เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 71 ขบวนเดินทางจากเมืองหลวง 1

ตอนที่ 71 ขบวนเดินทางจากเมืองหลวง 1

ตอนที่ 71 ขบวนเดินทางจากเมืองหลวง 1


ผ่านไปสองวัน ธีโอดอร์ก็ยังอาศัยอยู่ในบ้านของเอิร์ลเบอร์เก้นและเอาแต่จดจ่ออยู่กับการเชื่อมต่อกับมิตรา มีข้อมูลมากมายอยู่ภายในตัวเธอตั้งแต่เธอก้าวสู่ขอบเขตของระดับผู้พิทักษ์ มันไม่ได้อยู่ในขอบเขตที่ธีโอไม่สามารถควบคุมได้ แต่มันต้องใช้ระยะเวลาในการปรับตัวให้เข้ากัน และกิจวัตรประจำวันของเขาก็คือ การเล่นกับมิตรา

ขณะที่วินซ์เฝ้าดูธีโอเขาก็เปิดปากขึ้น “จอมเวทย์สายธรรมชาติ ต้องฝึกฝนนานกว่า10ปีถึงจะเรียกจิตวิญญาณธาตุระดับผู้พิทักษ์ได้......การได้พบกับเอลฟ์ชั้นสูงเป็นโชคที่ยิ่งใหญ่สำหรับธีโอมาก”

เป็นเช่นที่เขากล่าว จิตวิญญาณธาตุระดับผู้พิทักษ์ไม่ใช่สิ่งที่จะได้รับมาได้อย่างง่ายๆ

สำหรับจอมเวทย์ขั้น4ขึ้นไปนั้นการได้ครอบครอง จิตวิญญาณธาตุระดับผู้พิทักษ์เปรียบเสมือน การเป็นจอมเวทย์สายธรรมชาติเต็มตัว จอมเวทย์ธาตุที่ทำสัญญากับจิตวิญญาณระดับผู้พิทักษ์นั้นจะได้รับพลังและความต้านทานในธาตุนั้นๆเพิ่มขึ้นและสามารถที่จะยืมพลังจากจิตวิญญาณธาตุได้โดยไม่ต้องสื่อสาร

และนั่นก็เหมือนกับธีโอดอร์ ผู้ที่กำลังเล่นอยู่กับมิตราในตอนนี้

[มิดรา?]

“ใช่แล้ว มิตรา”

ตุ๊กตาเด็กหญิงตัวเล็กผุดขึ้นมาจากพื้นดิน ลักษณะของตุ๊กตานั้นคล้ายกับมิตรา ทำให้มิตราตัวจริงนั้นเอียงหัวของเธอด้วยความอยากรู้

มิตรามองตุ๊กตาที่เหมือนตัวเองด้วยท่าทางสับสนก่อนที่จะหัวเราะและกอดมันเอาไว้ [เฟวน!](เฟรนด์เพื่อนอะครับ)

‘เธอพูดว่าเพื่อนงั้นหรอ?’

มิตรานั้นชอบตุ๊กตาตัวนี้มากและกอดมันไว้ไม่ปล่อย

ธีโอได้ทำรูปร่างตุ๊กตาให้หมือนกับเธอ นี่ไม่ใช่การเล่นเฉยๆแต่เขาฝึกการควบคุมดินต่างหาก ตอนนี้เขารู้สึกราวกับว่าธรรมชาติเป็นส่วนนึงของมือแล้วเท้าเขา จอมเวทย์ธรรมดาทั่วไปจะไม่สามารถรู้สึกได้ แต่นี่มันเป็นความก้าวหน้าครั้งยิ่งใหญ่ในเส้นทางของเขา

บางทีนี่อาจจะเป็นโอกาสให้เขาก้าวข้ามกำแพงไปสู่ขอบเขตขั้น6

‘…..สัมผัสทางเวทย์ของฉันมากกว่าเมื่อไม่กี่วันก่อน บางทีตอนนี้ฉันน่าจะใช้เวทย์ขั้น5ได้อย่างต่อเนื่อง/’

