เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 48 การโต้กลับของทั้งสาม 2

ตอนที่ 48 การโต้กลับของทั้งสาม 2

ตอนที่ 48 การโต้กลับของทั้งสาม 2


การรวมกันของทั้งสามคนทำให้ประสิทธิภาพการรบของพวกเขาสูงมาก เป็นกลยุทธ์การรบที่ใช้หนึ่งนักรบและสองจอมเวทย์

ฟึบ!

ประกายแสงจากดาบคู่ของแรนดอล์ฟได้เคลื่อนไหวไปมา เขาใช้ออร่าในการเคลื่อนที่ขณะที่ดาบของเขาตัดผ่านร่างกายของกูลล์ ดาบทั้งสองที่สะบัดไปมานั้นราวกับแส้ได้ฟันใส่กูลล์ไปหลายตัว ขณะนั้นได้มีออร์พุ่งเข้ามาโจมตีใส่แรนดอล์ฟ และก่อนที่แรนดอล์ฟจะโดนโจมตีโดยอันเดท เวทมนต์ก็ได้ถูกร่าย

 

“ทนต่อความหนาวเย็น”

“คลื่นแห่งความหนาวเย็น”

 

ธีโอได้ร่ายเวทย์ต้านทานให้กับแรนดอล์ฟ ก่อนที่ซิลเวียจะร่ายเวทย์

สิ่งมีชีวิตทุกตัวและอันเดทได้แข็งตัวจากความหนาวเย็น แต่แรนดอล์ฟนั้นมีความต้านทานต่อความหนาวเย็น ดังนั้นเขาจึงเคลื่อนไหวและทุบเหล่าอันเดทที่ถูกแช่แข็งอย่างรวดเร็ว

แรนดอล์ฟเดาะลิ้นของเขาด้วยความชื่นชม มันน่าทึ่งมากนายจ้างของฉันและเด็กสาว กำลังใช้เวทมนต์ให้สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของฉัน ฉันเดาว่ามันไม่ใช่แค่การพูดคุยนี้ นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงวางแผนที่จะโจมตีกลับ

แม้ว่าการรวมกันของทั้งสามคนจะดี แต่ทว่ามันก็จะไม่มีประโยชน์ถ้าเขาขัดแข้งขัดขากัน พวกเขาต้องทำงานกันเป็นทีม

ดังนั้นแรนดอล์ฟจึงชื่นชมในตัวของธีโอดอร์และซิลเวีย

 

“แรนดอล์ฟกกระโดด!”

เขาทำตามคำสั่งทันทีโดยไม่ลังเล

“คมมีดสายลม!”

 

พร้อมๆกันได้เกิดคมมีดสายลมขึ้นใต้รองเท้าของแรนดอล์ฟขณะที่เขากระโดดขึ้น มันรวดเร็วกว่าคมมีดสายลมอื่นๆและยังมีความคมที่เท่ากัน ! ข้อเท้าของอันเดทตัวนั้นถูกตัดขาดทันทีและล้มลงไป จากนั้นแรนดอล์ฟก็ฟาดดาบตัดคอของมันทันที

การเคลื่อนไหวของทั้งสามที่เข้าขากันได้เป็นต่อไปเรื่อยๆ พื้นที่โดยรอบเต็มไปด้วยซากศพของเหล่าอันเดท

 

“ฟู่ๆ....ให้ฉันได้พักหายใจสักครู่” ธีโอดอร์สูดหายใจอย่างแรงและมองไปที่แรนดอล์ฟ

 

อย่างไรก็ตามแม้ว่าแรนดอล์ฟจะต้องต่อสู้ระยะประชิดอย่างต่อเนื่องและวิ่งมาโดยไม่พักผ่อน การหายใจของเขานั้นยังคงสงบ เป็นหลักฐานว่าเขายังคงมีพลังงานเหลือเฟือ

‘ฉันรู้สึกมันใจกว่าเดิมเมื่อมีใครบางคนที่ทรงพลังเช่นแรนดอล์ฟอยู่ข้างๆ’

เช่นเดียวกันกับ แรนดอล์ฟที่ชื่นชมในทักษะของธีโอดอร์ ธีโอดอร์ก็ประหลาดใจเช่นกันในความสามารถของเขา ทักษะทางด้านดาบของเขาแม้แต่ออร์คกูลล์ก็ยังไม่สามารถต้านทานได้

