เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 199 ร่องรอยจากยุคโบราณกาล 2

ตอนที่ 199 ร่องรอยจากยุคโบราณกาล 2

ตอนที่ 199 ร่องรอยจากยุคโบราณกาล 2


ขณะที่ความตะกละได้พูดกับธีโอดอร์ มือของพาราแกรนัมก็ได้ขยับขณะที่เธอถือจารึกมรกตเอาไว้ ในยุคโบราณกาลของชิ้นนี้ยังนับได้ว่าเป็นสมบัติ เช่นนั้น ในยุคนี้ มูลค่าของมันคงไม่อาจที่จะระบุได้

แม้กระทั่ง ธีโอดอร์ ผู้ที่ไม่สนใจเกี่ยวกับศาสตร์การเล่นแร่แปรธาตุ ยังถูกดึงดูดโดยมัน แต่มันก็เป็นเพียงชั่วขณะเท่านั้น

พาร่าได้จ้องมองไปยังจารึกมรกตในอ้อมแขนของเธอ

“…ช้าบรรลุวัตถุประสงค์ของข้าแล้ว”เธอพึมพำด้วยเสียงอันดังซึ่งหาได้ยากสำหรับเธอ

อย่างไรก็ตาม ธีโอดอร์นั้นมีคำถามขณะที่เขาจ้องมองแผ่นหลังเธอ

ตามการกระทำของพาร่า กุญแจสำคัญของห้องทดลองนี้และมิติที่เก็บซ่อนจารึกมรกต พวกมันต่างเกี่ยวข้องกับดาบAzoth อย่างไรก็ตาม ทำไมเธอจึงส่งมอบของสำคัญเช่นนี้ให้กับเขาเป็นค่าจ้างล่วงหน้า?ต่อให้มนุษย์จะโง่เขลาเพียงใด ก็ไม่มีใครที่จะทำผิดพลาดเช่นนี้ เวทย์โบราณนั้นมีสติปัญญาที่สูงส่งกว่ามนุษย์มากนัก ดังนั้นนี่จึงไม่ใช่ความผิดพลาดสำหรับเธอแน่ๆ

ธีโอดอร์ได้เผชิญหน้ากับพาราแกรนัมและถามด้วยเสียงเข้มงวด “พาราแกรนัม ฉันมีบางอย่างที่ต้องการจะถาม”

เขามีความมั่นใจอยู่แล้ว70% ส่วนที่เหลืออีก30%ยังไม่เป็นที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถที่จะออกไปจากที่นี่ได้โดยไม่ตรวจสอบ ยิ่งไปกว่านั้น มันง่ายที่จะจัดการกับคนที่เป็นศัตรูกว่าคนที่ไม่ได้เป็น

ไม่ว่าจะในกรณีใด เรื่องที่พาร่านั้นมีพลังอำนาจสูงสุดภายในโบราณสถานแห่งนี้เป็นเรื่องที่แน่นอน ไม่น่าแปลกใจ พาร่าทำตัวราวกับเธอรู้คำถามของเขาอยู่แล้ว “ฉันสามารถคาดเดาคำถามของเธอได้อยู่แล้ว เอาเถอะ พูดมา”

“มันไม่ใช่ความผิดพลาด”ส่วนที่เหลืออีก30%ได้สลายหายไปขณะที่ธีโอดอร์กลายเป็นเชื่อมั่น “ทำไมเธอจึงส่งดาบAzothให้ฉัน?มันเป็นถึงกุญแจสำคัญในการเข้าถึงจารึกมรกต หากดาบสั้นเล่มนี้เป็นสิ่งที่โปรดปรานของพาราเซลซัส มันสามารถนำมาใช้ได้หลายวิธีในห้องทดลองแห่งนี้”

“ตัวอย่างเช่น?”