โดยเฉลี่ยเวทมนต์ที่จอมเวทย์สามารถใช้งานได้ทันทีคือครึ่งหนึ่งของวงกลมของพวกเขา จอมเวทย์ขั้น4จะสามารถใช้เวทย์ขั้น2ได้ทันที แต่มันก็ขึ้นอยู่กับความสามารถ อัจฉริยะบางคนที่เป็นจอมเวทย์ขั้น5แต่สามารถร่ายเวทย์ขั้น3ได้ทันที มีเพียงอัจฉริยะที่แท้จริงไม่กี่คนที่เกิดมาพร้อมกับสัมผัสเวทย์และการคำนวณที่ยอดเยี่ยม พวกเขาจะสามารถปีนขึ้นไปในระดับที่สูงได้กว่านั้น

มันเป็นขีดจำกัด แต่ธีโอดอร์ก็ได้ก้าวเข้าไปสู่พื้นที่นั้นแล้ว

เมื่อมองดูการเติบโตของธีโอ วินซ์ก็ยิ้มขึ้นมาอย่างอ่อนโยน แต่เขาก็ขมวดคิ้วอย่างกะทันหัน เป็นเพราะการระเบิดครั้งสุดท้ายที่เขาได้รับตอนต่อสู้กับจานิสซารี่ ทำให้ร่างกายของเขาสั่นไปด้วยความเจ็บปวดอีกครั้ง มันต้องใช้เวลาในการรักษาบาดแผลที่เกิดจากผู้ใช้ออร่าระดับปรมาจารย์ แม้เขาจะใช้ยารักษาราคาแพงแล้วก็ตาม

“มาสเตอร์ บาดแผลของคุณยัง....?”

“อืม มันใช้เวลานานกว่าที่ฉันคิด”

ธีโอดอร์ยิ้มอย่างขมขื่น การบาดเจ็บของวินซ์ทำให้เขารู้สึกแน่นหน้าอกแม้เขาจะไม่ได้เป็นผู้ทำก็ตาม เขาขอให้เอลโลน่ารักษาเขาแล้ว แต่เธอก็ส่ายหัวเมื่อได้เห็นบาดแผลของวินซ์

-เจตจำนงของผู้ที่ทำบาดแผลให้เขานั้นแข็งแกร่งเกินไป ความสามารถของเราสามารถรักษาบาดแผลให้หายได้ก็ต่อเมื่อพลังจิตของเขาได้หายไปแล้ว

-แล้วเขาควรจะทำยังไง?

-บาดแผลมันจะหายเป็นปกติตามธรรมชาติ หรือต้องได้รับการรักษาจากนักบวชชั้นสูง

อย่างไรก็ตามมันเป็นเรื่องยากที่จะหานักบวชชั้นสูงในเมลเทอร์ เนื่องจากอาณาจักรของเขาเป็นอาณาจักรที่ปฏิเสธการดำรงอยู่ของศาสนจักร (ไม่เชื่อถือนั่นแหละครับ)

มันเป็นแผลที่จะรักษาได้ภายในหนึ่งเดือน ดังนั้นวินซ์จึงเลือกที่จะพักผ่อนใน วินซ์นั้นเขามีประสบการณ์การบาดเจ็บแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว

‘Magic Society นั้นรู้คุณค่าของเอลฟ์ชั้นสูงดี ฉันหวังว่าพวกเขาจะส่งคนที่ทรงอิทธิพลมาอย่างน้อยหนึ่งคน’

ถ้าบลันเดลล์หรือเวโรนิก้า มาด้วยตัวเองก็จะไม่เป็นไรแม้เขาจะบาดเจ็บ วินซ์มองสภำตัวเองนิ่งๆและตัดสินใจ

ขณะนั้นก็มีคนบางคนวิ่งมาหาพวกเขาทั้งสองคนที่นั่งอยู่ในสวนอย่างรวดเร็ว “ไฮน์เดล!มิลเลอร์!”

