เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 91 การก้าวกระโดดของสัมผัสเวทย์ 1

ตอนที่ 91 การก้าวกระโดดของสัมผัสเวทย์ 1

ตอนที่ 91 การก้าวกระโดดของสัมผัสเวทย์ 1


การพูดคุยระหว่างสองอาณาจักรยังคงดำเนินต่อไปอีกสองสามวัน

ด้วยการใช้ข้ออ้างจากชัยชนะของธีโอ จักรวรรดิแอนดราสจึงถูกบังคับให้ต้องนั่งอยู่ที่โต๊ะเจรจาต่อรองในตำแหน่งที่เสียเปรียบ นี่ไม่ใช่เพราะว่ารีเบคก้าแพ้ให้กับธีโอดอร์ แต่เป็นเพราะว่าเรื่องที่ลอยด์ โพลแลนได้แอบออกไปจากงานเลี้ยงกลางคันได้ถูกเปิดเผย ส่งผลให้กลุ่มคณะฑูตถูกบังคับให้ต้องก้มหัวขอโทษแก้เมลเทอร์เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

สี่วันต่อมาสนธิสัญญาฉบับใหม่ระหว่างสองอาณาจักรก็ได้ถูกร่างขึ้น

“ข้าจะกล่าวทวนอีกรอบนะ”หัวหน้ากลุ่มผู้แทนของแมลเทอร์ คาลอฟ อ่านข้อตกลงใหม่อย่างช้าๆ“ทั้งแอนดราสและเมลเทอร์จะขยายระยะเวลาของการสงบศึกที่มีอยู่ไปอีก10ปีนับจากนี้ นอกจากนี้แอนดราสจะต้องมอบ เมืองPurth BegulและHergenที่อยู่ติดกับชายแดนให้กับเมลเทอร์ นอกจากนี้การจัดการเหมืองแร่เหล็ก3แห่งและเหมืองทอง1แห่งที่ยังไม่มีกรรมสิทธิผู้ถือครองอย่างชัดเจนนั้นจะถูกครอบครองโดยเขตที่ดินที่เกี่ยวข้อง  อัตราภาษี.....”

ประโยคที่ยิ่งใหญ่นับสิบและเรื่องเล็กน้อยจำนวนมากได้ถูกอ่านด้วยเสียงอันดังและไม่มีใครที่สนับสนุนจักรวรรดิแอนดราสเลย ทำให้ยิ่งเสียงของยาวนานขึ้นเท่าใด ใบหน้าของคณะผู้แทนก็เริ่มเหี่ยวย่นตาม ไม่สิฝั่งเมลเทอร์นั้นกำลังยิ้มอยู่ข้างในขณะที่พวกเขามองดูใบหน้ายับยู่ยี่เหล่านั้น

จะมีโอกาสสักกี่ครั้งกันที่พวกเขาจะได้เจรจากับแอนดราสซึ่งมีอำนาจทางการทหารที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปภาคเหนือ?ในประวัติศาสตร์อันยาวนานของเมลเทอร์มันสามารถนับได้ไม่ถึง5นิ้วด้วยซ้ำ

คาลอฟใช้เวลาอีกเกือบ10นาที ก่อนที่เขาจะหยุดพูด

“มันถูกต้องดี จักรวรรดิแอนดราสเห็นด้วยกับข้อเสนอของเมลเทอร์ที่จะขยายข้อตกลงการสงบศึกด้วยเงื่อนไขดังกล่าว”สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือปฏิกิริยาของ แพน เฮลเลี่ยน เขายอมรับข้อตกลงซึ่งเป็นผลเสียต่อจักรวรรดิโดยไม่มีการคัดค้านใดๆ

เมลเทอร์นั้นเตรียมการมามากมายในกรณีที่ทางจักรวรรดิปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว ดังนั้นพวกเขาจึงอดที่จะงุนงงกับการยอมรับง่ายๆของพวกเขา อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่เมลเทอร์ต้องการอยู่แล้ว

