เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 41 กลับบ้าน 2

ตอนที่ 41 กลับบ้าน 2

ตอนที่ 41 กลับบ้าน 2


การพูดคุยนั้นดำเนินไปอย่างรวดเร็ว พวกเขาได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากผู้นำBlue Tower ดังนั้น Magic Society จึงดำเนินตามขั้นตอนที่จำเป็นในการทำภารกิจสืบค้นและมอบเงิน100เหรียญทองให้แก่ธีโอ

พวกเขานั้นหารถม้าไปมิลเลอร์ บารอนี่ได้อย่างรวดเร็ว ต้องขอบคุณกลุ่มการค้า ที่เข้าได้รู้จักในตอนแรกที่มาเมืองหลวง

 

“ขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือที่รวดเร็วของคุณ”

“ไม่ไม่ใช่ผมงั้นหรอที่ควรขอบคุณ? ขอบคุณศาสตราจารย์และศิษย์ของคุณ ถ้าไม่ได้พวกคุณสินค้าของผมคงหายไปทั้งหมดและคนของผมคงตาย แน่นอนคำของ่ายๆเช่นนี้ผมยินดีที่จะทำมัน!”

“คุณเหมาะสมกับตำแหน่งหัวหน้าของกลุ่มมาก”

 

รถที่กอร์ดอนได้เตรียมไว้ให้พวกเขานั้นหรูหรามาก เขาชอบมันมาก

ตัวรถม้านั้นมีน้ำหนักเบาเนื่องจากเวทมนต์และสามารถรองรับคนได้ถึง6คน แม้ว่าจะเป็นเพียงรถม้าเช่าเท่านั้น แต่ราคาของมันคงหลายเหรียญทองเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามกอร์ดอนกลับยิ้มกว้าง

‘ศาสตราจารย์กำลังสวมชุดคลุมที่เป็นสัญลักษณ์ของจอมเวทย์ขั้น 6....นี่เป็นโอกาสที่ดีที่จะสร้างสัมพันธ์อันดีกับจอมเวทย์อาวุโสจากMagic Society!’

กอร์ดอนเป็นพ่อค้ามือเก๋า ดังนั้นเมื่อเขาได้เห็นความสำเร็จของวินซ์เอาจึงแกล้งทำเป็นไม่รู้ เขาพยายามที่จะสร้างสายสัมพันธ์อันดีกับวินซ์เพื่อกลุ่มการค้าของเขา

‘เป็นพ่อค้าที่ดี’

แน่นอนว่าวินซ์รู้ถึงแรงจูงใจที่ซ่อนเร้นของกอร์ดอนดี แต่ก็ยอมรับมันแต่โดยดีเพราะเป็นผลประโยชน์เล็กๆน้อยๆต่อศิษย์ของเขา ทันทีที่การพูดคุยของเขากับกอร์ดอนจบลง เขาก็เดินเข้าไปในรถก็พบเห็นธีโอกำลังนั่งรอเขาอยู่

เขาต้องการเอ่ยคำลากับธีโอก่อนที่จะเดินทาง

 

“พักผ่อนให้ดี หลังจากที่งานประลองจบลง พวกคนที่น่ารำคาญส่วนใหญ่จะกลับบ้าน เพื่อเก็บตัวพัฒนาพลังเวทย์ของตัวเอง”

“ครับ มาสเตอร์”

“และเก็บกระเป๋ามิตินื้ไว้ให้ดี ที่กระเป๋านั้นมีเวทมนต์ติดตามไว้อยู่สำหรับผู้ตรวจสอบ ดังนั้นเธอต้องรับผิดชอบมันเองนะ”

“….ผมจะดูแลมันอย่างดี”

 

ธีโอรู้สึกหดหู่ขณะก้มลงไปมองที่กระเป๋ามิติในมือของเขา เขาต้องกินหนังสือสองถึงสามเล่มต่อวัน ซึ่งหมายความว่าเขาต้องพกพาหนังสือเป็นจำนวนมาก ดังนั้นวินซ์จึงมอบมันให้กับเขา

อย่างไรก็ตามผู้ตรวจสอบนั้นเคร่งครัดมาก ถ้าความตะกละกินกระเป๋ามิติใบนี้ไปละก็......

‘ฉันอาจจะถูกลากไปสอบสวนและ....?’

