เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 175 กลับสู่หอคอยเวทมนต์ 2

ตอนที่ 175 กลับสู่หอคอยเวทมนต์ 2

ตอนที่ 175 กลับสู่หอคอยเวทมนต์ 2


มันเป็นเรื่องดีที่ได้รับการต้อนรับ อย่างไรก็ตาม การเดินทางของธีโอได้ถูกเก็บเป็นความลับ ดังนั้นเขาจึงไม่คาดหวังที่จะพบเจอเพื่อนของเขาขณะที่คนอื่นๆกำลังจับจ้อง ไม่สิ มันคงเป็นเรื่องที่น่าสงสัยหากซิลเวียรู้ถึงการกระทำของธีโอดอร์

ขณะที่ธีโอดอร์เต็มไปด้วยความสงสัย ออร์ต้าก็ได้ส่งข้อความหาเขาโดยใช้เวทมนต์ [เธอเป็นหลานสาวของบลันเดลล์ แอทลันคัส ดังนั้นไม่ว่าเธอจะต้องการอะไรก็ตามเธอก็สามารถหาได้ง่ายๆ]

‘อ่า’ธีโอดอร์ยอมรับภายในใจ

บลันเดลล์เป็นผู้นำหอคอย ไม่ใช่ใครอื่น ดังนั้นมันจึงไม่จำเป็นที่ต้องพูดอะไร ซิลเวียสามารถหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธีโอดอร์ได้ แน่นอน เขาแน่ใจว่าซิลเวียจะไม่นำเรื่องนี้ไปบอกใคร แต่อาจจะมีสถานการณ์ที่เธอไม่อาจจะคาดเดาได้ ตอนนี้ ธีโอดอร์ไม่แน่ใจว่าเขาควรจะเริ่มต้นเรื่องนี้ยังไง

อย่างไรก็ตาม ซิลเวียเป็นคนแรกที่ขยับตัวก่อน “ธีโอ”

“วะ-ว่าไง?”บางทีอาจจะเป็นเพราะน้ำเสียงของเธอที่แตกต่างไปจากปีที่แล้ว การตอบสนองของธีโอดอร์จึงช้าไปชั่วขณะ ไม่เหมือนกับแต่ก่อน น้ำเสียงของซิลเวียนั้นหวานใสและก้องกังวาล

ขณะที่ธีโอดอร์แข็งค้างโดยไร้เหตุผล ซิลเวียก็ได้ก้มหยิบหนังสือที่เธอทำตก

“ดูเหมือนว่าธุระของธีโอจะจบแล้ว”เสียงของเธอนิ่งสงบกว่าที่เขาคิด เธอโค้งคำยับให้กับผู้นำWhite Tower และเก็บหนังสือของเธอขณะที่เธอถามธีโอดอร์ว่า “ตอนนี้ธีโอยุ่งอยู่รึเปล่า?”

“….ใช่ ฉันคิดว่าฉันคงจะยุ่งจนหัวค่ำนะแหละ”

“ฉันเข้าใจ”เสียงของเธอบ่งบอกว่าเธอเข้าใจ ซิลเวียยิ้มและเดินมาทางพวกเขา จากนั้นขณะที่เธอได้เดินผ่านธีโอดอร์ไป เธอได้กระซิบ “ฉันยังไม่พร้อมเต็มที่ ดังนั้นฉันจะมาหานายทีหลัง”

ธีโอดอร์หันไปมองเธอด้วยคำพูดแปลกๆ แต่ซิลเวียกำลังเดินขึ้นบันไดไปทางBlue Tower มันเป็นทิศที่อยู่ตรงข้ามกับRed Tower ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องน่าอับอายหากเขาไล่ตามเธอไปเพื่อถามว่าสิ่งที่เธอพูดหมายถึงอะไร

ด้วยความสับสนที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ธีโอดอร์และออร์ต้าได้เดินขึ้นบันไดไปยังRed Tower

