เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 30 ไล่ตามอัจฉริยะ 1

ตอนที่ 30 ไล่ตามอัจฉริยะ 1

ตอนที่ 30 ไล่ตามอัจฉริยะ 1


‘ผู้อาวุโสสูงสุดของBlue Tower!’ ธีโอดอร์ถึงกับตกตะลึง เขาเข้าใจถึงความหมายของมันดี

หอคอยเวทมนต์ที่ทำหน้าที่คอยปกป้องอาณาจักรเมลเทอร์นั้นได้แบ่งลำดับชั้นจอมเวทย์เป็น5ขั้น มันไม่ได้เข้มงวดเท่ากับลำดับชั้นของพวกขุนนาง แต่จอมเวทย์ทุกคนต้องเคารพผู้ที่อยู่สูงกว่าตนเอว

สมาชิกใหม่ที่เข้ามายังหอคอยเวทมนต์จะอยู่ในขั้นแรกคือ เริ่มต้น พอเริ่มมีประสบการณ์ขึ้นจะกลายเป็นระดับทั่วไป

ผู้ที่สร้างชื่อเสียงให้โด่งดังจะได้เลื่อนขั้นเป็น ปรมาจารย์  และถ้าเป็นคนที่ผ่านศึกมาอย่างโชกโชนจะได้เลื่อนขั้นเป็นผู้อาวุโส

และสุดท้าย คนที่ถูกเรียกได้ว่าเป็นผู้อยู่จุดสูงสุดของหอคอยเวทมนต์ก็คือ ผู้อาวุโสสูงสุดนั่นเอง มันเป็นตำแหน่งที่เรียกได้ว่ายิ่งใหญ่เสียกว่า 7เทพดาบแห่งอาณาจักร อันดราสเสียอีก พวกเขาเปรียบเสมือนกับกระดูกสันหลังของอาณาจักรเมลเทอร์

และชายชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเขาคือ จอมเวทย์ชั้นนำของ Blue Tower ซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่สสูงที่สุด!

“นักเรียนปีสามของสถาบันเบอร์เก้น ธีโอดอร์ มิลเลอร์ ยินดีที่ได้รู้จัก ท่านผู้อาวุโสครับ!” ธีโอดอร์โค้งตัวลงหน้าแทบทิ่มพื้นทำความเคารพทันทีที่เขาตระหนักได้ถึงสถานการณ์นี้

เรื่องนี้ทำให้บลันเดลล์ ถึงกับลูบเคราและหัวเราะเสียงดัง “ฮุฮุ ไม่จำเป็นต้องเคร่งครัดเกินไป! มันเป็นเรื่องดีที่สุภาพ แต่ไม่ต้องทำความเคารพฉันขนาดนั้น ใช่ไหมวินซ์?”

“อ่า...ใช่แล้ว” วินซ์ตอบด้วยท่าทางที่ดูแข็งขัน  มันดูเป็นวิธีที่น่าอายเมื่อเขาใช้กับคนที่ดูเหมือนจะไม่ชอบเขา ไม่ว่าจะทางไหน เขาเป็นคนที่อ่านได้ยากมากสำหรับวินซ์

บลันเดลล์ เป็นผู้อาวุโสสูงสุดของหอเวทมนต์ แต่เขาก็ทำตัวราวกับเป็นชายแก่ที่ดูร่าเริง ดังนั้นเขาอาจจะเข้าหาพวกเขาด้วยอะไรบางอย่างที่ปิดซ่อนเอาไว้ วินซ์คิดเช่นนั้น

“แล้ว มีอะไรงั้นหรอ?” วินซ์รู้สึกปวดหัวเพราะเขาไม่คิดว่าคนระดับนี้จะมาหาพวกเขา

บลันเดลล์ได้ก้าวถอยหลังออกไปอย่างช้าๆ “อืม อะแฮ่ม ความจริงแล้วมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก มันเป็นเวลานานแล้วที่เธอไม่ได้มาเมืองหลวงนี้ ดังนั้นฉันจึงอยากมาดูให้เห็นกับตาว่าทำไมเธอถึงมา และฉันไม่ค่อยเชื่อข่าวลือที่ว่า วินซ์ ได้นำลูกศิษย์มาด้วย”

“หือมันกระจายออกไปแล้วงั้นหรือ?”

