เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 143 หมู่เกาะโจรสลัด 3

ตอนที่ 143 หมู่เกาะโจรสลัด 3

ตอนที่ 143 หมู่เกาะโจรสลัด 3


แจ็คมองไปที่ธีโอด้วยความประหลาดใจ

“ผะ-ผู้ปกครองเกาะ?”

ปฏิกิริยาของเด็กชายถือว่าดีอย่างมากสำหรับอายุของเขา แต่เขานั้นโชคไม่ดีในวันนี้ แรนดอล์ฟและธีโอดอร์สามารถที่จะอ่านความผิดพลาดในน้ำเสียงของแจ็คได้

ในประวัติศาสตร์ วีรบุรุษสงคราม อัลเฟรด เบลลอนเทส ได้รับการบันทึกไว้ในฐานะชายผู้ไร้ปราณีเมื่อสอบสวนนักโทษ และธีโอดอร์เองก็ได้สืบทอดประสบการณ์ของบุคคลที่ยิ่งใหญ่เช่นนั้นมา ดังนั้นดวงตาของเขาจึงมองเห็นว่าแจ็คกำลังซ่อนอะไรอยู่

อย่างไรก็ตาม มันยังเร็วเกินไปที่จะแหวกหญ้าให้งูตื่น

“เป็นคำถามที่น่าแปลกใจงั้นหรอ?ที่นี่เป็นเหมือนกับหมู่บ้าน ดังนั้นหมู่เกาะโจรสลัดก็ต้องมีผู้นำสิ?ฉันไม่คิดว่าโจรสลัด ฉันไม่คิดว่าโจรสลัดจะปกครองกันเองโดยไร้ซึ่งผู้นำนะ”

นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมธีโอดอร์จึงยอมถอยหลังก้าวหนึ่ง ผู้นำทางของเขาเป็นเพียงแค่เด็กเท่านั้น ข้อมูลที่จะได้รับจากการใช้กำลังบังคับนั้นจะได้รับอย่างจำกัด ดังนั้นมันจึงดีกว่าที่จะใช้การหว่านล้อมแทนการบีบบังคับ

“โอ้ นั่นคือสิ่งที่คุณหมายถึงนะเอง”

“นี่เป็นการมาเยือนครั้งแรกของฉัน ดังนั้นฉันจึงมีคำถามมากมายที่อยากจะถามนาย ฉันจะให้สิ่งนี้แก่นายหากนายตอบคำถามฉัน”ขณะที่ธีโอพูด เขาก็ได้หยิบเงิน5เหรียญทองออกมา2เหรียญ ทำให้ดวงตาของแจ็คส่องประกายทันทีที่พบเห็น

ความวิตกกังวลของแจ็คคงอยู่ไม่นานนัก ที่นี่คือหมู่เกาะโจรสลัด เกาะที่ไร้ซึ่งกฏหมายและจริยธรรม ในสถานที่แห่งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดก็คืออำนาจ เหล่าผู้มีอำนาจไม่ว่าจะทั้งอำนาจเงินตราหรือพลังอำนาจ ก็จะทำให้มีฐานะที่สูงส่งภายในเกาะแห่งนี้ และสำหรับเด็กชายผู้ที่เติบโตขึ้นในหมู่เกาะโจรสลัดจะสามารถทนทานต่อแรงยั่วยุของเงิน10เหรียญทองได้อย่างไร

ริมฝีปากของแจ็คค่อยๆแยกออกจากกัน“....ผมบอกคุณได้ใข่ไหม?”

ราวกับเขากำลังกำข้อมูลที่ยิ่งใหญ่เอาไว้ในกำมือ แจ็คเก็บซ่อนอารมณ์ที่ร่าเริงของเขาไปและมองไปรอบๆ

ธีโอดอร์พยักหน้า จากนั้นเด็กชายก็เริ่มกระซิบว่า “มีไม่กี่คนบนเกาะที่ทำตัวราวกับว่าพวกเขาเป็นราชา  ในตอนแรก คุณถูกนำทางมาที่เกาะโดยเรือโจรสลัดบางลำใช่มั้ย?”

“ใช่”

“คุณเห็นชายที่มีตาข้างเดียว และสวมใส่เครื่องประดับที่ทำจากกระโหลกของมนุษย์ไหม?”

