เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 193 รอบๆทะเลทราย 3

ตอนที่ 193 รอบๆทะเลทราย 3

ตอนที่ 193 รอบๆทะเลทราย 3


หลังจากที่อีกาบินผ่านทะเลทรายนานนับชั่วโมง ธีโอดอร์ก็ถูกบังคับให้แก้ไขความเข้าใจของเขา เขาไม่สามารถใช้พลังของมิตราได้ ดังนั้นเขาจึงเรียกฮิวกิ้นมาแทน อย่างไรก็ตาม มันใหญ่เกินกว่าที่เขาคิด

‘อันที่จริง ยิ่งระดับสายตาสูงขึ้นเท่าไร มันก็ยิ่งใหญ่เท่านั้น’

ธีโอดอร์ได้แบ่งปันทัศนียภาพของทะเลทรายกับฮิวกิ้น และไม่นานเขาก็ได้พบเหตุผลนี้

ความสามารถของมิตราจะเคลื่อนที่ไปตามพื้นดิน ขณะที่ฮิวกิ้นสามารถมองลงมาที่พื้นดินจากความสูงระดับเมฆได้ ลมของทะเลทรายไม่สามารถสูงไปถึงระดับนั้นได้ ไม่เหมือนกับกลุ่มของธีโอดอร์ที่สามารถมองเห็นรอบๆได้แค่50เมตร ธีโอดอร์สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างขวาง

จากนั้น บางสิ่งก็เข้ามาในสายตาของธีโอดอร์ มันเป็นสี่ชั่วโมงนับตั้งแต่รถลากไม่สามารถวิ่งได้ เช่นเดียวกับดวงอาทิตย์ที่เริ่มลดต่ำกว่าขอบฟ้า สิ่งที่เรืองแสงอยู่ในทิศทางตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ได้สาดเข้ามาในดวงตาของฮิวกิ้น

“อ้า?!”

“เด็กน้อย เกิดอะไรขึ้น?”

ที่ด้านหน้าของกลุ่ม ธีโอดอร์คว้าดวงตาของเขาอย่างกะทันหันและเวโรนิก้าได้รีบช่วยเขา มันอาจเป็นเพราะนิสัยของอีกา ที่ชอบของที่เปล่งประกาย แสงสีเงินที่เข้าสู่ดวงตาของฮิวกิ้นนั้นยากที่ธีโอดอร์จะทนทานได้

อย่างไรก็ตาม ธีโอดอร์ได้คืนความสมดุลของเขาและมองไปยังภาพนั้นอีกครั้ง มีสิ่งก่อสร้างที่ยังคงรูปร่างของมันในทะเลทรายที่ก่อเกิดโดยมังกรทราย เดสเสิร์ทติโอ้ นอกจากนี้แสงสีเงินที่ทำร้ายดวงตาของเขายังตรงกับคำอธิบายก่อนหน้าของพาราแกรนัม

รูปร่างทรงโดม ที่มีรัศมี300เมตร ได้ปูดออกมาจากพื้นทรายและมันถูกสร้างด้วยโลหะที่ยากจะทำลายด้วยปรมาจารย์ออร่า

“ฉันพบโบราณสถานแล้ว”

ใบหน้าของทีมสืบสวนกลายเป็นเคร่งเครียดจากคำพูดของธีโอดอร์ พวกเขารู้สึกยินดีที่มาถึงจุดหมายปลายทาง แต่พวกเขารู้ดีว่ามีคนอยู่ที่นั่นด้วย ดังนั้น นับตั้งแต่ที่ธีโอดอร์พูด การเดินทางของพวกเขาจึงเริ่มระมัดระวังมากขึ้น

พวกเขาได้เข้ามาใกล้ภาพที่ธีโอดอร์ได้เห็นแล้ว

‘…นั่น’

ทีมสืบสวนสามารถที่จะเห็นโครงร่างของโบราณสถานที่ธีโอดอร์ได้เห็นก่อนหน้าได้แล้ว มีธงรูปดาบบินสองเล่มตั้งตระหง่านอยู่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของจักรวรรดิแห่งดาบ เหล่าอัศวินดำจากแอนดราสกำลังลาดตระเวนไปทั่วโบราณสถาน

“300เมตรข้างหน้า เหล่าอัศวินดำกำลังเดินลาดตระเวนอยู่”

“กี่คน?”