“มันเป็นกุญแจสำคัญในการควบคุม เมอร์คิวเรียส”

ส่วนนี้เป็นเพียงการคาดเดาของธีโอดอร์ มันอาจจะเป็นไปได้ แต่มันเป็นเพียงการคาดเดา หากพาราแกรนัมปฏิเสธมัน การคาดเดาของเขาก็จะสิ้นสุดลงเพียงแค่นี้ เขาไม่มีหลักฐานที่จะสนับสนุนสมมติฐานของเขา

หัวใจของธีโอดอร์หวังว่าพาราแกรนัมจะหัวเราะเยาะใส่คำพูดของเขา เขาไม่ต้องการที่จะเป็นศัตรูกับสัตว์ประหลาดผู้ที่เท่าเทียมกับจอมเวทย์ขั้น9ในโบราณสถาน อย่างไรก็ตาม พาร่ากลับตบมือและร้องตะโกน “ถูกต้อง!ตามที่คาดไว้ ผู้ใช้ความตะกละ เธอมีหัวที่ดี”

“เธอ...!”ธีโอดอร์กำลังจะสบถออกมา แต่เขาก็ได้หยุดลงและลดเสียงของเขาลง “ตอบฉัน ทำไมเธอจึงส่งดาบAzoth ให้ฉัน?”

“ทำไมถึงพูดเช่นนั้น?มันเป็นการเลือกของเธอ”

“นั่น-”

นั่นคือความจริง ธีโอดอร์คือผู้ที่เลือกดาบนี้แทนที่จะเป็นศิลานักปราชญ์ ถึงแม้ว่าพาราแกรนัมจะเป็นคนชักนำมันก็ตาม แต่เธอก็ไม่ได้บังคับเขาให้เลือกมัน

พาร่าได้มองไปที่ธีโอดอร์ผู้ที่ไร้คำพูดและเปิดปากของเธอขึ้นอีกครั้ง “ศิลานักปราชญ์และดาบAzoth ฉันเพียงแค่เคารพการตัดสินของเธอ ตามผลลัพธ์ที่เธอได้เลือก เธอได้ต่อสู้กับเมอร์คิวเรียส ชีวิตคือการปีนขึ้นบันไดไปเรื่อยๆ ดังนั้นฉันจึงไม่สามารถยอมรับเพื่อนร่วมงานที่ไม่สามารถทนต่อมันได้”

ธีโอดอร์ได้ตระหนักถึงความหมายนั่นทันที “…เธอทดสอบฉัน?”

“ใช่”

“หากฉันถูกเมอร์คิวเรียสฆ่า?”

“โชคไม่ดี ฉันคงต้องทำงานด้วยตัวคนเดียว มันไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับฉันที่จะเอาดาบAzoth มาหลังจากที่ควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยในห้องทดลองนี้”

ธีโอดอร์ได้ยินมันและยอมแพ้ที่จะทำความเข้าใจเธอ แม้ว่าเธอจะดูเหมือนคน แต่เธอก็ยังคงเป็นเวทย์โบราณ มันจะเป็นอันตรายถึงชีวิตหากเขาคิดว่าการกระทำของเธอคือมนุษย์

เหนือสิ่งอื่นใด เขาไม่ได้อะไรจากการยืนยันนี้ หลังจากที่ยืนยันความตั้งใจของพาราแกรนัม ธีโอดอร์ก็เลือกที่จะถอยหลังและเปลี่ยนหัวข้อ

“เธอมีอะไรจะพูดเกี่ยวกับFairy’s Book เล่มนี้ไหม?”

“หือ?”

“แผ่นหินนี่”

มันเป็นแผ่นหินที่มีสีดำเงาและทำจากวัสดุที่ลึกลับ Fairy’s Book ได้ถูกส่งมอบให้เขาตามสัญญา แต่เขาไม่รู้วิธีที่จะอ่านมัน พาราแกรนัมเข้าใจอย่างฉับพลันและเกาหัวของเธอ “โอ๊ะ ฉันลืมไปแล้วว่ามันไม่มีอยู่ในยุคนี้”

“ฉันจะใช้มันยังไง?”

“จับตรงส่วนใดก็ได้และอัดพลังเวทย์ลงไป ตามระดับของเธอ.....อืม ใช้เพียงแค่วงกลมที่3ก็พอ”

ธีโอดอร์ทำท่าทางไม่เชื่อใจและอัดพลังเวทย์ในปริมาณที่เหมาะสมลงไปในFairy’s Book ทันใดนั้น แสงสลัวก็ได้กระจายออกมาจากแผ่นหินและเปลี่ยนเป็นตัวอักษร มันเป็นตัวอักษรแปลกๆและลึกลับ ซึ่งธีโอดอร์ไม่เคยเห็นมาก่อน

ขณะนั้นเอง.....