ทันทีที่ธีโอได้ยินคำอธิบายถึงเครื่องประดับที่ทำจากกระโหลกมนุษย์และผ้าปิดตา ภาพฉากต่างๆก็ปรากฏขึ้นในหัวของเขา ชายผู้ที่กำลังพูดคุยกับกัปตันเรือโดยสารได้สอดคล้องกับคำอธิบายนั้นพอดี แจ็คสังเกตเห็นท่าทางของเขาและพยักหน้า

“นั่นคือกัปตัน เวอร์ตัส ชาวเกาะเรียกเขากันอย่างนั้น”

จากนั้นแจ็คก็เริ่มเล่าเรื่องราวอย่างต่อเนื่องด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น ตามที่เด็กชายกล่าว บนเกาะนี้มีอยู่4คนที่มีอำนาจมากที่สุด นอกเหนือจากกัปตันที่คอยนำนักท่องเที่ยวมาที่เกาะแล้ว บนเกาะนี้ก็ได้แบ่งออกอีก3เขต ทันทีที่ได้กลิ่นของเงิน ปากของเด็กชายก็ขยับอย่างรวดเร็ว

ราชินีผึ้งแห่งเขตแสงสีแดง  ‘ราชินี’เมลฟ์

เจ้าพ่อแห่งคาสิโน ‘คางคกทอง’ท็อตต์

ราชาแห่งนักปล้น ‘จอมโจร’ลูเปี้ยน

แต่ละคนต่างมีหน้าที่รับผิดชอบต่อ1ในรายได้หลักแห่งหมู่เกาะโจรสลัด พวกเขาได้แบ่งแยกหน้าที่และเขตของพวกเขาออกจากกันโดยละเอียด ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีความขัดแย้งกัน มันถือเป็นโครงสร้างที่มีระเบียบอย่างมากสำหรับพื้นที่ไร้กฏหมาย หากไม่มีพวกเขาอยู่ เกาะแห่งอาชญาการนี้คงล่มสลายไปแล้ว

“น่าสนใจจริงๆ”ธีโอดอร์กระซิบก่อนที่จะดีดเหรียญทองเล่น“แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมดใช่มั้ย?”

“ฮะ?”

“ถึงแม้ว่าคนที่นายได้อธิบายนั้นจะดูสมเหตุสมผล แต่มันดูแปลกเล็กน้อยตรงที่ไม่เคยมีความขัดแย้งใดๆเมื่อองค์กรทั้งสี่ก่อตั้งขึ้น”ขณะที่เขาหนีบเหรียญทองไว้ระหว่างนิ้วของเขา ธีโอดอร์ก็ได้สบตากับแจ็ค “บางทีอาจจะมีใครบางคนที่อยู่เหนือกว่าทั้ง4คนนี้ใช่ไหม?”

ในที่สุด ธีโอก็ได้มาถึงเป้าหมายหลัก เขาใช้เวลาเกือบ30นาทีในการฟังเรื่องราวที่ไร้ประโยชน์

เพราะเหตุนี้

เรื่องของอาชญากรทั้งสี่ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่มันไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ ตั้งแต่แรก ธีโอดอร์ก็ได้สงสัยเกี่ยวกับตัวตนของคนที่สร้างม่านป้องกันล้อมรอบเกาะและทำให้เกาะแห่งนี้เป็นสรวงสวรรค์ของเหล่าอาชญากร

“นะ-นะ-นั่น....”แจ็คมองตามเหรียญทองที่ขยับไปมาบนนิ้วของธีโอและหลับตาลง บางทีเขาอาจจะไม่รู้อะไรเลยหรือบางทีเขาไม่สามารถที่จะพูดมันได้ “ผะ-ผมไม่รู้”

อาจจะเป็นเพราะที่นี่?ธีโอดอร์เก็บเหรียญทองกลับไปด้วยท่าทางเศร้าโศก แต่ทว่า.....