“มี12คนที่กำลังลาดตระเวนและอยู่ตามค่าย ทั้งหมดรวมกันมี40คน”

“เยอะจริงๆ สงสัยคุณค่าของโบราณสถานนี้จะสูงยิ่ง”

ไม่เหมือนกับQuattro ที่ไม่มีประสบการณ์ เวโรนิก้าเคยเผชิญหน้ากับพวกเขามาหลายครั้ง ดังนั้นเธอจึงรู้ความหมายของจำนวนเหล่านี้

อัศวินเงาถือเป็นดาบที่ซ่อนอยู่ของจักรวรรดิแอนดราส ผู้ที่จะกระทำการทุกอย่างในความมืด ความจริงที่ว่า 40 คน ได้ถูกส่งมายังทะเลทรายอันไกลโพ้น เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ว่าโบราณสถานแห่งนี้มีค่าแค่ไหน

อย่างไรก็ตาม ไม่นานหลังจากนั้น ท่าทางของธีโอดอร์ก็ได้เปลี่ยนไป “….1ใน7เทพดาบแห่งจักรวรรดิ...อยู่ที่นี่ด้วย”

มันเป็นใบหน้าที่คุ้นเคย ผมสีดำและขาที่เหยียดออกด้วยลักษณะที่ผ่อนคลาย นี่คือท่าทางของอัศวินผู้ฉลาดแกมโกง เขาคือเทพดาบลำดับที่7ของแอนดราส ลอยด์ โพลแลน (ไอที่ปากดีใส่ธีโอดอร์)

ธีโอดอร์ มิลเลอร์ ไม่ได้รู้สึกประทับใจกับเขานัก เขาเป็นปรมาจารย์ดาบที่ธีโอได้พบในวังหลวงและขู่ว่าจะฆ่าเขาหลังจากที่สัญญาสงบศึกหมดลง

“เทพดาบลำดับที่7 ลอยด์ โพลแลน”

“อะไรนะ?ไอสารเลวจอมฉวยโอกาสนั่น?”

อย่างไรก็ตาม ปฏิกิริยาของเวโรนิก้านั้นเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดสำหรับธีโอดอร์

“ฉวยโอกาส?”

“ใช่ มันแปลกมาก เขาไม่เคยปรากฏตัวเมื่อมีกับดัก แต่หากเป็นสิ่งที่มีผลประโยชน์ เขาจะปรากฏตัวราวกับผีทันที นอกจากนี้ เขาไม่เคยปรากฏตัวขึ้นในสนามรบที่บลันเดลล์หรือฉันอยู่เลย เขาเป็นคนที่มีเลห์เหลี่ยมเสียยิ่งกว่าเทพดาบลำดับที่ 4”

เช่นนั้น ดวงตาของเวโรนิก้าจึงลุกโชน นี่เป็นโอกาสที่จะฆ่าเขา มันไม่ใช่แค่เธอแต่คนอื่นก็เช่นกัน Quattroนั้นมีความผูกพันธ์อย่างยิ่งกับอาณาจักรของพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจึงต้องการใช้โอกาสนี้เพื่อทำลายอำนาจของจักรวรรดิ

ในท้ายที่สุด มีเพียงมุจักและพาร่า ที่ขยับตัวด้วยท่าทางปกติ

“เอาละ หยุดที่เนินนี้แหละ”

ไม่นาน กลุ่มของธีโอดอร์ก็ได้มาเนินทรายใกล้กับโบราณสถานที่มีผู้คนจากแอนดราสยืนอยู่ มันเป็นสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการสอดส่องพวกแอนดราส

“เหล่าอัศวินเงา.....มันเป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นพวกเขาด้วยตาของฉันเอง”วิลเลี่ยมมองผ่านเนินทรายและกลืนน้ำลาย เขารู้เกี่ยวกับกองกำลังพิเศษของจักรวรรดิแอนดราส แต่เขาไม่รู้ว่าเขาจะได้เผชิญหน้ากับพวกนั้นด้วยสถานการณ์เช่นนี้

ซิลเวียอดที่จะกระชับคฑาของเธอให้แน่นขึ้นไม่ได้ ขณะที่ธีโอดอร์กำลังจ้องเขม็งไปที่ลอยด์ โพลแลน เวโรนิก้าก็ได้มองไปยังอัศวินแห่งแอนดราสและพึมพำ “พวกมันกำลังทำอะไรอยู่?”

