เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 72 ขบวนเดินทางจากเมืองหลวง 2

ตอนที่ 72 ขบวนเดินทางจากเมืองหลวง 2

ตอนที่ 72 ขบวนเดินทางจากเมืองหลวง 2


การเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางของขบวนเป็นไปอย่างรวดเร็ว จอมเวทย์ทุกคนต่างพยายามฝืนความเหนื่อยล้าของตัวเองเอาไว้และเตรียมพร้อสำหรับป้องกันอย่างเต็มที่

พวกเขาต้องเดินทางพร้อมกับเอลฟ์ชั้นสูงซึ่งเปรียบเสมือนกับสัญลักษณ์ของเหล่าเอลฟ์ พวกเขามีน้อยกว่า10ตนบนโลกนี้ ถ้าเอลโลน่าเสียชีวิตในอาณาจักรเมลเทอร์ พวกเขาจะต้องมีการกระทบกระทั่งกับเอลฟ์เฮล์มแน่ๆ

เฮอร์แมนกล่าวคำอำลาอย่างเป็นทางการกับเอิร์ลเบอร์เก้น “....ขอบคุณสำหรับความร่วมมือเป็นอย่างยิ่ง เอิร์ลเบอร์เก้น ฝ่าบาทจะต้องพอพระทัยในความจงรักภักดีของท่าน”

“โอ้ กระผมทำไปเพราะหน้าที่และความจงรักภักดีต่ออาณาจักรเมลเทอร์ ท่านเฮอร์แมน ท่านไม่จำเป็นต้องให้อะไรแก่กระผมหรอก”

อันที่จริงมันเป็นคำกล่าวถ่อมตนของเหล่าขุนนางเฉยๆ อย่างไรก็ตามเฮอร์แมนก็ได้โบกมือให้เขา “อืมฉันเข้าใจแล้ว ขอโทษด้วย”

น่าเสียดายที่เอิร์ลเบอร์เก้นนั้นไม่ทราบถึงลักษณะนิสัยของเหล่าจอมเวทย์จากRed Tower แทนที่เขาจะได้คำตอบที่คาดไว้เขากลับได้ยินเพียงเสียงล้อรถเข็นที่เคลื่อนตัวออกห่างไป ไม่มีเวลาให้เขาสร้างสัมพันธ์ใดๆ

กรุก....กุกก....

ล้อรถเข็นของเฮอร์แมนเคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็วจนกระทั่งหยุดอยู่ด้านหน้าชายชรา ไม่จำเป็นที่จะต้องพูดถึงตัวตนของชายชราที่สวมชุดคลุมสีขาวคนนี้

ผู้อาวุโสชูเกลจากWhite Tower จ้องมองลงมาที่เฮอร์แมนและเดาะลิ้นของเขา “อะไรกันการพูดคุยจบลงภายในไม่ถึง5นาทีได้ยังไงกัน?แกเพียงแค่โยนคำพูดไม่กี่คำใส่เขางั้นรึ?แกควรที่จะพูดดีๆกับเขาเพื่อรักษาสัมพันธ์อันดี”

อย่างไรก็ตามเฮอร์แมนนั้นไม่เห็นด้วยและหัวเราะเยาะใส่เขา“หยุดพูดไร้สาระ ถ้าฉันยังคงพูดคุยอยู่กับเจ้าคนที่แต่งตัวแปลกประหลาดนั้น เราจะเดินทางล่าช้าอย่างน้อยสองชั่วโมงและพวกเราจะไม่กลายเป็นคนโง่หรือไง?”

“บ้าอะไรกัน?มันเสียเวลาที่จะพูดกับแก ฉันจะสอนมารยาทให้กับคนเช่นแกยังไงดี?”

“เราไม่สามารถที่จะใช้เวทย์เคลื่อนย้ายได้ แกไม่รู้เกี่ยวกับความสำคัญของเวลาหรือไง?ฉันจะคิดเกี่ยวกับเรื่องมารยาทนี้ถ้าแกมอบขาทั้งสองข้างให้ฉันใหม่ได้”

เฮอร์แมนตบลงไปที่กางเกงหลวมๆของเขา และชูเกลถูกบังคับให้ต้องถอยหลัง แม่กระทั่งสุดยอดเวทย์รักษายังไม่สามารถที่จะงอกขาใหม่ให้ใครได้ ชายชราทั้งสองคนมักจะถกเถียงกันเช่นนี้เสมอ

และมันจะดำเนินขึ้นต่อไปมากกว่า10นาที ถ้าวินซ์ไม่ได้เข้ามาคั้นกลางพวกเข้าด้วยรอยยิ้มอันขมขื่น “ผู้อาวุโสเฮอร์แมน ผมมีเรื่องต้องการจะคุยกับคุณครับ”

“โอ้วินซ์!”