ธีโอรู้สึกโล่งใจที่เขาเป็นพันธมิตร แต่เขาก็รู้สึกว่าเขาจำเป็นที่ต้องพัฒนาการต่อสู้ในระยะประชิดของตน ถ้าธีโอดอร์ต้องต่อสู้กับแรนดอล์ฟ ภายในสิบวินาทีเขาจะพ่ายแพ้ มันมีวิธีในการต่อสู้ระยะประชิดโดยใช้เวทมนต์ เช่นเดียวกับเทคนิคของซิลเวียและบลันเดลล์ เมื่อธีโอเสร็จงานนี้แล้วเขาจะฝึกฝนมัน

 

เมื่อธีโอคิดเสร็จแล้ว เขาก็มองไปรอบๆ“ซิลเวีย พลังเวทย์ของเธอเป็นยังไงบ้าง?”

"เหลืออยู่ประมาณ80%? ยังคงเหลือเยอะ”

“แรนดอล์ฟ”

“ฉันก็เหมือนกัน ฉันสามารถต่อสู้ได้เรื่อยๆ”

ธีโอดอร์ยืนยันสภาพของพวกเขาและมองไปที่เส้นทางที่ปกคลุมไปด้วยความมืดอีกครั้ง พวกเขาถูกโจมตีมามครั้งแล้วและมีกูลล์มากกว่า100ตัว มีเพียงความเงียบในความมืดมิดนั่น ถ้าเขาไม่รับเดินทางดูเหมือนว่าจะมีสถานการณ์ที่ไม่อาจจะควบคุมได้ในความมืดมิด

“...งั้นไปกันต่อเถอะ”

 

เมื่อบอลแสงทั้งสองด้วยได้เคลื่อนที่นำไปข้างหน้า ธีโอดอร์ก็ได้เริ่มเดินเข้าสู่ความมืดอีกครั้ง

***

พวกเขาเดินอยู่ในความมืดนี้นานเท่าไรแล้ว?

ธีโอดอร์รู้สึกสับสนและหยุดเดินชั่วขณะ ตามสิ่งที่เขาอ่านในรายงานความลึกของถ้ำมีเพียงไม่กี่ร้อยเมตรเท่านั้น ดังนั้นพวกเขาควรจะถึงจุดสิ้นสุดของถ้ำได้แล้ว

อย่างไรก็ตามเส้นทางของพวกเขายังไม่สิ้นสุด ฉะนั้นจึงมีหนึ่งสมมติฐานที่เป็นไปได้เกิดขึ้นในความคิดของธีโอ

 

“แรนดอล์ฟ”

“หะ?”

“ทำลายกำแพงถ้ำด้วยดาบของคุณ ถ้าเป็นไปได้ ช่วยใช้ออร่าของคุณด้วย”

“....ฉันจะลองดู” แรนดอล์ฟรู้สึกงุนงง แต่ก็ปฏิบัติตามคำสั่งของธีโอโดยไม่ถามสักคำ

 

เนื่องจากประสบการณ์ที่ผ่านมาของเขากับธีโอ เขารู้ว่าธีโอไม่เคยพูดอะไรออกมาโดยไม่มีเหตุผล แรนดอล์ฟวางมือลงบนด้ามดาบทางซ้ายมือและจับมันไว้และเล็งไปที่เป้าหมาย

เขาชักดาบออกมาด้วยความเร็ว เกิดแสงสีน้ำเงินฟาดเข้าใส่กำแพงถ้ำและกำแพงได้แตกออก กำแพงธรรมดานั้นไม่สามารถหยุดคลื่นออร่าได้ แต่ทว่าดวงตาของแรนดอล์ฟกลับเบิกกว้างอย่างตื่นตระหนก “ไม่...?”

กำแพงที่แตกออก ได้ถูกสร้างใหม่อย่างรวดเร็ว!

