เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 82 สมบัติแห่งชาติ อัมบรา 1

ตอนที่ 82 สมบัติแห่งชาติ อัมบรา 1

ตอนที่ 82 สมบัติแห่งชาติ อัมบรา 1


การกล่าวของเคิร์ทที่3ได้สิ้นสุดลงและทั่วทั้งห้องก็เต็มไปด้วยเสียงเพลง

♪♬♩♬!

นักดนตรีส่วนมากมักจะไม่ค่อยมีโอกาสได้แสดงความสามารถของพวกเขายกเว้นงานเช่นนี้ พวกเขาจึงไม่มีใครพลาดที่จะเข้าร่วมงานนี้ นักดนตรีต่างใช้ความสามารถของมาอย่างเต็มที่เพื่อทำให้เกิดเสียงเพลงที่ไพเราะดังออกมาจากเครื่องดนตรีต่างๆ ผู้คนต่างเริ่มจับคู่เต้นรำกัน

มันเป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมที่ทำให้แม้แต่ธีโอดอร์ยังอยากไปเต้นรำ อย่างไรก็ตามเคิร์ทที่3นั้นไม่ได้ขยับตัวเลยหลังจากที่ส่งมอบเหรียญให้กับเขาแล้ว

“อืมขั้นตอนที่เปเนทางการเสร็จสิ้นหมดแล้ว” เคิร์ทมองมาที่ธีโอด้วยดวงตาสีม่วงและกล่าวว่า “มีบุคคลแยกต่างหากที่ทำหน้าที่รับผิดชอบในการมอบสมบัติแห่งชาติให้กับเธอ”

“ครับ ฝ่าบาท”

“เอาละ มันเป็นช่วงเวลาที่ดี เธอควรจะเข้าไปร่วมงานได้แล้วมีคนกำลังรอเธออยู่”

ทันทีที่เคิร์ทพูดจบ ขุนนางก็ได้เริ่มจับกลุ่มกันในที่ไม่ไกลนัก

คนที่มีสติปัญญาและมีอิทธิพลในเมืองหลวงส่วนใหญ่จะมีอำนาจและฉลาดกว่า เอิร์ล เบอร์เก้น งูแก่เหล่านี้กำลังรอคอยที่จะให้เคิร์ทเดินออกไป พวกเขาจะได้เข้าประชิดตัวธีโอดอร์ได้

นื่คือการเปิดตัวครั้งแรกของวีรบุรุษหนุ่มสู่สังคม

“เราจะคอยดูผลงานเจ้าในอนาคต ธีโอดอร์ มิลเลอร์” เคิร์ทกล่าวขณะที่ตบบ่าของธีโอเบาๆก่อนที่จะเดินออกไป

ไม่ว่าขุนนางทั้งหลายจะอยู่ในระดับสูงเท่าไหร่พวกเขาก็ไม่สามารถที่จะมาลุมล้อมธีโอได้ขณะที่เขายืนอยู่กับกษัตริย์ ต้องขอบคุณที่พื้นที่รอบๆแท่นสูงนั้นปราศจากผู้คน มันถือเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่สำหรับธีโอผู้ไม่ชอบความวุ่นวาย

เขารีบก้าวลงจากแท่น ‘เอาละฉันควรจะไปหามาสเตอร์หรือคนอื่นๆจากหอคอยเวทมนต์  ใครจะกล้าเข้ามาหาเข้าถ้าเขามีจอมเวทย์ระดับสูงอยู่ข้างๆ?’

ในเมลเทอร์นั้น สถานะของจอมเวทย์จะเทียบเท่ากับขุนนาง จอมเวทย์ขั้น4 จะมาฐานะเทียบเท่ากับบารอน ขณะที่จอมเวทย์ขั้น5 นั้นจะมีสถานะที่สูงมากเนื่องจากมีคนน้อยที่จะก้าวข้ามกำแพงได้ จึงเป็นเรื่องปกติที่ขุนนางจะให้เกียรติจอมเวทย์เหล่านี้

อย่างไรก็ตามอุปสรรคก็ได้เกิดขึ้นต่อหน้าธีโอตามที่เขาคิดเอาไว้

“อา ธีโอดอร์!”