“แน่นอนสิพวกคนในหอคอยเวทมนต์นั้นรู้ทุกอย่างอยู่แล้ว” บลันเดลล์พูดไปพลางยักไหล่ให้ท่าทางดูสบายๆ แต่ในสายตาของธีโอดอร์นั้นมันดูน่ากลัวกว่าเดิมเสียอีก

ธีโอดอร์นั้นอยากรู้ว่าชายชราผู้นี้ออกกำลังกายอย่างไร เพื่อให้ได้ร่างกายเช่นนี้

ขณะที่ธีโอกำลังคิด จู่ๆบลันเดลล์ก็หันหน้ามาทางเขาอีกครั้ง “ฮุฮุ ยิ่งมองดูเธอมากเท่าไร ฉันก็ยิ่งชอบเธอมากขึ้น ถ้าฉันไม่ได้พบกับเด็กที่ถูกใจก่อนหน้านี้ ฉันคงจะเอาตัวศิษย์ของเธอไปเป็นศิษย์ของฉันแล้ว”

“คุณไม่สามารถที่จะพูดเช่นนั้นได้...เดี๋ยวก่อนนะ...” ดวงตาของวินซ์เบิกกว้างเมื่อเขาตระหนักถึงบางอย่าง

เรื่องนี้เป็นที่รู้กันไปทั่ว ผู้นำของRed Tower และ Blue Tower นั้นยังไม่มีลูกศิษย์ และนั่นจึงเป็นเหตุให้เขาพยายามที่จะซ่อนตัวธีโอเอาไว้จากพวกเขาเหล่านี้

“……คุณมีลูกศิษย์แล้วงั้นหรอ?”

บลันเดลล์ หัวเราะลั่นกับปฏิกิริยาของวินซ์“ฮ่าๆๆ ไม่ต้องตกใจไป”

มันเป็นการหัวเราะที่ราวกับพยายามโชว์ให้เด็กดู นี่เป็นท่าทางที่เหมาะสมกับคำที่ว่า ‘หน้าโง่’มาก บลันเดลล์ยืดอกขึ้นด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความภูมิใจ เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการที่จะอวดตัวเอง

“ลูกศิษย์ของเธอนั้นเป็นคนที่เก่ง แต่ทว่าผู้ชนะในการแข่งครั้งนี้นั้นถูกกำหนดไว้แล้ว”

“คุณกำลังจะพูดว่า...”

ขณะที่วินซ์กำลังพูดก็ได้มีเสียงประกาศผลการแข่งขันออกมา

[สนามประลองที่ 4 การแข่งขันนระหว่าง มาร์คัสและซิลเวีย ได้จบลงแล้วด้วยเวลาเพียงแค่24วินาที ซิลเวียเป็นผู้ชนะ

มาร์คัสหมดสิทธิ์ในการแข่งทัวร์นาเม้นและเหรียญ3เหรียญจะกลายเป็นของซิลเวีย]

‘…24 วินาที?’

คนที่อยู่ในที่นี้ทุกคนต่างสงสัยกันว่าหูพวกเขานั้นปกติหรือไม่ มันเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะทำลายคริสตัล3อันภายใน 24 วินาที มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ฝ่ายตรงข้ามจะยืนนิ่งเหมือนหุ่นไล่กา หรือแม้พวกเขาจะอ่อนแอแค่ไหน

กล่าวอีกนัยก็คือ ผู้ชนะในสนามที่4นั้นอยู่เหนือกว่าอีกฝ่ายหลายขั้นเลยทีเดียว ขณะที่ใครหลายๆคนกำลังจ้องไปที่ทางออกของสนามประลองที่4 นั้นได้มีชายชราคนหนึ่งที่กำลังลูบเคราด้วยท่าทางอารมณ์ดี

กึก...

ประตูของของสนามประลองก็ได้เปิดออกและมีคนเดินเข้ามาที่ห้องนี้ มีแสงสาดเข้ามาในห้อง พวกเขาทุกคนรู้สึกราวกับตาจะบอด แต่ก็ยังคงพยายามหยีตาสู้กับแสงและจ้องไปที่ประตูทางออกนั้น

ทั้งหมดนี้เป็นเพราะ ‘เธอ’ นั้นมีแสงระยิบระยับอยู่รอบตัวของเธอ

‘ผมสีเงิน…?’

ธีโอนั้นอดไม่ได้เลยที่จะรู้สึกกลัวเกรงในตัวเธอ

ผิวของเธอนั้นขาวบริสุทธิ์ราวกับหิมะ ดวงตาทั้งสองข้างของเธอราวกับสีฟ้าสดใสของเธอนั้นราวกับทะเลสาบที่เปล่งประกายภายใต้ดวงอาทิตย์และพอดีกับชุดคลุมสีฟ้าที่เธอสวมใส่อยู่ ทุกครั้งที่เธอกระพริบตาราวกับมีอำนาจเวทย์ลี้ลับ

เหรียญโทเค็นหลายสิบเหรียญถูกแขวนไว้บนคฑาขนาดใหญ่ มันดูไม่เหมาะสมกับตัวเธอเอาเสียเลย ในขณะที่ทุกคนกำลังตกใจกับการปรากฏตัวของสาวงามผู้แปลกหน้า เธอก็ได้มุ่งหน้ามายังพวกเขาทั้ง3คนอย่างช้าๆ

“อาจารย์”

“โอ้ เธอทำได้ดีมาก!”

