เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 40 กลับบ้าน 1

ตอนที่ 40 กลับบ้าน 1

ตอนที่ 40 กลับบ้าน 1


ผู้นำBlue Tower บลันเดลล์ แอทลันคัส เรียกตัวพวกเขา….!

ทั้งสองคนรู้สึกประหลาดใจกับการเรียกตัวไปพบแบบไม่คาดคิด พวกเขาไม่สามารถปฏิเสธได้เลยเนื่องจาก นี่เป็นคำสั่งจากบุคคลที่อยู่จุดสูงสุดของหอคอยเวทมนต์ พวกเขาไม่ทราบเลยว่าบลันเดลล์ต้องการอะไรจากพวกเขากัน

Blue Tower นั้นอยู่ไม่ไกลจาก Magic Society ดังนั้นทั้งสองจึงเดินตามเมลโรสไปไม่นานก็ถึงBlue Tower เมื่อพวกเขาถึงหน้าประตูหลักของBlue Tower

“..มาสเตอร์ ทำไมผมถึงรู้สึกว่ามีคนกำลังจ้องมาที่ผม?”

วินซ์นั้นมีสัมผัสที่ไวต่อการจ้องมองของผู้คนเขาก็รู้สึกได้เช่นกัน เขาจึงพยักหน้าอย่างอึดอัด

“ดูเหมือนว่าเธอจะกลายเป็นคนดังไปแล้วหลังจากเหตุการณ์เมื่อวาน ตามที่คาดไว้Blue Tower นั้นกระจายข่าวได้เร็วจริงๆ”

“มีอะไรที่ผมควรจะต้องสนใจไหมครับ?”

“แค่ปฏิเสธไป ถ้าเธอให้ความสนใจพวกเขา พวกเขาจะเกาะติดเธอ”

Red Tower นั้นเปรียบเสมือนพวกหัวรุนแรง ป่าเถื่อน ขณะที่Blue Tower คือพวกที่ใช้เทคนิคการต่อสู้เป็นหลัก นี่คือคำที่ใช้เปรียบเทียบระหว่างหอคอยทั้งสองนี้ Red Tower เน้นความแข็งแกร่งมากกว่าการใช้สมอง ขณะที่Blue Tower จะใช้เทคนิคในการต่อสู้มากมายแทนที่จะสู้แบบตรงๆ พวกเขาจะต่อสู้แบบยืดเยื้อ ทั้งสองหอคอยจึงค่อนข้างแตกต่างกันมาก

ธีโอฟังคำแนะนำของวินซ์ไปขณะที่เดิมตามเมลโรสไปเรื่อยๆ และได้มาถึงชั้นบนสุดของหอคอยที่ห้องของผู้นำBlue Tower

พวกเขาหยุดอยู่ที่หน้าประตู ประตูนั้นตกแต่งด้วยลวดลายที่ดูมีสีสันสดใสจากนั้นเมลโรสก็โค้งคำนับให้กับพวกเขา ขณะที่วินซ์เดินก้าวไปข้างหน้าทันใดนั้นประตูก็ได้เปิดออกเอง

แกร๊ก-

ทันทีที่วินซ์และธีโอดอร์เข้ามาประตูก็ได้ปิดเองอีกครั้ง มันคล้ายๆกับเวทมนต์ กล่าวคือห้องทั้งห้องนี้นั้นเกือบทั้งห้องเป็นอุปกรณ์เวทย์ทั้งหมด บลันเดลล์ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ได้ลุกขึ้นและกล่าวต้อนรับพวกเขา

“โอ้ ยินดีต้อนรับ!ขอโทษด้วยที่เรียกตัวพวกเธอมาหาตั้งแต่ชะ-เช้า?”

บลันเดลล์ที่กำลังเดินมาก็ได้หยุดเคลื่อนไหวและจ้องมองไปที่วินซ์ ดวงตาของเขาส่องแสงออกมา หลังจากผ่านไป10วินาที บลันเดลล์ก็ยิ้มกว้างขึ้น “ฮ่าๆๆ! วินซ์เธอในที่สุดก็ทำลายกำแพงได้แล้วสินะ!”

