เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 61 ภารกิจใหม่ 1

ตอนที่ 61 ภารกิจใหม่ 1

ตอนที่ 61 ภารกิจใหม่ 1


แน่นอนว่ามันเป็นอะไรที่คุ้มค่ามากกับการที่ได้ฝึกซ้อมกับเวโรนิก้าที่เป็นหนึ่งในสองจอมเวทย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนี้ แม้มันจะหนักหน่วงไปหน่อย เธอดูเหมือนจะเชี่ยวชาญกับการโจมตีและป้องกันในลักษณะนี้ เธอใช้พลังแค่ในระดับที่ให้ธีโอพอรู้สึกตึงมือเท่านั้น นอกจากนี้เธอยังใช้พลังและความเร็วของเธอเพื่อผลักดันให้เขาใช้พลังถึงขีดจำกัด

‘เธอมาแล้ว’ ธีโอได้ขยับร่างกายของเขาทันทีที่สัมผัสของเขาจับเธอได้

เขาขยับไปด้านขวาสองก้าวและจากนั้นก็ได้มีสายฟ้าที่น่ากลัวพุ่งเข้าใส่จุดที่เขายืนอยู่ก่อนหน้านี้ ตอนนี้ประสามสัมผัสทั้ง5ของเขาได้ถูกลับจนเฉียบคมกว่าเดิมและเขาสามารถอ่านการเคลื่อนไหวของพลังมาน่าได้จึงทำให้สามารถคาดการณ์ทิศทางการโจมตีได้ล่วงหน้าขั้นหนึ่ง จากนั้นก็ตามมาด้วยศรเพลิง

-Arrow Protection

ธีโอได้ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวและร่ายเวทย์ธาตุน้ำออกมาปกคลุมตัวเขาไว้ขณะที่ใช้บทเพลงแห่งสงครามไปพร้อมๆกัน เขากำลังเต้นเคลื่อนที่ผ่านศรเพลิงนับร้อยพร้อมกับต่อยและเตะพวกมันไปได้ การเคลื่อนไหวของเขาเป็นธรรมชาติอย่างมาก

‘บทเพลงแห่งสงคราม ท่วงทำนองโบราณ Mezzo Forte’

หมัดของธีโอดอร์ปกคลุมไปด้วยพลังเวทย์อันมหาศาล และชกเข้าใส่บอลเพลิงที่พุ่งมาหาเขา

บูมมม!

เศษสะเก็ดระเบิดจากบอลเพลิงได้กระเด็นใส่หน้าเขา แต่เขากลับไม่หลบและไม่แม้กระทั่งที่จะกระพริบตา เขาต้องคอยจ้องมองการเคลื่อนไหวของเวโรนิก้าตลอดเวลา ถ้าเขาคลาดสายตาไปจากเธอเพียงนิดเดียวนั่นหมายความว่าเขาได้แพ้แล้ว

อย่างไรก็ตาม เวโรนิก้านั้นกลับเบี่ยงเบนความสนใจของเขาได้แล้ว

“เธอกำลังมองไปที่ภาพลวงตางั้นหรอ?” เสียงของเวโรนิก้าดังมาจากด้านหลังของเขา เขาพลาดไปตอนที่เธอใช้เวทย์ศรเพลิงและบอลเพลิงเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจเขา เธอก็ได้ร่ายเวทย์สร้างร่างปลอมขึ้นทันที

ฟู่!

กระสุนเพลิงได้พุ่งมาหาเขา ธีโอได้คาดการณ์วิถีของบอลเพลิงด้วยการเคลื่อนไหวของมาน่าได้ แต่ทว่ามันไมใช่Blaze Shellธรรมดา เขาไม่มีทางที่จะหยุดมันได้ในระยะแค่นี้ เขาใช้สกิลการป้องกันผสมกับบทเพลงแห่งสงครามมาเป็นเวลานานแล้ว ทำให้ตอนนี้เขาไม่มีทางหลีกเลี่ยงจากสถานการณ์นี้ได้

ขณะที่ธีโอพยายามร่ายเวทย์ป้องกันด้วยรอยยิ้มอันขมขื่นนั้น...

กริ้ก

มีความรู้สึกแปลกๆเกิดขึ้นภายในร่างกายของเขา มันราวกับฟันเฟืองที่หยุดหมุนได้กลับมาหมุนอีกครั้ง กระแสเวทมนต์ที่อึดอัดได้หายไปและวงกลมที่5ของเขาได้เริ่มหมุนไปพร้อมกับวงกลมอีก4วง

ธีโอดอร์รู้สึกได้ทันทีว่ามันสมบูรณ์แล้ว เขาจึงร่ายเวทย์ป้องกันขั้น5ออกมาทันที

บูมมม!