คำถามได้ส่งต่อไปยังทุกคนอย่างเร็ว มันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับจอมเวทย์สงครามแห่งเมลเทอร์ ที่จะอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับการกระทำแปลกๆของอัศวินเงา มีคน5คนที่กำลังขุดเจาะพื้นอยู่ ขณะที่อีกสองคนกำลังฝังอะไรบางอย่างลงไปบนพื้น ของเหลวสีเงินได้ไหลออกมาจากหลุมขนาดใหญ่ที่พวกเขาได้ทำ

พาราแกรนัมเป็นคนแรกที่สังเกตได้ว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่

“..ระเบิด”

“อะไรนะ ระเบิด?”

‘ฉันรู้ว่าคนของแอนดราสจะใช้วิธีการทุกอย่าง แต่แม้กระทั่งระเบิด?’

เวโรนิก้าและคนอื่นๆต่างหันมามองพาร่าด้วยความประหลาดใจ แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจพวกเขา เธอยังคงพึมพำกับตัวเธอเองว่า คนจากแอนดราสจะทำอะไรกันแน่?

ในทางตรงข้าม มีความเป็นไปได้หลายประการว่าทำไมพวกเขาถึงฝังระเบิด กลุ่มของเมลเทอร์ควรจะปล่อยมันไปหรือขัดขวาง?หากพวกเขามั่นใจในชัยชนะ พวกเขาก็ควรจะเลือกอย่างหลังมากกว่า

“หากพวกมันกำลังวางแผนที่จะระเบิด ฉันควรจะใช้ลมหายใจของฉันหรือไม่?”เวโรนิก้าเสนอแผนการที่รุนแรง

อย่างไรก็ตาม ธีโอดอรืได้พิจารณาอย่างจริงจัง ตามที่พาราแกรนัมได้อธิบาย โบราณสถานจะไม่ถูกทำลายโดยลมหายใจของเวโรนิก้า กลุ่มของแอนดราส ผู้ที่ไม่รับรู้ถึงตัวตนของพวกเขา จะถูกเผาผลาญจนตายโดยไม่ทราบสาเหตุ วัตถุระเบิดจะเกิดการระเบิด และแม้กระทั่งลอยด์ยังยากที่จะรอดชีวิตไปได้ มันเป็นโอกาสที่จะกำจัดทุกคนด้วยการโจมตีครั้งเดียว!

แต่ทว่า ขณะที่ธีโอดอร์กำลังจะพยักหน้าตกลง เสียงหนึ่งก็ได้ดังขึ้น

“ไม่ คุณไม่สามารถทำเช่นนั้นได้!”พาราแกรนัม เวทย์โบราณในคราบหญิงสาว ได้ตะโกนใส่เวโรนิก้า เวโรนิก้าหยุดนิ่งด้วยท่าทางประหลาดใจเช่นเดียวกับ ระเบิดที่ถูกจุดขึ้น

ตูมมมมม!

เกิดการระเบิดที่รุนแรงพร้อมด้วยเสียงคำรามขนาดใหญ่ กลุ่มของธีโอดอร์ไม่ได้เตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์นี้และรับอุดแก้วหูของพวกเขาอย่างรวดเร็ว ขณะที่ท้องฟ้าถูกปกคลุมไปด้วยควันสีดำจนมืดสลัว

ครื่นนนน แผ่นดินกำลังสั่นสะเทือน..

พื้นดินสั่นสะเทือนราวกับเกิดแผ่นดินไหว จากนั้นคลื่นอัดกระแทกขนาดใหญ่ก็ระเบิดออกมา และทะเลทรายต่างสั่นสะเทือนไปทั่ว ธีโอดอร์แทบจะฟื้นตัวจากความตกใจไม่ได้และตระหนักได้ทันที ‘…ไม่ นี่ไม่ใช่การสั่นสะเทือนที่มีผลมาจากระเบิด!’