“….คุณพูดเรื่องอะไร”

“โอ้ เธอนี่! ทำไมเธอถึงพยายามที่จะหลอกสายตาของผู้นำ Blue Tower คนนี้กันละ? อย่างไรก็ตามขอแสดงความยืนดีด้วยที่เธอก้าวข้ามขอบเขตได้แล้ว!”

“ฟู่ ขอบคุณ”

ตามที่คาดไว้จอมเวทย์ขั้น8 บลันเดลล์ ได้สังเกตเห็นถึงความสำเร็จของวินซ์อย่างรวดเร็ว เขาหัวเราะร่าก่อนที่จะชวนวินซ์กับธีโอดอร์นั่งลง กลิ่นหอมอ่อนๆจากชาโชยมา บางทีการสนทนานี้คงจะไม่สั้นอย่างที่คิด

“วินซ์ฉันขอถามเธอก่อนได้ไหม?”

“พูดเลย”

“932และ1106 เธอรู้ไหมว่าเลขเหล่านี้หมายถึงอะไร?”

วินซ์รู้สึกขุ่นเคืองทันทีที่ได้ยินตัวเลขเหล่านี้ ใครมันจะไปรู้กัน

“ตัวเลขเหล่านี้เป็นการแสดงถึงจำนวนคนที่กำลังสืบหาข้อมูลของ วินซ์ ไฮน์เดล และ ธีโอดอร์ มิลเลอร์ ตามลำดับตั้งแต่เมื่อวาน”

“….?!”

ดวงตาทั้งสองคนเบิกกว้างขึ้นเมื่อพวกเขาได้ยินเรื่องนี้ พวกเขามีชื่อเสียงอย่างมากจากพิธีมอบรางวัลเมื่อวานนี้ แต่พวกเขาไม่คิดว่าคนจำนวนมากจะให้ความสำคัญกับพวกเขาขนาดนี้  คนที่เข้าถึงข้อมูลของ Magic Society ได้นั้นมีน้อย แต่พวกเขาเหล่านั้นต่างเป็นพวกคนใหญ่คนโตทั้งสิ้น

วินซ์และธีโอตัวแข็งค้างทันที บลันเดลล์ส่ายหน้าและพยายามทำให้พวกเขาหายเครียด

“เอาละ พวกเธอไม่ต้องกังวลไป ฉันตระหนักถึงเรื่องนี้ดีและได้จัดการเรื่องนี้ตั้งแต่ที่พิธีมอบรางวัลจะเริ่มแล้ว คนเดียวที่มีอำนาจมากกว่าฉันคือฝ่าบาท ดังนั้นพวกเธอไม่ต้องกังวลไป”

“…..คุณรู้แต่แรกแล้วใช่ไหมว่ามันจะเป็นเช่นนี้?”

“มันเกิดขึ้นเสมอ ทุกๆปีพวกตระกูลใหญ่ๆพยายามที่จะชักจูงหาคนเข้าร่วมกับตัวเองอยู่เสมอ และปีนี้นั้นพิเศษกว่าเดิมพวกเขาจะพลาดมันได้ยังไง” บลันเดลล์ตอบอย่างใจเย็นขณะที่จิบชาของเขา

ในทางกลับกัน วินซ์ ก็อดที่จะขมวดคิ้วแน่นไม่ได้ เขาเกลียดชังเรื่องการเมืองเช่นนี้มากจึงได้หนีออกจากเมืองหลวงไป แต่พวกคนเดิมๆเหล่านั้นกำลังที่จะดึงศิษย์ของเขาไปยุ่งกับเรื่องนี้ ขณะนั้นพลังเวทย์ของเขาก็ปะทุขึ้นออกมาโดยไม่ตั้งใจ พลังเวทย์ของจอมเวทย์ขั้น6ทำให้บรรยากาศโดยรอบหนักอึ่งและร้อนขึ้นทันที

ความโกรธของจอมเวทย์ขั้นที่6 เป็นอะไรที่น่ากลัวมาก โชคดีที่ในห้องนี้นั้นมีจอมเวทย์ที่ทรงอำนาจอีก1คน

“ใจเย็นๆ” จากนั้นบลันเดลล์ก็สะบัดมือในอากาศเบาๆ

..เย็น

อากาศในห้องกลายเป็นเย็นลงทันที อากาศที่ร้อนก็กลายเป็นเย็นสบาย เขาช่างทรงพลังยิ่งนักเพียงแค่สะบัดมือเบาๆเท่านั้น