กำแพงเวทมนต์สีฟ้าได้ปรากฏขึ้นในทันทีและป้องกันกระสุนเพลิงไว้ได้ทัน

“…เอ๋?”

ธีโออดที่จะยิ้มให้กับการป้องกันที่สำเร็จของเขาไม่ได้ และเวโรนิก้าได้คว้าตัวเขาไปด้วยรอยยิ้มที่สดใส เธอสัมผัสได้ทันทีว่าเขาทำให้วงกลมที่5ของเขาเสถียรได้แล้วหลังจากเขาใช้เวทย์ป้องกันออกมา

“เธอทำสำเร็จแล้ว!เยี่ยมมากเด็กน้อย!”

“ทะ-ท่านผู้นำ ปล่อยผมเถอะ”

เวโรนิก้าไม่ได้สวมใส่เสื้อคลุมดังนั้นหัวของธีโอจึงกลายเป็นว่างเปล่าเมื่อเขาได้สัมผัสกับผิวของเธอ ผิวที่ชุ่มชื้นไปด้วยเหงื่อของเธอทำให้เขารู้สึกเบลอ

อย่างไรก็ตามเวโรนิก้านั้นไม่ทราบว่าเขาคิดอะไรอยู่ในหัวของเขาและยิ้มอย่างสนุกสนาน “เมื่อเราอยู่ในที่ส่วนตัวเธอควรจะเรียกฉันว่าพี่สาวนะ เธอถอดแบบมาจากอาจารย์ของเธอเลยนะ ช่วงเข้มงวดเสียจริง นี่เป้นครั้งสุดท้ายแล้วที่ฉันจะได้เล่นกับเธอ ฉันรู้สึกเสียใจเล็กน้อยนะ”

เธอทิ้งงานของเธอมาเป็นเวลาสองสัปดาห์เพื่อเป็นคู่ต่อสู้ให้กับธีโอดอร์ มองในอีกแง่นึง จอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมลเทอร์มาทำหน้าที่เป็นครูสอนพิเศษส่วนตัวให้เขา มันช่างยิ่งใหญ่มากเมื่อเขานึกถึงมัน

แต่ตอนนี้บุคคลที่ยิ่งใหญ่เช่นเธอกำลังบอกให้เขาเรียกเธอว่า พี่สาว? และแน่นอนธีโอลังเลที่จะพูดเช่นนั้น..

“ชู่ มีแขกกำลังมา” เวโรนิก้ารู้สึกว่ามีคนเข้ามาใกล้และย้ายตัวธีโอไปหลบในมุมที่เขามองไม่เห็นทันที

ตึก ตึก-

ชายในชุดคลุมสีขาวที่มาจากWhite Tower เดินเข้ามาในเพ็นทาเรี่ยมอย่างเร่งรีบและโค้งคำนับให้แก่เธอ

“ท่านผู้นำหอคอย! มีเรื่องเร่งด่วนที่ท่านต้องดูโดยด่วนครับ!”

“ระดับละ?”

“ความสำคัญอย่างน้อยอยู่ในระดับ4ครับ”

“…โอ้ สูงพอสมควร ช่วยไม่ได้ละนะ”

เธอจะปฏิเสธมันถ้ามันอยู่ในระดับ5 (ระดับความสำคัญน่าจะ1สำคัญสุดนะครับ) ดวงตาของธีโอเต็มไปด้วยความเสียใจเล็กน้อย แต่ดวงตาของเขาก็ต้องสั่นไหวเมื่อได้ยินคำถัดไปของเธอ

เป็นเพราะเธอกำลังออกคำสั่งกับเขาด้วยท่าทางจริงจัง “ตามฉันมา ฉันอาจจะต้องการพลังของเธอ”

***

ภารกิจนี้จะถูกส่งให้จอมเวทย์สงครามและเหล่าสมาชิกของRed Towerที่ยังว่างงานอยู่

ถ้าเป็นภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ จอมเวทย์ส่วนใหญ่จะถูกส่งมาจากRed Tower พวกเขาจะถูกส่งไปเมื่อมีการปรากฏตัวของมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งหรือมีกลุ่มก่อการร้ายหรือกลุ่มโจรขนาดใหญ่ที่สร้างความเสียหายใหญ่หลวง

