เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 8 หนังสือมีรสชาติอะไร 4

ตอนที่ 8 หนังสือมีรสชาติอะไร 4

ตอนที่ 8 หนังสือมีรสชาติอะไร 4


เขาสัมผัสกับหลังศีรษะของเขาเป็นอย่างแรกก่อนที่จะสำรวจฝ่ามือของเขาทีหลัง ซึ่งมันไม่หยาบกร้านแตกต่างกับฝ่ามือของอัลเฟรด เขานั้นนั่งนิ่งๆเป็นระยะเวลา20นาที แต่เขาก็ยังไม่รู้สึกคุ้นชินกับร่างนี้ นั่นมายความว่าความทรงจำของอัลเฟรดนั้นได้ฝังแน่นอยู่ในหัวของเขา

แม้แต่ตอนนี้เขานั้นรู้สึกเหมือนมีแสงสีฟ้าจางๆที่ปลายนิ้วเขา

‘ไม่ มันไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหม?’

ธีโอนั้นยกมือชี้ในทันที นี่คือความลับของวีรบุรุษสงครามอัลเฟรด เบลลอนเทส แสงแห่งความตายที่สามารถฆ่าอัศวินชั้นสูงได้ในพริบตา

พลังเวทย์นั้นจะถูกดึงออกมาจากวงจรเวทย์ที่ไหลอยู่ในกระแสเลือด ต่อจากนั้นพลังเวทย์ก็จะไหลออกมานอกร่างกาย

อึก

“อ้าก!”

มันเป็นเสียงอะไรบางอย่าง ผิวของเขานั้นราวกับถูกไฟเผาไหม้จากข้างใน

แขนของเขานั้นไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนอัลเฟรด มันอ่อนแอกว่ามาก การก่อตัวของเวทย์Magic Missile ภายในร่างนั้นทำให้เส้นเลือดของธีโอนั้นแตกออก ถ้าธีโอนั้นฝืนที่จะเอาเวทย์ออกมาข้างนอกร่างกายแขนของเขาคงจะหักไปแล้ว

และเขาก็ถามกับตัวเองว่า มันเป็นไปได้ไหมสำหรับเขาในตอนนี้  และความทรงจำของอัลเฟรดก็พยักหน้าให้เขา ขณะเดียวกันหลอดเลือดของธีโอก็แตกออก มีแสงสีฟ้าพุ่งออกมา

ฉึก!

แสงสีฟ้าซึ่งบางและจางมากเมื่อเทียบกับของอัลเฟรด ได้พุ่งผ่านหน้าต่างของห้องสมุดและหายยไป อย่างไรก็ตามพลังของมันในตอนนี้มากกว่าสองหรือสามเท่าของเวทย์Magic Missile แบบปกติเลยทีเดียว และถึงแม้มันจะรุนแรงกว่าแต่ทว่าพลังเวทย์ที่ใช้นั้นไม่แตกต่างกันเลย นี่คือแก่นแท้ของ{Ballistics Magic]และทักษะของอัลเฟรด

“จริงๆแล้ว มันประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง”

ธีโอมองไปที่นิ้วชี้ของเขาด้วยสายตาที่สั่นไหวหลังจากที่เขาทำมันสำเร็จ แขนของเขาสั่นจากผลของการใช้เวทย์ เกิดรอยแผลขึ้นและเลือดได้ไหลออกมาเต็มแขนของเขา

อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถที่จะสนใจในเรื่องนี้มากนั้น เขาเป็นนักศึกษาที่เรียนนานที่สุดของสถาบันและได้รับจดหมายถึงสามครั้ง

ไม่มีใครคาดหวังอะไรกับเขา แม้แต่ศาสตราจารย์วินซ์ซึ่งเป็นคนเดียวที่ร้ถึงพรสวรค์ของเขาก็ได้หันหลังให้กับเขา เวทย์มนต์ที่ไม่ว่าใครก็ตามสามารถทำได้ทุกคนแต่ธีโอนั้นไม่สามารถทำได้

ตอนนี้เขามีความสุขมาก เป็นความสุขที่ไม่เคยมีมาก่อนในชีวิตนี้ของเข เขาสามารถที่จะควบคุมเวทย์ที่ไม่มีใครควบคุมได้

‘ฉันทำได้ ฉันทำมันได้!’

ธีโอนั้นถูกทรยศจากพรสวรรค์ของเขา มันผ่านมาห้าปีแล้วแต่ไม่มีใครคิดยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเขาเลย ทุกคนในสถาบันนั้นต่างเรียกเขาว่าไอขี้แพ้และเขาก็ไม่สามารถที่จะโต้แย้งอะไรได้เลย

อย่างไรก็ตามตอนนี้มันอาจจะเปลี่ยนไป ไม่มันจะต้องเปลี่ยนไป

“…เยี่ยม?