ผู้ใหญ่ทั้งสองคนเลิกทะเลาะกับราวกับว่าพวกเขากำลังรอคนมาขัดอยู่ คิ้วที่ขมวดแน่นและรอยย่นบนหน้าได้จางหายไป พวกเขาไม่ได้มีความรู้สึกไม่ดีต่อกัน หลังจากที่พวกเขาทำกันอย่างนี้มาเกือบจะ50ปีแล้วทำให้นี่กลายเป็นกิจวัตรประจำวันของพวกเขา

ชูเกลหันหลังไปเป็นคนแรก “อืม ฉันจะกลับไปเมืองหลวงก่อนละกันและพวกเราจะพบกันอีกครั้งที่นั่น พลังลมอาจจะสร้างความลำบากให้แกเล็กน้อย....และด้วยวัยเช่นนี้แกอาจจะรู้สึกเจ็บข้อต่อหน่อยๆละนะ ใช่มั้ย? ฮ่าๆๆๆๆ!”

“หนอยไอแก่....!” เฮอร์แมนจ้องมองไปที่แผ่นหลังของชูเกล แต่ไม่ได้พยายามที่จะชวนเขาทะเลาะต่อ พวกเขาเป็นผู้อาวุโสของMagic Society และพวกเขารู้จักแยกแยะดี

เห็นได้ชัดจากการแสดงออกที่สงบบนใบหน้าของเฮอร์แมน “เอาละ มีอะไรงั้นหรือวินซ์?”

วินซ์เริ่มเล่าเรื่องที่เขาได้ยินมาจากเอลโลน่าในวันก่อนหน้านี้ เขาได้อยู่กับธีโอในวันที่เธอเล่าเรื่องนี้แก่พวกเขา แม้จะมี’คำถามและคำตอบ’จากความตะกละแต่พวกเขาก็ไม่สามารถที่จะค้นพบความจริงเบื้องหลังเหตุการณ์นี้ได้ มีข้อมูลที่พวกเขาขาดไปเยอะเกิน

การแสดงออกของเฮอร์แมนกลายเป็นจริงจังเมื่อได้ยินเรื่องราวดังกล่าว

“ฉันเข้าใจบ้างแล้ว”เฮอร์แมนรับฟังด้วยท่าทางเครียดๆ “มันเป็นความจริงที่คนจากออสเต็นนั้นได้ลักพาตัวเอลฟ์ชั้นสูง แต่มีอะไรบางอย่างฆ่าคนคุ้มกันของเธอใช่ไหม?”

“ใช่แล้วครับ”

การที่จะลักพาตัวเอลฟ์ชั้นสูงมานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เอลฟ์ชั้นสูงนั้นจะได้รับการปกป้องอย่างดีจากเอลฟ์เฮล์มตั้งแต่เกิด นักรบที่มีฝีมือจากเอลฟ์เฮล์มจะถูกส่งไปพิทักษ์เอลฟ์ชั้นสูง ซึ่งนักรบของเหล่าเอลฟ์ที่รักสันตินั้นมีพลังเทียบเท่ากับนักรบออร่าเลยทีเดียว

พวกเขาไม่ได้อยู่ในระดับที่จะถูกคนอย่างจานิสซารี่เพียงคนเดียวสังหาร แต่เอลโลน่านั้นไม่พบตัวผุ้คุ้มกันเธอเลย

“ผู้คุ้มกันจากเอลฟ์เฮล์มถูกสังหารโดยไม่มีใครรู้งั้นหรอ?”

“บางทีเอลโลน่าอาจจะยอมให้โดนจับขณะที่กำลังรอผู้คุ้มกันของเธอให้มาช่วยอยู่ มันเป็นเรื่องง่ายสำหรับเธอที่จะหลบหนี แต่เพื่อนของเธอนั้นถูกจับเป็นตัวประกัน ดังนั้นเธอจึงยอมให้จับ”

“อืม....มันยากที่จะตัดสิน มีหลายสิ่งที่เรายังไม่รู้”

ทั้งสองคนครุ่นคิดอยู่สักพัก แต่ก็ไม่สามารถที่จะหาคำตอบได้

“มันช่วยไม่ได้ละนะ” ในท้ายที่สุดเฮอร์แมนก็สรุปว่า“เราจำเป็นต้องไปเมืองหลวงกันให้เร็วที่สุด เรื่องอาจจะเงียบไปสักสองสามวัน แต่ถ้าพวกออสเต็นยังไม่ยอมแพ้ในเรื่องของเอลฟ์ชั้นสูง ด้วยพลังของพวกเราเพียงแค่นี้ย่อมไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยของเธอได้”

“ไม่ดีกว่าที่จะอยู่ที่นี่งั้นหรอครับ?”