“ข้ารู้สึกยินดีมากที่ได้พบท่าน ไวท์เคาท์ มิลเลอร์!”

“เป็นเกียรติของข้าอย่างยิ่งที่ได้พบท่าน!”

ชุดเดรสที่เผยให้เห็นเรือนร่างที่สวยงาม เครื่องประดับที่ห้อยลงมาจากหู และไหล่ที่ส่องประกายสะท้อนกับแสง นอกจากนี้ยังมีผ้าหลากสีที่ปกคลุมผิวขาวๆเอาไว้

‘นุ่มเหลือเกิน!’

เหล่าขุนนางหลายสิบคนต่างแอบฉาบฉวยกับธีโอดอร์ขณะพูด เนื้อที่นุ่มกับกลิ่นหอมทำให้หัวของเขากลายเป็นขาวโพลน

‘อะ-อันตราย!’ ธีโอดอร์รู้สึกลำบากใจ

นี่เป็นครั้งแรกที่เขามีประสบการณ์ที่ถูกรุกรานเช่นนี้ นอกจากนี้เสน่ห์ของสาวๆที่ถูกเลี้ยงดูอย่างดีในครอบครัวชั้นสูงนั้นทำให้พวกเธอทรงสเน่ห์น่าจับตามองอย่างมาก และพวกเธอมักจะได้เรียนรู้วิธีการพูดและท่าทางที่ทำให้เป็นที่จับตาของเหล่าบุรุษ

สำหรับพวกเธอแล้ว ธีโอดอร์ มิลเลอร์ เหมาะที่จะเป็นคู่ครองของพวกเธอมาก

ขุนนางแก่ๆหลายคนมักจะเจ้าชู้ไม่มีความจริงใจ ดังนั้นหญิงสาวหลายคนจึงทำทุกอย่างเพื่อให้ได้แต่งงานกับหนุ่มหล่อที่เป็นวีรบุรุษ

“ไวท์เคาท์มิลเลอร์ ช่วยเป็นเกียรติเต้นรำกับฉันได้ไหมค่ะ?” ผู้หญิงที่มีเรือนผมสีทองที่ดูเรียบร้อยกล่าวขึ้น ผิวที่แสนนุ่มนิ่มและเสียงอันอ่อนโยนของเธอทำให้เขารู้สึกเขินอาย

เขาไม่รู้ว่าเขาควรจะทำอย่างไรกับสถานการณ์เช่นนี้ ขณะที่เขาคิดจะทำอะไรบางอย่าง...

“…เดี๋ยวก่อน สาวน้อย?เธอรู้ไหมว่าเธอกำลังสัมผัสตัวใครอยู่?” เสียงดังขึ้นมาจากที่ไหนสักแห่ง “ฉันขอโทษด้วย แต่นั่นคือฉัน ถ้าเธอยังไม่ยอมแพ้ เธอคิดว่าจะสามารถต่อสู้กับฉันได้ไหม?”

ผู้คนต่างแหวกออกจากตัวของธีโอเมื่อได้ยินเสียงนั้น แรงกดดันที่เกิดจากเจ้าของเสียงนั้นหนักหน่วงเกินไป และมีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างเธอ เธอปรากฏตัวขึ้นหลังจากที่หญิงสาวทั้งหลายหายไป

เธอคือเวโรนิก้านั่นเอง “..อ่า!”