พลังของจอมเวทย์ที่มาถึงขั้นที่8เมื่อ30ปีที่แล้ว นั้นใกล้เคียงกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ ถ้าบลันเดลล์ต้องการละก็ เขาสามารถที่จะเปลี่ยนสิ่งใดให้เป็นน้ำแข็งก็ได้เพียงแค่ดีดนิ้วเท่านั้น เขาสามารถทำให้พายุหิมะสังหารของซิลเวียกลายเป็นการเล่นของเด็กได้เลย และแม้กระทั่งทะเลทรายเขาก็สามารถที่จะคลุมมันทั้งหมดด้วยน้ำแข็งได้

หลังจากที่บลันเดลล์ได้ทำให้อากาศเย็นลงเขาก็กล่าวว่า “แม้ว่าเธอจะเป็นจอมเวทย์ขั้น6 เธอก็ไม่สามารถที่จะละเลยเรื่องเหล่านี้ได้ มันไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดเลยที่จะเป็นศัตรูกับเหล่าผู้มีอำนาจ”

“แล้วถ้าผู้นำหอคอยที่ชาญฉลาดจะทำอย่างไร?”

“หะ? ถ้าเป็นฉัน ฉันก็แค่จัดการพวกมันทั้งหมด ฉันเป็นจอมเวทย์ขั้น8ดังนั้น มันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับฉัน”

ขณะที่ทั้งสองคนกำลังรู้สึกโกรธกับคำพูดของบลันเดลล์ เขาก็หัวเราะและหยิบอะไรบางอย่างออกมา

“นั่นเป็นเรื่องตลกเฉยๆ ฉันได้เตรียมพร้อมไว้สำหรับพวกเธอแล้ว”

“นั่น...?”

มันเป็นซองจดหมายที่ประทับตราของMagic Society เอาไว้ วินซ์นั้นรู้ดีว่าหมายความว่าอย่างไรแตกต่างจากธีโอที่ดูงุนงง

“นั่นคือจดหมายภารกิจ? ธีโอดอร์ ยังคงเป็นเพียงระดับพื้นฐานเท่านั้น”

“ถ้าเธอไม่สามารถที่จะจัดการเรื่องเหล่านี้ได้ ก็เลี่ยงมันซะ มันจะดีกว่าถ้าเธออยู่แต่ในห้องตัวเองจนกว่าจะจบงานประลองเวทมนต์” บลันเดลล์ยิ้มด้วยความพึ่งพอใจขณะที่เขาพูดเสริมว่า “ธีโอดอร์ เธอไม่ได้กลับบ้านมาแล้ว5ปีใช่ไหม? เธอต้องการใช้โอกาสนี้ในการกลับบ้านไหม?”

“หืม? กลับบ้านผม?”

“สงสัยคงเป็นเรื่องบังเอิญ พอดีจุดหมายปลายทางของภารกิจครั้งนี้ก็คือ มิลเลอร์ บารอนี่”

“อ่า....!”

เรื่องนี้ทำให้เรื่องราวแตกต่างไปจากเดิม วินซ์สามารถที่จะซ่อนธีโอดอร์จากสายตาของเหล่าขุนนางได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการรุกล่ำของพวกเขาและธีโอสามารถที่จะพบกับครอบครัวของเขาที่ไม่ได้พบมานานได้อีกด้วย

วินซ์มองไปที่เนื้อหาของภายในจดหมายที่ธีโอต้องส่งมอบ มันคือรายงานเกี่ยวกับถ้ำและประวัติของบุคคล และด้านล่างของเนื้อหามีคำแนะนำสั้นๆอยู่2-3คำ

“....ค้นหาจอมเวทย์ที่ถูกส่งตัวไปสำรวจถ้ำที่พบแถวมิลเลอร์ บารอนี่? มันไม่ใชคำของ่ายๆใช่ไหมครับ?”

บลันเดลลืเห็นด้วยกับคำของธีโอและอธิบายต่อว่า

“นี่ไม่ใช่ดันเจี้ยนแต่มันเป็นถ้ำธรรมดาที่พบเมื่อสามเดือนก่อน คนที่พอใช้ได้ถูกส่งไปสำรวจภายในถ้ำนั้น แต่....”

