- หน้าแรก
- เคยเห็นอาหารเรืองแสงหรือไง ถึงกล้าวาดมังงะอาหารเนี่ย
- บทที่ 20 เจอผู้เชี่ยวชาญเข้าให้แล้ว?
บทที่ 20 เจอผู้เชี่ยวชาญเข้าให้แล้ว?
บทที่ 20 เจอผู้เชี่ยวชาญเข้าให้แล้ว?
ตอนนี้สวี่โจวเริ่มจับทางได้แล้ว
ลูกค้าที่เคยได้ลิ้มลองรสชาติอาหารเหนือจินตนาการจากสูตรในร้านของเขา นอกจากจะได้แต้มความปรารถนาเพิ่มขึ้นสิบแต้มตอนที่กินอาหารจานนั้นแล้ว ในช่วงกลางวันก็จะยังได้แต้มเพิ่มอีกยี่สิบแต้มเต็มๆ จากการหวนรำลึกถึงรสชาติอันแสนอร่อยของมันด้วย
โดยเฉพาะลูกค้าอย่างสวีข่ายและเจ้าหนุ่มแว่น ที่แทบจะสั่งอาหารเหมาหมดทั้งสามเมนูทุกวัน พวกเขาสามารถทำแต้มความปรารถนาเต็มแม็กซ์สามสิบแต้มจากอาหารแต่ละจานได้อย่างสม่ำเสมอ
ถือเป็นแหล่งกอบโกยแต้มความปรารถนาหลักๆ เลยทีเดียว
ส่วนแฟนคลับการ์ตูนคนอื่นๆ เพราะยังไม่เคยได้ลิ้มรสชาติอาหารของจริง ยอดแต้มที่ได้จากแต่ละคนก็เลยน้อยกว่าหน่อย
แต่ถ้าในอนาคตการ์ตูนเรื่องนี้ดังเปรี้ยงปร้างขึ้นมา มีคนอ่านเยอะขึ้น อะไรๆ ก็คงเปลี่ยนไป
อนาคตสดใสรออยู่เว้ย!
หลังจากเช็กยอดแต้มความปรารถนาเสร็จ สวี่โจวยังไม่ทันได้กลับเข้าห้องนอนไปปั่นการ์ตูนตอนที่สามครึ่งหลังต่อ จู่ๆ ผู้เป็นแม่ก็มานั่งเบียดข้างๆ แล้วใช้ศอกกระทุ้งแขนเขาเบาๆ
"ลูก พรุ่งนี้เย็นว่างไหม?"
"มีอะไรเหรอครับ?"
"พรุ่งนี้แม่จะพาลูกไปที่ที่นึง!"
สวี่โจวนอนแผ่หลาอยู่บนโซฟา มือก็กดรีโมตเปลี่ยนช่องทีวีไปพลาง แบ่งความสนใจมาถามแม่นิดหน่อย
"ไปไหนเหรอครับ?"
"แม่สืบหาข้อมูลมาตั้งนาน กว่าจะรู้ว่าพรุ่งนี้จะมีสมาชิกจากสมาคมอาหารมาบรรยายให้ความรู้ ลูกลองไปฟังดูสิ ฟังจบแล้วก็ลองถามเขาดูว่าต้องทำยังไงถึงจะสมัครเข้าสมาคมได้"
"อ้อ สมาคมอาหารน่ะเหรอ..."