เธออยู่ในชุดเดรสสีดำที่แนบแน่นกับร่างกายของเธอเผยให้เห็นเรือนร่างที่สมบูรณ์แบบและผิวขาวที่ถูกขับให้เด่นจากชุดสีดำและผ้าคลุมหน้าโปร่งใส แขนที่เปิดโล่งและหน้าอกของเธอได้ดึงดูดความสนใจของธีโอ  เมื่อเทียบกับส่วนบนของร่างกายที่มีการเปิดเผย เสื้อผ้าด้านล่างของเธอกลับเป็นกระโปรงยาวที่มีส่วนลึกแหวกอยู่ด้านซ้าย การแต่งกายของเธออาจจะดูไม่สูงส่งนัก แต่ความสวยงามตามธรรมชาติของเธอและการปรากฏตัว ทำให้เธอดูราวกับเป็นราชินี

ธีโอดอร์ ชายหนุ่มและสาวงามที่มั่นใจในความงามของตัวเอง อดที่จะเงียบและมองมาที่เธอไม่ได้

เวโรนิก้าหัวเราะเยาะพวกเขาและคว้ามือขวาของธีโอที่พึ่งได้รับการปล่อยตัวไม่นานนัก จากนั้นเธอก็ดึงเขาไปในอ้อมแขนของเธอพร้อมกับกระซิบว่า “โอเคร วันนี้ฉันจะสามารถเต้นรำกับตัวเอกของงานสักเพลงได้ไหมนะ?”

เขารู้สึกร้อนรุ่มได้ทั้งตัว มันไม่ได้เกิดจากอารมณ์ของเขาแต่เกิดจากความร้อนที่เวโรนิก้าเปล่งออกมา

ธีโอคิดข้ออ้างข้อสุดท้ายของเขาและพูดขึ้นว่า “ผู้นำหอคอย ผมไม่เคยเรียนการเต้นรำมาก่อน”

“โอ้ จริงหรอ?” เวโรนิก้าเบิกตากว้างก่อนที่เธอจะยิ้มออกมา “ไม่ต้องกังวล แค่เคลื่อนที่ไปตามฉันก็พอ”

“ตามคุณ?”

“ใช่แล้ว ในตะวันออกนั้นมีคำพูดที่ว่า ‘ศิลปะการต่อสู้’นั้นก็เหมือนกับการเต้นรำ ดังนั้นจึงไม่ยากที่เธอจะทำตามฉัน เธอใช้ดวงตาสีทองของเธอจ้องมาที่ธีโอดอร์ที่ยังคงนิ่งงัน”มันจะดีเอง เด็กน้อย เธอไม่เชื่อในตัวฉันงั้นหรอ?”

เป็นคำถามที่ผู้คนไม่ควรเชื่อถือ

***

ผลลัพธ์ก็คือการเต้นรำของธีโอและเวโรนิก้านั้นดูสวยงามน่าชื่นชมมาก

คำพูดของเวโรนิก้านั้นถูกต้อง เธอมีทักษะมากและเขาก็ทำตามเธอ มากกว่าครึ่งเป็นเสียงชื่นชมเวโรนิก้า แต่ก็มีบางคนที่ชื่นชมธีโอดอร์

เธอสัมผัสเขาด้วยฝ่ามือที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อและพูดว่า “เราออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์กันหน่อยไหม?”

ธีโอดอร์รู้สึกมึนงงขณะที่เวโรนิก้ายิ้มแปลกๆและชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง มันเป็นระเบียงด้านนอกห้องเต้นรำที่ถูกปกคลุมไปด้วยผ้าม่าน พร้อมกันกับที่ใบหน้าของธีโอแปรเปลี่ยนเป็นสีแดง “ระ-ระเบียง?”

“ใช่ เธอไม่อยากไปงั้นรึ?”

“มะ-ไม่ใช่ครับ แต่...”

