เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 122 ข้ามผ่านที่ราบรกร้าง 2

ตอนที่ 122 ข้ามผ่านที่ราบรกร้าง 2

ตอนที่ 122 ข้ามผ่านที่ราบรกร้าง 2


จำนวนจอมเวทย์ และนักวิชาการที่พยายามค้นหาสาเหตุของภัยพิบัตินั้นมีมากกว่าหมื่นคน มันไม่ได้อยู่ภายใต้ทฤษฎีใดๆเลยที่เกี่ยวกับพื้นดิน และแม้กระทั่งบลันเดลยังต้องกลับมามือเปล่าเมื่อตอนที่เขาเป็นจอมเวทย์ขั้น7

อย่างไรก็ตาม ความตะกละก็ได้ตอบกลับเขา –เจ้าอยากรู้ความจริงของภัยแล้งงั้นหรือ?

“ใช่”

-ข้าขอโทษ แต่ข้าไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้แบบเปล่าๆ ถ้าเจ้าต้องการฟัง ข้าจะขอสิทธิในการถามคำถามของเจ้า1ข้อ

สาเหตุของภัยแล้งนั้นมีค่าขนาดที่เขาต้องใช้1ในสิทธิสำหรับคำถามและคำตอบ?มันอาจจะดูเหมือนไม่คุ้ม อย่างไรก็ตาม ธีโอดอร์ รู้มาจากประสบการณ์ของเขาข้อมูลนั้นไม่มีทางที่จะไร้ค่า แม้ว่าข้อมูลจะดูเหมือนไม่มีประโยชน์ในปัจจุบัน แต่ก็อาจจะทำให้เขาคลี่คลายปมได้ในสักวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นเหตุการณ์บางอย่างเช่นภัยแล้งนี้

ขณะที่เขาพยักหน้าโดยไม่มีความลังเล ความตะกละก็ได้เปิดปากและพูดว่า -....หืม เข้าใจแล้ว ข้าจะบอกเจ้าถึงสิ่งที่ข้าจำได้

ถ้าสถานที่แห่งนี้อยู่ในใจกลางของอาณาจักรออสเต็น พวกเขาทุกคนในราชอาณาจักรจะพยายามตัดช่องเล็กๆในกำแพงเพื่อที่จะแอบฟังคำพูดของความตะกละ

หนังสือเวทย์โบราณแห่งบาปทั้ง7ประการ ที่รวบรวมข้อมูลที่ล้ำค่าดั่งกล่าวกำลังจะเปิดขึ้น ความตะกละเป็นผู้ที่บันทึกความลับของยุคตำนานไว้เกือบทั้งสิ้น ดังนั้นเขาจึงไม่รู้เกี่ยวกับภัยพิบัติในยุคสมัยใหม่

อย่างไรก็ตาม ความตะกละก็ทำให้ธีโอตกใจด้วยประโยคเพียงประโยคเดียว –มังกรทะเลทราย เดเซอติโอ้ ที่อาศัยอยู่ตรงกลางของทะเลทรายมิวส์ ณ จุดศูนย์กลางของภัยแล้ง

“มังกร!”

-ถูกต้อง

สายพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุด มังกร พวกมันเป็นสายพันธุ์ที่ดำรงอยู่ในโลกเมื่อสมัยโบราณกาล  พวกมันเป็นสัตว์ประหลาดที่ใกล้เคียงกับความเป็นนิรันดร์และอยู่เหนือสายพันธุ์อื่นๆทั้งหมด

บางครั้งเหล่าวีรบุรุษที่เรียกว่านักล่ามังกรก็ได้ฆ่าพวกมัน แต่พวกเขามีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นในหน้าประวัติศาสตร์ เหล่ามังกรนั้นเกิดมาพร้อมกับความแข็งแกร่งและเป็นสายพันธุ์ที่ซึ่งแผ่กระจายพลังแห่งชีวิต

อย่างไรก็ตามสาเหตุของภัยแล้งคือมังกร....?