ดังนั้นRed Tower จึงแบ่งภารกิจออกเป็นสองประเภทนั่นก็คือระดับความเสี่ยง และระดับความสำคัญ

เวโรนิก้าเดินนำหน้าเขาและอธิบายว่า “เอลเดอร์ลิชที่เธอจัดการไปในบ้านเกิดของเธอถูกจัดให้อยู่ใน ความเสี่ยงระดับ 3 แต่ความสำคัญระดับ3และ4 นั้นเป็นอะไรที่เหนือกว่านั้น ฉันสามารถที่จะจัดการมันได้โดยไม่ยากมากนัก อย่างมากก็อาจจะมีเขตหนึ่งเขตหรือสองเขตที่ต้องพังไป โอ้ลืมไปหนังสือเวทย์โบราณเป็นข้อยกเว้นนะ”

“หนึ่งหรือสอง...”

มันฟังดูน่ากลัวมากเมื่อมองจากมุมมองของเขตเหล่านั้น แต่ก็ไมได้เป็เนรื่องที่ใหญ่โตเมื่อมองไปที่ภาพรวมของทั้งอาณาจักร

ตามที่เธอกล่าว ความสำคัญระดับ1นั้นจะเกี่ยวกับพวกการรุกรานจากอาณาจักรอื่นหรือการลอบสังหารกษัตริย์ ระดับ2 จะเกี่ยวของกับการระบาดของโรคที่ร้ายแรง ภัยพิบัติทางธรรมชาติและฝูงมอนสเตอร์ที่โจมตีเมือง

“แล้วความสำคัญระดับ3และ4ละครับ?”

“มันคือปัญหาที่อาจจะกลายเป็นระดับ1หรือ2ได้ แต่ส่วนมากกรณีเหล่านี้สามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยความรุนแรง พวกมันเป็นสิ่งที่พวกเราสามารถจัดการได้ด้วยความแข็งแกร่ง”

เวโรนิก้าเตะประตูของห้องทำงานเธอเข้าไปทันที ลูกบิดประตูดูราวกับจะไม่มีความหมายสำหรับเธอ แต่ไม่มีใครสนใจในเรื่องนี้

เธอนั่งลงบนเก้าอี้และมองไปที่สมาชิกหน่วยข่าวกรอง “อ่านรายงานให้ฉันฟัง”

จอมเวทย์ในชุดคลุมสีขาวได้อ่านรายงานทันที “เมื่อสามวันก่อน ตัวแทนของเอิร์ลเบอร์เก้นได้พูดถึงเรื่อง ‘การค้าทาส’ ในขณะที่เขาคอยจับตามองดูพ่อค้าบางส่วน ชื่อขององค์กรนั่นก็คือ[Shackler] ซึ่งมีบทบาทอยู่ในอาณาจักรออสเต็น”

“ทาสงั้นรึ?พวกเขาได้ยินไม่ผิดนะ?” การแสดงออกของเวโรนิก้าแสดงให้เห็นว่าเธอไม่เข้าใจเลยสักนิด

เป็นเวลานับ 100 ปีแล้วที่มหาอำนาจในทวีปทางตอนเหนือได้แก่ อาณาจักรแอนดราสและอาณาจักรเมลเทอร์ ได้ทำการยกเลิกระบบทาส อัศวินและจอมเวทย์ที่ได้ดำเนินการและพ่อค้าทาสต่างหายตัวไป ครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับการค้าทาสต่างถูกทำลาย และผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากความมั่งคั่งต่างกลายเป็นศพทุกราย

และกฏนั้นยังคงอยู่ในทุกวันนี้และตอนนี้ได้มีเหล่าคนโง่ที่พยายามจะใช้เมลเทอร์และแอนดราสเป็นตัวกลางในการค้าทาส เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองจากWhite Tower White Towe พยักหน้ายืนยัน“ผมได้อ่านเรื่องนี้หลายครั้งแล้วก่อนที่จะมาบอกกับท่านผู้นำหอคอย....พวกเขาเป็นพ่อค้าทาสแน่นอนครับ ผมเห็นพวกเขากำลังขนถึงขนาดใหญ่ที่มีขนาดเท่ามนุษย์”

“พวกมันต้องการที่จะตายงั้นหรอ.....ได้เลยพวกเราจะสนองให้” จิตสังหารพวยพุ่งออกมาจากตัวของเวโรนิก้า ดวงตาสีทองของเธอเปล่งเจตนาฆ่าออกมา

พ่อค้าทาสนั้นถูกห้ามไม่ให้เข้ามาในเขตของอาณาจักรเมลเทอร์อย่างแน่นอน

หน้าที่ของRed Tower คือทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นอันตรายต่อเมลเทอร์ พ่อค้าทาสเป้นพวกที่ไม่ได้รับอนุญาติให้มีชีวิตอยู่พวกเขาสามารถสังหารทิ้งได้ทันทีโดยไม่ต้องจับกุม

ถ้าเรื่องนี้เป็นจริงแล้วละก็ ระดับความสำคัญต้องไม่ต่ำกว่าระดับ4แน่นอน

“แล้วชนิดของทาสที่ถูกซื้อขายละ?”