หลังจากที่การเจรจาต่อรองได้จบลงแล้ว กลุ่มคณะฑูตก็ได้ถูกบังคับให้ออกจากเมืองหลวงMana-vil หลังจากผ่านไปหกวันนับตั้งแต่พวกเขาเดินทางมาถึง

***

‘หกวันนั้นมันเร็วเกินไป’

ธีโอดอร์วางหนังสือที่เขากำลังอ่านอยู่และมองไปที่กลุ่มคณะฑูตที่เดินผ่านประตูไป

เป็นภาพที่เห็นได้จากอาคารที่สูงที่สุดในMana-vil ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของหอคอยเวทมนต์ เขามองไปที่บางคนด้วย’ตาเหยี่ยว’แต่น่าเสียดายที่เธอยังไม่ฟื้นตัวพอที่จะขี่ม้าได้

‘ถ้าเธอกำลังขี่ม้าอยู่จริงๆงั้นฉันควรที่จะกลัวเธอมากกว่านี้’

ธีโอมองไปที่ผ้าพันแผลซึ่งยังคงห่อไว้รอบๆแขนของเขา เขารู้ดีว่าพลังออร่านั้นมีการป้องกันที่ดีเยี่ยม แต่พลังการป้องกันของอัศวินชั้นสูงนั้นเกินกว่าที่เขาจินตนาการไว้ เขาได้ใช้พลังทั้งหมดของเขา แต่เธอกลับกระดูกซี่โครงหักไม่กี่ซี่เท่านั้น?

ถ้าพลังออร่าของเธอส่วนใหญ่ไม่ถูกเบี่ยงออกไปละก็ มันอาจจะไม่ได้จบลงเพียงแค่รอยขีดข่วนบนแขนของเขา

ถ้าพวกเขามาพบกันอีกครั้ง รีเบคก้าคงจะน่ากลัวมากกว่าตอนนี้หลายเท่า มันไม่มีเวลาให้กับธีโอที่จะชื่นชมกับชัยชนะสั้นๆของเขา

ในช่วงหกเดือนที่ผ่านมาขุนนางหลายคนพยายามที่จะดึงตัวเขาไปซึ่งเป็นเหตุผลที่เขาเอาแค่เก็บตัวอยู่ในห้องสมุด

“…มันจะโอเครถ้าฉันจะขยับมัน”ธีโอได้ขยับแขนของเขาหลายครั้งและค่อยๆคลาดผ้าพันแผลบนแขนเขาออก

โชคดีที่ผิวของเขายังคงเรียบเนียน มีเพียงรอยแผลเป็นรอยเดียวเท่านั้นบนแขนเขา ตามคำแนะนำของผู้รักษาแล้ว มันยังเร็วเกินไปสำหรับการออกกำลังกายหนักๆ แต่ธีโอสามารถขยับมันได้ ดังนั้นธีโอดอร์จะขยับร่างกายของเขาเบาๆขณะที่อ่านหนังสือ

“ธีโอดอร์!ธีโอดอร์ มิลเลอร์!” เสียงของใครบางคนดังขึ้นในห้องโถง

ธีโอตอบสนองต่อการเรียกโดยการยกร่างกายของเขาขึ้น “ครับ มีบางอย่างเกิดขึ้นงั้นหรือ?”

“อา คุณอยู่ที่นี่เอง!ฉันชื่อ แอนดี้จากMagic Society ฉันได้รับคำสั่งให้นำตัวธีโอดอร์ไปที่สำนักงานใหญ่ของMagic Society”