ผลกระทบจากระเบิดนั้นควรจะหยุดลงได้แล้ว แต่ทำไมแผ่นดินยังคงสั่นสะเทือน? นั่นหมายความว่าคลื่นอัดกระแทกไม่ได้เกิดจากการระเบิด แต่เกิดจากสิ่งที่อยู่ใต้พื้นดิน มันเป็นเรื่องบังเอิญงั้นหรอ?ธีโอดอร์มองไปที่พาราแกรนัมเพื่อขอคำชี้แจง

จากนั้นเขาก็ได้รับคำตอบ

[เมอร์คิวเรียส...ได้ตื่นขึ้นแล้ว]

ธีโอดอร์ไม่ได้ยินเสียงเพราะหูของเขายังคงดับอยู่ แต่เขาอ่านมันจากปากของเธอ

กึก กึก กึก.....!

ทันใดนั้น ของเหลวสีขาวก็ได้พวยพุ่งจากด้านใต้โบราณสถาน  ปรอทได้ถูกฝังไว้ใต้ห้องทดลองเพื่อหยุดยั้งการบุกรุก มันมีปริมาณที่มากและเริ่มก่อสร้างเป็นสิ่งที่ใหญ่โต

นี่คือผู้พิทักษ์ที่เป็นอิสระจากธรรมชาติ มันเป็นสิ่งที่พาราเซลซัสได้สร้างขึ้นจากปรอท ชื่อของมันคือ เมอร์คิวเรียส...

นี่เป็นชื่อที่ถูกมอบให้โดยนักเล่นแร่แปรธาตุที่เก่งกาจที่สุดในยุคโบราณกาล  ผู้พิทักษ์ไม่ได้มีนิวเคลียส ซึ่งเป็นจุดอ่อนของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดด้วยรูปร่างที่ไม่แน่นอน มันจะมีความสามารถที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตราบเท่าที่ยังคงเหลือปรอทอยู่

ผู้พิทักษ์ของพาราเซลซัสได้ปรากฏตัวขึ้นในรูปลักษณ์ของงูและประกาศด้วยเสียงอันดัง [นี่คือการเคลื่อนไหวอย่างอิสระของเมอร์คิวเรียสลำดับที่76  มันเป็นเพราะความพยายามที่จะบุกรุกโดยไม่ผ่านขั้นตอนที่ถูกต้อง]

เมอร์คิวเรียส ได้จับจ้องไปยังทีมขุดของแอนดราส [อำนาจทำลายล้าง…]

ถึงแม้ว่าดวงอาทิตย์จะตกลงไปทางตะวันตกเล็กน้อย แต่งูนั้นใหญ่พอที่จะบดบังดวงอาทิตย์ เงาขนาดมหึมาได้ปกคลุมไปทั่ว ขณะที่เหล่าอัศวินต่างแข็งค้างต่อหน้าเมอร์คิวเรียสผู้เหี้ยมโหด

มันมีความยาวหลายสิบเมตร ขณะที่มันมีน้ำหนักหลายตัน ร่างกายของเมอร์คิวเรียสได้ทำจากปรอทซึ่งเป็นอาวุธที่มีมวลมหาศาลภายในตัวมันเอง จากบนสู่ล่าง ซ้ายไปขวา....

เมื่อมวลมหาศาลของปรอทได้ถาโถมเข้าใส่ เหล่าอัศวินเงาหลายนายก็ได้ถูกบดขยี้จนตายทันที

----------!

การเคลื่อนไหวที่เรียบง่ายไม่เพียงแต่จะทำลายค่ายของแอนดราสจนหมด แต่มันรวมถึงเนินทรายที่กลุ่มของธีโอดอร์ซ่อนอยู่ แม้กระทั่งสายลมยังถูกโจมตี!เมอร์คิวเรียสได้สะบัดหางของมันเบาๆ แต่มันเกือบจะเทียบเท่าได้กับเวทย์ขั้น7

“ว้ากก!”

“อ้าก!”

“ไองูบ้าเอ้ย!”

โชคดีที่เวโรนิก้าสามารถควบคุมแรงลมได้ มิฉะนั้นทั้ง6คนจะถูกพัดปลิวไปทันที มีนักวิชาการคนหนึ่งได้กล่าวว่า  ‘มวลที่มหาศาลนั้นจะมีพลังในตัวของมันเอง’

ทั้ง6คนที่ซ่อนตัวอยู่บนเนินทรายได้คิดอย่างรวดเร็วว่าควรทำเช่นไรต่อ ยังคงมีเงาแห่งแอนดราสเหลืออยู่บางส่วน ขณะที่เมอร์คิวเรียสกำลังขยับตัวของมันเพื่อโจมตีอีกครั้ง หากพวกเขาไม่รีบขยับตัว มันจะสายเกินแก้

“เด็กน้อยจากYellow Tower ทำไมเธอจึงหยุดฉันละ?”