การพบกับอาจารย์ของเขา วินซ์ ไฮน์เดล เป็นไปอย่างรวดเร็ว

ในช่วงปีที่ธีโอดอร์หายไป ห้องส่วนตัวของวินซ์ได้รับป้ายชื่อที่สลักด้วยสัญลักษณ์ ‘ผู้อาวุโส’แล้ว ธีโอรู้สึกประหลาดใจชั่วณะ แต่มันก็ไม่ยากที่จะเข้าใจว่าทำไม

ต้องขอบคุณการฟื้นฟูภาษาของอาณาจักรโบราณ บัลเคีย และ ระบบเวทมนต์ของมัน มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่อาจารย์ของเขาจะกลายเป็นผู้อาวุโส

“มาสเตอร์!”ธีโอดอร์เปิดประตูออกไปด้วยน้ำเสียงยินดี

“อึก-พรวด!”วินซ์พ่นน้ำกาแฟที่เขาพึ่งจะดื่มไป มันเป็นการพบหน้าระหว่างอาจารย์และศิษย์หลังจากผ่านไปหนึ่งปี และการพบหน้ากันครั้งนี้เริ่มต้นด้วยน้ำกาแฟที่เลอะเต็มไปใบหน้าธีโอดอร์

“นะ-นี่....ธีโอดอร์ เธอเป็นยังไงบ้าง?”

“ครับ ผมไม่เป็นไร”

โชคดีที่ ธีโอดอร์ไม่สามารถถูกเผาได้ด้วยกาแฟที่ร้อนเพื่อเขามีความทนทานต่อความร้อนสูง เขาไม่ได้มีความสามารถทางกายภาพเช่นผู้ใช้ออร่า แต่ร่างกายของจอมเวทย์แตกต่างไปจากมนุษย์ทั่วไปในหลายๆด้าน

แน่นอน วินซ์ได้กล่าวขอโทษที่พ่นกาแฟใส่หน้าลูกศิษย์ที่ไม่ได้พบหน้ากันเป็นเวลาหนึ่งปี

“มาเริ่มเรื่องราวกันเถอะ”หลังจากที่เช็ดหน้าและกาแฟแก้วใหม่ได้ถูกเท วินซ์ก็ได้เปิดปากขึ้นเป็นคนแรก “ก่อนอื่น ขอต้อนรับกลับมานะ ฉันไม่เห็นบาดแผลใดๆเลย แต่เกี่ยวกับปัญหาที่พวกเราได้คุยกันก่อนเธอจะออกไป เป็นยังไงบ้าง?”

“มันดีกว่าที่คาดหวังไว้มากครับ”

“นี่ถือเป็นเรื่องที่ดี”วินซ์ยิ้มออกมาอย่างสดใสหลังจากได้รับข่าวข้องธีโอดอร์ การเดินทางของธีโอมีคนรู้เพียงไม่กี่คนเท่านั้น แต่มีเพียงวินซ์ที่รู้เกี่ยวกับปัญหาของธีโอดอร์

ออร์ต้ายื่นหัวของเขาเข้าไปใกล้ แต่เขาไม่ได้เข้าไปแทรกแซงในเรื่องราวระหว่างสองคน

จากนั้นเรื่องราวการผจญภัยของธีโอดอร์ก็เริ่มขึ้น

เริ่มตั้งแต่ การถูกโจมตีระหว่างการข้ามชายแดนไปยังซิโปโต แผ่นโลหะจากกลุ่มการค้า การประมูลลับของซิโปโต ความสงสัยเกี่ยวกับกลุ่มการค้าออร์คุสที่ใช้เวทมนต์ดำ ....เนื้อหามันมีมากพอที่จะคุยได้ตลอดทั้งวัน

ในตอนแรก ผู้นำWhite Tower กำลังฟังอย่างไม่แยแส แต่ไม่นานนักเขาก็เอนตัวไปข้างหน้าเพื่อฟังคำพูดของธีโอ จากนั้นก็พูดออกความเห็นมา

“อัศวินแห่งความตายและเรือผี.....ฉันคงต้องยกระดับคำเตือนไปอีกสองขั้น”

“หมู่เกาะโจรสลัด ฉันคิดว่ามันเป็นแค่กลุ่มโจรสลัดเท่านั้น ฉันไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะมีมังกรสมุทรอยู่เบื้องหลัง”

“ราชอาณาจักรโซลดุนกำลังเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ บางทีอาจจะมีสงครามกลางเมืองในทางตะวันออกของทวีปนี้...