“เป็นเอลฟ์ครับ”

“ถ้านี่เป็นเพียงแค่การจัดการกับพ่อค้าทาสที่เป็นมนุษย์ ระดับความสำคัญคงเป็นเพียงระดับ6เท่านั้น”

เผ่าพันธ์เอลฟ์นั้นจะมีลักษณะที่สวยงามอย่างมากและมีชีวิตที่ยืนยาว ถือเป็นสัตว์เลี้ยงที่เป็นที่นิยมมากสำหรับผู้ที่มีอิทธิพลในสมัยก่อน

เคยมีอยู่ครั้งหนึ่ง ได้เกิดการล่าเอลฟ์ครั้งใหญ่ไปทั่วทวีป มันถึงจุดที่ว่าเผ่าพันธ์เอลฟ์เกือบที่จะสูญพันธ์ทำให้เหล่าจิตวิญญาณธาตุต่างโกรธแค้นอย่างมากในการกระทำของมนุษย์ พวกเขาจึงได้ลงโทษมนุษย์ แต่ทว่าความโลภของมนุษย์ก็ยังไม่จางหายไป

ดังนั้นเอลฟ์จึงตัดสินใจที่จะแยกอาณาจักรของตนออกห่างจากเขตของมนุษย์ พวกเขารวมกันเป็นหนึ่งเดียวจนแข็งแกร่งและก่อตั้งอาณาจักรของตัวเองในภูเขาลึกทางตอนเหนือโดยใช้ชื่อว่า เอลฟ์เฮล์ม

มันเป็นที่ๆมนุษย์ไม่สามารถเข้าถึงได้โดยง่าย มันถือเป็นสวรรค์สำหรับเหล่าเอลฟ์เลยก็ว่าได้ เหล่าพ่อค้าทาสต่างไม่กล้าเข้าไปในเขตนั้น และพวกเขาต่างถูกนับรบแห่งเผ่าเอลฟ์ตามล่าเพื่อชิงตัวคนในเผ่าพันธ์พวกเขา

ตั้งแต่นั้นมาการขายทาสเผ่าเอลฟ์จึงกลายเป็นข้อห้ามของทั้งทวีป อย่างไรก็ตามจำนวนของมนุษย์ที่ต้องการให้มีทาสเผ่าเอลฟ์ก็ยังคงมีมากเกินที่จะนับได้ ดังนั้นการค้าทาสจึงยังคงมีอยู่ในเงามืด

“….เป็นโอกาสอันดีที่รอคอยมานานแล้วที่จะได้สร้างสัมพันธ์อันดีกับเอลฟ์เฮล์ม คุณคงมีข้อมูลกองกำลังของ องค์กร[Shackler]ใช่ไหม?”

“...แน่นอนครับ” จอมเวทย์ชุดคลุมสีขาวยื่นม้วนกระดาษให้กับเธอ

ดูเหมือนเข้าลังเลที่จะพูดต่อหน้าธีโอที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในภารกิจ

เวโรนิก้าเปิดม้วนกระดาษด้วยการร่ายเวทย์ เธอขมวดคิ้วแน่นเมื่ออ่านเนื้อหาภายใน “ไม่อยากจะเชื่อเลย พวกมันนำนักรบออร่าระดับผู้เชี่ยวชาญมา5คน?หมายความว่าการซื้อขายครั้งนี้ต้องใหญ่มากแน่ๆ”

ด้วยนักรบออร่า5คนนี้มันเพียงพอที่จะทำลายเมืองขนาดเล็กหรือเมืองขนาดกลางได้เลย แม้ราคาของทาสเผ่าเอลฟ์จะสูง แต่มันคุ้มงั้นหรอกับนักรบออร่าจำนวน5คน?