ฉึบ!

แสงได้พุ่งออกมาจากแผ่นหินอย่างรวดเร็ว ไม่สิ วิถีของมันนั้นไม่แน่นอน ลำแสงได้บินตรงไปยังกึ่งกลางหน้าผากของธีโอดอร์ มันเร็วเสียยิ่งกว่าความเร็วแสง และแสงจากแผ่นหินนั้นไม่สามารถที่จะหลบหลีกหรือป้องกันได้

[กำลังตรวจสอบรูปแบบพลังเวทย์ของผู้ใช้] เสียงที่ไม่คุ้นเคยได้ดังขึ้น [จากหน้าที่1ไปถึงหน้าที่50 กำลังแนะนำแนวคิดของโลกจิตวิญญาณธตุและธาตุทั้ง4แก่ผู้ใช้]

ความรู้จากยุคโบราณกาลถูกถ่ายโอนเข้าสู่สมองของธีโอดอร์โดยการบังคับ

“อ้ากกก!”

ทันทีที่ความรู้ทั้ง50หน้าถูกถ่ายโอนมา ธีโอดอร์ก็กุมหัวแน่นเนื่องจากอาการปวดหัวที่น่ากลัว เขาได้เตรียมพร้อมเอาไว้อยู่แล้ว ดังนั้น การถ่ายโอนข้อมูลอย่างฉับพลันจึงไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาสิ้นสติ

อย่างไรก็ตม ครั้งนี้มันรุนแรงกว่าครั้งอื่นๆหลายเท่านัก มันเป็นความเจ็บปวดที่เขาจะรู้สึกก็ต่อเมื่อเขาได้กินหนังสือจำนวนมากในเวลาสั้นๆ และพลังการประมวลผลของสมองเขาก็ได้มาถึงขีดจำกัดแล้ว

พาร่าเห็นมันและยิ้มให้เขา “ฮ่าๆๆ!ตามที่คาดไว้ ผู้ใช้ความตะกละ  เธอมีหัวที่ดีจริงๆ นี่คืออักษรดั้งเดิมที่ใช้กันในยุคโบราณกาล ซึ่งมันจะบีบอัดตัวอักษรหลายสิบตัวให้อยู่ในรูปของตัวอักษรเดียว คนส่วนใหญ่จะไม่สามารถอ่านมันได้และสมองของพวกเขาจะทนไม่ไหว”

“เช่นนั้น มีตัวอักษรอยู่กี่ตัวในหนังสือเล่มนี้?”ธีโอดอร์ถามผ่านอาการปวดหัวและเธอก็ตอบโดยไม่ลังเล

“36ตัวอักษร ผู้สร้างมีนิสัยที่จะจัดเก็บความรู้ทั้ง50หน้าไว้ใน1ตัวอักษร ดังนั้นมันจึงมีทั้งสิ้น1800หน้า”

“….เธอควรที่จะเตือนฉันล่วงหน้าในครั้งถัดไป”

“หากมันทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น”

....เธอไม่ได้บอกว่าเธอต้องการทำมัน ธีโอดอร์หันหน้าหนีจากสายตาเธอ จากนั้นพาราแกรนัมก็ได้ชี้ไปยังชั้นวางของที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งและกล่าว “ตอนนี้ เราควรจะจัดการกับมันรึยัง?”

เธอได้สัญญาว่าจะให้ทุกอย่างแก่เขาเว้นแต่จารึกมรกตและวัตถุดิบบางอย่าง

มีทองคำขาวอยู่33กิโลกรัม ทอง65กิโลกรัม และวัตถุดิบล้ำค่าอีก300กิโลกรัม รวมถึง ขวดยาต่างๆจำนวน182ขวด มันมีตั้งแต่ยาฟื้นฟูจนถึงยาเพิ่มความต้านทานธาตุ นอกจากนี้ยังมีคัมภีร์เวทย์ขั้น8อีกห้าอัน และขั้น7อีกสิบสองอัน  และยังมีของสุดพิเศษ เช่น อิลิกเซอร์สองขวดและศิลานักปราชญ์หนึ่งก้อน

สุดท้าย มันมีโกเล็มวางอยู่ตรงหัวมุม พาร่าได้ชี้ไปที่อัศวินในชุดเกราะเต็มตัวและหยุดลง เธอได้แสดงท่าทางแปลกๆออกมาก่อนที่จะมองมันราวกับเธอมีความคิดดีๆ จากนั้นพาร่าก็หันมามองธีโอดอร์ด้วยดวงตาที่เปล่งประกายและถามว่า “เฮ้ ฉันขอโกเล็มนั่นได้ไหม?”