“ตะ-แต่ ผมจะบอกคุณเกี่ยวกับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมรู้!”แจ็คร้องออกมาหลังจากนิ่งไปชั่วขณะ และนั่นทำให้มือของธีโอดอร์ที่กำลังเก็บเหรียญทองหยุดชะงัก

***

“หนึ่งเหรียญทองสำหรับห้องเดี่ยวและสองเหรียญทองสำหรับห้องคู่ต่อหนึ่งวัน หากเป็นห้องพิเศษก็1เหรียญทองต่อคน”

เจ้าของโรงแรมมองไปที่ทั้งสองคนด้วยท่าทางโลภขณะที่เขาถูฝ่ามือ

มันเป็นราคาที่จัดได้ว่าแพงกว่าบนบกหลายเท่า แต่นี่เป็นราคาที่ถูกกำหนดไว้บนหมู่เกาะโจรสลัด อย่างไรก็ตาม มันถือว่าไม่แพงสำหรับแขกผู้มาเยือนเกาะ คิ้วของแรนดอล์ฟเลิกขึ้นให้กับราคาที่บ้าบอ แต่ธีโอดอร์กลับยื่นเหรียญทองไปโดยไม่มีการทักท้วงใดๆ

ทั้งสองคนสามารถที่จะหาห้องพักได้2ห้องซึ่งพวกเขาจะพักอยู่อีก10วัน แรนดอล์ฟถอดชุดเกราะหนักของเขาออกวางไว้ในห้องและพูดเป็นคนแรก “แล้ว นายน้อย คุณจะทำอะไรต่อ?”

“ฉันไม่แน่ใจ”ธีโอดอร์ยิ้มเบื่อๆให้กับคำถามนี้และนั่งลงบนเตียง

มันอาจจะมีค่าใช้จ่ายถึง10เหรียญทอง แต่ข้อมูลที่เขาได้รับจากแจ็คนั้นคุ้มค่า เขาไม่รู้ว่าแจ็ครู้เรื่องนี้จริงหรือไม่ แต่ทั้งธีโอดอร์และแรนดอล์ฟก็คิดเช่นนั้น ตำนานที่ซึ่งทั้งสี่เขตและเหล่าผู้ปกครองของหมู่เกาะโจรสลัดนั้นมีร่วมกัน

“มันจะเป็นปัญหาหากมันมีอยู่จริง ‘เทพแห่งท้องทะเล’”

เทพแห่งท้องทะเล....หากศาสนจักรได้ยินมัน ธีโอดอร์อาจจะถูกกล่าวหาว่าหมิ่นประมาท

แจ็คไม่เคยไปที่นั่น แต่เกาะที่อยู่ตรงกลางของหมู่เกาะโจรสลัดดูเหมือนว่าจะมีวิหารที่คอยบูชาเทพแห่งท้องทะเล ในท้ายที่สุด มันไม่มีอะไรมากไปกว่าข่าวลือ อย่างไรก็ตามความรู้สึกของทั้งคู่กลับคิดว่ามันเป็นจริง

เทพแห่งท้องทะเลคือผู้ปกครองที่แท้จริงของเกาะแห่งนี้

‘หากเทพแห่งท้องทะเลคือผู้ที่สร้างหมอกนั่น.....พวกเราก็ไม่สามารถที่จะไปยุ่งเกี่ยวกับมันได้’

ธีโอดอร์เคยพบกับบุคคลระดับสูงสุดและเหล่าตัวตนในตำนานจากอดีตมาหลายครั้งแล้ว ดังนั้นเขาจึงคาดเดามันได้ง่ายๆ มีเพียงเศษเสี้ยวพลังเล็กๆน้อยๆในหมอก แต่ร่างกายของเขากลับสั่นผวาอย่างหวาดกลัว

เทพแห่งท้องทะเลผู้ที่มีอำนาจเหนือท้องทะเลอันกว้างขวาง ตัวตนเช่นนั้นจะต้องมีพลังแค่ไหนกัน? ธีโอดอร์ไม่สามารถที่จะจินตนาการได้ มันเป็นความสามารถที่ตรงข้ามกับจอมเวทย์สร้างสรรค์สิ่งต่างๆให้เกิดผล นี่เป็นพลังไร้ขีดจำกัดที่ซึ่งสามารถบิดเบือนความเป็นจริงได้

“…มันเป็นเพียงการคาดเดา แต่ฉันไม่คิดว่าฝ่ายตรงข้ามเป็นมนุษย์”

มนุษย์ที่มีอำนาจเช่นนั้นจะไม่สามารถใช้มันได้ในวิธีโบราณเช่นนี้ หมอกที่ปกคลุมไปทั่วหมู่เกาะโจรสลัดอยู่เกินขอบเขตของจอมเวทย์ขั้นอาวุโสไปแล้ว ธีโอดอร์เองก็ไม่ใช่คนที่อยู่ในระดับทั่วไป แต่เขาไม่สามารถที่จะทนทานมันได้แม้กระทั่งครึ่งหนึ่ง