ถ้ากองกำลังนี้ถูกทำลาย องค์กร[Shackler]ก็เปรียบเสมือนถูกทำลายไปกว่าครึ่ง

มีบางสิ่งที่น่าสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ พวกเขาไม่จำเป็นต้องเสี่ยงนำคนมามากเช่นนี้ในการขายเอลฟ์ธรรมดาๆ ดูเหมือนว่าพวกมันจะมีวัตถุประสงค์อื่น ดูเหมือนว่าหน่วยข่าวกรองของWhite Tower จะไม่ได้เจาะลึกมากนัก

ดูเหมือนเวโรนิก้าคงต้องเพิ่มระดับพลังของจอมเวทย์ที่จะถูกส่งไปจัดการซะแล้ว เธอวางม้วนกระดาษไว้ข้างๆและกดกริ่งบนโต๊ะของเธอ

กริ้งงง! เสียงระฆังดังไปทั่วหอคอย คนที่กำลังว่างงานอยู่ต่างรีบวิ่งขึ้นมาทันที

“มีอะไรครับท่านผู้นำ?”

“ฉันต้องการจอมเวทย์ที่มีระดับปรมาจารย์เป็นขั้นต่ำ2คน และเรียกทุกคนที่เหลืออยู่ทั้งหมดในเมืองหลวงมาที่นี่ เดี๋ยวนี้”

“เข้าใจแล้วครับ” เขาขบคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะซีดลง

เวโรนิก้าที่สังเกตุเห็นท่าทางของเขาจึงขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ได้รับคำตอบที่น่าพึงพอใจจากการแสดงออกดังกล่าว ชายคนนั้นพุดด้วยเสียงสั่นๆ “ทะ-ท่านผู้นำ ในเมืองหลวงตอนนี้มีเพียงจอมเวทย์สงครามระดับปรมาจารย์เพียงคนเดียวเท่านั้นครับ”

“ใคร?”

“วินซ์ ไฮน์เดล ครับ”

ธีโอดอร์สะดุ้งทันทีเมื่อเขาได้ยินชื่ออาจารย์ของเขา ยอ่างไรก็ตามใบหน้าของเวโรนิก้ากลับกลายเป็นบิดเบี้ยวก่อนที่จะถามว่า “แล้วพวกทหารผ่านศึกละ?”

“มีเพียง เฮอร์แมนเท่านั้นครับ”

“เขาไม่สามารถที่จะต่อสู้ได้เพราะได้รับบาดเจ็บสาหัส บ้าจริง วันนี้มีงานมากเกินไป ฉันไม่สามารถที่หยิบยืมกำลังจากหอคอยอื่นๆได้”

มันแตกต่างกันถ้าเทียบกับการปราบปรามมอนสเตอร์ มันก็ยากเกินไปที่จะมอบงานให้กับจอมเวทย์จากหอคอยอื่นๆ จิตใจของพวกเขานั้นยังไม่พร้อมและพวกเขายังไม่รู้เทคนิคที่ดีพอ

หากพวกเขาเป็นทหารผ่านศึกที่มีประสบการณ์ นั่นก็จะไม่เป็นไร อย่างไรก็ตาม ณตอนนี้ไม่มีใครเลย เธอต้องการหาผู้สมัครที่สามารถส่งไปทำงานได้ทันที”

“คนที่เหลือละ?”

“มีจอมเวทย์ระดับทั่วไป 23คน....ส่วนใหญ่พึ่งได้รับเลื่อนขั้นมาไม่นานขณะที่เหลือได้ทำภารกิจอื่นไปหมดแล้วครับ”

“ฉันไม่สามารถใช้พวกเขาได้ จะพูดทำไมกัน”

เธอทุบโต๊ะด้วยความหงุดหงิดก่อนที่จะขยี้หัวของเธออย่างที่ไม่สามารถช่วยได้ ธีโอดอร์ยืนมองอย่างอึดอัดก่อนที่ดวงตาสีทองจะหันมามองที่เขา

“เรียกตัว ปรมาจารย์ วินซ์ ไฮน์เดล มาพบฉันเดี๋ยวนี้ วินซ์ ไฮน์เดล และ ธีโอดอร์ มิลเลอร์ จะเป็นผู้รับภารกิจนี้ จากนั้นไปหาชูเกลและขอให้เขาเตรียมการเคลื่อนย้ายด้วย”

จอมเวทย์ม่กล้าที่จะปฏิเสธหรือลังเลใดๆ เขารีบวิ่งออกจากหอคอยไปทันที

จบบทที่ ตอนที่ 61 ภารกิจใหม่ 1

คัดลอกลิงก์แล้ว