ธีโอนั้นยังคงไม่เข้าใจ และความตะกละก็ได้พูดต่อราวกับว่ามันยังพูดไม่จบ

-อย่าเข้าใจผิด ดิเซอติโอ้ อาจจะไม่ได้ก่อให้เกิดภัยพิบัติโดยเจตนา มันเป็นมังกรที่รอดชีวิตมาเกือบ1ล้านปีแล้ว ซึ่งมันใกล้ที่จะตายแล้ว ดังนั้น เขาจึงเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมรอบๆตัวเขา

“แท้จริงแล้วเขาเป็นมังกรทราย”

ถ้าดิเซอติโอ้ เป็นมังกรแดง ลาวาจะไหลออกจากบริเวณนั้นและภูเขาไฟจะปะทุขึ้นทุกวงจร ในความเป็นจริงแล้ว ความแห้งแล้งนั้นอยู่ในระดับปานกลางเท่านั้น กล่าวอีกนัยหนึ่ง มังกรทราย ดิเซอติโอ้ เพียงแค่อาศัยเท่านั้น เขาอาศัยอยู่อย่างลำพังในใจกลางของทะเลทราย และเขาเพียงแค่กำลังรอคอยการสิ้นสุดของชีวิตเขาเท่านั้น ปราศจากความอาฆาตแค้นต่อมนุษย์

ในฐานะที่เป็นมังกร สายพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกวัตถุ มันจะตอบแทนความงดงามของโลกโดยการนำกายเนื้อของมันกลับคืนสู่ธรรมชาติ ร่างอันใหญ่โตของดิเซอติโอ้นั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นเม็ดทรายจำนวนมหาศาล

เมื่อการอธิบายของหนังสือเวทย์โบราณได้สิ้นสุดลง ใบหน้าของธีโอดอร์ก็กลายเป็นบิดเบี้ยว “อะไรนะ?เช่นนั้นมังกรเฒ่ากำลังรอความตายอยู่และราชอาณาจักรออสเต็นนั้นกำลังทุกข์ทรมานจากผลพวงนั้น?”

-ถูกต้อง

“นั่นมันเกินไปแล้ว!”

ธีโอดอร์รู้สึกว่าหัวใจของเขาเจ็บปวดกับคำตอบที่ไม่คาดคิด มันไม่ใช่สัตว์ประหลาดในทะเลทรายที่กำลังมุ่งร้ายต่อมนุษย์ แต่เป็นมังกรชราที่รอคอยความตายของตัวเอง?มองอีกด้านหนึ่งก็คือ มนุษย์นั้นอ่อนแอเกินไปจนไม่สามารถทนที่จะอาศัยอยู่รอบตัวเขาได้

ความตะกละหัวเราะขึ้นราวกับมันเห็นใจ – ใช่แล้วมันเหมือนกับที่เจ้าพูด มันมากเกินไป ในสมัยโบราณกาล มังกรนั้นมีจำนวนมาก และเหตุการณ์เช่นนี้นั้นเกิดขึ้นบ่อยอย่างมาก จากมุมมองของมนุษย์และสายพันธุ์อื่นๆ เหล่ามังกรนั้นมีดินแดนที่กว้างขวางเกินไป

“..มันคงไม่ใช่’

-ถูกต้อง พวกเขาทำสงครามกับเหล่ามังกร

มันเป็นที่รู้จักกันในชื่อ Dracomachia ซึ่งเป็นสงครามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนั้น ซึ่งมีบางส่วนถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ สายพันธุ์ส่วนใหญ่ในโลกวัตถุได้เข้าร่วมกับกองกำลังเพื่อตามล่ามังกร ที่ซึ่งมีประมาณ1000ตัว

แม้กระทั่งมังกร สายพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ยังไม่สามารถต้านทานกับศัตรูนับแสนได้ เมื่อย้อนกลับไปในช่วงนั้น มันเป็นยุคที่จอมเวทย์ขั้น9มีอยู่ทุกอาณาจักร

ในตอนท้ายของสงครามแห่งการทำลายล้าง เหล่ามังกรได้ถูกสังหารจนเหลือรอดเพียงไม่กี่ตนเท่านั้น ส่วนที่รอดจากสงครามครั้งใหญ่นั้นยังคงอาศัยอยู่ในทุกวันนี้

ดวงตาของธีโอดอร์สั่นไหวขณะที่เขาค้นพบกับ1ในความลับของโลก

เหตุผลที่มังกรที่แสนทรงพลังเกือบจะถูกล้างเผ่าพันธุ์นั้นได้ทำให้ความรู้อยากเห็นของเขาหวาดกลัวอย่างมาก ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าไมน์ดัลหมายถึงอะไร กับคำพูดที่ว่า ‘ความจริงที่เธอไม่ควรรู้’

ราวกับว่ามันรู้ว่าเขารู้สึกยังไง ความตะกละได้กล่าวคำแนะนำ-ดังนั้น ถ้าหากเจ้าต้องการที่จะแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ล้มเลิกซะ มังกรเป็นสายพันธุ์ที่จะแข็งแกร่งขึ้นตามกาลเวลา ถ้าหากเจ้าต่อสู้กับมันในตอนนี้ ไม่ถึง1วินาทีเจ้าก็ตายแล้ว