ธีโอถอนหายใขณะที่เขาระงับอารมณ์อันพุ่งพล่านของเขา เขามองไปที่มือซ้ายของเขา วันนี้มันได้กินหนังสือไปสองเล่มแล้ว

Ignite และ Alfred-style Magic Missile

เขาขอบคุณความสำเร็จในตอนนี้ มันเกิดความคาดหมายของเขไปมาก ตอนนี้แม้กระทั่งลิ้นของความตะกละได้ดูน่ารักสำหรับเขาเสียแล้ว

“ความตะกละ”

ลิ้นนั้นขยับตอบรับคำเรียก

-มีคำถามอะไร?

ธีโอรีบพยักหน้าโดยไม่ลังเล เวทย์สองบทที่เขาเรียนปั้นเพียงพอแล้วสำหรับวันนี้ เวทย์ที่เขาได้รับมาจากอัลเฟรด เบลลอนเทสนั้นมีค่ามากกว่าทั้งสัปดาห์ที่เขาให้ความตะกละกินไปเสียอีก

 

‘ตอนนี้ฉันมีเวทย์ขั้น2มากพอแล้ว ฉันไม่จำเป็นต้องให้อาหารมันอีก ตอนนี้ที่ฉันต้องการคือการเพิ่มพลังเวทย์ให้เขาเลื่อนเป็นผู้เวทย์ขั้นที่3ให้ได้’

 

ถ้าเวทมนต์นั้นคือเปลวไฟ พลังเวทย์ก็คือเชื้อเพลิง เขาไม่สามารถที่จะร่ายเวทย์ได้หากเขาปราศจากพลังเวทย์ และตรงกันข้ามถ้าเขามีพลังเวทย์สูง แต่เขาควบคุมไม่ได้ มันจะเป็นอะไรที่ร้ายแรงมาก

การที่มีพลังเวทย์ที่เกือบจะไร้ขีดจำกัดนั้นแหละที่ทำให้มังกรเป็นสายพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุด

ถ้าธีโอนั้นเกิดมาในครอบครัวที่มั่งคั่งแล้วละก็เขาคงไม่ต้องกังวลถึงเรื่องนี้ เขาสามารถเพิ่มพลังเวทย์ได้โดยการหายาเพิ่มพลังเวทย์มากิน แต่ปัญหาตอนนี้ก็คือเขาไม่มีเงินที่จะใช้ซื้อมัน แม้จะขายบ้านเขาก็ไม่สามารถที่จะซื้อมันได้

ดังนั้นเขาจึงถามความตะกละว่า “ฉันอยากจะรู้วิธีเพิ่มพลังเวทย์”

เวทย์โบราณ ที่ถูกสืบทอดมาตั้งแต่อดีตโดยไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ มีความรู้จำนวนมากที่ความตะกละได้กินไป ธีโอนั้นเชื่อว่ามันต้องมีวิธีเพิ่มพลังเวทย์โดยไม่ต้องใช้ยา

.......

ความตะกละเงียบไปชั่วครู่

“อะไรกัน แกไม่รู้งั้นหรอ?”ธีโอถามด้วยความกังวล

ความตะกละตอบกลับด้วยความไม่พอใจ

 

-เจ้าโง่ คำถามมันช่างกว้างเหลือเกิน พลังเวทย์นั้นมีเป็นร้อยวิธีในการเพิ่มมันและข้าสามารถบอกเจ้าได้เพียงอย่างเดียว

“มีเป็นร้อยวิธีเลยงั้นหรอ?”

 

ปากของธีโอดอร์ค่อยๆอ้าด้วยความประหลาดใจ ทางสภาเวทมนต์นั้นได้ประกาศออกมาว่ามีเพียงแค่สามวิธีในการเพิ่มพลังเวทย์เท่านั้น 1.การกินพืชหรือสัตว์ที่มีพลังเวทย์ 2.การกินยาที่ถูกปรุงโดยนักปรุงยา 3.การได้รับพลังเวทย์จากจอมเวทย์คนอื่น

วิธีการเหล่านี้นั้นล้วนแพงแสนแพง แต่ความตะกละบอกกับเขาว่ามันมีมากกว่าร้อยวิธี แต่ ความตะกละสามารถบอกเขาได้เพียงแค่1

 

“ละ-แล้วฉันควรทำอย่างไร?”