“การติดต่อได้ขาดหายไป”

“อะแฮ่ม ใช่แล้ว”

เรื่องนี้มันเกิดขึ้นค่อนข้างบ่อย โดยปกติแล้วจอมเวทย์จะเป็นพวกบ้าค้นคว้าและวิจัยอย่างยิ่ง เมื่อพวกเขาพบเจออะไรที่น่าสนใจพวกเขาจะเก็บตัวเองเป็นเวลาหลายเดือนเพื่อศึกษามัน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่จะส่งคนไปตรวจสอบและค้นหาจอมเวทย์ที่ขาดการติดต่อไป

“เธอไม่จำเป็นต้องเคร่งในเรื่องนี้มากนัก แค่พักผ่อนอยู่ในบ้านของเธอและหลีกเลี่ยงปัญหา แต่ถ้าเธอพบจอมเวทย์คนนั้นช่วยนำเขากลับมาด้วย”

“…ผมเข้าใจ”

มันไม่ใช่เรื่องยากอะไร มิลเลอร์ บารอนี่นั้นเปรียบเสมือนสวนหลังบ้านของเขา พ่อของเขาเป็นเจ้าเมืองที่แสนยากจนที่นั่น ถ้าจอมเวทย์คนนั้นไม่ได้ซ่อนตัวอยู่ในที่ลึกๆ เขาก็จะสามารถหาจอมเวทย์ได้ทันที

ธีโอได้รับการอนุญาตจากวินซ์และรับซองจดหมายนั้นมา

ทันใดนั้นบลันเดลล์ก็พุดขึ้นด้วยเสียงนุ่มนวลว่า“อ่า-ตาแก่คนนี้ค่อนข้างเป็นห่วงเธอเพราะเห็นเธอยังเด็ก ถ้าจอมเวทย์คนนั้นไม่ได้ตั้งใจขาดการติดต่อด้วยตัวเอง ดังนั้นมันอาจจะเป็นอันตรายได้นิดหน่อย---”

“สิ่งที่คุณกำลังจะบอกคืออะไร?” วินซ์ถาม

“อะแฮ่ม! ฉันมีเพื่อนที่เหมาะจะร่วมเดินทางกับเธอ!” บลันเดลล์เมินวินซ์และเคาะไม้เท้าของเขาลงกับพื้น ดูเหมือนมันจะเป็นสัญญาณให้บางคนปรากฏตัวออกมา

เกิดคำถามขึ้นบนใบหน้าของทั้งสองคน มีคนโผล่ออกมาจากด้านหลังของตู้หนังสือขนาดใหญ่ เธอมีดวงตาสีฟ้าและเส้นผมสีเงินยาวสลวย เธอคือซิลเวียผู้ที่แบกคฑาสีขาวซึ่งแตกต่างจากที่เธอใช้ตอนแข่งกับเขา

“….ซิลเวีย” ธีโอพูดเบาๆ

ซิลเวียพูดเบาๆตอบเขาขณะที่ก้มหัวของเธอลง “อ่า สวัสดี”

“อ่อ สวัสดี….?”

มันเป็นการทักทายกันที่น่าอึดอัด ทั้งสองคนนั้นได้พูดคุยกันเพียงไม่กี่คำในระหว่างแข่งขันของพวกเขา ดังนั้นพวกขาจึงรู้สึกอึดอัดและทำตัวไม่ถูก จนกระทั่งบลันเดลล์ได้ผลักซิลเวียไปข้างหน้า

“เธอไม่ใช่คนเดียวที่กำลังเป็นจุดสนใจตั้งแต่เมื่อวาน ซิลเวียก็เช่นกัน”

“อย่าบอกนะว่าเพื่อนร่วมเดินทางของผมคือ....”

“ใช่แล้ว ซิลเวียนั่นเอง!”

ธีโอดอร์วางซองจดหมายลงอย่างรวดเร็วเมื่อตระหนักได้ถึงสิ่งนี้“ผมขอโทษ แต่ผมจะ......”