ธีโอนั้นเคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับ Magic Society มาก่อนดังนั้นผิวของเขาจึงซีดลงทันทีที่คิดถึงมัน

เขาคิดว่าเขาไม่ควรถือกระเป๋าไว้ด้วยมือซ้าย แม้มันจะไม่เคยออกมาเมื่อไม่ถูกเรียกก็ตาม แต่การระวังไว้มันก็ดีกว่า

ขณะที่พวกเขาพูดกัน คนขับรถก็เดินมาถึงและนั่งลงบนที่คนขับ

 

“ผมจะไปแล้วนะครับ มาสเตอร์”

“ดูแลตัวเองดีๆด้วย”

 

เมื่อธีโอลาวินซ์เสร็จ เขาก็เดินเข้าไปนั่งในรถ จากนั้นรถก็เคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างช้าๆ เนื่องจากมันมีเวทมนต์ที่ตัวรถ รถจึงเคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวล ไม่นานนั้นซิลเวียและธีโอก็จากไปพร้อมกับรถม้า วินซ์มองไปรอบๆทันที

เขาได้แต่ภาวนาขอให้ศิษย์ของเขาจะเดินทางอย่างปลอดภัย

***

กึกกึก!กึก!

การเดินทางแบบพิเศษของทางกลุ่มการค้า พูโลเน็ต ได้เร่งความเร็วขึ้นทันทีหลังจากที่ออกจากเมืองMana-vil พวกเขาเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่น่ากลัวมาก

‘เยี่ยม....ถ้าเราเดินทางต่อไปเรื่อยๆด้วยความเร็วเช่นนี้ เราจะถึง มิลเลอร์ บารอนี่ภายในห้าวัน’

ถ้าเป็นรถม้าธรรมดามันคงใช้เวลาเดินทางถึงสองสัปดาห์ กอร์ดอนนั้นบอกกับเขาอย่างมั่นใจว่าเขาจะถึงมิลเลอร์ บารอนี่ภายในหนึ่งสัปดาห์แน่นอน และธีโอก็เชื่อทันทีเมื่อเห็นความเร็วในการเดินทาง

แต่ทว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่รถ แต่สิ่งที่อยู่ข้างในต่างหาก

‘อ่อ อึดอัด....!’ ธีโอเหลือบมองไปที่ซิลเวียที่อยู่ข้างๆเขา

เขามองเห็นดวงตาสีฟ้าสดใสและผมสีเงินยาวสลวยของเธอ เขาไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ แต่จู่ๆซิลเวียก็หันมาจ้องมองเขาและหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุมของเธอ

 

“ธีโอ มาเล่นไพ่กัน”

“หะ?ไพ่?”

 

เธอหยิบไพ่ออกมา

ด้านหลังไพ่นั้นไม่มีลวดลายอะไรเขาจึงไม่รู้ว่ามันคือไพ่อะไร เขารับสำรับไพ่มาจากเธอและมองไปที่สิ่งที่อยู่ด้านหน้าของไพ่

 

“เอ่อ ตัวอักษรเหล่านี้....?”

 

ดวงตาของธีโอเบิกกว้างเมื่อเห็นสิ่งที่เขียนอยู่ด้านหน้า ‘รูนงั้นหรอ?’

รูนเป็นภาษาที่คุ้นเคยมากที่สุดสำหรับจอมเวทย์ยุคใหม่และเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการสร้างเวทมนต์  มีตัวอักษรรูนมากมายเขียนอยู่บนด้านหน้าของไพ่

การแสดงออกของธีโอกลายเป็นกลุ้มใจทันที เมื่อเข้าใจว่า’เล่นไพ่’หมายถึง อะไร

 

“เธอต้องการที่จะเล่นไพ่เหล่านี้งั้นหรอ?”

“ใช่ ตั้งแต่ตอนเด็กฉันเล่นกับปู่ของฉัน  ธีโอจะต้องรู้สึกสนุกมากแน่ๆ”

“ไม่ เดี๋ยวก่อน”

 

ธีโอเลื่อนดึไพ่ไปมาสองสามครั้งและเข้าใจได้ว่ามันยากแค่ไหน ระดับความยากนี้แม้แต่อาจารย์ในสถาบันยังโอดครวญ ดูเหมือนว่าบลันเดลล์จะสอนเวทมนต์ให้เธอผ่านเกมส์นี้

ความสามารถของซิลเวียเป็นเลิศ แต่การแสดงออกของธีโอกลายเป็นมืดมน

เธอจะสามารถเล่นไพ่เหล่านี้กับใครได้?

