เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 194 เมอร์คิวเรียส 1

ตอนที่ 194 เมอร์คิวเรียส 1

ตอนที่ 194 เมอร์คิวเรียส 1


คำตัดสินของธีโอดอร์นั้นถูกต้อง  มันแทบจะไม่มีความเป็นไปได้ที่การโจมตีทั่วไปจะทำอะไรเมอร์คิวเรียส ที่เคลื่อนไหวราวกับป้อมปราการได้

มันเหมือนกับน้ำที่แยกออกจากกันเมื่อถูกตัด เมอร์คิวเรียส นั้นไม่ได้มีนิวเคลียส ซึ่งเป็นจุดอ่อน นั้นทำให้กลยุทธ์ที่เหมาะสมในการจัดการกับมันคือการใช้พลังเวทย์จำนวนมหาศาลของจอมเวทย์

นี่ไม่ได้หมายความว่ามันจะทำให้พวกเขาได้เปรียบ

“ไม่มีทาง มีเพียงสองคนที่สามารถขัดขวางสัตว์ประหลาดนี่ได้”

“มันเป็นไปไม่ได้ มันอันตรายเกินไป!”

“พวกเราจะไปด้วย!”

มุจัก ซิลเวีย และวิลเลี่ยม ทั้งหมดต่างคัดค้านความคิดของเวโรนิก้าและธีโอดอร์

จอมเวทย์ขั้น8และจอมเวทย์ขั้น7 คือคนที่สามารถกวาดผ่านได้ทั่วทวีป แต่สัตว์ประหลาดตัวนี้นั้นเกินมาตรฐานทั่วไป เนื่องจากเวโรนิก้าไม่สามารถใช้เวทย์ไฟในการต่อสู้ได้ พลังของเธอจึงลดไปครึ่งหนึ่ง

พวกเขาจะปล่อยให้ทั้งสองคนต่อสู้ในสถานการณ์เช่นนี้ได้ยังไง?ทั้งสามคนต่างไม่เชื่อมั่น มีเพียงพาร่าเท่านั้นที่ยอมรับ

“นั่นเป็นการตัดสินใจที่ดี”

“อะไรนะ...”

“เธอกำลังพูดบ้าอะไร?”

พาร่าไม่สนใจปฏิกิริยาของกลุ่มและพูดอย่างไม่แยแส “เมอร์คิวเรียส จะคำนวณลำดับความสำคัญในการกระทำของมันตามจำนวนมาน่าของเป้าหมาย ความหนาแน่นของจอมเวทย์ขั้น7และสูงกว่านั้น จะแตกต่างโดยสิ้นเชิง นั่นหมายความว่ามันจะโจมตีพวกเขาด้วยความสำคัญระดับสูดสุด”

“ตะ-แต่หากความสนใจอยู่ที่กลุ่มแอนดราส....”

…พวกเขาไม่สามารถแอบผ่านไปได้เช่นลอยด์ โพลแลน?เพื่อตอบสนองต่อคำถามนั้น พาราแกรนัมได้ชี้ออกไปอย่างใจเย็น “ดูซะ ทุกคนตายหมดแล้ว”

มันเหมือนกับที่เธอพูด แรงสั่นสะเทือนได้หยุดลงแล้ว และอัศวินเงาทุกคนต่างแปรเปลี่ยนเป็นกองเลือด ทุกคนต่างเป็นผู้ใช้ออร่าระดับสูง แต่นั่นก็ไม่เพียงพอที่จะรับมือกับมรดกจากยุคโบราณกาล

นี่ไม่สามารถเรียกได้ว่าการต่อสู้ พวกเขาถูกฆ่าล้างสังหารอยู่ฝ่ายเดียว นอกจากนี้ เมอร์คิวเรียส ยังเลื้อยไปรอบๆขณะที่บ่นเกี่ยวกับการที่ปล่อยลอยด์ให้พลาดไป ดูเหมือนมันกำลังมองหาเป้าหมายที่จะทำลายอีก

ด้วยบรรยากาศเช่นนี้ ดูเหมือนทุกคนจะเริ่มเชื่อแล้ว จากนั้น พาร่าก็แอบพูดคุยกับธีโอดอร์ “หัวหน้า มานี่เดี๋ยวสิ”

“….?เขาเดินเข้ามาใกล้เธอ

จากนั้น พาร่าก็ขยับปากเธอไปใกล้หูและพูด “ไม่ต้องเป็นห่วงไป”

“อะไร...”

“ฉันรู้วิธีเข้าไปด้านใน แต่ไอสารเลวนั่นกล้าที่จะทำลายเข้าไป?ฉันมั่นใจว่าไอหมอนั่นจะไม่ได้ออกมาแบบมีชีวิต”

“โอ๊ะ กับดัก?”

