออำนาจเทพในทิศทางที่แตกต่างกัน ในตอนท้ายของการอธิบาย ธีโอดอร์ได้มองไปยังมิตรา

เธอจ้องมองเขาด้วยดวงตาไร้เดียงสา โดยไม่ตระหนักถึงสิ่งที่ธีโอดอร์และพาราเซลซัสกำลังพูดอยู่

จากนั้น พาราเซลซัสก็ได้ยุติเรื่องนี้ “จิตวิญญาณธาตุโบราณสามารถที่จะเปลี่ยนลักษณะของพวกเขาได้ตามการเติบโตของผู้ทำสัญญา เนื่องจากเจ้าได้มาถึงวงกลมที่7แล้ว เธอก็จะแยกตัวออกจากพลังเทพแห่งผืนดินและก่อเกิดพลังเทพอื่นขึ้น”

“งั้นจะเกิดอะไรขึ้นกับมิตรา?”ธีโอดอร์ถาม

พาราเซลซัสได้ตอบกลับว่า “คำตอบนั้นเป็นสิ่งที่เธอจะไม่ได้รับไปจากฉัน”

จากนั้น นักเล่นแร่แปรธาตุผู้ยิ่งใหญ่ พาราเซลซัส ก็ได้ประกาศ เมื่อเจ้าก้าวข้ามจากความเป็นมนุษย์แล้ว จงไปยังต้นไม้โลกอีกครั้ง ตอนนั้น คำตอบจะรอคอยเจ้าอยู่!”

จบบทที่ ตอนที่ 200 ร่องรอยจากยุคโบราณกาล 3

คัดลอกลิงก์แล้ว