ยกเว้นธีโอดอร์ ไม่มีใครที่อายุเท่าเธอและสามารถเล่นกับเธอได้ แม้แต่คนที่อยากจะใกล้ชิดกับซิลเวียก็ไม่สามารถที่จะแข่งกับเธอได้แม้แต่น้อย ดังนั้นเธอจึงค่อยๆถอยห่างจากพวกนั้น

ความงดงามและความอัจฉริยะของซิลเวียทำให้เธอนั้นห่างจากผู้คน

‘บางทีเธอสามารถเล่นกับฉันได้....ไม่ ฉันไม่สามารถที่จะเปลี่ยนตัวเธอด้วยทางนี้’

บลันเดลล์ต้องการให้ซิลเวียรู้จักกับการเข้าสังคม ถ้าธีโอเล่นไพ่กับเธอและกลายเป็นเพื่อนเธอเขาจะเป็นคนที่พิเศษสำหรับเธอ เธอจะห่างเหินจากคนอื่นๆ และจะเอาแต่เกาะติดคนที่ชื่อว่า ธีโอดอร์ มิลเลอร์ อย่างเดียว

และความสามารถทางเวทมนต์ของเธอก็จะกลายเป็นเช่นเดิม เธอจะปิดกั้นตัวเองอีกครั้ง สิ่งที่เธอต้องการในตอนนี้คือสภาพแวดล้อมที่ไม่เกี่ยวกับเวทมนต์

จากนั้นธีโอดอร์ก็คิดอะไรได้ เขาจึงกล่าวว่า“เธอสนใจในจิตวิญญาณธาตุไหม?”

“จิตวิญญาณธาตุ?” ดวงตาของซิลเวียเปล่งประกายออกมาทันที

“มิตรา”

[อู้?]

เศษคราบสิ่งสกปรกที่เกาะอยู่ที่หน้าต่างได้รวมตัวกันเป็นรูปร่างของเด็กหญิงตัวเล็กๆ มิตรานั้นดูโตขึ้นเล็กน้อยเมื่อธีโอกลาเยป็นจอมเวทย์ขั้น4 ตอนนี้ตัวของเธอใหญ่กว่าฝ่ามือเล็กน้อย

“...น่ารัก” ใบหน้าของซิลเวียกลายเป็นสดใสเมื่อมองไปที่เด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังกระโดดไปมาบนรถ

[อู้?!] มิตราส่งเสียงร้องออกมาอย่างน่ารัก ขณะที่ถูกจับโดยซิลเวีย เธอลูบหัวของจิตวิญญาณธาตุตัวน้อยอย่างเบามือราวกับกลัวว่ามิตราจะบุบสลาย มิตรานั้นชอบให้ซิลเวียลูบหัว? ตอนแรกเธอดูหงุดหงิด แต่ตอนนี้เธอกลับนอนให้ซิลเวียลูบตัวราวกับแมวตัวน้อย

ธีโอรู้สึกโล่งใจมากขึ้นในตอนนี้

‘เธอยังคงมีความอ่อนไหวอยู่ เป็นไปไม่ได้เลยที่เหล่าจอมเวทย์จะไม่สนใจในตัวมิตรา’

ซิลเวียนั้นเล่นกับมิตรา เธอยิ้มและหัวเราะออกมาอย่างสดใส บรรยากาศการเดินทางของพวกเขาสองคนแตกต่างไปจากเดิม

***

รถที่หรูราได้วิ่งออกจากMana-vil ราวกับสายลม ม้านั้นเป็นม้าชั้นยอดดังนั้นพวกเขาจึงวิ่งผ่านภูเขาที่ยากลำบากโดยง่าย หลังจากที่ออกจากเทือกเขาแล้วก็ไม่มีอุปสรรคใดอีก

ในวันที่4 รถม้าได้เข้าสู่เขตของไวท์เคาท์ เทเฮอแรน ซึ่งอยู่ติดกับมิลเลอร์ บารอนี่

เมื่อห้าปีที่แล้ว ธีโอใช้เวลาเดินทางจากบ้านของเขาไปถึงสถาบันเบอร์เก้นถึง1เดือน แต่ตอนนี้เขาใช้เวลาแค่4วัน

“บ้านเกิดของธีโอเป็นอย่างไร?” วิธีการพูดที่น่าอึดอัดของซิลเวียนั้นดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

คำพูดของเธอนั้นเปลี่ยนไปอย่างมาก ไม่เหมือนกับตอนแรกที่เธอจะเอาแต่พูดเกี่ยวกับเวทมนต์ ตอนนี้เธอเริ่มพูดเกี่ยวกับสีที่เธอชอบ เสื้อผ้าที่ชอบและภาพทิวทัศน์นอกหน้าต่าง เป็นเรื่องธรรมดาที่เธอจะสนใจเกี่ยวกับธีโอดอร์