ธีโอดอร์ตระหนักถึงความหมายของเธอในทันทีและพาร่าก็ได้พยักหน้าด้วยรอยยิ้มเย็น สำหรับเวทย์โบราณ ผู้สร้างของพวกเขาคือพระเจ้าที่ควรเคารพ สำหรับสิ่งสกปรกที่กล้าจะก้าวเท้าเข้าไปในสถานที่ที่พระเจ้าของเธอสร้างขึ้นนั้น เธอไม่สามารถที่จะรับได้

“ด้วยสิทธิพิเศษของฉัน ฉันไม่สามารถหยุดเมอร์คิวเรียสได้ แต่ฉันสามารถควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยในห้องทดลองได้ ฉันจะเข้าไปและจับกุมตัวหมอนั่น”

“...งั้นฉันจะปล่อยให้เป็นหน้าที่เธอ”ธีโอดอร์รู้สึกสงสารเล็กน้อย ให้แก่ลอยด์ ผู้ที่ทำให้เวทย์โบราณเป็นศัตรูเขา  จากนั้นพาราแกรนัมก็ได้เอื้อมมือออกไปในมุมที่คนอื่นๆไม่สามารถมองเห็นได้และผลักบางสิ่งบางอย่างเข้าไปในกระเป๋ามิติของธีโอดอร์

“นี่....?”ธีโอดอร์พูด

“มันเป็นสิ่งที่ฉันได้สัญญาไว้กับเธอ ฉันหวังว่าเธอจะสามารถถือมันไว้ได้โดยไม่ใช่มัน แต่หากเธอต้องการใช้มัน มันสามารถทำมันขึ้นมาได้อีก”

“อา”

‘ศิลานักปราชญ์!’

ธีโอดอร์พยักหน้าขณะที่เขาสัมผัสมันและยืนยันว่ามันคืออะไร เขากังวลว่าจะไม่มีวิธีจัดการกับเมอร์คิวเรียส แต่ของขวัญชิ้นนี้ทำให้เขามีทางเลือกอื่น หลังจากที่พาร่าคุยกับธีโอดอร์เสร็จ เธอก็ขยับตัวออกห่างจากเขา

จากนั้นเวโรนิก้าผู้เฝ้าดูพวกเขาด้วยดวงตาแปลกๆ ก็ได้พุดขึ้น “ตอนนี้ เริ่มกันได้รึยัง?”

ถึงเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับ เมอร์คิวเรียส แล้ว

***

เมอร์คิวเรียสเป็นสิ่งประดิษฐ์ผู้พิทักษ์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยไม่ตั้งใจ  บางทีมันภูมิปัญญาของมันอาจจะเติบโตขึ้นหลังจากอาศัยอยู่ในโลกมาเป็นเวลานาน พาราเซลซัสนั้นไม่สามารถกลับมามีชีวิตได้ แต่เมอร์คิวเรียสในตอนนี้นั้นโกรธอย่างมาก

เป็นเพราะมันปล่อยให้ผู้บุกรุกตัวจ้อยหลบหนีไปได้

[ความก้าวหน้าของภารกิจ:98.2% .......] ดวงตาของมันได้ปรากฏข้อมูลขึ้น

เนื่องจากผู้สร้าง พาราเซลซัส ไม่ได้พิจารณาถึง ‘อารมณ์’ในการออกแบบของเขา เมอร์คิวเรียสจึงบิดลำตัวไปทั่วโดยไม่รู้วิธีการบรรเทาความขุ่นเคืองนี้ แม้ว่ามันจะมีอายุมากมาย แต่อายุความรู้สึกของมันยังเด็กนัก มันถูกออกแบบมาให้เป็นเครื่องมือที่ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้โดยพลการ

......ใช่ เว้นแต่ว่าใครบางคนจะกระตุ้นมัน

บูมม!

บางสิ่งที่รุนแรงได้กระแทกหัวของเมอร์คิวเรียสอย่างฉับพลัน มันมีพลังที่รุนแรงซึ่งสามารถระเบิดปรอทได้หลายพันแกลลอน!หัวของเมอร์คิวเรียส สะบัดไปทางอื่นเพราะแรงระเบิดและได้ระเบิดอารมณ์ภายในของมันออกมา

มันรู้สึกหงุดหงิดอย่างมาก

[การโจมตีครั้งแรกจากเป้าหมาย โดยการใช้’พลังกระแทก’เวทย์ขั้น7....]