ในฐานะที่เขาเป็นนักดาบมาตั้งแต่เกิด แรนดอล์ฟไม่ทราบว่ามันคืออะไร แต่ใบหน้าของ ธีโอดอร์และซิลเวีย ได้กลายเป็นบิดเบี้ยวเมื่อเข้าใจถึงสถานการณ์ พลังเวทย์อันแสนมืดมิดได้หลุดออกมาจากกำแพงเช่นเดียวกับที่ออกมาจากสิ่งมีชีวิต ทั้งสองคนพึมพำเกือบจะพร้อมกัน

“ดันเจี้ยน…”

มันเป็นพลังเวทย์ที่แสนทรงพลังของจอมเวทย์แห่งความมืดขั้น6 ที่จะทำให้สถานที่ที่ผู้ใช้กำหนดนั้นเปลี่ยนไป

เวลาและทรัพยากรจะถูกกลืนกินไปเป็นจำนวนมาก แต่ถ้าเวทย์นี้เสร็จสมบูรณ์ มันจะสร้างดันเจี้ยนที่มีพลังอย่างมหาศาลขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเวทย์โบราณหรือเนโครแมนเซอร์ที่มาถึงระดับนี้ได้ นี้มันเข้าขั้นวิกฤตอย่างแท้จริงแล้ว

เนโครแมนเซอร์ได้เปลี่ยนถ้ำนี้ให้กลายเป็นดันเจี้ยนและเปลี่ยนโครงสร้างภายในของถ้ำนี้ ขณะนั้นเองก็ดี้มเสียงกรีดร้องดังไปทั่วถ้ำแห่งนี้

กร้าสสสส!

ความหนาวเย็นได้แล่นไปที่กระดูกสันหลังของธีโอดอร์ มันรุนแรงกว่าที่เคยเป็นสามถึงสี่เท่า พวกเขาต่างเรียกใช้พลังออร่าและพลังเวทย์ของมาโดยอัตโนมัติ  ขณะนั้นแหล่งที่มาของความหนาวเย็นนนี้ก็ได้ปรากฏตัว มันมีรูปร่างที่ปกคลุมไปด้วยความมืดและลอยอยู่ในอากาศ

 

“สเป็คเตอร์(ในdota2 อะครับ)?!”

“บ้าจริง ฉันไม่มีน้ำศักดิ์สิทธ์…!”

 

ร่างกายของพวกมันเต็มไปด้วยความมืดมิดไม่เหมือนกับอันเดท สเป็คเตอร์นั้นไม่มีร่างกายที่จับต้องได้ พวกมันจะโจมตีโดยการขโมยร่างกายหรือดูดพลังชีวิตออกจากร่างกาย

เนื่องจากพวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในรูปลักษณ์ของกลุ่มวิญญาณ การโจมตีทางกายภาพใช้กับพวกมันไม่ได้ผลต้องใช้เวทย์แสงศักดิ์สิทธื๋ถึงจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด การใช้ดาบฟันมันก็เหมือนกับการโยนเป็นลงในกะทะ สำหรับแรนดอล์ฟแล้วพวกมันเป็นคู่ต่อสู้ที่ไม่สามารถชนะได้เลยเนื่องจากเขาไม่มีน้ำศักดิ์สิทธิ์ติดตัวมา

ไม่นานหลังจากที่มันเห็นพวกเขา พวกมันก็พุ่งมาด้วยความรวดเร็ว

“ช่วยไม่ได้ มาลองกันก่อนเถอะ!”

แม้ว่าสถานการณ์จะย่ำแย่ แต่ถ้าแรนดอล์ฟนั้นถอยหลังจอมเวทย์ทั้งสองจะตกอยู่ในอันตราย การอยู่ในแนวหน้านั้นหมายถึงการสกัดกั้นการโจมตีของศัตรูเอาไว้ราวกับกำแพง พลังออร่าปกคลุมไปทั่วดาบของแรนดอล์ฟ เขาจะหยุดพวกมันเอาไว้แม้ว่าเขาจะต้องใช้พลังออร่ามากแค่ไหนก็ตาม

 

อย่างไรก็ตาม เขาได้รับคำสั่งที่ทำให้เขาถึงกับตกใจ

“แรนดอล์ฟมาหลบหลังฉัน!”

“อะไรนะ?”

“เร็วเข้า!”

“…บ้าเอ้ย เข้าใจแล้ว!”

 

เขารู้สึกงง แต่ธีโอนั้นไม่ได้ล้อเล่น เขารีบถอยไปด้านหลังทันที เมื่อเขาถอยไปแล้วธีโอดอร์ก็ได้ก้าวไปข้างหน้าโดยปราศจากความกลัว

กรี้สสสส! กรี้สสส!