สวี่โจวลองคิดตาม พอคิดถึงตอนที่ร้านจะต้องเลื่อนระดับดาวในอนาคต ซึ่งยังไงก็คงต้องพึ่งพาสมาคมนี้อยู่ดี เขาจึงไม่คิดจะปฏิเสธ
"ได้ครับ"
"ถึงตอนนี้จะยังเร็วไปหน่อย ร้านเราเพิ่งจะระดับศูนย์ดาว แต่ลองไปฟังดูก็ไม่เสียหายหรอกครับ"
"งั้นตกลงตามนี้นะ แม่จดที่อยู่มาให้แล้ว อยู่ตรงถนนซิงเจิ้งนี่เอง พรุ่งนี้ลูกตรงไปที่นั่นได้เลย"
เห็นลูกชายหัวหมุนวุ่นวายอยู่กับร้านทุกวัน จางอิงหงก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ เธอจึงแอบไปสืบหาข้อมูลเรื่องนี้มาตั้งนาน
พอเห็นว่าสวี่โจวยอมไปตามที่เธอบอก เธอก็ดีใจจนเนื้อเต้น
เธอยื่นกระดาษจดที่อยู่และชื่ออาจารย์ที่จะมาบรรยายในวันพรุ่งนี้ให้เขาดู
สวี่โจวแค่ปรายตามองแวบเดียว ไม่ได้เก็บมาใส่ใจอะไรมากนัก
…
หลังจากดูทีวีไปได้สักพัก สวี่โจวก็กลับเข้าห้องไปปั่นการ์ตูน 'ยอดนักปรุงโซมะ' ต่อ
เนื้อหาครึ่งหลังของตอนที่สาม เป็นฉากที่พระเอกหัวแดงอย่างยูคิฮิระ โซมะ ซึ่งเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนโทสึกิเป็นครั้งแรก
ทว่าอาจารย์ของโรงเรียนโทสึกินั้นเข้มงวดสุดๆ แค่คาบแรกก็ประกาศกร้าวเลยว่า ถ้าใครทำอาหารตามสูตรแล้วไม่ได้เกรด A ก็เตรียมตัวเก็บของกลับบ้านไปได้เลย
กฎระเบียบของโรงเรียนโทสึกินั้นเฮี้ยบมาก
ใครก็ตามที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินในชั้นเรียน จะต้องถูกไล่ออกสถานเดียว
และตอนนี้นักเรียนหญิงผมทรงทวิลเทลสีฟ้าอย่างทาโดโคโระ เมกุมิ ที่ถูกจับคู่อยู่ทีมเดียวกับพระเอก ก็กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตโดนไล่ออกเข้าให้แล้ว
สวี่โจววาดมาถึงตรงนี้ก็แทบจะกุมขมับด้วยความปวดใจ "นี่มันพล็อตการ์ตูนสายโชเน็นชัดๆ! ทาโดโคโระ เมกุมิสมแล้วที่เป็นหนึ่งในตัวละครหญิงที่ฮอตที่สุดในการ์ตูนเรื่องนี้..."
"ดูเหมือนจะเป็นคนอ่อนแอ แต่จริงๆ แล้วแค่ติดบัฟขี้ตื่นเต้นจนผนึกพลังที่แท้จริงเอาไว้ต่างหาก!"
"แถมทั้งคู่ยังเป็นพวกไม่มีเส้นสายแบล็กอัปอะไรเลย มาอยู่ทีมเดียวกันแบบนี้ ไม่โดนเพ่งเล็งก็แปลกแล้ว! พอโดนเพ่งเล็งก็ต้องเจอกับวิกฤต! นี่มันสูตรสำเร็จของการ์ตูนโชเน็นชัดๆ! สูตรสำเร็จชัดๆ!"
หลังจากบ่นกระปอดกระแปดเสร็จ สวี่โจวก็ก้มหน้าก้มตาวาดต่อ
ด้วยพลังอวยพรจากวิญญาณนักก๊อปปี้ แรงบันดาลใจก็หลั่งไหลพรั่งพรูออกมาไม่หยุด
ในการ์ตูน พระเอกของเราต้องเผชิญกับวิกฤตด่านแรกเข้าให้แล้ว!
อาจารย์ที่มาสอนทำอาหารในคาบนี้ คืออาจารย์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดมหาหินที่สุดในโรงเรียนโทสึกิ เจ้าของฉายาเชฟผู้ไม่เคยยิ้ม... โรลันด์ ชาเปล
ปีที่แล้วเขาไม่เพียงแต่สั่งปรับตกนักเรียนทั้งห้องรวดเดียว แต่ยังลั่นวาจาประกาศกร้าวเอาไว้ด้วย
"เมนูสำหรับวันนี้คือ เนื้อตุ๋นไวน์แดงเบอร์กันดี!"
"ในคลาสของฉัน ใครที่ไม่ได้เกรด A ถือว่าได้เกรด E ทั้งหมด!"
…
ส่วนวิกฤตระลอกสอง ก็คือเมนูอาหารของพวกเขาโดนพวกเพื่อนร่วมชั้นที่เหม็นขี้หน้ากลั่นแกล้ง!
ตอนที่ทาโดโคโระ เมกุมิเห็นว่าหม้อเนื้อตุ๋นของพวกเขาโดนใครก็ไม่รู้สาดเกลือก้อนเบ้อเริ่มลงไป สีหน้าของเธอก็เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
"ต้องทำใหม่หมดเลย!"
"แต่กว่าเนื้อจะเปื่อยได้ที่ อย่างน้อยๆ ก็ต้องตุ๋นเป็นชั่วโมงเลยนะ!"
"แถมยังต้องเคี่ยวซอสให้เข้าเนื้ออีกตั้งสามสิบนาที! แต่เวลาของเราเหลือแค่สามสิบนาทีเองนะ!"