ดูเหมือนว่าเธอจะรู้ถึงการดำรงอยู่ของเมอร์คิวเรียส?ดวงตาทั้ง5คู่จับจ้องไปยังพาร่าด้วยความสงสัย

จากนั้น เธอก็อธิบายออกมา “นั่นคือเมอร์คิวเรียส ผู้พิทักษ์ของห้องทดลอง เป็นสิ่งที่พาราเซลซัสได้สร้างขึ้น ร่างกายของมันทั้งหมดทำจากปรอท หากผู้นำหอคอยใช้ลมหายใจมังกร พื้นที่ทั้งหมดนี้จะเต็มไปด้วยแก๊สพิษ”

“แก๊สพิษ?”

“แม้กระทั่งปรมาจารย์ดาบก็ยังไม่สามารถเล็ดลอดไปจากพิษของปรอทได้ นอกจากนี้ หากมันระเหยมันก็จะกลับไปเป็นของเหลวอีกครั้ง”

มันไม่สามารถเอาชนะได้ นั่นคือความคิดของทุกคนหลังจากที่ได้ยินคำอธิบาย ลมหายใจของเวโรนิก้าจะคุกคามร่างกายของมันได้เท่านั้น แม้ว่ามันจะระเหยจากความร้อนสูง แต่มันก็จะกลับสู่สถานะเดิม นี่ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่พวกเขาสามารถเผชิญหน้าได้

พวกเขาต่างสงสัยว่าทำไมพาร่าจึงไม่บอกเรื่องนี้แต่แรก

“แต่ เมอร์คิวเรียส นั่นคือผู้พิทักษ์ที่จะใช้กำลังของมันหากผู้คนไม่เข้าทางประตูอย่างถูกต้องตามกระบวนการ มันจะปลอดภัยสำหรับเราที่จะรอคอยจนกว่ากลุ่มของแอนดราสจะตายทั้งหมด”

“….นั่นก็สมเหตุสมผล”เวโรนิก้า พยักหน้าให้กับคำอธิบายของพาร่า แต่จากนั้นเธอก็ชี้ไปที่บางสิ่ง “แม้ว่าจะเป็นเช่นนั้น แต่ไม่ใช่ว่ามันยากที่จะออกจากสถานการณ์นี้ลำพัง?”

ทีมสืบสวนได้จ้องมองไปยังทางที่เวโรนิก้าชี้ ในสนามรบ เหล่าอัศวินเงาต่างถูกเหยียบย่ำราวกับมด เบื้องหลังของเมอร์คิวเรียส ชายคนหนึ่งได้พยายามเข้าห้องทดลองผ่านอุโมงค์ระบายน้ำที่เผยออกมา(รูที่พ่นปรอทอะครับ)

“ลอยด์ โพลแลน”

“นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น เราไม่สามารถถอยได้ในตอนนี้ ไอสารเลวนั่นกำลังเข้าไปข้างในเพียงลำพัง”เวโรนิก้ากล่าวและมองไปยังเมอร์คิวเรียว ที่เหมือนกับภูเขา

แม้จะเป็นปรมาจารย์ดาบ ลอยด์เองก็ไม่ลังเลที่จะหนีจากสัตว์ประหลาดเช่นนี้ มันอาจจะแตกต่างไปหากความสามารถออร่าของเขามุ่งเน้นไปที่การทำลายล้าง......เช่นเดียวกับความสามารถ’ภาพลวงตา’ของมุจัก พวกเขาเปรียบเสมือนมดต่อหน้าเมอร์คิวเรียส

ดังนั้น จอมเวทย์จึงต้องเป็นผู้จัดการกับงูปรอทตัวนี้ อย่างไรก็ตาม คนที่จะทำเช่นนั้นได้จำเป็นต้องอยู่ในระดับจ้าวมนตราและสามารถที่จะร่วมมือกับเวโรนิก้าได้

“มาเถอะ เด็กน้อย มันถึงตาของเราแล้ว”

จบบทที่ ตอนที่ 193 รอบๆทะเลทราย 3

คัดลอกลิงก์แล้ว