เหตุผลที่เขาพูดติดอ่างนั้นเรียบง่ายมาก ขณะที่เธอกล่าวว่าระเบียงของห้องเต้นรำนันมีจุดประสงค์เพื่อพักผ่อนและระบายความร้อนจากภายในงาน แต่โดยนัยแล้วมันเป็นสถานที่ที่ชาย หญิง มักจะทำกิจกรรมลับๆกัน  ธีโอไม่ค่อยเชี่ยวชาญในเรื่องของสังคมชั้นสูง แต่เขารู้เรื่องนี้มากนักดังนั้นจึงเป็นคำชวนที่น่าอายมาก

เวโรนิก้าเดินผ่านคนหลายคนและหายไปตัวนอกม่านโดยมีธีโอเดินตามหลังมาอย่างระมัดระวัง มันอาจจะเป็นภาพลวงตา แต่เขาก็เดินตามไป

ในที่สุดธีโอดอร์ก็เดินมาถึงระเบียงที่เวโรนิก้ายืนอยู่ เธออยู่ในตำแหน่งที่ขาเรียวสวยข้างหนึ่งถูกพาดไว้เหนือขอบระเบียง อย่างไรก็ตามมันไม่ใช่ท่าทางที่เอาไว้ยั่วยวนเขา ดูเหมือนว่าเธอพยายามที่จะกระโดดออกจากระเบียง

ธีโอรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างผิดไปและถามอย่างระมัดระวังว่า “ขอโทษนะครับ ผู้นำ?เราจะไปที่ไหนกันงั้นหรอครับ?”

“ฮะ?เธอไม่อยากไปที่ที่เก็บซ่อนสมบัติแห่งชาติงั้นหรอ?”

“….อ่อนี่คือเหตุผลที่คุณชวนผมมาที่ระเบียงงั้นหรอครับ?”

“ใช่แล้ว มีอะไรงั้นหระ---..อ่า”

เวโรนิก้าตระหนักได้ถึงความแข็งแกร่งของชายหนุ่มและยกนิ้วขึ้นด้วยรอยยิ้มที่ร่าเริง “เห้ มันไม่เร็วเกินไปสำหรับเธองั้นหรอ?เธอจะต้องเติบโตขึ้นอีกหลายปีก่อนที่จะมาท้าทายเวโรนิก้าผู้นี้”

“มะ-ไม่ใช่เรื่องนั้นครับ!”

“เอาละ ไปกันเถอะ สถานที่ตั้งของสมบัติแห่งชาตินั้นเป็นความลับ ไม่ควรจะมีผู้ใดล่วงรู้ถึงมันได้”

เวโรนิก้าเหวี่ยงร่างของเธอลงไปคนแรก

ในที่สุดธีโอก็กระโดดลงจากระเบียง มันแตกต่างจากที่เขาคาดไว้ แต่เขาไม่สามารถละเลยสมบัติแห่งชาติได้ ดังนั้นเขาจึงเดินตามหญิงสาวผมสีแดงผ่านสวนของวังไป

หลังจากนั้นไม่ถึงห้านาที ทั้งสองคนก็ได้หยุดเดิน

‘ที่นี่...?’

สถานที่ที่เวโรนิก้านำธีโอมาเป็นบ่อน้ำพุขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบไปด้วยประติมากรรมหินอ่อนตรงใจกลางสวน

ก่อนที่เขาจะสงสัยว่าสมบัติแห่งชาติอยู่ไหน เธอก็ได้จุ่มมือซ้ายของเธอไว้ในน้ำพุและเริ่มอธิบาย “สมบัติธรรมดาทั่วจะถูกเก็บไว้ในคลังหลวง แต่สิ่งของต่างๆเช่นสมบัติของชาติไม่สามารถเก็บไว้ในที่เดียวกันได้ แต่ละชิ้นนั้นมีพลังอำนาจมหาศาลนั่นคือเหตุผลที่ไม่สามารถนำแต่ละชิ้นมาอยู่รวมกันได้ เป็นไปได้ที่มันจะเกิดระเบิดขึ้นเมื่อมันเชื่อมโยงกับเวทย์มิติ ดังนั้นทางวังหลวงจึงตัดสินใจที่จะเก็บรักษาสมบัติแห่งชาติไว้ในบางพื้นที่ภายในพระราชวัง