….มันเป็นเรื่องราวที่คล้ายกัน มีเรื่องเล็กๆไม่กี่เรื่อง แต่ทุกๆเหตุการณ์นั้นใหญ่เกินไปที่จะไม่ใส่ใจ เมื่อเรื่องราวได้ดำเนินมาถึงจุดสูงสุด ความพ่ายแพ้ของไฮด์ สองจอมเวทย์อาวุโสต่างลืมเกียรติของพวกเขาและตบมือดังลั่น

ยอดเยี่ยม!นี่เป็นเพียงการตัดสินของฉันเท่านั้น แต่ความสำเร็จเหล่านี้เพียงพอที่จะทำให้เธอได้ตำแหน่งมาร์ควิส”วินซ์กล่าว

“คุณยกยอผมเกินไป”ธีโอดอร์ตอบ

“ไม่ มันเป็นการยากที่จะไม่เห็นด้วยกับคำพูดของผู้อาวุโสวินซ์ การไปถึงวงกลมที่7ด้วยวัยเพียงเท่านั้นและเอาชนะ1ใน7เทพดาบแห่งจักรวรรดิ?แม้ว่าเธอจะมองผ่านประวัติศาสตร์ทั้งหมดของเมลเทอร์ มันคงเป็นการยากที่จะหาคนเช่นเธอ”ออร์ต้ากล่าวยกย่องธีโอดอร์เช่นกัน

ธีโอดอร์ไม่รู้ว่าเขาควรจะทำตัวยังไงหลังจากได้ยินคำชมเชยจากสองจอมเวทย์

วินซ์ ไฮน์เดลและออร์ต้า.....ทั้งสองคนต่างเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับเมลเทอร์และฝึกฝนเกี่ยวกับเวทมนต์มานานกว่าธีโอดอร์ เขาไม่ต้องการให้พวกเขารู้สึกไม่พอใจกับความสำเร็จที่รวดเร็วของคนที่เด็กกว่า แต่เขาไม่สามารถมองเห็นอาการเหล่านี้ได้บนใบหน้าของพวกเขาเลย

ธีโอดอร์สัมผัสได้แต่ความสุขและความชื่นชม และหัวใจที่เต้นเร็วขึ้นของเขา

‘ฉันได้พบกับคนที่ดีจริงๆ’

บางทีความรู้สึกเช่นนี้อาจจะเป็นพลังอำนาจที่แท้จริงของเมลเทอร์ พวกเขาไม่ได้ผูกขาดความรู้ของตนเพียงลำพัง ไม่ได้ยึดถือความรู้ของตนเป็นหลัก และไม่ได้มีความคิดอิจฉาใดๆ มันเหมือนกับสวรรค์เมื่อเทียบกับจักรวรรดิแอนดราส ที่มีคำสั่งอย่างเคร่งครัดระหว่างอาจารย์และศิษย์

“อา นั่นทำให้ผมนึกได้ มาสเตอร์”ในขณะนั้น คำถามที่เกี่ยวข้องกับซิลเวียก็โผล่ขึ้นมาในความคิดของธีโอดอร์ ผู้ที่รู้สึกดีขึ้น “ผมสงสัยเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงระหว่างหนี่งปีที่ผมไม่อยู่ ตัวอย่างเช่น ซิลเวียรู้ว่าผมได้ออกไป....”