“ฉันจะทำเช่นนั้นถ้าพวกออสเต็นไม่ส่งกำลังเสริมมาที่นี่”

เฮอร์แมนไม่ได้สูญเสียความสงบของเขาแม้จะค้นพบเกี่ยวกับภัยคุกคาม เขาสังเกตเห็นความสับสนของวินซ์และเคาะหัวของเขาเบาๆ มันอาจจะแตกต่างไปจากหอคอยเวทมนต์อื่นๆ แต่มีเพียงคนเดียวเท่านั้นในRed Towerที่พวกเขาจะฝากชีวิตเอาไว้ได้

“ผู้นำของพวกเราได้ถูกส่งไปที่ไหนสักแห่ง แต่เธอกำลังรีบมาเข้าร่วมกับขบวนเดินทางของเรา ถ้าเรามุ่งหน้าสู่เมืองหลวงละก็เราจะได้พบกับเธอในระหว่างทาง”

“อ่า...!” วินซ์พยักหน้าให้กับคำพูดของเฮอร์แมน

ถ้าเวโรนิก้ามาเข้าร่วมระหว่างทางกับพวกเขาละก็ พวกเขาไม่จำเป็นต้องกลัวใครหน้าไหน เวโรนิก้าจะเปลี่ยนพวกเขาให้กลายเป็นขี้เถ้าในพริบตา

วินซ์ที่กำลังกังวลเกี่ยวกับศิษย์ของเขา ตอนนี้กลับสงบสติลงได้แล้ว

“ทำไมเธอถึงทำท่าเช่นนั้นละ?เธอไม่ได้จะทิ้งศิษย์ของเธอไว้ที่นี่งั้นรึ?”

“ผมไม่สามารถทำเช่นนั้นได้” วินซ์ยิ้มอย่างขมขื่นให้กับคำถามของเฮอร์แมน “ถ้าไอพวกระยำนั้นกำลังแกะรอยของเอลฟ์ชั้นสูง พวกมันจะต้องมาหาธีโอแน่  เขาจะปลอดภัยมากกว่าถ้าเขาอยู่ในขบวนเดินทางและมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง”

“ฉันเข้าใจ แต่เธอจะอยู่ที่นี่งั้นหรอ?”

“ผมจะคอยหยุดพวกศัตรูที่มุ่งเป้าไปที่ลูกศิษย์ของผม ถ้าพวกมันมาหาผม ผมสามารถที่จะถ่วงเวลาได้พอสมควร”

วินซ์พร้อมที่จะตายเสมอ อย่างไรก็ตามเขาไม่ต้องการตายต่อหน้าธีโอดอร์ นอกจากนี้หากศิษย์ของเขาถูกสังหารละก็มันจะเป็นความอัปยศที่สุดในชีวิตของเขา วินซ์ ไฮน์เดล และนอกจากนั้นเขายังบาดเจ็บอยู่อีกด้วยเขาจะกลายเป็นภาระในสนามรบ ดังนั้นวินซ์จึงไม่สามารถที่จะเข้าร่วมขบวนเดินทางได้

เขามุ่งมั่นที่จะอยู่คนเดียวในเบอร์เก้น และเสี่ยงชีวิตเพื่อชะลอศัตรูเอาไว้

เฮอร์แมนพยักหน้าให้กับความคิดของเขา “ฉันไม่สามารถที่จะหยุดยั้งคนที่ตัดสินใจไปแล้วได้ โปรดพยายามอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องตัวเอง พวกเราจะคุ้มกันศิษย์ของเธอและเอลฟ์ชั้นสูงให้เอง”

“ขอบคุณ”

จากนั้นจอมเวทย์สงครามทั้งสองก็ได้แยกออกจากกัน

...

มันเป็นเกวียนที่แตกต่างจากเกวียนทั่วไป จอมเวทย์จากWhite Tower ได้ปีนขึ้นไปบนที่นั่งด้านหลังและตะโกนด้วยเสียงอันดัง “เคลื่อนที่ได้!”

ขณะเดียวกันกังหันลมทั้งสามอันก็ได้ขยับล้อรถ ลมที่พัดมาจากจอมเวทย์ที่ด้านหลังได้ทำให้ใบเรือพัดขึ้นมาครึ่งหนึ่งขณะที่เริ่มเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคล้ายกับรถที่ลากด้วยม้า

ธีโอรู้สึกประหลาดใจเมื่อดูการทำงานของมัน “ว้าว เวทมนต์เกือบร้อยบทถูกใช้เพื่อขยับเกวียนนี้....มันน่าหลงใหลอย่างมาก”

เวทย์ได้ปรับแรงเสียดทานของล้อรถและครอบคลุมไปทั่วรถเพื่อลดแรงต้านทานของอากาศ และเวทมนต์จะปรับทิศทางอัตโนมัติด้วยแรงลม....