วาดมาถึงตรงนี้ นัยน์ตาของสวี่โจวก็เปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นมาทันที
"งั้นก็หมายความว่า เมนูใหม่จานต่อไปที่ฉันจะเอาขึ้นหิ้งขายในร้าน ถึงจะเป็นอาหารจานหลัก แต่กลับใช้เวลาทำแค่สามสิบนาทีเองงั้นเหรอ?"
"แบบนี้ก็ประหยัดเวลาไปได้เยอะเลยนี่หว่า!"
"แถมยังเป็นเมนูตุ๋นอีกต่างหาก แค่ตั้งไฟทิ้งไว้ก็แทบไม่ต้องไปยุ่งอะไรกับมันแล้ว โคตรจะสบายเลย!"
ด้วยความบ้าพลังปั่นงานอย่างบ้าคลั่งของสวี่โจว ในที่สุดการ์ตูนตอนที่สามที่กินหน้ากระดาษไปสิบกว่าหน้า ก็ดำเนินมาถึงตอนจบของตอนจนได้
พระเอกอย่างยูคิฮิระ โซมะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความท้าทาย ไฟในตัวก็ลุกพรึบขึ้นมาทันที!
เขาเตรียมจะย่นเวลาทำเนื้อตุ๋นไวน์แดงเบอร์กันดีที่ปกติ ต้องใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ให้เหลือเพียงแค่สามสิบนาทีเท่านั้น!
และฉากสุดท้าย
ท่ามกลางสายตาจับจ้องของทุกคน
ยูคิฮิระ โซมะก็ยกเมนูเนื้อตุ๋นไวน์แดงเบอร์กันดีสูตรดัดแปลงพิเศษในแบบฉบับของตัวเองออกมาเสิร์ฟ
"เสร็จเรียบร้อย!"
"นักสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ดี ต้องรู้จักทิ้งปมค้างคาไว้ให้คนอ่านลงแดงสิ! ต้องเก็บวิธีแก้ปัญหาของพระเอกไปเฉลยในตอนหน้าเว้ย!"
สวี่โจวหยุดวาดไว้แค่นี้ แล้วกดอัปโหลดครึ่งหลังของตอนที่สามขึ้นเว็บทันที
หลังจากอัปโหลดเสร็จ เขาก็เห็นหน้าต่างแจ้งเตือนการรวบรวมแต้มความปรารถนาเด้งขึ้นมาใหม่ทันที
[เนื้อตุ๋นไวน์แดงเบอร์กันดี (สูตรดัดแปลง): 0/100]
…
หลังจากอัปโหลดการ์ตูนเสร็จ สวี่โจวก็เดินไปหยิบเครื่องดื่มในตู้เย็นมาจิบ
กะจะจิบน้ำเย็นๆ ชื่นใจไปพลาง นั่งรอรับคำชมเรื่องความขยันขันแข็งจากแฟนคลับการ์ตูนไปพลาง
อย่าลืมนะเว้ย!
ว่าการ์ตูนของเขาน่ะอัปเดตทุกวันเลยนะ!
ถึงจะมีแอบอู้ขาดตอนไปบ้างก็เถอะ!
แต่ถ้าเทียบสปีดการอัปเดตกับนักวาดคนอื่นๆ เขาก็ถือว่ายืนหนึ่งในวงการแล้วเว้ย!
ทว่าทันทีที่สวี่โจวเปิดเข้าระบบหลังบ้านของนักเขียน เขากลับเห็นคอมเมนต์ด่าทอสาดเสียเทเสียกองพะเนินอยู่ใต้ตอนที่สามครึ่งหลังที่เพิ่งอัปไปหมาดๆ
"......"
นอกจากจะไม่มีใครโผล่มาชมแล้ว วันนี้ยังมีคอมเมนต์ด่าเยอะเป็นพิเศษอีกต่างหาก
ซึ่งส่วนใหญ่ก็มาจากฝีมือของนักอ่านคนเดียวนั่นแหละ
แค่เห็นสไตล์การพิมพ์ ก็สัมผัสได้ถึงรังสีความอวดดีชอบสั่งสอนคนอื่นแผ่ซ่านออกมาเลยทีเดียว
[หมิงจู: นักเขียนทำอาหารไม่เป็นใช่ไหมเนี่ย? เนื้อตุ๋นไวน์แดงเบอร์กันดีไม่มีทางย่นเวลาเหลือแค่ครึ่งชั่วโมงได้หรอกนะ]
[หมิงจู: ถ้าคิดจะก๊อปสูตรเนื้อตุ๋นไวน์แดงเบอร์กันดี อย่างน้อยๆ ก็ช่วยไปศึกษาความรู้พื้นฐานเรื่องการทำอาหารมาก่อนได้ไหม?]