“ฉันรู้ ฉันเข้าใจว่านี่เป็นเรื่องที่ฉันไม่สามารถเข้าไปเกี่ยวข้องได้’ธีโอดอร์ตอบขณะที่เขาหันไปจากทิศทางของอาณาจักรออสเต็น

ธีโอไม่ได้ถอยหลังแม้จะเผชิญหน้ากับอัตตา แต่ฝ่ายตรงข้ามของเขานั้นยิ่งใหญ่เกินไปในตอนนี้

จอมเวทย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาณาจักร เวโรนิก้า ได้ฆ่ามังกรที่มีอายุ3000ปีมาแล้ว อย่างไรก็ตามเธอมักจะบ่นเสมอว่าเธอเกือบจะเอาตัวไม่รอด  ดังนั้นธีโอจึงสามารถคาดเดาได้ว่ามังกรที่อาศัยอยู่มาเกือบล้านปีจะทรงพลังขนาดไหน

โชคดีที่ความแห้งแล้งนี้นั้นไม่ได้คงอยู่ตลอดไป ตามที่ความตะกละกล่าว ภัยแล้งครั้งต่อไปจะสลายหายไปถ้าหากดิเซอติโอ้ตายภายในอีก300ปีข้างหน้า จนถึงตอนนั้น มันอาจจะเป็นช่วงเวลาที่เจ็บปวด แต่อาณาจักรออสเต็นก็จะต้องอดทน

ด้วยอารมณ์ที่กล้ำกลืน ธีโอดอร์ได้เดินกลับไปในเส้นทางที่เขาเดินมา

***

“ธีโอ เธอกลับมาแล้ว!”หมีกล่าวต้อนรับเขาขณะที่เขาเดินกลับมาที่ค่าย

ดูเหมือนการเตรียมการจะเสร็จสิ้นแล้ว เมื่อเต็นท์สีขาวหลายเต็นท์ถูกตั้งในที่ราบร้าง มีรั้วรอบค่ายเพื่อหยุดสิ่งต่างๆเช่นงูหรือแมงป่องไม่ให้เข้ามาภายใน

คำพูดของหมีที่บอกว่าเขาได้ข้ามพื้นที่รกร้างซิโปโตมาหลายครั้งดูเหมือนจะไม่ใช่การโม้

“ครับ ลมเย็นดี”

“ฮ่าๆๆๆ!มันเป็นสถานที่ที่น่าคำราญที่ปราศจากต้นไม้!มันร้อนราวกับนรกในตอนกลางวัน แต่มันค่อนข้างเย็นหลังจากดวงอาทิตย์ตกดิน”

จากนั้นธีโอดอร์ก็ทำเสียงอยากรู้อยากเห็น “…?ถ้าเป็นเช่นนั้น พวกเราไม่ควรจะเคลื่อนที่ในตอนกลางคืนงั้นหรือ?การเดินทางในตอนกลางวันจะทำให้ม้าเหนื่อยเร็วขึ้น”

“โอ้ พูดได้ตรงจุด!ถ้าหากนี่เป็นทะเลทรายทั่วไปหรือเขตร้อนธรรมดาละก็ มันคงจะเป็นในกรณีนั้น”หมีหัวเราะ“แต่ที่ราบรกร้างนี้ มีสิ่งมีชีวิตหลายชนิดที่เคลื่อนไหวในตอนกลางคืนเนื่องจากเหตุผลที่เธอกล่าว สิ่งมีชีวิตเช่นหนอนทะเลทรายและมดทะเลทราบ พวกมันจะเริ่มต้นกิจกรรมของพวกมันหลังจากที่ทรายได้เย็นลง”

“อ่า ผมเข้าใจแล้ว”

ในความเป็นจริง นี่คือคำตอบจากพ่อค้าที่มีประสบการณ์ ธีโอเชื่อมั่นในคำอธิบายและมองไปที่ม้าที่กำลังนอนหลับอยู่ ความคล่องตัวของกลุ่มพวกเขาขึ้นอยู่กับม้าและรถม้า ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีอำนาจมากพอที่จะเอาสิ่งมีชีวิตที่จับกลุ่มกันได้ ถ้าหากธีโอดอร์เปิดเผยพลังของเขา พวกเขาก็จะสามารถเดินทางในตอนกลางคืนได้