เขาคิดว่ามันเป็นสัญญาณที่ดีและตอบว่า “อืม มันเป็นแค่ชนบท ผุ้คนเลี้ยงสัตว์เพื่อกินและอาศัยอยู่ท่ามกลางภูเขาและป่าเขียวชอุ่ม เมื่อสัตว์ป่าลงมาจากภูเขา พวกเขาก็จะล่าและมีงานเลี้ยง ชีวิตไม่ได้มีอะไรมากมาย แต่พวกเขาก็รักบ้านเกิดของพวกเขา เป็นที่ที่คนโง่อาศัยอยู่”

ขณะที่เขาพูดภาพเกี่ยวกับบ้านเขาก็ลอยเข้ามาในหัว

เขากำลังวาดภาพคนที่กำลังหว่านเมล็ดในทุ่งนาและทำงานกันอย่างหนัก เด็กที่กำลังวิ่งเล่นไปรอบๆในช่วงฤดูร้อน ผู้คนที่กำลังเก็บเกี่ยวพืชผลด้วยร้อยยิ้ม

รสชาติของขนมปังที่มาจากมือย่นๆของชายชรา เป็นอะไรที่น่าจดจำมากกว่าขนมปังขาวที่เขาทานที่เบอรฺเก้น

ซิลเวียรู้สึกอบอุ่นและพูดพึมพำว่า“เป็นที่ที่ดี”

“…..ใช่มันเป็นสถานที่ที่ดี”ธีโอเห็นด้วย

บ้านเกิดของธีโอเป็นเช่นที่ซิลเวียบอก พวกเขาอาศัยกันอย่างพอเพียง แต่พวกเขาก็มีความสุขสิบกว่าปีที่เขาอาศัยอยู่ที่นี่มันมีค่ามาก

 

‘แม่...พ่อ...’ดวงตาของธีโอเปลี่ยนเป็นสีแดงเมื่อคิดถึงคำทักทายที่เขาจะได้รับเมื่อพบพ่อและแม่ของเขา

จู่ๆบรรยากาศภายในรถก็อุ่นขึ้นเมื่อ....

“-หืม?!”

“อ่า”

 

เสียงหลุดออกจากริมฝีปากของทั้งคู่ในเวลาเดียวกัน ธีโอรู้สึกหนาวสั่นที่คอของเขา มันคือคำเตือนจากประสาทสัมผัสของเขา ซิลเวียก็เช่นกันเธอมีสัมผัสที่ดีเยี่ยมเธอจึงสังเกตเห็นว่าพลังเวทย์ที่อยู่รอบๆตัวรถนั้นหายไป

ทั้งสองคนเปิดหน้าต่างออกโดยไม่ลังเล อย่างไรก็ตามนี่เป็นช่วงพระอาทิตย์ตก ระยะการมองเห็นของพวกเขาจึงสั้นมาก

‘มืดเกินไป....ถ้าเป็นกรณีนี้....!’

ดวงตาของธีโอส่องแสงสีทอง เขาใช้งานทักษะตาเหยี่ยว ซึ่งทำให้เขามองเห็นในความมืดได้ ถ้าธีโอตั้งใจมอง แม้แต่เหรียญที่อยู่ห่างไกลไปร้อยเมตรเขาก็สามารถมองเห็นได้

เงาแสงสีทองวิ่งโฉบอยู่ในระยะไกล ธีโอตัวแข็งค้างเมื่อเขามองเห็นโครงร่างของเงานั่น

เขาอ้าปากค้างและร้องออกมา “ทำไมอันเดทถึงมาอยู่ที่นี่.....?!”

ราวกับมันตอบรับเสียงเรียกของเขามันโผล่ออกมาในความมืดทันที อันเดทจำนวนมากโผล่ออกมา

พวกมันนั้นกินสิ่งมีชีวิตเพื่อเพิ่มจำนวน พวกเขาทั้งสองถูกพวกมันโอบล้อมเป็นวงกลม

วูบ วูบ วูบ วูบ...!

เจ้าของหนังสือเวทย์โบราณและอัจฉริยะของBlue Tower…..พลังเวทย์ของธีโอและซิลเวียได้ปะทุออกมาก่อให้เกิดพายุเวทมนต์ เหล่าอันเดทถูกหยุดยั้งโดยพลังของพายุเวทมนต์ แต่ก็เพียงชั่วขณะ

 

ธีโอพูดออกมาด้วยเสียงมั่นคง “ฉันจัดการทางซ้าย เธอทางขวา”

“ได้” ซิลเวียตอบ

หลังจากการพูดกันที่แสนเรียบง่ายของทั้งสอง พวกเขาก็ก้าวออกจากรถเพื่อปะทะกับเหล่าอันเดท

จบบทที่ ตอนที่ 41 กลับบ้าน 2

คัดลอกลิงก์แล้ว