“สำนักงานใหญ่ของMagic Society?”ธีโอถามด้วยความรู้สึกแปลกๆ

มันอยู่ที่ด้านบนของหอคอยเวทมนต์กลางและเป็นห้องที่จอมเวทย์ธรรมดาๆไม่สามารถเข้าได้ตลอดจนชั่วชีวิตของพวกเขา โดยเริ่มต้น งานต่างๆจะได้รับการแก้ไขโดยหอคอยทั้ง4 และSociety ทำหน้าที่แค่จัดการกระบวนการทางกฏหมายเท่านั้น และโดยทั่วไปมีเพียงประธานของMagic Society(ขอเปลี่ยนจากผู้นำเป็นประธานน้า) เท่านั้นที่อยู่ในห้องนั้น

“ใช่ครับ ท่านประธานของMagic Society เรียกตัวคุณโดยตรง เขาต้องการให้คุณไปพบเขาโดยเร็วที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้”

“ฉันเข้าใจดี ฉันจะไปทันที”

ห้องสมุดของMagic Society ตั้งอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงพอสมควร ธีโอต้องขึ้นไปอีกหลายชั้นจากห้องสมุดนี้ เขาจึงวางหนังสือของเขาลงและเริ่มเดินตามหลังผู้ส่งสาร สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ไม่ไกลดังนั้นทั้งสองคนจึงหยุดอยู่ที่หน้าประตูบานหนึ่งหลังจากผ่านไป5นาที

และเช่นเคยธีโอก็ได้ถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพังในไม่ช้า จากนั้นเขาก็สัมผัสกับประตูของสำนักงานใหญ่อย่างระมัดระวัง และมีแสงอ่อนๆส่องมาจากด้านในสำนักงาน

“โอ้เธอมาแล้ว” ชายชราผู้ที่เขาเคยเห็นในการชุมนุมเมื่อครั้งที่แล้วประธานแห่งMagic Society ทักทายธีโอด้วยเสียงอันรื่นรมย์

เวโรนิก้าได้โบกมือให้กับเขาจากตำแหน่งที่ยืนอยู่ข้างๆเขา ธีโอดอร์ก้าวไปด้านหน้าและโค้งคำนับ ทั้งสองคนไม่ใช่คนที่เขาจะทำตัวสบายๆได้

“ปรมาจารย์แห่งRed Tower ธีโอดอร์ มิลเลอร์ ยินดีที่ได้พบกับประธานและผู้นำหอคอย”

“เป็นเรื่องที่ดีที่ได้เจอกับเธอ ต้องขอโทษด้วยสำหรับการเรียกตัวเธออย่างกะทันหัน แต่มีบางสิ่งบางอย่างที่เราต้องทำ”

“ไม่เป็นไรครับ ผมพึ่งทำสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่เสร็จพอดี”

“โอเคร งั้น นั่งลงสิ”

ธีโอก้าวไปอีกก้าวหนึ่งหลังจากคำพูดนั้น

“อา?” อย่างไรก็ตามเขากลับรู้สึกตกใจที่ได้เห็นบางสิ่งบ่งอย่างอยู่ด้านหลังของพวกเขา ไม่สิ มันต้องพูดว่าบ้าไปแล้วสิถึงจะถูก

รูปร่างของสิ่งที่ปรากฏในแสงอ่อนๆทำให้เขาตกใจจนเกือบจะยิงกระสุนเวทย์ออกไป บางทีเขาอาจจะไม่รู้สึกถึงมันเพราะมันไม่ใช่สิ่งมีชีวิต มันดูคล้ายกับรูปปั้นของโทรลล์ที่หัวล้าน

‘รูปปั้น รูปปั้น’ไม่ว่าจะด้วยทางไหนก็ตาม มันไม่ใช่ของประดับที่Magic Society จะวางไว้ในห้องทำงาน ลักษณะการไหลเวียนของพลังที่น่ากลัวทำให้ดูเหมือนว่ารูปปั้นโทรลล์นี้จะมีชีวิตขึ้นได้ทุกช่วงเวลา

อย่างไรก็ตามขณะที่เขากำลังประหลาดใจธีโอดอร์ก็ได้นั่งลงบนเก้าอี้ ทั้งสองคนไม่ได้อธิบายถึงสิ่งที่เขาได้เห็น