อย่างไรก็ตาม ธีโอดอร์เพียงแค่นั่งลงอย่างอดทนในจุดที่เขากำหนดไว้

‘อาหาร....เนื้อรมควันในซุปผัก?ฟังดูเข้าท่าดีนะ’

มันง่ายที่จะเติมกระเพาะอาหารด้วยเนื้อเพียงอย่างเดียว แต่มันก็ยากที่จะรับมือกับการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องหากพวกเขาไม่ได้รับสารอาหารที่เหมาะสม นอกจากนี้อาหารที่ขาดความอร่อย จะส่งผลเสียต่อขวัญกำลังใจของกลุ่มรวมทั้งความแข็งแกร่งของทหารรับจ้าง นี่คือเหตุผลที่กลุ่มการค้าชั้นนำจึงพัฒนาอาหารที่มีคุณภาพสูงขึ้น

แกร๊กๆ

แต่น่าเสียดายที่เขาสามารถกัดมันได้ไม่กี่คำก่อนที่ธีโอจะถูกบังคับให้วางช้อนลง

‘…อะไรคือความรู้สึกคันนี้?’

มีอาการคันที่หลังคอของเขา มันเป็นความรู้สึกไม่สบายคล้ายกับมีเศษหญ้ามาไชหลังคอเขา ธีโอวางชามลงและจ้องไปในทิศทางที่ความรู้สึกของเขาชี้ไป

นี่เป็นที่ราบรกร้างนั่นหมายความว่าไม่มีอะขัดสายตาของเขา แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะหาแขกที่ไม่ได้รับเชิญในด้านหน้าเขาได้

หมีรู้สึกประหลาดใจกับการเคลื่อนไหวที่ฉับพลันของเขาและถาม “ธีโอ?เกิดอะไรขึ้นงั้นหรอ?”

“รอก่อน”

แทบที่จะตอบกลับดวงตาของธีโอกลับส่องแสงสีทองออกมาขณะที่เขาใช้ตาเหยี่ยว มันเป็นเวทมนต์ที่เขาสามารถใช้ได้อย่างสมบูรณ์ ในสภาพนี้ ธีโอดอร์สามารถที่จะมองเจาะทะลุความมืดมิดของกลางคืนได้

ในท้ายที่สุด ธีโอก็ได้เห็นอะไรบางอย่างในกลุ่มฝุ่น

“-ข้าศึก...!”เขาตะโกนขณะที่เขาสังเกตเห็นตัวตนของมัน

‘ข้าศึก?’

แสงจันทร์ที่สะท้อนใบดาบและฝุ่นที่มาจากสัตว์ที่ผู้คนกำลังขี่ พวกเขาเป็นสาเหตุของความรู้สึกไม่สบายที่ทำให้เกิดอาการคันหลังขอของเขา มันเป็นสัมผัสที่6ทที่คอยเตือนเกี่ยวกับศัตรูที่กำลังใกล้เข้ามา

อย่างไรก็ตาม เขาเข้าใจอย่างฉับพลันว่าทำไมสัมผัสของเขาจึงอ่อนแอและธีโอดอร์อดที่จะหัวเราะไม่ได้

‘ฝ่ายตรงข้ามนั้นอ่อนแอเกินไปจนสัมผัสของฉันแทบจะไม่รู้สึก’

เมื่อมองนึกไป ฝ่ายตรงข้ามที่เขาเคยพบนั้นแข็งแกร่งเกินไป จากเอลเดอร์ลิชที่กำเนิดจากพลังของเวทย์โบราณ และอัตตาผู้ที่สร้างร่างกายของสิ่งมีชีวิตที่มันกินไปได้อย่างอิสระ จนไปถึงเวทย์โบราณระดับตำนาน ลิเวียธาน ซึ่งเป็นผู้ที่แผดเผาต้นไม้โลกต้นแรก.....ความรู้สึกของเขาได้กรีดร้องทุกวัน ดังนั้นเขาจึงอดที่จะหัวเราะในตอนนี้ไม่ได้

ธีโอปัดฝุ่นออกจากแผงคอของเขาและมองไปรอบๆ

“จะ-จริงรอ?ศัตรูกำลังจะมา!”

“ใช้รูปขบวนการรบของพวกคุณ!พลธนู ถอยไปข้างหลังการป้องกันเร็วเข้า!”

“ดับกองไฟซะ!”