ขณะที่เวโรนิก้าพูดขึ้น สถานที่ที่เธอใส่มือของเธอก็เริ่มเดือดและน้ำก็ได้แปรเปลี่ยนเป็นไอน้ำ หลังจากที่น้ำระเหยเป็นไอน้ำ สิ่งที่อยู่ด้านล่างของน้ำพุก็ได้เปิดเผย จากนั้นเธอก็ปีนเข้าไปในน้ำพุที่แห้งและวางฝ่ามือซ้ายลงบนวงเวทย์ที่อยู่ด้านล่าง

“เหล่าผู้นำของหอคอยเวทมนต์จะจดจำพื้นที่ที่แตกต่างกันตามตำแหน่งของพวกเขา และฉันเป็นผู้รับผิดชอบสมบัติแห่งชาติที่ซ่อนอยู่ในน้ำพุแห่งนี้ ฉันรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ซ่อนอยู่ แต่ฉันจะอธิบายทีหลังหลังจากที่มันถูกนำออกไป”

พลังเวทมนต์ได้ไหลออกจากมือซ้ายของเวโรนิก้าไปในวงเวทย์และแตกออกเป็นชิ้นๆ เมื่อใดก็ตามที่ส่วนหนึ่งของวงเวทย์แตก ก็จะเกิดแสงสีเขียวขึ้นที่รูปปั้นตรงกลางน้ำพุ เมื่อเหลือเพียงแค่หนึ่งเดียวที่เหลือ อยู่ มันก็ส่องแสงสว่างออกมา

มันไม่ใช่พลังเวทย์หรือพลังออร่า นี่คือพลังที่แยกออกจากทั้งสองเช่นพลังชีวิตของเอลโลน่า

ไม่นาน เวโรนิก้าก็ได้ปลดผนึกชิ้นสุดท้ายเสร็จ

วูบบบบ!

ทันทีที่วงเวทย์หายไปรูปปั้นที่สมบัติแห่งชาติถูกซ่อนเอาไว้ก็สั่นไหว จากนั้นประติมากรรมก็ไม่สามารถทนต่อการปะทุของพลังอำนาจได้และระเบิดออกมาจากด้านใน

ตูม! ลูกปัดมรกตโผล่ออกมาจากซากปรักหักพังของรูปปั้น

มันเป็นภาพที่แปลกอย่างมาก

“…อะไรกัน?” ธีโออดที่จะพึมพำออกมาไม่ได้เมื่อเห็นลูกปัด

ลูกปัดดูราวกับจะอยู่ด้านหน้าเขาและไกลสุดขอบฟ้า มันรู้สึกเบาและอ่อนนุ่ม แต่มันมีน้ำหนักกว่าค้อนขนาดใหญ่เสียอีก

ธีโอรู้จักสมบัติทุกประเภท แต่เขากลับไม่รู้จักสิ่งที่แปลกประหลาดเช่นนี้ ดังนั้นเขาจึงรอฟังคำอธิบายของเวโรนิก้า

“มันคือสมบัติแห่งชาติลำดับที่3 อัมบรา” เธอเดินเข้ามาใกล้ธีโอขณะที่ดวงตาจับจ้องไปที่ลูกปัดมรกต “มันเป็นมรดกของสายพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในโลกที่มีระดับแตกต่างจากโลกของเรา พวกเขาเปรียบเสมือนวิญญาณและพวกเขาไม่ทราบแนวคิดเรื่องเวลาและช่องว่างมิติ คนที่ครอบครองลูกปัดจะได้รับความสามารถของพวกเขา แต่....ฉันไม่ทราบอะไรนอกเหนือจากนี้แล้ว อย่างไรก็ตาม.....”

เวโรนิก้าผลักมันมาทางธีโอด้วยท่าทางอบอุ่นและพูดว่า “นับจากนี้ไป อัมบรา มันเป็นของเธอแล้ว”

จบบทที่ ตอนที่ 82 สมบัติแห่งชาติ อัมบรา 1

คัดลอกลิงก์แล้ว