ทำไมธีโอถึงไม่รู้สึกกลัวพวกมัน? เหล่าวิญญาณต่างขณะที่บินไปที่ธีโอ มันตั้งใจที่จะพุ่งเข้าใส่และดูดพลังชีวิตจากร่างกายของธีโอ

ขณะที่ซิลเวียและแรนดอล์ฟต่างเฝ้ามองอย่างใจจดใจจ่อเพื่อเตรียมพร้อมที่จะกระโดดเข้ามาช่วยเหลือ พวกมันก็ได้ประชิดเข้าถึงตัวของธีโอ

-กินทุกอย่างที่ขวางหน้า...

นี่ไม่ใช่เสียงของเขา มันเป็นสัญชาตญาณของความตะกละที่กำลังนอนอยู่ในมือซ้ายของเขา ความหิวที่ไม่ทราบสาเหตุนี้แหละคือเหตุผลว่าทำไมธีโอดอร์จึงหัวเราะออกมาและก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ

เขารู้สึกได้ว่าลิ้นของความตะกละได้โผล่ออกมาจากรูบนฝ่ามือซ้ายของเขา มีคำกล่าวไว้ว่า ‘ไม่มีนักล่าที่กลัวอาหารของมัน’

จากนั้นมันก็เริ่มกินอาหาร

กร้าสสสสส!

เมื่อเจอกับนักล่าที่แท้จริง เหล่าสเป็คเตอร์ต่างสูญเสียความบ้าคลั่งพวกมันรู้สึกเคียดแค้นและหมดหวังที่จะหลบหนี ความตะกละนั้นได้จับพวกมันเอาไว้หมดแล้ว เสียงร้องที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด สยองขวัญ และความกลัว กระจายไปทั่ว เมื่อเหล่าสเป็คเตอร์ ได้ถูกดูดเข้าไปในฝ่ามือซ้านของเขา พวกมันแตกต่างจากอันเดท สเป็คเตอร์นั้นเกิดมาพร้อมกับเวทย์แห่งความมืดและร่างกายของพวกมันนั้นคือเวทมนต์ ดังนั้นความตะกละจึงเห็นพวกมันเป็นอาหาร

 

[วิญญาณของก๊อบลินชาแมนได้ถูกกินแล้ว]

[วิญญาณของออร์คนักรบได้ถูกกินแล้ว]

[วิญญาณของโทรลล์ได้ถูกกินแล้ว]

[……]

[ผู้ใช้นั้นยังไม่ได้ปลดล็อคความสามารถ]

 

มันแตกต่างจากการกินอุปกรณ์เวทย์หรือหนังสือเวทย์ แต่ธีโอนั้นรู้สึกราวกับชามของเขานั้นเต็มแล้ว

เมื่อธีโอลืมตาขึ้น ไม่มีพวกมันนั้นเหลืออยู่เลย พวกมันนั้นได้ถูกกินไปหมดแล้ว

 

“เฮ้ นายจ้าง?”

“...ธีโอ?”

อย่างไรก็ตามทั้งสองคนนั้นต่างพากันอึ้ง

 

“เกิดอะไรขึ้นกัน? เธอยกมือซ้ายขึ้นจากนั้นพวกมันก็ถูกดูดเข้าไป…”

“ธีโอสอนฉันหน่อย! นายทำยังไง? มันมาจากเวทย์ดูดกลืนงั้นหรอ? หรือเป็นเวทมนต์ปิดผนึกที่นายแก้ไขเอง?”

 

โชคดีที่ซิลเวียและแรนดอล์ฟอยู่ด้านหลังของเขา ทำให้พวกเขาไม่เห็นรูที่อยู่บนฝ่ามือของเขาและลิ้นที่ยื่นออกมา และนี่ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เขาแก้ตัวได้โดยการกล่าวว่านี่คือความสามารถของจี้ที่เขาดึงออกมา

อย่างไรก็ตามพื้นที่โดยรอบกลับสั่นสะเทือนก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรออกมา

 

“ว้า! เกิดอะไรขึ้น?”

“นี้มัน…!”

“มันกำลังกว้างขึ้น....?”

 

นี่เป็นการขยายตัวของมิติ!