เขาคือผู้ดูแลของคฤหาสถ์หลังนี้ เขาวิ่งมาด้วยใบหน้าแดงก่ำและเปิดปากพูดทันทีที่มาถึงหน้าทั้งสองคน จากท่าทางของเขาบางบอกให้ เขาไม่มีการพักหยุดหายใจบ่งบอกได้ว่าเรื่องที่เขาจะพูดนั้นสำคัญอย่างมาก “อะ-เอิร์ลเบอร์เก้นบอกให้พวกท่านไปที่หน้าประตูเดี๋ยวนี้ครับ!คนจากเมืองหลวงมาที่นี่แล้ว...!”

ทั้งสองคนลุกขึ้นทันที

ในวันที่สามหลังจากจบภารกิจ  คณะเดินทางของเมืองหลวงก็ได้มาถึงเขตของเอิร์ลเบอร์เก้นแล้ว

***

“มาสเตอร์” ธีโอพูดขณะที่เขาเดินตามวินซ์ที่เดินอย่างสบายๆ  เมื่อไม่นานมานี้ธีโอดอร์ได้ยินคำว่า ‘คณะเดินทาง’

เหตุใดจึงจำเป็นต้องส่งขบวนเดินทางมาที่นี่ในเมื่อ Magic Society มีเวทย์เคลื่อนย้าย?

“พวกเขาไม่สามารถที่จะใช้เวทย์เคลื่อนย้ายได้งั้นหรอครับ?”

มันเป็นคำถามที่ดี วินซ์ส่ายหัวให้กับคำถามนั่น

“เอลฟ์นั้นเกิดมาพร้อมกับเวทมนต์อย่างแท้จริง ดังนั้นพวกเขาจึงมีความต้านทานต่อเวทมนต์ที่แข็งแกร่ง ตั้งแต่ที่พวกเขาเกิดมาพร้อมกับพรจากธรรมชาติ ทำให้ร่างกายของพวกเขาปฏิเสธเวทมนต์ที่จะใช้กับพวกเขา”

“…แม้กระทั่งเวทย์มิติงั้นหรอครับ?”

“มันเป็นไปได้ที่จะใช้กับเอลฟ์ธรรมดา การเคลื่อนที่ในมิตินั้นอย่างน้อยต้องเป็นเวทย์ขั้น 6 ดังนั้นจึงไม่ใช่อะไรที่ต่อต้านได้”

อย่างไรก็ตามเอลฟ์ชั้นสูงนั้นเป็นอะไรที่พิเศษเล็กน้อย พวกเขาได้ทำให้มาน่าโดยรอบพวกเขาสงบลงโดยไม่ตั้งใจ มันจะเป็นการแทรกแซงการเปิดใช้งานเวทมนต์ มันจะเป็นอะไรที่ร้ายแรงมากเมื่อพวกเขาสัมผัสกับเวทมนต์เช่นเวทย์มิติ

นั่นหมายความว่าพวกเขาต้องเดินทางแบบปกติจากเบอร์เก้นไปเมืองหลวง นั่นคือเหตุผลที่ขบวนเดินทางถูกส่งมาที่นี่ เมื่อธีโอดอร์และวินซ์เดินไปที่ประตูใหญ่ทางเข้าคฤหาสถ์

“โอ้ เธอมาแล้ว!” เสียงดังเข้ามาในหู

แตกต่างกับธีโอดอร์ที่ทำท่างุนงง วินซ์นั้นเบิกตากว้างขึ้นเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย เขาไม่คิดเลยว่าเขาจะเข้าร่วมกับขบวนเดินทางนี้ เขาคือจอมเวทย์อาวุโสที่เสียขาของเขาไปนานกว่าสิบปีแล้ว เขาเป็นจอมเวทย์อันดับ1จากRed Tower ที่ต้องถอยหหลังมาจากแนวหน้า

“ยินดีที่ได้พบคุณหลังจากผ่านมานานแล้ว ผู้อาวุโส เฮอร์แมน”

“ใช่ มันสักพักแล้ว เธอมาถึงจอมเวทย์ขั้น6แล้วงั้นหรือ?เธอก้าวข้ามมันเร็วกว่าที่ฉันคิด!”