[หมิงจู: ไอ้เมนูออริจินัลกาวๆ ก่อนหน้านี้ฉันพอทนนะ แต่นี่เล่นเอาเมนูอาหารชื่อดังมาวาดยำเละเทะมั่วซั่วแบบนี้ มันน่าหัวเราะเยาะชะมัด]
ด้านล่างก็มีแฟนคลับมังงะที่ตามอ่านมาตั้งแต่ตอนแรกๆ โผล่มาคอมเมนต์ด้วยเหมือนกัน แต่สวี่โจวมองปราดเดียวก็แยกไม่ออกแล้วว่า ตกลงพวกนี้มันเป็นแฟนคลับหรือแอนตี้แฟนกันแน่
[รสชาตินี้แหละที่คุ้นเคย! ฉันตามอ่านมังงะแกก็เพื่อมาดูคนด่ากันนี่แหละ สมแล้วที่พอเห็นแจ้งเตือนอัปเดตปุ๊บ ฉันก็รีบพุ่งเข้ามาดูปั๊บ คุ้มค่าที่เข้ามาดูจริงๆ]
[ฟินเลยเว้ย สองวันที่แกหายหัวไปไม่มีมังงะอัปเดต ฉันไม่มีอะไรให้ดูบรรเทิงใจจนแทบจะลงแดงตายอยู่แล้ว]
"พวกแกนี่มันเหลี่ยมจัดจริงๆ!"
พอสวี่โจวเห็นสองคอมเมนต์นี้ อาการปวดใจก็กำเริบขึ้นมาทันที "ตอนตามอ่านการ์ตูนล่ะไม่ค่อยจะกระตือรือร้น แต่พอมีเรื่องให้ดูคนตีกันล่ะไวนักนะ!"
อย่าบอกนะว่าคนอ่านการ์ตูนของเขา มีแต่พวกที่ชอบเข้ามาดูเรื่องชาวบ้านน่ะ?
ไม่มีทาง! เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!
…
แต่เห็นได้ชัดว่าในช่องคอมเมนต์ ก็มีแฟนคลับการ์ตูนที่ไม่สบอารมณ์กับพวกอวดรู้โผล่มาเหมือนกัน
พวกเขาอดไม่ได้ที่จะพิมพ์สวนกลับไป
[ไอ้คนที่ชื่อหมิงจูนี่มาทำตัวอวดรู้หน้าไหนวะ แกมีสิทธิ์อะไรมาตัดสิน?]
[นั่นดิ ถึงสูตรอาหารของนักเขียนมันจะดูหลุดโลกไปหน่อยก็เถอะ แต่ไอ้ที่แกด่ามา ฉันว่ามันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นป่ะ?]
ไม่นาน หมิงจูก็ตอบกลับมา
หล่อนไม่เพียงแต่โพสต์โชว์ใบประกาศนียบัตรด้านอาหารฝรั่งเศส แต่ยังโพสต์ใบรับรองการเป็นสมาชิกของสมาคมอาหารอวดหราอีกด้วย
[หมิงจู: (รูปภาพ)/(รูปภาพ)/ นี่คือใบรับรองสมาชิกเหรียญทองแดงของสมาคมอาหาร ใบประกาศนียบัตรอาหารฝรั่งเศส แล้วก็ใบจบการศึกษาจากโรงเรียนสอนทำอาหาร]
[หมิงจู: ตอนนี้ฉันมีสิทธิ์พอหรือยังล่ะ? พวกคนนอกอย่างพวกนาย ย่อมไม่มีทางเข้าใจหรอกว่า การทำเนื้อตุ๋นไวน์แดงให้เสร็จภายในครึ่งชั่วโมง มันหมายความว่ายังไง]
สวี่โจวกดเข้าไปดูใบรับรองของสมาคมอาหาร และใบจบจากโรงเรียนสอนทำอาหาร ถึงแม้รูปหน้าจะถูกเซนเซอร์ไว้ แต่ก็พอมองออกว่าชื่อบนนั้นตรงกัน
เจียงหมิงจู
สวี่โจวอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา "วันนี้ดันมาเจอของจริงเข้าให้แล้วเหรอเนี่ย?"
แต่ทำไมชื่อนี้มันคุ้นๆ หูจังวะ...
เขาจ้องมองชื่อนี้อยู่นานสองนาน แต่ก็นึกไม่ออกสักทีว่าเคยเห็นหรือได้ยินจากที่ไหน