“มันเป็นของที่สำคัญ?”

“มันไม่ใช่เช่นนั้น จิตวิญญาณของมันได้ตายจากไปนานแล้ว ฉันพึ่งจะได้รับวัตถุดิบที่เหมาะสมมา ฉันต้องการที่จะลองปรับปรุงมัน”

“วัตถุดิบที่เหมาะสม?อะไร....อ่า”ธีโอดอร์ตอบสนองต่อคำตอบทันทีและปิดปากของเขา

มันก็คือลอยด์ โพลแลน ศัตรูที่ถูกจับกุมโดยเวทย์โบราณ พาร่าได้วางแผนที่จะใช้เขาเพื่อการทดลองของเธอ แม้ว่าเขาจะเป็นศัตรู แต่ธีโอดอร์ก็อดที่จะรู้สึกสงสารไม่ได้ แต่ทว่า ธีโอดอร์ก็ไม่ได้มีเจตนาที่จะขัดขวางเวทย์โบราณ ดังนั้นเขาจึงหันหน้าหนีไปด้วยความไม่พอใจ

‘แบบนี้ละดีแล้ว’

ไม่ใช่ว่าธีโอต้องต่อสู้กับเมอร์คิวเรียสก็เพราะเขา?

“เอาเถอะ ฉันหวังว่ามันจะไม่สายเกินไป”

“ดี ในที่สุดฉันก็มีอะไรบางอย่างที่ต้องทำในหอคอยหลังจากว่างมาเป็นเวลานาน”

พาร่าไม่ได้เก็บซ่อนความสุขที่โหดร้ายของเธอขณะที่เธอหัวเราะ และชี้ไปที่สิ่งของ นี่เป็นเพียงส่วนที่เหลืออยู่ แต่มันก็เป็นจำนวนที่มากโข มันไม่ใช่จำนวนที่สามารถยัดอัดลงไปในหีบได้

“เธอจะเก็บทั้งหมดนี้ยังไง?อ่า เธอจะใส่พวกมันไปในกระเป๋ามิติของเธอ?”

“ไม่จำเป็น” ธีโอดอร์ตอบกลับหยาบๆและยื่นมือซ้ายของเขาออกมา มันปลอดภัยและใหญ่กว่ากระเป๋ามิติมากนัก ดังนั้นหลุมมิติเก็บของจึงเปิดในฝ่ามือซ้ายของธีโอ ลิ้นถูกดึงดูดโดยกลิ่นหอมและพุ่งออกมาทันทีที่ธีโอดอร์อนุญาติ “กลืนทุกอย่างและนำมันทั้งหมดเข้ามาใน มิติเก็บของ”

หลังจากผ่านไปหลายพันปี คลังเก็บของของพาราเซลซัสในห้องทดลอง ก็ได้ว่างเปล่า

***

หลังจากเสร็จสิ้นการตกลงที่เป็นความลับ ธีโอดอร์ก็ได้กลับไปที่ห้องของเขา เตียงนุ่มๆและหนังสือที่วางอยู่บนเตียงเปรียบเสมือนกิจวัตรประจำวันของเขา มีเพียงสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไป มันคือFairy’s Book ที่อยู่ใน มิติเก็บของของเขา

ธีโอดอร์นั่งลงบนเตียงแทนที่จะเป็นเก้าอี้และถอนหายใจ “ฟุ่....หัวของฉันยังคงปวดอยู่เลย ความตะกละ แกรู้เรื่องแผ่นหินนี้มาก่อนไหม?”