“ขอบคุณครับ”

เฮอร์แมนนั่งอยู่บนรถเข็นและชื่นชมในความสำเร็จของวินซ์ กางเกงของเขาได้กระพือไปมาตามลมบ่งบอกว่าเขาไม่มีขา แต่พลังเวทย์ที่แสนร้อนแรงทั่วร่างกายของเขาก็บ่งบอกได้ว่าแม้ว่าเขาจะสูญเสียวงกลมไปไปในสงครามกับจักรวรรดิแอนดราส แต่พลังของเขาก็ยังเหนือกว่าจอมเวทย์ขั้น6

ธีโอดอร์กลืนน้ำลายเมื่อเขาจ้องมองไปที่คนๆนั้นด้วยความชื่นชม ‘ไม่ นี่ไม่ใช่คนที่ยอดเยี่ยมเพียงคนเดียว…!’

นอกจากเฮอร์แมนแล้วผู้อาวุโสชูเกลจากWhite Towerและจอมเวทย์ผู้มากประสบการณ์คนอื่นๆกำลังยืนอยู่ด้านหลังพวกเขาด้วยใบหน้าที่อ่อนล้า ผู้คนที่มาที่นี่สามารถทำลายเขตที่ยิ่งใหญ่ได้1หรือ2เขตเลยที่เดียว ขบวนเดินทางสำหรับเอลฟ์ชั้นสูงเป็นอะไรที่ทรงพลังจริงๆ

เฮอร์แมนพูดคุยกับวินซ์สักพักก่อนที่จะหันไปมองธีโอ “โอ้ว นี่คือศิษย์ของเธอที่ถูกจับตามองโดยผู้นำของพวกเรางั้นหรือ?”

“จะ-จับตามอง?”

“ฮ่าๆๆ ไม่ต้องอายไป แม้อารมณ์ของเธอจะไม่ดี แต่ก็ยากที่จะหาผู้หญิงเช่นเธอนะ คนหนุ่มสาวอย่างเธอไม่ควรที่จะหักหลังตัวเองนะ”

ธีโอดอร์พึมพำตามคำพูดของผู้อาวุโส ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรูปลักษณ์ของเวโรนิก้า ปรากฏสวนดอกกุหลาบขึ้นในหัวของเขาทันทีที่ได้ยินเรื่องนี้ เฮอร์แมนหัวเราะต่อการตอบสนองที่ไร้เดียงสาของเขาและมองไปที่เอลฟ์ที่กำลังมาถึง เขารู้สึกได้ถึงการปรากฏตัวของเอลโลน่าที่อยู่ตรงกลาง

มาน่าที่อยู่รอบๆตัวจอมเวทย์ที่ทรงพลังกลายเป็นสงบลง “โอ้ว....เด็กที่อยู่ตรงกลางนั่นเอลฟ์ชั้นสูงงั้นหรอ?”

จอมเวทย์ทุกคนต่างหันไปมองเอลโลน่าด้วยดวงตาที่ประหลาดใจ มันยากที่จะเชื่อเมื่อพวกเขาได้ยินเนื้อหาภายในภารกิจ แต่ตอนนี้พวกเขาได้เห็นเอลฟ์ชั้นสูงแล้วจริงๆ สำหรับจอมเวทย์ผู้มากประสบการณ์ การมาวันนี้เปรียบเสมือนสมบัติล้ำค่าสำหรับพวกเขา นี่คือเหตุผลที่ไม่มีใครบ่นแม้จะถูกส่งมาที่นี่โดยไม่มีการพักผ่อนจากภารกิจก่อนหน้านี้

เอลโลน่าเดินเข้ามาที่ขบวนเดินทางและทักทายพวกเขาอย่างอ่อนน้อม “ยินดีที่ได้พบทุกท้าน เราคือธิดาแห่งชนเผ่าBlue Evergreen และเป็นนักเต้นที่6ของเผ่า เอลโลน่า”