 

หากมันมีถึงร้อยวิธี แล้ววิธีไหนละที่เหมาะสมกับเขา ความตะกละตอบด้วยเสียงสั่นจากความง่วง

-เงื่อนไข ทำให้มันแคบลง

“เป็นเงื่อนไข...เช่น?”

-มีประสิทธิภาพมากที่สุด

“เข้าใจแล้ว”

 

ถ้าใส่คำว่ามากที่สุดเข้าไปแล้วละก็ ก็จะมีแค่คำตอบเดียวเท่านั้น ธีโอนั้นเข้าใจคำอธิบายของความตะกละในทันที เขาลังเลชั่วขณะก่อนที่จะตัดสินใจถาม

“สอนฉันวิธีการเพิ่มพลังเวทย์ที่มีประสิทธิภาพที่สุดที่ฉันสามารถที่จะทำมันได้ในตอนนี้”

ไม่ว่าวิธีการมันจะยอดเยี่ยมขนาดไหนมันก็ไร้ประโยชน์ถ้าเขาไม่สามารถทำได้ดังนั้นเขาจึงพูดไปเช่นนี้

ตัวอย่างเช่นมันจะไร้ประโยชน์ถ้าเขาได้รับคำแนะนำที่ต้องใช้หัวใจมังกรในการช่วยเป็นต้น

ดังนั้นเขาจึงบอกความตะกละให้บอกวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดที่เขาสามารถที่จะทำมันได้

-เข้าใจแล้ว

[คุณสมบัติของความตะกละได้รับการปลดล็อค!ในฐานะที่เป็นเวทย์แห่งความโลภ ความตะกละสามารถกินอะไรก็ที่มีพลังเวทย์ ตอนนี้มันสามารถดูดซับความสามารถของ สิ่งของได้บางส่วน]

[ความตะกละสามารถกินอุปกรณ์เวทมนต์ได้และมันจะเพิ่มพลังเวทย์ให้กับเจ้าของ ความตะละกินได้แม้กระทั่งของต้องสาป]

[แตกต่างจากการกิน การสกัดสามารถทำได้ตอนที่ความตะกละนอนหลับอยู่]

ข้อมูลที่เสียงนั้นพูดมาทำให้เขารุ้สึกทึ่ง

ธีโอรู้สึกประหลาดใจที่ความตะกละมีคุณสมบัติซ่อนอยู่ และคำถามนี้ได้ปลดล็อคมัน ดูเหมือนว่าการถาม ความตะกละนั้นไม่ใช่แค่ได้รับความรู้เท่านั้น ถ้าธีโอใช้มันได้ดี มันสามารถปลดล็อคความสามารถของมันได้อีกด้วย

‘สิ่งของที่มีพลังเวทย์ นั้นอาจจะดูง่าย แต่อาจจะยากกว่าที่ฉันคิด’

มันเป็นเรื่องง่ายที่จะหาของที่มีพลังเวทย์ในสถาบันเวทมนต์แต่การกินสิ่งของเหล่านี้นั้นแตกต่างจากการกินหนังสือทในห้องสมุด

ห้องสมุดนั้นไม่ได้รับการสนใจมากนัก ใครจะไปรู้กันละว่ามีหนังสือหายไปจากห้องสมุด?แม้ว่าชั้นหนังสือจะหายไปก็คงจะไม่มีใครรู้เลย

แต่อย่างไรก็ตามห้องเรียนนั้นไม่ได้ถูกละเลยเช่นห้องสมุด มันมักจะมีคนคอยดูแลเฝ้ายามอยู่สามถึงสี่คน ถ้าขวดน้ำยาหายไปแม้แต่ขวดเดียว พวกเขานั้นเพียงแค่เช็คบันทึกเข้าออกก็จะรู้ทันทีว่าธีโอนั้นเอาไป

‘ฉันไม่สามารถทำมันได้ในสถาบัน มันเสียงเกินไป’

ถ้าเป็นเช่นนั้นเขาต้องทำมันนอกสถาบัน ในขณะที่เขารู้สึกท้อแท้ ในที่สุดเขาก็นึกได้ว่าเขาต้องการความช่วยเหลือจากใครสักคน เขาก็นึกได้คนนึง

“...ฉันต้องไปปรึกษาอาจารย์”

ศาสตราจารย์วินซ์...

วินซ์ที่รู้สึกเสียใจเกี่ยวกับพรสวรรค์ของเขา คงจะไม่ปฏิเสธคำขอของเขาง่ายๆ

จบบทที่ ตอนที่ 8 หนังสือมีรสชาติอะไร 4

คัดลอกลิงก์แล้ว