“ไม่ เดี๋ยวก่อน”บลันเดลล์ขัดจังวะก่อนที่ธีโอจะพูดปฏิเสธและจับไหล่ของธีโอไว้และกระซิบที่ข้างหูของธีโอ

“มันอาจจะเป็นภาระเล็กๆน้อยๆแต่ซิลเวียนั้นไม่เคยมีเพื่อนมาก่อน ทักษะเวทย์ของเธอนั้นยอดเยี่ยมแต่เธอยังเด็กนัก ดังนั้นฉันอยากจะให้เธอสร้างประสบการณ์ในการเข้าสังคมระหว่างการเดินทางครั้งนี้”

“โอ้มันจะดีงั้นหรอครับที่ให้ผู้หญิงกับผู้ชายเดินทางร่วมกัน?”

“เธอนั้นไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับเพศตรงข้ามมากนัก เพราะฉะนั้นไม่เป็นอะไรหรอก”

ธีโอนั้นยังคงรู้สึกเป็นทุกข์ ธีโอไม่สามารถที่จะตอบตกลงได้ง่ายๆ ดังนั้นบลันเดลล์จึงหยิบสิ่งที่คล้ายแผ่นโลหะและแสดงให้ธีโอดู มันมีสัญลักษณ์ของMagic Society และลายเซ็นของบลันเดลล์อยู่

“นี่...?”

“นี่คือป้ายชื่อของผู้ทำภารกิจจากMagic Society และมันจะจัดระดับคะแนนไว้บนป้ายชื่อนี้ ถ้าเธอทำภารกิจสำเร็จและได้ระดับที่ต่ำที่สุดคือ 9 เธอจะได้รับเงิน 3 เหรียญทอง แต่...”

บลันเดลล์ชูนิ้วขึ้นและหมายเลขบนแผ่นชื่อจาก9กลายเป็น5 “ฉันสามารถเปลี่ยนมันได้ตามดุลพินิจของฉัน”

“แล้ว...”

“แน่นอนเงินรางวัลมันจะเพิ่มขึ้น ตามที่ฉันจำได้ ฉันสามารถจ่ายได้มากสุดถึง 100 เหรียญทอง”

ตาของธีโอเบิกกว้างเมื่อได้ยินคำว่า 100 เหรียญทอง

‘ถ้าฉันได้รับ100เหรียญทองในตอนนี้...’

มันเป็นเงินจำนวนมาก มันเป็นงบประมาณหลายปีสำหรับ มิลเลอร์ บารอนี่เลยทีเดียว! เหนือสิ่งอื่นใด ที่บ้านของเขามีเกษตกรมากมายที่หิวโหยเพราะไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้

ถ้าเขาเพิ่มมันไปจาก 200 เหรียญทองที่เขาได้รับเป็นรางวัลจากการแข่งขัน พวกเขาจะไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการเก็บเกี่ยวไปเป็นเวลาถึง 10 ปี เขาสามารถซื่อเสื้อผ้าที่ดีสำหรับพ่อและแม่ของที่ใส่แต่เสื้อผ้าเก่าๆ รวมทั้งลดภาระของคนยากจนและหิวโหยที่บ้านของเขา

แน่นอนเขาถูกบังคับให้ยอมรับ “...ผมเข้าใจแล้ว ผมจะไปกับซิลเวียเอง”

“โอ้!เธอคิดได้ดี! โอกาสที่จะเดินทางกลับจอมเวทย์ขั้น5นั้นไม่ใช่เรื่องที่จะหาได้ง่าย ฮ่าๆๆๆ!”

ในขณะที่บลันเดลล์หัวเราะลั่น ธีโอก็หันไปเผชิญหน้ากับซิลเวียที่กำลังจ้องมาที่เขา

เมื่อพวกเขาสบตากัน เธอก็โบกมือให้เขาด้วยท่าทางเขินอาย ใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสของซิลเวียนั้นทำให้ดูสวยมา

เขาจะได้ยินอะไรเมื่อเขาพาเธอกลับบ้าน?

ธีโอกลายเป็นจอมเวทย์ขั้น4และกลับบ้านด้วยเงิน 300 เหรียญทอง และสาวสวย นี่เป็นสิ่งที่จะปรากฏในช่วงแรกของเส้นทางของวีรบุรุษ

ชายหนุ่มทุกคนที่ได้ยินเรื่องนี้จะต้องอิจฉากันถ้วนหน้า แต่ธีโอกลับถอนหายใจด้วยความแรง

จบบทที่ ตอนที่ 40 กลับบ้าน 1

คัดลอกลิงก์แล้ว