บลันเดลล์หัวเราะอย่างบ้าคลั่งและได้อ้าแขนราวกับจะโอบกอดเธอ แต่หญิงสาวก็ได้ถอยห่างจากเขาอย่างไม่ลังเลเลย ทำให้ใบหน้าของชายชรานั้นทำหน้าราวกับหมาที่ถูกเจ้าของทิ้ง แต่เขาก็กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว

เขาตบหัวตัวเองและบอกกับทั้งสองคนว่า “ขอโทษที่แนะนำช้าไป นี่คือเด็กที่ฉันได้สอนอย่างลับๆมาสักพักแล้ว ซิลเวีย”

“....สวัสดี” เสียงของเธอดูเย็นชา มันเป็นเสียงที่แสดงอารมณ์ไม่เหมือนกับดวงตาของเธอเลย ชายหนุ่มส่วนใหญ่จะเสียความรู้สึกทันทีเมื่อได้ยินเสียงของเธอ

อันที่จริงธีโอนั้นรู้สึกประหลาดใจในตัวเธอมาก มันไม่ใช่เพราะความสวยของเธอ แต่เป็นเพราะสัมผัสของอัลเฟรดนั้นได้บอกกับเขาว่าเขานั้นไม่มีทางที่จะเอาชนะเธอได้เลย

‘ไม่มีทาง....! ผู้หญิงคนนี้แข็งแกร่งยิ่งกว่าบอสฮ้อปก๊อบลิน?!’

เขานั้นเชื่อมั่นในตัวเองอย่างมาก แต่สัญชาตญาณของเขากลับบอกว่าศิษย์ของผู้นำBlue Tower ผู้นี้แข็งแกร่งเสียยิ่งกว่าบอสฮ้อปก๊อบลิน

ความแข็งแกร่งของจอมเวทย์ไม่อาจที่จะตัดสินได้โดยสามัญสำนึก แต่ทว่าเมื่อเปรียบเทียบกับรูปลักษณ์และความแข็งแกร่งของเธอแล้ว เขาอดที่จะรู้สึกว่ามันขัดแย้งกันไม่ได้

“หืม-? ดูเหมือนเธอจะสนใจซิลเวียนะ” บลันเดลล์มองเห็นด้วยตาที่สั่นไหวของธีโอขณะมองมาที่ซิลเวีย จึงหันมาพูดกับเขาด้วยรอยยิ้ม “ทำไมเธอทั้งสองคนไม่ลองสู้กันหน่อยละ? นี่ไม่ใช่โอกาสที่ซิลเวียจะได้แสดงความยอดเยี่ยมให้ดูงั้นหรอ?”

มันเป็นการพูดขำๆแต่ทว่าไม่ใช่เรื่องตลก ธีโอดอร์ตระหนักได้ทันทีว่าทำไมวินซ์ ถึงไม่ชอบพวกหอคอยเวทมนต์ ไม่มีทางเลยที่จอมเวทย์ชั้นนำจะไม่สามารถรู้ความแตกต่างระหว่างเขาและซิลเวียได้เลย ถ้าเขาโง่พอที่จะพยักหน้าตกลง เขาจะสูญเสียเหรียญโทเค็น5เหรียญและชื่อเสียงของวินซ์ก็จะพลอยแย่ไปด้วย

ธีโอเลิกจ้องมองไปที่ซิลเวียและปฏิเสธคำเชิญนั้น “ผมขอโทษ แต่ผมคงต้องปฏิเสธ ตอนนี้ผมคงทำได้แค่โชว์ความอ่อนหัดของตัวเอง”

สายตาของซิลเวียที่จ้องมองธีโอดอร์อยู่นั้น หายไปทันที

ธีโอ นั้นรู้สึกเสียใจ แต่ทว่ามันโง่มากที่จะแข่งกับเธอในตอนนี้ มันเป็นเรื่องที่กล้าหาญอย่างมากที่จะท้าทายฝ่ายตรงข้ามในตอนนี้ แต่มีแต่คนโง่เท่านั้นละที่ทำมัน