“เรารู้สึกประทับใจมากที่ได้พบท่าน เฮอร์แมน”

เอลโลน่ายิ้มอย่างนุ่มนวลและคว้ามือของเฮอร์แมนขึ้น สัมผัสที่ฝ่ามือของเขาทำให้เขาถึงกับลืมอายุของตัวเองและพลังของเขาก็เพิ่มขึ้น เขาส่ายหัวด้วยความชื่นชมและประหลาดใจ เฮอร์แมนรู้ถึงพลังของเอลฟ์ชั้นสูงดีซึ่งเป็นเหตุผลที่เขารับภารกิจนี้

จอมเวทย์ชราสั่นหัวไปมาก่อนที่จะจับมือเธอ “ผมจะเป็นคนนำทางท่านเอง โปรดตามผมมา”

เขาจับเก้าอี้ของเขาและเริ่มกลิ้งล้อไปที่ไหนสักแห่ง ธีโอดอร์และวินซ์ ติดตามเอลโลน่าและขบวนเดินทางไป มันเป็นกลุ่มที่แปลกสำหรับทุกคนที่ไม่รู้จักรายละเอียด

โชคดีที่จุดหมายปลายทางไม่ไกลนัก ในสนามหลังบ้านที่กว้างขวางของคฤหาสถ์เอิร์ลเบอร์เก้น ‘มัน’ ตั้งอยู่ตรงกลางของพื้นที่ที่ว่างเปล่า

“นี่คือรถเดินทางที่เราเตรียมไว้ให้สำหรับท่าน เราหวังว่าท่านจะชอบมัน”

ธีโอดอร์ วินซ์ เอลโลน่าและเหล่าเอลฟ์ใบหน้าของพวกเขาต่างเปลี่ยนไปเมื่อเห็นวัตถุที่ตั้งอยู่ทั้งสาม ‘มันเหมือนกับเกวียนที่ดูดีและล้อของมันทำจากเหล็ก ผิดปกติด้านหน้าเกวียนไม่มีสัตว์สำหรับลากรถอยู่’

ฟึ่บ.....ฟับ....

ธีโอพูดขึ้นก่อนที่คนอื่นจะถาม “ทำไมถึงมีใบเรืออยู่บนเกวียน.....?”

คนอื่นๆต่างพยักหน้าให้กับคำถาม

รถเกวียนขนาดใหญ่มันดูดีก็จริง แต่มันมีใบเรือขนาดใหญ่อยู่บนหลังคาและด้านข้าง มันถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ใบเรือสามารถพับและกางออกได้ตลอดเวลา แต่นี่ไม่ใช่เรือที่เอาไว้ใช้แล่นบนทะเล ทำไมพวกเขาติดตั้งมันไว้บนเกวียนกัน?

มันจะเร่งความเร็วอย่างไรบนพื้นดินที่เต็มไปด้วยสิ่งกีดขวางและทางลาดชัน? อย่างไรก็ตามจอมเวทย์ของขบวนเดินทางก็หัวเราะออกมาและกระโดดไปบนแท่นที่ด้านหลังของเกวียน

เฮอร์แมนอธิบายว่า “รถคันนี้วิ่งด้วยพลังของลมและเรียกมันว่าเกวียนสายลม”

มันจะวิ่งได้เร็วงั้นหรือ บ้าน่า

“มาเร็ว ขึ้นมา!ฉันจะแสดงให้เธอเห็นเองถึงความเร็วที่แท้จริง!” เฮอร์แมนพูดขึ้น

ใบหน้าของธีโอและเอลโลน่าเปลี่ยนไปเมื่อพวกเขาคิดว่าต้องผ่านภูเขาหลายลูกด้วยรถเดินทางนี้

พวกเขาไม่ต้องการที่จะนั่งลงบนพานหะประเภทนี้......

ประมาณนี้นะครับ รถเกวียน

จบบทที่ ตอนที่ 71 ขบวนเดินทางจากเมืองหลวง 1

คัดลอกลิงก์แล้ว