การตอบสนองของพ่อค้าและทหารรับจ้างนั้นไม่เลวเลย พวกเขารีบดับไฟและหยิบจับอาวุธขึ้นมาทันที มันเพียงพอที่จะขับไล่ศัตรูที่กำลังเข้ามาใกล้เนื่องจากทหารรับจ้างที่กลุ่มการค้าโพโลเนลจ้างมานั้นมีฝีมือทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ธีโอดอร์ไม่สามารถคาดหวังผลในแง่ดีได้ นี่เป็นเพราะพลังของกลุ่มคนพวกนั้นอยู่นอกเหนือความคิดของเขา

มีผู้ใช้ออร่าสิบคนและหัวหน้าที่เกือบจะอยู่ในระดับปรมาจารย์ดาบ นักดาบผู้นั้นให้ความรู้สึกคล้ายกับรีเบคก้าที่ธีโอเคยประลองด้วยมาก่อน ทหารรับจ้างจะไม่สามารถต่อสู้กับคนเช่นนั้นได้

‘ฉันไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นใคร แต่มันคงเป็นเรื่องยากเพราะฉันไม่สามารถเปิดเผยตัวตนของฉันได้’

ขณะนี้กระสุนเวทย์ของเขาถูกปิดผนึกอยู่ เวทมนต์ขั้นที่5และRing of Muspelheim ก็เช่นกัน สิ่งที่เขาสามารถใช้ในสถานการณ์ได้เช่นนี้คือ มิตรา เวทมนต์ขั้น4หรือต่ำกว่า ทักษะการต่อสู้ระยะประชิด และอุปกรณ์เวทย์ อัมบรามันอาจจะใช้ได้หากเขาไม่ได้ใช้มันออกมาอย่างโจ่งแจ้ง

‘...เอาละ ฉันจะลองมันสักครั้ง’เขาคิดและสูดหายใจลึกๆ

ธีโอดอร์เทพลังเวทย์ของเขาลงในสร้อยข้อมือของเขา

วูบบบ!

ขณะนั้นสร้อยข้อมือก็ได้เปล่งเสียงดังออกมาขณะที่ตัวอักษรที่ไม่รู้จักได้โผล่ขึ้นจากสร้อยข้อมือ สร้อยข้อมือชิ้นนี้ถูกสร้างโดยผู้นำYellow Tower เขาสร้างมาจากวัสดุที่ไม่รู้จักและออกแบบเพื่อให้เคิร์ทที่3ใช้มันเพื่อป้องกันตัวเอง

เวทมนต์ระดับสูงที่มีอยู่ในสร้อยข้อมือนั้นได้สร้างนักรบขึ้นในอากาศจากเวทย์ของธีโอ

ตึง!ตึง!

มันเป็นเกราะ จากช่องว่างเล็กๆในชุดเกราะไปยังรองเท้าบูทและหมวกเหล็ก พวกเขาดูเหมือนอัศวินที่ใส่ชุดเกราะทั้งตัวจนไม่เห็นเนื้อหนัง ชุดเกราะ6ชุดได้ก้าวเดินเข้าไปในที่ราบรกร้าง

ชื่อของเวทมนต์ที่บันทึกไว้ในสร้อยข้อมือคือ ‘ชุดเกราะมีชีวิต’ความสามารถของพวกมันขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้สร้าง พวกมันอาจจะอ่อนแอกว่าชาวนาหรือแข็งแกร่งกว่าอัศวินชั้นสูงก็ได้....และผู้ที่ออกแบบชุดเกราะมีชีวิตเหล่านี้ก็คือผู้นำYellow Tower

“จงปกป้องพวกเขา คำสั่งนี้ควรจะคงอยู่จนกว่าศัตรูทั้งหมดภายในรัศมีหนึ่งกิโลเมตรจะหายไป”

[รับทราบ นายท่าน]

ธีโอมองไปที่เพื่อนร่วมรบของเขาที่เป็นชุดเกราะด้วยความสับสนและมองไปที่ศัตรูที่กำลังใกล้เข้ามา เขาไม่รู้สึกตึงเครียดเลย ไม่มีร่องรอยแห่งความกลัวแม้แต่นิดเดียว เมื่อเทียบกับศัตรูที่เขาเคยเผชิญหน้ามาแล้วนั้น คนเหล่านี้เป็นเพียงก้อนหินที่อยู่ริมถนนเท่านั้น

ไม่มีการร่ายเวทย์ใดๆ

ในวินาทีต่อมา บอลเพลิงก็ได้ปรากฏขึ้นเหนือหัวของธีโอดอร์

จบบทที่ ตอนที่ 122 ข้ามผ่านที่ราบรกร้าง 2

คัดลอกลิงก์แล้ว