เพื่อที่จะรักษาหมอกไว้อย่างเป็นธรรมชาติ มันก็เหมือนกับการหายใจ ควรจะต้องใช้วงกลมขั้นต่ำ8วง

แรนดอล์ฟยอมรับสมมติฐานของธีโอโดยไม่ตั้งคำถามใดๆ “ฉันเองก็คิดเช่นนั้น ฉันเคยเห็น7เทพดาบแห่งจักรวรรดิมาบ้างเล็กน้อย แต่การปรากฏตัวบนเกาะนี้มันแตกต่างกันไป”

“ทั่วทั้งเกาะดูเหมือนจะเป็นดินแดนของมัน ดังนั้นด้วยสภาพแวดล้อมเช่นนี้พวกเราจึงเสียเปรียบ มันไม่ใช่สิ่งที่เราจะสามารถเผชิญหน้าได้แม้พวกเราจะรวมพลังกันก็ตาม”

“ใช่ งั้นเราจะไปสนใจทำไม?”

ธีโอดอร์ยักไหล่ พวกเขาไม่ได้มาที่นี่เพราะภารกิจอันยิ่งใหญ่ในการปราบปรามหมู่เกาะโจรสลัด มันเป็นเพียงเรื่องบังเอิญเนื่องจากพวกเขากำลังหนีจากกลุ่มการค้าออร์คุส ไม่มีเหตุผลที่จะต่อต้านฝ่ายตรงข้ามหากเขาไม่มีความเป็นปรปักษ์ต่อกัน

“สิ่งสำคัญที่สุดก็คือเรากำลังหลบซ่อนจากกลุ่มการค้าออร์คุส ฉันไม่คิดว่าพวกมันจะสามารถตามเรามายังหมู่เกาะโจรสลัดได้ ไม่ว่าใครก็ตามที่ไล่ล่าเราก็ตามพวกมันจะถูกปิดกั้นโดยหมอก

ถ้าเขามองมันในทิศทางที่แตกต่างออกไป เกาะนี้เปรียบเสมือนป้อมปราการ ไม่มีผู้ใดที่ไม่ได้รับเชิญสามารถผ่านหมอกมาได้ ดังนั้นมันจึงไม่จำเป็นที่จะเปิดเผยตัวตนของพวกเขา การปรากฏตัวของสิ่งมีชิวิตที่ปกครองเกาะนั้นจะน่ากลัวหากมันเป็นศัตรู แต่มันก็ทำให้คนสามารถหลบซ่อนตัวได้

“มันเป็นทางเลือกที่มีเหตุผล ฉันเข้าใจ”

แน่นอน แรนดอล์สามารถที่จะเรียกธีโออย่างกวนโมโหได้ว่านี่เป็นทางเลือกที่ขี้ขลาด แต่ทว่า แรนดอล์ฟเป็นทหารรับจ้าง ไม่ใช่อัศวิน

แทนที่จะเสี่ยงชีวิตไปกับการรบที่ไร้ความหมาย เขาเลือกที่จะถอยหลังและรอมากกว่า เขาไม่ได่มีงานอดิเรกในการมุ่งหน้าไปสู่ความตาย

ชายสองคนเสร็จสิ้นการพูดคุยและแยกย้ายกันไปในห้องของตัวเอง

ธีโอดอร์ซึ่งความคิดยุ่งอยู่กับการขบคิด เริ่มถอนหายใจออกมาช้าๆ ทางเลือกในการต่อสู้กับเทพแห่งท้องทะเลถูกยกเลิกไป ดังนั้นเขาควรจะทำอะไรต่อจากนี้?