-ข้าคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเจ้า

“งั้นทำไมแกจึงไม่พูดอะ--- ไม่ ลืมมันไปซะ แกคือเวทย์โบราณ ฉันลืมไป”

มันไม่มีความหมายที่จะตำหนิมันสำหรับเรื่องที่ผ่านไปแล้ว และเวทย์โบราณจะไม่มีความรู้สึกเสียใจหรือขอโทษสำหรับเรื่องใดๆก็ตาม เวทย์โบราณจะเพียงแค่ระมัดระวังมากขึ้นในครั้งถัดไปและมุ่งเน้นไปยังเส้นทางข้างหน้า

‘นี่คือตัวอักษรโบราณ?มันค่อนข้างมีประสิทธิภาพ’

Fairy’s Book จะมีหน้าหลายสิบหน้าที่ถูกประทับไว้ในตัวอักษรเดียว และ50หน้าของความรู้ก็ได้กลายเป็นของธีโอดอร์อย่างเป็นธรรมชาติ เขาเคยทำมันครั้งเดียว และความเข้าใจเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ได้เพิ่มขึ้นเป็น2.7% กล่าวอีกนัยหนึ่ง เขาเข้าใจมันได้ทันทีเพียงแค่อ่าน

‘ตัวอักษรโบราณ’ บนแผ่นหินนี้มันมีเทคนิคซึ่งสามารถเปลี่ยนแนวความคิดในการศึกษาได้  อย่างไรก็ตาม มันมีความเสี่ยงอย่างมากต่อผู้ใช้

-เหตุผลของเจ้านั้นถูกต้อง

‘อะไร?’

-ความสวามารถในการคำนวณของมนุษย์ในยุคโบราณกาลนั้นสูงกว่ามนุษย์ในปัจจุบันมากนัก ดังนั้นการเรียนรู้โดยใช้ ‘ตัวอักษรโบราณ’จึงง่ายกว่า อย่างไรก็ตาม  เมื่อเวลาได้ผ่านพ้นไป สมองของมนุษย์ก็ได้เสื่อมถอยลง และ’ตัวอักษรโบราณ’ก็เป็นสิ่งต้องห้าม

‘มนุษย์ได้ตกอยู่ภายใต้เทคโนโลยี....มันน่ากลัวมาก’

เทคโนโลยีจากยุคโบราณกาลได้สร้างแรงยั่วยวนต่อมนุษย์ แต่พวกเขาไม่สามารถทนทานต่อมันได้ ธีโอดอร์ได้ก้มลงมองไปที่แผ่นหินบนมือเขา อาการปวดหัวไม่ใช่เรื่องที่ดี แต่เขาสามารถเพิกเฉยมันได้ หากเขาเพ่งสมาธิ

ตราบใดที่การอ่านหนังสือตรงไปตรงมา เขาจะสามารถให้ความตะกละกินหนังสือได้ก่อนรุ่งเช้าวันต่อมา ธีโอดอร์สามารถตัดสินใจที่จะนอนพักหรืออดทนต่อความเจ็บปวด

เขาลังเลอยู่ชั่วขณะก่อนที่จะถ่ายพลังเวทย์ลงไปในแผ่นหิน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่อยากเจ็บตัว แต่เขาก็ไม่ชอบสถานการณ์เช่นนี้ ธีโอดอร์ถูกชักนำโดยความตั้งใจของพาร่าและไม่มีพลังอำนาจที่จะต่อต้านมัน

อย่างไรก็ตาม ไม่สำคัญว่าพาร่าจะยิ่งใหญ่เพียงใด นั่นไม่ใช่ข้ออ้างสำหรับความไร้ซึ่งพลังอำนาจ ข้อแก้ตัวดั่งกล่าวไม่เหมาะกับผู้ใช้เวทย์โบราณ1ในบาปทั้ง7ประการ

ฉึบ!

เช่นเดียวกับแสงก่อนหน้าที่พุ่งเข้าใส่หน้าผากของธีโอ ความรู้จากFairy’s Book หนังสือที่นักเล่นแร่แปรธาตุผู้ยิ่งใหญ่ พาราเซลซัสได้เขียนขึ้น ได้ถูกถ่ายโอนไปยังธีโอดอร์....

ธีโอดอร์จะได้เห็นใบหน้าของเขาก่อนที่ดวงอาทิตย์จะขึ้นในวันรุ่งขึ้น

จบบทที่ ตอนที่ 199 ร่องรอยจากยุคโบราณกาล 2

คัดลอกลิงก์แล้ว