“หืม”บางทีนี่อาจจะเป็นหัวข้อที่หนักกว่าที่ธีโอคิด ขณะที่วินซ์ร้องออกมาก่อนที่จะเปิดปากขึ้น “เอาละ ให้ฉันอธิบายสิ่งที่ฉันรู้”

เรื่องราวที่ปรากฏขึ้นนั้นมากกว่าที่ธีโอดอร์คาดคิด ซิลเวียได้ค้นพบเกี่ยวกับการเดินทางของธีโอดอร์หลังจากที่เขาออกไป จากนั้นเธอก็ขังตัวเองอยู่ในห้องนานนับสัปดาห์ สัปดาห์ต่อมา เธอก็เริ่มเงียบขึ้น ไม่พูดจากับใคร

ซิลเวียจะอ่านหนังสือทุกวันหรือฝึกซ้อมอยู่ในห้องของเธอ เธอกลายเป็นคนเงียบๆแต่รุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม ขณะที่เธอหมกมุ่นอยู่กับเวทมนต์ของเธอ เธอไม่สนใจแม้แต่นิดว่าร่างกายของเธอจะเจ็บปวด

มันจะไม่เป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนอื่น แต่การเดินทางของธธีโอดอร์เป็นเหตุให้ซิลเวียเปลี่ยนไป เธอมีพรสวรรค์และความสามารถที่มากกว่าคนอื่น แต่เธอได้เติบโตขึ้นด้วยความหดหู่ในใจ

แม้กระทั่งกับธีโอดอร์ เธอมีความปราถนาที่จะแข่งขันกับเขา อย่างไรก็ตาม ซิลเวียได้เปลี่ยนแปลงความเข้าใจในเวทมนต์ของเธอไปจากการเล่น

“เธอได้สังเกตเห็นแล้วใช่มั้ยละ?”

“ครับ”ธีโอดอร์พยักหน้าขณะที่นึกถึงความตกใจในตอนนั้น “เธอทำให้วงกลมที่6สมบูรณ์แล้ว เธออยู่ระหว่างครึ่งก้าวไปยังวงกลมที่7”

ซิลเวียมีพรสวรรค์ที่น่าตกใจและน่ากลัว ธีโอดอร์ต้องใช้ ความตะกละ เพื่อข้ามผ่านมัน กำแพงที่ยากจะข้ามผ่านได้แม้ว่าจะมีพรสวรค์อันน่าตกตะลึง ได้ถูกเจาะโดยซิลเวียหลังจากที่เธอเปลี่ยนความคิด

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่สิ่งที่วินซ์พยายามจะพูด เขามองไปที่ธีโอดอร์และประกาศว่า “เด็กคนนี้ต้องการที่จะติดตามเธอ”

“หะ?ผม?”

“ใช่ ราวกับลูกไก่ที่คิดว่าคนแรกที่มันพบหลังจากที่ฟักออกมาคือแม่ของมัน เธอมีลักษณะเช่นนั้นสำหรับซิลเวีย”

มันเป็นครั้งแรกในชีวิตของเธอ ที่ได้พบกับเด็กชายผู้ที่สามารถต่อกรกับเธอและผจญภัยไปกับเธอได้ เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับธโอดอร์ที่จะกลายเป็นตัวตนอันยิ่งใหญ่สำหรับซิลเวีย ผู้ที่ราวกับกระดาษอันว่างเปล่า

อย่างไรก็ตาม เด็กหนุ่มคนนั้นได้เดินจากไปและก้าวเดินตามลำพัง เด็กหญิง ไม่คุ้นเคยกับการขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นได้พบคำตอบของเธอว่ามันเป็นเพราะเธออ่อนแอ เธอกลายเป็นภาระสำหรับเขา ดังนั้น ซิลเวียจึงตัดสินใจที่จะแข็งแกร่งขึ้น เธอมุ่งมั่นที่จะแข็งแกร่งกว่าเด็กหนุ่มที่เอาชนะเธอ หรืออย่างน้อยที่สุด ก็แข็งแกร่งพอที่จะยืนเคียงข้างเขา