‘เป้าหมายของฉันในการหนีจากเงื้อมมือของกลุ่มการค้าออร์คุส สำเร็จแล้ว’

อย่างน้อย ก็ตราบเท่าที่พวกเขาอยู่ในหมู่เกาะโจรสลัด นอกจากนี้มันยังต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งสำหรับการล่องเรือครั้งต่อไป เรือจะหยุดนิ่งราวๆ10-14วันก่อนที่จะออกไปยังจุดหมายปลายทางเดิม ธีโอดอร์กำลังคิดถึงสิ่งที่เขาสามารถทำได้ในช่วงเวลาพักผ่อนนี้

“ความตะกละ”

นี่เป็นโอกาสที่จะหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ‘การถ่ายทอด’

-เจ้าเรียกข้า  .  เช่นเคย เสียงดังมาจากรูบนฝ่ามือซ้ายของธีโอ

“ในครั้งสุดท้ายแกได้พูดกับฉันเกี่ยวกับการถ่ายทอด”

-อืม

“แกบอกว่ามันแตกต่างไปจากสิ่งที่ฉันได้ทำกับอัลเฟรด และนั่นคือการค่อยๆดูดซับจิตวิญญาณหรืออะไรประมาณนั้น”

ความตะกละเคยกล่าวถึงเรื่องนี้อย่างรวดเร็วแบบผ่านๆ แต่ความทรงจำที่สุดยอดของธีโอดอร์ทำให้เขาสามารถนึกถึงช่วงเวลานั้นได้โดยไม่พลาดรายละเอียดใดไปเลยแม้แต่นิดเดียว  ในท้ายที่สุด ความตะกละก็ได้ตอบคำถามของเขา

-ใช่แล้ว ถูกต้อง

“สอนวิธีใช้การถ่ายทอดให้ฉัน  นี่เป็นการสอบถามเกี่ยวกับคุณสมบัติของแก ดังนั้นมันจึงไม่นับเป็นคำถามและคำตอบ”

-…ได้

ธีโอดอร์ตั้งใจฟังขณะที่พยายามระงับความตื่นเต้นของเขา

-อย่างแรก การถ่ายทอดนั้นเป็นคุณสมบัติที่4ของข้า มันถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้ ‘เขียนทับ(Overwrite)’ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากจิตวิญญาณของผู้เขียนถูกบรรจุ เจ้าจะสามารถใช้ความสามารถนั้นเพื่อดูดซับจิตวิญญาณได้

เขารู้เรื่องนี้ดี หลังจากที่ใช้การถ่ายทอดกับอัลเฟรด ธีโอดอร์ได้รับความเจ็บปวดอย่างมากจากการดูดซับจิตวิญญาณ หากอัตตาไม่ได้โจมตีเข้ามา อาจจะมีโอกาสที่จิตใจของเขาพังทลายลงและเขาจะตาย การรวมวิญญาณถือเป็นสิ่งที่อันตรายและยังไม่เสถียร

อย่างไรก็ตาม ตามที่ความตะกละกล่าว วิธีดั้งเดิมมันไม่ใช่แบบนั้น

-ในฐานะที่เจ้าเคยมีประสบการณ์มาก่อน การผสานวิญญาณกันโดยตรงนั้นมีความเสี่ยงอย่างมาก ดังนั้นจึงมีวิธีการที่แยกต่างหากในการถ่ายทอด

“วิธีการ?”

-ใช่ วิธีการที่ว่านั่นก็คือเควส

ในขณะที่ธีโอดอร์ยังคงอึ้งกับคำว่าเควส ความตะกละก็ได้พูดต่อ

-ผู้ใช้สามารถที่จะพูดคุยกับผู้เขียนได้โดยการกินหนังสือต้นฉบับและดูดซับเศษเสี้ยวจิตวิญญาณโดยการแก้ไขความปราถนาที่พวกเขาหลงเหลืออยู่ในโลก

“.....กล่าวอีกนัยนึง การทำอะไรบางอย่างให้พวกเขา?”

-ถูกต้อง หากเจ้าต้องการ เจ้าสามารถถามถึงความปราถนาของพวกเขาได้ ในตอนนี้เจ้าสามารถเรียก ‘ลี ยองซุก’หรือ ‘ซาโตเมอร’ได้

-เจ้าต้องการที่จะเรียกใครก่อน? ความตะกละถาม

จากนั้น ธีโอดอร์ก็ตอบกลับ “ผู้เขียน[บทเพลงแห่งสงคราม] ลี ยองซุก ”

ปล.คิดว่าธีโอดอร์จะอดใจไม่ไปยุ่งกับเทพแห่งท้องทะเลได้ไหมครับ ฮ่าๆๆ

จบบทที่ ตอนที่ 143 หมู่เกาะโจรสลัด 3

คัดลอกลิงก์แล้ว