ประธานMagic Society ได้เปิดปากพูดด้วยรอยยิ้ม“งานครั้งนี้ได้ผลดีจริงๆ ฉันไม่คิดว่าคนจากแอนดราสจะยอมรับข้อเสนอนี้ เธอเป็นผู้คุ้มกันของเอลฟ์ชั้นสูง และตอนนี้เธอได้กลายเป็นผู้ช่วยหลักของข้อตกลงนี้แล้ว”

“คุณกล่าวชมผมเกินไป”

“ไม่เลย เธอไม่รู้งั้นหรอ?เหตุผลที่ฉันเรียกเธอมาที่นี่นะ”

ตรงไปตรงมา เขาคิดไว้อยู่แล้ว“รางวัล ใช่ไหมครับ?”

ปากของประธานได้เหยียดกว้างขณะที่ธีโอตอบอย่างลังเล “ถูกต้อง ฝ่าบาทและฉันได้หารือกับผู้นำหอคอยและตัดสินที่จะให้รางวัลแก่เธอ ปัญหาก็คือมันเป็นความลับสุดยอด ดังนั้นจะมีการถกเถียงกันมากถ้าเราเปิดเผยเรื่องรางวัลนี้แก่ภายนอก”

“ความลับ...”

“เก็บไว้ในใจ มันเป็นสิ่งของที่แม้กระทั่งYellow Tower ยังไม่รู้จักยกเว้นฉันและผู้นำหอคอยดังนั้นเธอจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงการถูกลงโทษได้ถ้าข้อมูลรั่วไหลออกไป”

ประธานพยายามที่จะเตือนเขา แต่เวโรนิก้าที่กำลังฟังอยู่ก็ได้ตัดคำพูดของเขาทันที “ตาแก่ ทำไมคุณถึงพยายามทำให้เด็กกลัวกันเล่า?เราตัดสินใจที่จะให้รางวัลแก่เขาแล้วดังนั้นเราจะต้องเป็นคนรับผิดชอบ”

“ไม่ มันยังคง....”

“เด็กน้อย เธอรู้เรื่องนี้มากหรือไม่?” เวโรนิก้าตัดคำพูดของชายชราออกอีกครั้งและยิ้มให้กับธีโอดอร์

ธีโอพยักหน้าอย่างเร่งรีบและประธานก็ได้กลืนคำพูดของเขาลงไป เขาต้องการบ่นเกี่ยวคนที่ไม่เคารพผู้สูงอายุในสักวัน แต่ดูเหมือนว่าเขากำลังถูกกลั่นแกล้งโดยสาวสวย ยิ่งกว่าอะไรอื่นเขาไม่ใช่ผู้อาวุโสในสถานที่นี้

[จากตอนนี้ ข้าจะเป็นคนอธิบายได้หรือไม่?]

ในขณะนั้นมีเสียงขูดที่ราวกับไม้ที่ถูกขีดอยู่ดังสะท้อนอยู่ในห้อง ประธานและเวโรนิก้าไม่มีท่าทีอะไรมากนัก แต่ธีโอดอร์กลับเด้งตัวจากเก้าอี้ของเขาโดยสัญชาตญาณ

ธีโอขยับถอนห่างจากทิศทางที่มาของเสียง 10 เมตร จากนั้นเขาก็มองไปที่แหล่งกำเนิดเสียง เมื่อเขาเห็นจากนั้นท่าทางไร้สาระก็ปรากฏขึ้นบนหน้าเขา “…รูปปั้นพูดได้?”