บลันเดลล์เดาะลิ้นของเขาเมื่อได้ยินคำตอบ “….มันแย่มาก ฉันหวังว่าพวกเธอทั้งสองคนจะได้สู้กันในภายหลัง”

เมื่อพูดจบ บลันเดลล์ก็ได้หันหลังกลับไปและซิลเวียหันมาคำนับให้ก่อนที่จะเดินตามเขาไป ทันทีที่ทั้งสองคนหายไป ความตึงเครียดภายในห้องก็หายไปด้วย

แต่ธีโอกับวินซ์นั้นยังคงตึงเครียด

และวินซ์ก็ได้เปิดปากเป็นคนแรกว่า “…แล้วร้านอาหารที่จองไว้ละเอายังไง?”

“น่าเสียดาย แต่มันคงจะต้องเป็นภายหลังนะครับ”

ความมั่นใจในชัยชนะครั้งแรกของเขาได้สลายหายไปทันทีที่ได้พบกับวิลเวียลูกศิษย์ของผู้นำ Blue Tower บลันเดลล์ แอทลันคัส

เธอนั้นมีพรสวรรค์ของจอมเวทย์อย่างแท้จริง มันเป็นสิ่งที่ธีโอปราถนามาตั้งแต่เด็ก ความจริงที่ว่าเธอนั้นเป็นคนที่อายุน้อยกว่าเขาแข็งแกร่งกว่าเขา

“เป็นการดีที่สุดที่จะหลีกเลี่ยงการต่อสู้กับเธอและมุ่งมันในการทำให้ระดับของตัวเองสูงขึ้น”

“ฉันรู้ว่าเป็นเรื่องง่าย”

อัจฉริยะอย่างเธอนั้นจะไม่ค่อยปรากฏตัวบ่อยนัก ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่จะตกเป็นเหยื่อของเธอและถูกตัดออกจากการจัดอันดับการแข่งขันทันที มันจะง่ายสำหรับธีโอในการต่อสู้กับคนอื่นเพื่อเก็บเหรียญให้ได้เยอะๆเพื่อที่จะเพิ่มอันดับตัวเองให้สูงขึ้น

การต่อสู้กับซิลเวียนั้นเป็นเรื่องที่โง่อย่างแท้จริง

“แต่ถึงอย่างไร ผมก็อยากที่จะต่อสู้กับเธอ”

อัจฉริยะที่ได้รับการยอมรับจากผู้นำBlue Tower เธอผู้ที่เกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ กับธีโอผู้ที่ไม่มีพรสวรรค์ ....อย่างไรก็ตามธีโอก็มีความสามารถพิเศษของเขา ด้วยมือซ้ายของเขาที่มีความตะกละอยู่ จะทำให้เขามีพรสวรรค์เทียบเท่ากับเธอได้

และด้วยเหตุนี้ ทำให้เขายิ่งอยากที่จะต่อสู้กับเธอมากขึ้น

“ฉันคิดว่ามันเป็นทางเลือกที่ไร้สาระและโง่สิ้นดี แต่...”เกิดรอยยิ้มแปลกๆบนใบหน้าของวินซ์ มันเป็นใบหน้าของสัตว์ร้ายที่ทุกคนจะคุ้นเคยกันดีในสนามรบ ช่วงที่เขาเป็นจอมเวทย์สงคราม “เพลิงสังหาร วินซ์”แห่ง Red Tower

“เลือดของฉันได้ปะทุขึ้นอีกครั้งแล้ว ฉันต้องการที่จะทำให้ตาแก่นั่นตกตะลึง”

“ใช่ ผมก็อยากที่จะเห็นด้วย” ธีโอตกลง

วินซ์นั้นหยิบกระเป๋าตังของเขาออกจากกระเป๋ามิติทันทีและจ้องมองมาที่ธีโอ จากนั้นก็พูดด้วยเสียงเคร่งขรึมว่า“ไป ไปที่ร้านขายอุปกรณ์เวทย์และร้านหนังสือเวทมนต์กัน บอกฉันมาเลยถ้าเธออยากได้อะไร”

หลังจาก10ปีที่ผ่านมาของการต่อสู้ในสนามรบ นี่เป็นครั้งแรกที่กระเป๋าตังหนาๆของเขาจะได้เปิดกว้างขึ้น

ปล.มันส์แน่ อาจารย์สายเปย์ กลุ่มลับเปิดแล้วนะครับติดตามรายละเอียดได้ที่หน้าเพจ

จบบทที่ ตอนที่ 30 ไล่ตามอัจฉริยะ 1

คัดลอกลิงก์แล้ว