ทางด้านใต้ของโบราณสถาน ดวงอาทิตย์กำลังตกอยู่ ด้วยผมสีแดงและเสื้อคลุมสีแดง เวโรนิก้าได้ระเบิดพลังเวทย์ทั้งหมดของเธอออกมา ทำให้ร่างกายของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดง เธอได้ใช้เวทย์ลอยตัวและยิ้มให้กับเมอร์คิวเรียส “โอ้ มันได้ผล ”

รอยยิ้มนี้ได้กระตุ้นเมอร์คิวเรียสโดยไม่ตั้งใจ [ต้องกำจัด]

ครื่นนน....

มวลน้ำหนักมหาศาลได้บดขยี้พื้นดินพร้อมๆกับพื้นดินสั่นสะเทือน แผ่นดินดูเหมือนจะกรีดร้องทุกครั้งที่งูยักษ์ขยับ แม้กระทั่งเวโรนิก้ายังอดที่จะรู้สึกประทับใจไม่ได้ แม้ว่าจะเผชิญหน้ากับการทำลายล้างครั้งใหญ่

มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะรับมือกับเมอร์คิวเรียส ยิ่งไปกว่านั้น น้ำหนักของมันยังมากกว่าน้ำถึง13เท่า และร่างกายของมันประกอบไปด้วยปรอทมากกว่าหนึ่งแสนแกลลอน หรืออาจจะถึงหนึ่งล้านแกลลอน

และการสะบัดหางของมัน หมายถึงการทำลายล้าง

“เด็กน้อย!” เวโรนิก้าจ้องมองใจเย็นก่อนที่จะร้องเรียกธีโอดอร์ ผู้ที่กำลังยืนอยู่ด้านใต้เธอ “จงใช้เวทย์น้ำแข็งทั้งหมดของเธอซะ!แช่แข็งมันเมื่อมันมาถึง!”

“ครับ!”

“หลังจากนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉัน!นับมันอย่างระวัง!”

เมอร์คิวเรียสได้ส่งเสียงดังขณะที่มันเข้ามาใกล้ ธีโอดอร์ได้เมินเฉยหูที่เจ็บปวดของเขาและรอให้เมอร์คิวเรียสเข้ามาในระยะของเวโรนิก้า

ที่600เมตร ฝุ่นทรายเริ่มคลุ้งจนยากที่จะมองเห็น ที่470เมตร มันเร็วและยืดหยุ่นกว่าที่เขาคิด นี่อาจจะเป็นเรื่องยาก ที่320เมตร เข้าได้วิเคราะห์รูปแบบการเลื้อยของมัน ทื่150เมตร ระยะของเขาได้ซ้อนทับกับเมอร์คิวเรียส

‘-ตอนนี้แหละ’

ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาไม่อาจที่จะพลาดได้แม้แต่เสี้ยววินาที  เวทมนต์ของเขาได้ครอบคลุมรัศมี50เมตรและเส้นผ่าศูนย์กลาง100เมตร

ร่างกายของเมอร์คิวเรียส อาจจะโค้งงอ แต่มันก็อยู่ช่วงระยะที่เขาหวังผล

“เหนือท้องฟ้า ใต้ท้องฟ้า!จงระเบิดอย่างไม่หยุดยั้ง ยมิลล์ หมอกขาว!”

ธีโอดอร์ได้ใช้เวทมนต์น้ำแข็งที่คิดค้นโดยซิลเวีย แอทลันคัส!

“ละอองเพชร!”

ในช่วงระยะที่จำกัด พายุสีเงินซึ่งเลวร้ายยิ่งกว่าพายุหิมะได้ถาโถมเป็นกำแพงล้อมกรอบเมอร์คิวเรียส พลังอำนาจของมันเหนือกว่าซิลเวีย ผู้ที่เป็นจอมเวทย์ขั้น6มากนัก

ผลึกน้ำแข็งได้ลอยอยู่บนอากาศราวกับพายุหิมะและพวกมันได้แช่แข็งปรอทที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าน้ำอย่างมากในพริบตา เมอร์คิวเรียสรู้สึกประหลาดใจกับการโจมตีนี้ เนื่องจากมันคิดว่าเป้าหมายมีเพียงเวโรนิก้าเท่านั้น

เปรี้ย...!เปรี้ย....!

ไม่น่าแปลกใจ เมอร์คิวเรียส พยายามดิ้นหลุดจากกับดักนี้ แต่ทว่า มันสายเกินไป ร่างกายกว่าครึ่งของมันได้ถูกแช่แข็งแล้ว มันถูกแช่จากหัวไปจนถึงหางของมัน กลับกลายเป็นว่ามีรูปปั้นน้ำแข็งงูอยู่กลางทะเลทราย ส่วนที่เหลือของทีมสืบสวนต่างใช้ช่วงเวลานี้เพื่อวิ่งผ่านเมอร์คิวเรียส และรีบเข้าโบราณสถานไป จากนั้นพวกเขาก็ตะโกนบอกธีโอดอร์

“ขอให้โชคดี!”