ธีโอดอร์ไม่เคยรู้เลยจนกระทั่งได้ยินคำพูดเหล่านี้ ในที่สุด เขาก็เข้าใจแล้วว่าซิลเวียหมายความว่าไงว่าเรื่องการเตรียมพร้อมของเธอ

ขณะที่เขาดื่มกาแฟด้วยความตกใจ วินซ์ก็พยักหน้าและให้คำแนะนำแก่เขา “ฉันจะไม่ขอให้เธอไปพบซิลเวียทันที แต่เธอไม่ควรที่จะลืมเรื่องนี้”

“…ครับ ผมจะจำไว้”

ธีโอดอร์มีพร้อมทั้ง ‘คุณสมบัติ’และ’อายุ’ที่เหมาะสม เขายกแก้วของเขาจิบขึ้นอีกครั้งเมื่อตระหนักถึงบททดสอบของเซย์เมย์ที่แสดงให้เห็นถึงในเรื่องนี้ มันอาจจะเป็นบรรยากาศ แต่รสชาติของกาแฟที่หวานมันขมเล็กน้อย

***

หลังจากที่จบเรื่องราวของเขา ธีโอดอร์ก็ถูกเรียกตัวไปยังพระราชวังตอนประมาณ3ทุ่ม มันอาจจะเป็นเพราะการประชุมในช่วงบ่านนั้นนานเกินไป หรืออาจจะเป็นการหลีกเลี่ยงสายตาของผู้อื่น

ธีโอดอร์ได้เดินผ่านสวนตรงกลางของพระราชวังขณะที่ดวงดาวส่องแสงเหนือหัวเขา เขาเดินมามากว่าร้อยก้าวจากสวนไปยังจุดหมายของเขา

มันเป็นสถานที่ที่เขาเคยมาเยือนหลายครั้งในอดีต ยามที่ยืนอยู่หน้าประตูได้ตระหนักถึงตัวตนของธีโอดอร์และพูดอย่างสุภาพ “มันเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบท่าน เชิญครับ”

ธีโอดอร์ตอบกลับคำทักทายเบาๆก่อนที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ โดยทักไป ผู้เฝ้าประตูจะเปิดประตูขณะที่ขานชื่อของคนที่กำลังจะเข้าไป แต่ลักษณะของกการประชุมครั้งนี้มันแตกต่างกันเล็กน้อย

ผู้เฝ้าประตูไม่จำเป็นต้องธิบายว่ามันแตกต่างกันอย่างไร ธีโอดอร์ก็สามารถบอกได้ทันทีที่เขาเปิดประตู....

ผู้นำBlue Tower บลันเดลล์ แอทลันคัส

ผู้นำWhite Tower ออร์ต้า.....

ผู้นำทางการทหาร โรเบิร์ต อัลเฟทไฮเมอร์.....

และผู้ดูแลกิจการภายในอาณาจักรทุกอย่าง เจโรมี่ วิโอเลตต้า....

นอกเหนือจากเวโรนิก้าที่หายไปด้วยเหตุผลบางอย่าง ขุมอำนาจหลักของเมลเทอร์ได้นั่งอยู่รอบๆโต๊ะกลมและจับจ้องมายังเขา และแน่นอน ชายที่อยู่ตรงกลางก็คือเคิร์ทที่3ผู้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์อันงดงาม

เมื่อประตูด้านหลังเขาได้ปิดลง ธีโอดอร์ก็โค้งคำนับแก่กษัตริย์“ผู้อาวุโสแห่งRed Tower ไวเคาท์ธีโอดอร์ มิลเลอร์ ขอทักทายดวงอาทิตย์แห่งเมลเทอร์”

“ไม่ต้องมีพิธีอะไรมากนัก”

“พะยะค่ะ ฝ่าบาท”ธีโอดอร์ลุกขึ้นยืนและได้พบกับดวงตาที่สดใสของเคิร์ท

จากนั้นเคิร์ทก็พูดด้วยน้ำเสียงกลั่นแกล้ง “มันเป็นเวลานานพอสมควรเลยนะ ที่วีรบุรุษได้ออกไปจากบ้าน เจ้าไปที่ไหนและเจ้าได้ทำอะไรมา?”