ธีโอเชื่อว่าเขาสามารถซื้ออุปกรณ์เวทย์ได้หลายสิบชิ้นสำหรับค่าทำเกวียนนี้

ธีโอเฝ้ามองไปมาโดยรอบรถขณะที่เฝ้าดูพลังลม ‘นอกจากนี้ยังมีการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา แม้ว่าจะเป็นคนที่มีระดับเดียวกับแคทนิส ยังยากที่จะเข้ามาใกล้ในระดับ50เมตร..’

ขณะที่แรงลมกำลังพัด เฮอร์แมนและจอมเวทย์คนอื่นๆจากRed Tower ต่างกำลังสำรวจโดยรอบตลอดเวลาขณะที่ตัวติดแน่นกับธีโอและเอลโลน่า พวกเขาสามารถที่จะซื้อเวลาให้พวกธีโอได้แม้จะเป็นศัตรูระดับสูง

เนื่องจากวินซ์ได้บอกพวกเขาเกี่ยวกับศัตรู พวกเขาจึงวางมาตรการป้องกันอย่างเต็มที่ และพวกเขาจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุดจนกว่าจะพบกับเวโรนิก้า เมื่อลมพัดแรงขึ้นเกวียนที่สร้างโดยจอมเวทย์จากWhite Towerก็เริ่มเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเต็มที่

วูบบบบบบ!

‘นี่คืออะไรกัน?’

หลังจากที่เขาฟังเสียงลมแปลกๆ ธีโอและเอลโลน่าก็ร้องออกมาขณะมองออกไปนอกหน้าต่าง

“เฮือก...!”

“โอ้ พระเจ้า....!”

ภาพนอกหน้าต่างกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่น่ากลัวอย่างมาก มันเป็นความเร็วที่ทำให้ภาพต้นไม้และพุ่มไม้บิดเบี้ยว ธีโอเข้าใจแล้วว่าทำไมพวกเขาถึงเตือนว่าอย่าเอื้อมมือออกไปนอกหน้าต่างเด็ดขาด ถ้าพวกเขากระแทกกับอะไรเข้าด้วยความเร็วเช่นนี้ มันมีพลังมากพอที่จะป่นกระดูกของพวกเขา

มิตราสั่นไปมาขณะที่เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง

[โฮ้---]

ดวงตาของเธอหมุนวนไปมาเหมือนกับกระแสน้ำวน ราวกับว่าเธอกำลังงุนงงไปกับภาพที่เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว ธีโอคว้าตัวเล็กๆของเธอมากอดไว้ขณะที่วิเคราะห์หลักการของลม ยิ่งเขามองดูมันเท่าไร เขาก็อดที่จะทึ่งไปกับมันไม่ได้

‘ฉันเข้าใจหลักการการทำงานของมันก็จริง แต่ฉันไม่สามารถที่จะทำตามได้’

นี่คือผลสำเร็จสำหรับผู้ที่อุทิศชีวิตของพวกเขาให้กับเวทย์ธาตุลมอย่างแท้จริง

มันเป็นเรื่องง่ายที่จะพัดกระแสลมให้เข้าไปในใบเรือและเร่งความเร็ว อย่างไรก็ตามพวกเขาต้องคอยคำนึงถึงแรงต้านอากาศและทิศทางของลม ขณะที่ตรวจสอบว่าพลังงานจะไม่กระจายออกไป มันเหมือนกับการใช้เวทย์ที่แตกต่างกันห้าครั้งในเวลาเดียวกัน

แทนที่จะใช้เวทมนต์ พวกเขาใช้เทคนิคที่ใกล้เคียงกับการควบคุมเวทมนต์

“….บางทีพวกเราอาจจะถึงภายในวันเดียว?” ธีโอคิดว่ามันเป็นไปได้ถ้าวิ่งด้วยความเร็วเช่นนี้ตลอด

กลุ่มพ่อค้าระดับสูงต้องใช้เวลาถึง1สัปดาห์ในการเดินทางจากเมืองหลวงมาเบอร์เก้น แต่ทว่าพวกเขากลับใช้เวลา1วัน?ถ้าวิธีที่รวดเร็วเช่นนี้เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วละก็ เขาไม่สามารถจินตนาการได้เลย จากนั้นธีโอดอร์ก็มองไปที่เบอร์เก้นที่อยู่ห่างออกไปด้วยความชื่นชมครึ่งหนึ่งและความกังวลครึ่งหนึ่ง

เขาอธิษฐานโดยไม่รู้ตัวในใจว่า ‘ได้โปรดขอให้ขบวนเดินทางนี้ไปถึงเมืองหลวงอย่างปลอดภัยด้วยเถอะ’

จากนั้นเขาจะสามารถพบกับมาสเตอร์ วินซ์ ของเขาได้

จบบทที่ ตอนที่ 72 ขบวนเดินทางจากเมืองหลวง 2

คัดลอกลิงก์แล้ว