“ธีโอ ระวังตัวด้วยนะ!”

“อย่าตายนะ หัวหน้า!ผู้นำหอคอยเองก็ควรจะระวังตัวด้วยนะครับ!”

พวกเขาพูดด้วยเสียงที่ดังมาก ธีโอดอร์อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้และจ้องมองไปที่เวโรนิก้า มันเป็นการโจมตีที่ดี แต่มันไร้ค่าเมื่ออยู่ต่อหน้าเมอร์คิวเรียส ธีโอดอร์ซึ่งเคยชินกับสิ่งมีชีวิตจากยุคโบราณกาลแล้ว ทำได้แต่ถอนหายใจออกมา

‘เวลานี้มันจะน่ารำคาญมากยิ่งขึ้น’

ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นน้ำแข็งบนเมอร์คิวเรียสเริ่มละลาย หากให้ธีโอดอร์คำนวณ ด้วยจำนวนพลังเวทย์ที่เขาใช้ไป เขาคิดว่ามันควรจะแช่แข็งได้สักหนึ่งชั่วโมง อย่างไรก็ตามความต้านทานเวทมนต์ของเมอร์คิวเรียสนั้นสูงจนทำให้มันเหลือเวลาแค่3นาทีเท่านั้น

ถ้านี่คือการตอบสนองต่อน้ำแข็ง ซึ่งควรเป็นจุดอ่อนของมัน งั้นธาตุอื่นๆก็คงจะทำอะไรมันไม่ได้ การถ่วงเวลาจนกว่าพาราแกรนัมจะควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยได้คือตัวเลือกที่ดีที่สุด?

ขณะที่ธีโอดอร์กำลังคิดเช่นนั้น เวโรนิก้าก็เปิดฉากโจมตีขึ้น กฏข้อที่1ของRed Tower ใครเปิดก่อนได้เปรียบ!(55555)

“ดาวหางพิฆาต!”

เวทย์โจมตีขั้น7 ซึ่งเป็นการรวมธาตุทุกธาตุเข้าด้วยกันอย่างเท่าเทียม ได้พุ่งเข้าใส่เมอร์คิวเรียสที่ถูกแช่แข็งอยู่

บูมมมม!

มันมีสภาพเป็นของแข็งที่มีความเหนียวผสมอยู่ แต่มันก็ไม่สามารถดูดซับแรงกระแทกได้โดยสมบูรณ์

การโจมตีของเวโรนิก้าได้ระเบิดร่างกายของมันเป็นชิ้นๆ ร่างกายที่ยาวหลายร้อยเมตรได้แตกเป็นชิ้นๆและกระจัดกระจายไปทั่วพร้อมๆกับวงเวทย์ละอองเพชร

มันเป็นอำนาจที่เหมาะสมกับการเรียกว่าเทพแห่งการทำลายล้าง

“อ้า!ทำไมคุณไม่บอกผมก่อน?”ธีโอดอร์บ่นเธอขณะที่หลบเศษซากของมัน เขาเกือบจะถูกคลื่นอัดกระแทกพุ่งเข้าใส่ อย่างไรก็ตาม เวโรนิก้าได้มองตามชิ้นส่วนที่แตกกระจายของปรอทด้วยท่าทางจริงจังซึ่งไม่เหมือนกับตัวตนปกติของเธอ

“…หืม พลังที่รุนแรงเช่นนี้กลับไร้ค่า”เธอสัมผัสได้ถึงมัน

เวโรนิก้าเคยคิดว่าจังหวะการโจมตีก่อนหน้านั้นสมบูรณ์แบบ แต่มันกลับไร้ความหมาย ราวกับจะยืนยันสัญชาตญาณของเธอ ว่าเมอร์คิวเรียสนั้นรอดมาได้

วูบบบบบ!

ไม่สิ การรอดชีวิตเป็นคำของสิ่งที่มีชีวิต  ชิ้นส่วนที่แตกกระจายได้ขยับมากองอยู่ที่เดียวกันและรวมเข้าด้วยกัน

มันจะกลายเป็นงูยักษ์อีกครั้งหรือไม่?มันอาจจะเคยติดกับดักของธีโอดอร์ แต่ร่างกายของงูนั้นมีความยืดหยุ่นและแข็งแรง ไม่มีเวทย์ป้องกันใดหรือพลังออร่าที่สามารถทนทานต่อน้ำหนักหลายร้อยตันของปรอทได้

อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ของพวกเขากลับผิดพลาดไป

“…ยักษ์?”

“ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น”

รูปร่างซึ่งไม่ต่างไปจากมนุษย์ เว้นแต่ความจริงที่ว่าแขนและขาทั้งสองข้างนั้นมันยาวเกินกว่า50เมตร  ทั้งสองต่างรู้สึกเคร่งเครียดเมื่อเห็นเมอร์คิวเรียสเปลี่ยนจากงูเป็นยักษ์

ขณะนั้นเอง....

ผ่าง!

มันเป็นดวงตา พวกมันเป็นดวงตาที่เป็นสีขาวทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นกระจกตาสีขาว รูม่านตาสีขาว และม่านตาสีขาว ดวงตาได้ปรากฏขึ้นบนร่างกายของยักษ์ หากมีเพียงแค่นั้น เวโรนิก้าและธีโอดอร์จะไม่รู้สึกแปลกใจเลย แต่ทว่า ปัญหาก็คือจำนวนของดวงตา พวกมันปกคลุมไปทั่วร่างตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า

“ว้าว น่าขยะแขยงสิ้นดี”เวโรนิก้าขมวดคิ้วด้วยท่าทางไม่ชอบใจ

ขณะเดียวกัน คู่หูของธีโอดอร์ก็ได้ตื่นขึ้นและพูดกับธีโอดอร์ –มันมีพลังของผู้เฝ้าดู อาร์กอส ผู้ที่มีดวงตานับร้อย  มันไม่ใช่เรื่องไร้สาระเพียงอย่างเดียว แต่เมอร์คิวเรียสนั่นมีพลังของเทพเฮอร์มีส

‘ความตะกละ บอกฉันหากแกรู้อะไรอีก’

-อาร์กอสเป็นชื่อของยักษ์ที่ปรากฏในยุคเก่าแก่ ด้วยดวงตาหลายร้อยดวงที่ปกคลุมทั่วร่างกายของมัน มันจึงกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในการเฝ้าดู จากนั้นมันก็ได้ถูกสังหารโดยเฮอร์มีส ซึ่งกำลังหาอะไรบางอย่างที่อาร์กอสปกป้องอยู่

ความตะกละได้อธิบายสั้นๆ เกี่ยวกับอาร์กอสและวิเคราะห์เมอร์คิวเรียส ผู้ที่กำลังเคลื่อนไหว มันอาจจะไม่ใช่พาราแกรนัม แต่ความตะกละนั้นมีประสบการณ์มากมายเกี่ยวกับยุคโบราณกาลและได้อธิบายถึงสถานการณ์

-สิ่งมีชีวิตเทียมที่ถูกสร้างขึ้นด้วยพลังของเทพเฮอร์มีส.....โชคดี ที่มันไม่สามารถใช้พลังของcaduceusได้(คฑางูไขว้ของเฮอร์มีส) อันที่จริง หากมันสามารถใช้ได้ เมอร์คิวเรียสคงจะเป็นเทพเจ้าไปแล้ว

จากนั้นความตะกละก็พูดชึ้นราวกับมันสนใจ –เอาละ พยายามคิดถึงวิธีการซะ

‘…ไม่ มีอะไรที่ฉันสามารถทำได้งั้นหรอ?นี่คือจุดจบ?’

-เจ้าลองมองไปข้างหน้าดูสิ

‘ข้างหน้า?มีอะไรอยู่ข้างหน้า...บ้าเอ้ย’

ขณะที่ธีโอดอร์กำลังตั้งใจฟังความตะกละ ดวงตาหลายร้อยดวงก็ได้จับจ้องมาที่เขา ดวงตาบนร่างกายเมอร์คิวเรียสได้เปลี่ยนเป็นสีแดง ธีโอดอร์ไม่รู้เกี่ยวกับคุณสมบัติของพวกมัน แต่เขารู้สึกได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องดี เขารู้สึกหนาวสั่นไปทั่วไขสันหลังขณะที่เขากระโดดไปด้านหลัง พร้อมๆกับที่เมอร์คิวเรียสก้าวไปข้างหน้า

“-มันกำลังมา!”

ยักษ์และสองจอมเวทย์ผู้ที่สามารถทำลายภูเขาได้ด้วยกำปั้น....ณ ใจกลางทะเลทราย ตำนานที่จะถูกเล่าขานได้ถูกเขียนขึ้นที่นี่

จบบทที่ ตอนที่ 194 เมอร์คิวเรียส 1

คัดลอกลิงก์แล้ว