“ขอบพระทัยสำหรับความห่วงใยฝ่าบาท กระหม่อมได้กลับมาอย่างปลอดภัย”

“เป็นเช่นนั้นหรอ?แต่ เราไม่คิดว่าเจ้าจะสนุกไปกับการเดินทางโดยไม่มีเหตุการณ์ใดๆ หากเจ้าไม่ว่าอะไร โปรดบอกเรื่องราวของเจ้ากับผู้คนที่มารวมกันที่นี่”

“พะยะค่ะ ฝ่าบาท....อ่า”การแสดงออกของธีโอดอร์เปลี่ยนไปเมื่อสิ่งหนึ่งโผล่มาในหัวของเขา “ก่อนที่กระหม่อมจะเริ่มพูด กระหม่อมมีเรื่องต้องขออภัยฝ่าบาท”

“หืม?เรื่องอันใดกัน?”เคิร์ทที่3กล่าวด้วยความรู้สึกสับสน

ธีโอดอร์แสดงข้อมือที่ว่างเปล่าและขอโทษ “ในระหว่างการต่อสู้ ผมได้สูญเสียสร้อยข้อมือที่ฝ่าบาททรงให้ยืม โปรดอภัยให้กับความสามารถอันต่ำต้อยด้วย”

“หะ?สร้อยข้อมือนั้นรึ?เจ้าทำได้อย่างไร?”

“มันช่วยไม่ได้พะยะค่ะ  กระหม่อมได้ต่อสู้กับ1ใน7เทพดาบของจักรวรรดิ”

แม้ว่าเสียงของเขาจะพูดอย่างสบายๆ แต่บรรยากาศในห้องพลันเปลี่ยนไปทันที บางคนในห้องรู้เรื่องนี้แล้ว แต่คนที่ไม่รู้ต่างตกใจ สำหรับเมลเทอร์ การต่อสู้กับศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเขา 7เทพดาบแห่งจักรวรรดิ มันไม่สามารถยุติได้หากไม่เกิดการนองเลือด หากธีโอดอร์ยืนอยู่ในสถานที่แห่งนี้ นั่นก็หมายความว่า.....

เมื่อทุกคนต่างเต็มไปด้วยความคาดหวังและความตื่นเต้น เคิร์ทที่3ก็ได้ยกมือขึ้น “เอาละ มาเริ่มเรื่องราวจากตรงนั้น ไม่ว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ตาม เราอยากให้เจ้ารายงานตามเรื่องที่สำคัญที่สุด”

ธีโอดอร์ตอบสนองต่อความคาดหวังของพวกเขาโดยการเปิดปากขึ้นและบอกเล่าเรื่องราวของเขา “มันเริ่มหลังจากที่ผมได้เห็นความหายนะในสมาคมข่าวสาร....”

มันเป็นเรื่องที่เขาได้บอกกับผู้นำWhite Tower และวินซ์แล้ว ดังนั้นเขาจึงทำให้เรื่องราวมันน่าสนใจมากยิ่งขึ้น บางครั้งก็โกรธเกรี้ยว บางครั้งก็สงบนิ่ง เสียงของชายหนุ่มดังสะท้อนไปทั่วห้อง

บุคคลที่สำคัญที่สุดในอาณาจักรเมลเทอร์ต่างนิ่งเงียบขณะที่วีรบุรุษเล่าเรื่องราว.....

และไม่มีใครที่สามารถเปิดปากของพวกเขาได้จนกระทั่งเรื่องราวได้สิ้นสุดลง

จบบทที่ ตอนที่ 175 กลับสู่หอคอยเวทมนต์ 2

คัดลอกลิงก์แล้ว