มันเหมือนกับที่เขาพูด โทรลล์ที่เป็นรูปปั้นกำลังเคลื่อนไหวราวกับสิ่งมีชีวิต มันลูบคอของมันหลายครั้งก่อนที่จะนั่งลงบนพื้น จากนั้นลูกตาที่แกะสลักจากหินก็ได้จ้องมองไปที่ธีโอและมันก็เริ่มหัวเราะ

[คุฮ่า ฮ่า แปลกใจงั้นรึ?ไม่เห็นนานแล้ว ปฏิกิริยา]

แน่นอนธีโอรู้สึกประหลาดใจ แม้กระทั่งกากอยในตำนานยังไม่สามารถที่จะกระพือปีกได้เหมือนกับของจริง เช่นเดียวกับโกเล็มที่ถูกสร้างโดยจอมเวทย์ในยุคโบราณและคนแคระ พวกเขาเคลื่อนไหวหยาบๆคล้ายกับตุ๊กตาและมีพลังทำลายล้างสูง ความแข็งแกร่งมันเยี่ยมยอด แต่ไม่มีบันทึกไว้ว่าโกเล็มตัวไหนสามารถขยับได้ราวกับคนจริงๆ

โทรลล์หัวล้านนั้นไม่ใช่เวทย์สมัยใหม่ อย่างไรก็ตามมันไม่ได้เกินขอบเขตของกฏฟิสิกส์

อัก!

เวโรนิก้าไม่สามารถที่จะยืนฟังเสียงหัวเราะของมันได้และเตะเข้าที่โทรลล์หัวโล้นด้วยหน้าแข้ง รูปปั้นครึ่งนึงถูกทำลายและกระเด็นไปที่พื้นของสำนักงาน ทำให้เสียงหัวเราะนั่นหายไป

เวโรนิก้าพูดขณะที่เท้าของเธอเหยียบอยู่บนรูปปั้น “ฉันไม่ได้บอกคุณไปหลายครั้งแล้วงั้นหรือว่าห้ามหัวเราะเสียงดัง คุณเก็มลิน?อย่าทำให้เด็กกลัว”

[นี่ กำลัง จิ้งจกแก่...!]

“อะไรนะ?”เส้นเลือดบนหน้าผากของเธอปูดขึ้นขณะที่เธอตะโกนและขยับเท้าของเธออีกสองสามครั้ง

ปึก!ปึก!

หนึ่งทีและจากนั้นสองทีไปที่แขนและขา รูปปั้นได้ถูกเตะจนไม่มีแขนขา การเตะของเวโรนิก้าสามารถที่จะทำลายประตูหนักได้ ดังนั้นแม้จะเป็นรูปปั้นที่อยู่นอกเหนือเวทมนต์สมัยใหม่ ก็ไม่สามารถที่จะต้านทานได้

ประธานถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงเมื่อมองไปที่ภาพนั้นและมองไปที่ธีโอดอร์ บางทีเขาอาจจะเคยเห็นภาพนี้มาแล้วหลายครั้ง

ธีโอมองไปที่ท่าทางของเขาและถามอย่างระมัดระวัง “ประธาน รูปปั้นนั้น....?”

“อืมฉันไม่ต้องการที่จะแนะนำในสถานการณ์ที่ยุ่งยากเช่นนี้ แต่ก็ช่วยไม่ได้นะ” ประธานชี้ไปที่รูปปั้นที่ถูกเปลี่ยนให้เป็นเศษโลหะ “อย่างที่เธอเห็น รูปปั้นนั้นไม่ใช่ของธรรมดา วิธีที่ทำให้มันขยับและวัสดุที่ใช้สร้างนั้นไม่สามารถระบุได้ มันเป็นโกเล็มที่ไม่มีใครรู้จัก มีเพียงจอมเวทย์ขั้น7เท่านั้นที่สามารถควบคุมมันได้”

นี่เป็นหนึ่งในความลับที่หอคอยเวทมนต์ยังไม่ค้นพบ

“ผู้นำYellow Tower นอร์เด็น....เขากำลังควบคุมรูปปั้นนี้อยู่”

ปล.อย่างที่รู้กันนะครับ ความไวเวทย์หรือสัมผัสเวทย์ธีโอนั้นต่ำมาก

จบบทที่ ตอนที่ 91 การก้าวกระโดดของสัมผัสเวทย์ 1

คัดลอกลิงก์แล้ว