ทันใดนั้นพื้นที่ที่ทั้งสามคนกำลังยืนอยู่ก็ได้เปลี่ยนไป พวกเขาปรากฏตัวไปที่ห้องขนาดใหญ่ มีเพียงเนโครแมนเซอร์ที่เป็นเจ้าของดันเจี้ยนแห่งนี้เท่านั้นถึงทำเช่นนี้ได้

และข้างหน้าของพวกเขาได้มีประตูที่ถูกตกแต่งอย่างประณีต

กึก-

ประตูห้องได้เปิดออกและมีคนที่สวมชุดคลุมสีดำปรากฏขึ้น แทนที่เขาจะเดินออกมาเช่นคนปกติ เขากลับลอยอยู่ในอากาศและเคลื่อนที่อย่างช้าๆ

จากนั้นพวกเขาก็ได้ยินเสียงที่ดังออกมาจากภายในชุดคลุมสีดำนั่น

[ดีจริงๆ...พวกเจ้าได้ทำลายผลงานอันสร้างสรรค์ของข้า]

เสียงที่ดังและน่ากลัวดังขั้น ร่างกายภายในเสื้อคลุมดูเหมือนจะไม่แข็งแรง แต่ทั้งสามคนต่างมองเห็นการไหลเวียนที่น่าขนลุกและพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่ปกคลุมตัวเขาไว้

[พวกเจ้าสามารถฆ่าสัตว์เลี้ยงของข้าได้ แต่พวกเจ้าไม่สามารถที่จะฆ่าข้าได้ ถ้าพวกเจ้ามาเร็วกว่านี้หนึ่งวัน พวกเจ้าอาจจะหยุดข้าได้ แต่ตอนนี้สิ่งเดียวที่พวกเจ้าจะได้รับก็คือความตาย!]

พลังเวทมนต์ได้ขยายตัวขึ้นเมื่อเสียงนั้นได้พุดจบ เสื้อคลุมสีดำกระพือไปตามแรงลมในที่สุดมันก็ไม่สามารถที่จะต้านท้านได้ ชุดคลุมไปปลิวออกไป ในที่สุดสิ่งที่อยู่ภายใต้ชุดคลุมก็เผยออกมา จอมเวทย์ทั้งสองถึงกับหน้าซีดเซียวเมื่อได้เห็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ภายใต้ชุดคลุม

[จงมองดูภาพความตายของตัวเองซะ! ความยิ่งใหญ่ของผู้ที่อยู่เหนือขอบเขตของมนุษย์ที่แสนต้อยต่ำ!]

มันโครงกระดูกที่ไม่มีเลือดเนื้อเหลืออยู่เลย และภายในหลุมกลวงๆที่ควรเป็นดวงตากลับกลายเป็นลูกไฟสีฟ้าเล็กๆ เวทมนต์แห่งความมืดได้หมุนวนอยู่รอบๆตัวมันเหมือนกับหมอก ขณะนั้นเหล่าซากศพที่เน่าเสียอยู่ในดินก็ได้ลุกขึ้นมา

นี่เป็นอันเดทระดับสูงที่ถูกสร้างจากจอมเวทย์ระดับภัยพิบัติ แม้กระทั่งหอคอยเวทมนต์ยังต้องสะพรึง ชื่อของมันคือ เอลเดอร์ลิช

มันแตกต่างจากลิชที่หลีกเลี่ยงความตายโดยการเก็บรักษาดวงวิญญาณของตนเอาไว้ จอมเวทย์ที่แยกดวงวิญญาณของตนออกจากร่างกายและผนึกมันเอาไว้ เอลเดอร์ลิชนั้นจะเป็นอมตะเว้นแต่แก่นชีวิตของมันจะถูกทำลาย

มอนสเตอร์ที่หอคอยเวทมนต์ได้กำหนดระดับความยากไว้ที่ระดับ 3 ได้ปรากฏตัวต่อหน้ากลุ่มของธีโอดอร์

โครงกระดูกได้ลอยตัวอยู่ในอากาศเบื้องหน้าของกลุ่มธีโอดอร์และพูดว่า

[ในตอนแรกข้าต้องการที่จะฆ่าพวกเจ้าทุกคนและเปลี่ยนร่างกายของพวกเจ้าให้กลายเป็นข้ารับใช้ของข้า แต่....]

โครงกระดูกได้ชี้นิ้วไปที่ธีโอดอร์

[ร่ายกายของเจ้านั้นเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก ข้าจะนำตัวเจ้ามาทดลองแบบมีชีวิต!]

จบบทที่ ตอนที่ 48 การโต้กลับของทั้งสาม 2

คัดลอกลิงก์แล้ว