เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 การ์ตูนเรื่องนี้จ้างหน้าม้ามาปั่นกระแสหรือเปล่า?

บทที่ 6 การ์ตูนเรื่องนี้จ้างหน้าม้ามาปั่นกระแสหรือเปล่า?

บทที่ 6 การ์ตูนเรื่องนี้จ้างหน้าม้ามาปั่นกระแสหรือเปล่า?


หลังจากกินข้าวเสร็จ สวี่โจวก็ตั้งใจจะปั่นการ์ตูนตอนที่สองต่อทันที

ตั้งแต่ทะลุมิติมา เขารู้สึกว่าความเร็วในการวาดรูปของตัวเองก็ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นไม่น้อยเลยทีเดียว

เมื่อก่อนการ์ตูนหนึ่งตอนต้องใช้รูปหกถึงสิบสองหน้ากระดาษ บางตอนที่เนื้อหาเยอะหน่อยก็ปาเข้าไปสิบกว่าถึงยี่สิบสามสิบหน้าเลยทีเดียว

อันที่จริงความเร็วในการลงเส้นวาดรูปไม่ได้ช้าหรอกนะ แต่ขั้นตอนที่สูบเวลาไปมากที่สุดก็คือการวางสตอรีบอร์ดและการออกแบบพล็อตเรื่องต่างหาก

ทว่าสำหรับตัวเขาแล้ว ทั้งสตอรีบอร์ด พล็อตเรื่อง และบทสนทนาของการ์ตูนเรื่อง ‘ยอดนักปรุงโซมะ’ ล้วนมีพร้อมอยู่ในหัวหมดแล้ว

เขาสามารถจดจำทุกฉากทุกตอนได้อย่างแม่นยำชัดเจนราวกับเปิดดูจากแผ่นฟิล์ม เวลาลงมือวาดก็แทบจะไม่ต้องเสียเวลาคิดรายละเอียดอะไรให้วุ่นวาย แค่วาดตามภาพในหัวก็พอ ความเร็วในการปั่นงานจึงพุ่งกระฉูดราวกับติดจรวด

“เริ่มวาดได้!”

ในตอนนี้สวี่โจวเต็มเปี่ยมไปด้วยไฟในการทำงานสุดๆ “เพื่อเมนูใหม่ๆ ในร้านอาหารของฉัน!”

“เนื้อหาในตอนที่สองคือฉากที่พระเอกเริ่มเข้าสอบคัดเลือกเพื่อเข้าเรียนในโรงเรียนโทสึกิ และในการสอบคัดเลือกก็มีเมนูใหม่โผล่มาด้วย!”

เขาคว้าเมาส์ปากกาขึ้นมาแล้วเริ่มปั่นการ์ตูนตอนที่สองของการ์ตูนเรื่อง ‘ยอดนักปรุงโซมะ’ อย่างเมามัน

เปิดฉากตอนที่สองมาก็เป็นภาพในโรงเรียนโทสึกิ นางเอกอย่าง ‘นาคิริ เอรินะ’ กำลังใช้ลิ้นพระเจ้าของเธอลิ้มรสอาหารของผู้เข้าสอบคนอื่นๆ และวิจารณ์เมนูข้าวต้มหอยนางรมซะสับเละไม่มีชิ้นดี

“ข้าวต้มหอยนางรมนี่มัน...”

“รสชาติห่วยแตกบัดซบซะจนเหมือนไปแช่ออนเซ็นรวมกับลิงกอริลลาที่ราบต่ำทิศตะวันตกเลยแฮะ!”

นางเอกคนนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ!

นอกจากจะมีลิ้นพระเจ้าที่สามารถแยกแยะรสชาติอาหารได้ตั้งแต่เพิ่งเกิดมาลืมตาดูโลกได้แค่สามเดือนแล้ว คำวิจารณ์ของเธอที่มีต่อร้านอาหารใดร้านหนึ่งยังสามารถชี้เป็นชี้ตายส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดขายของร้านนั้นได้เลยทีเดียว

พอวาดมาถึงตรงนี้ สวี่โจวก็ชะงักไปชั่วครู่ ยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ พลางลังเลใจว่าจะแก้บทสนทนาสักหน่อยดีไหม

“การเปรียบเทียบรสชาติอาหารแบบนี้มันจะดูนามธรรมเกินไปหน่อยไหมเนี่ย...”

“ขืนวาดออกไปแบบนี้มีหวังโดนด่าเปิงอีกแหงๆ”

ช่างเถอะ

ถ้าแค่นี้ยังรับไม่ได้ แล้วฉากกินอาหารจนเสื้อผ้าขาดกระจุยกระจายในตอนหลังๆ จะทำยังไงล่ะวะ?

...

สวี่โจวทำได้แค่บ่นอุบอิบในใจเงียบๆ แล้วลงมือวาดต่อไป

เนื่องจากออร่าความน่าเกรงขามของนาคิริ เอรินะผู้เป็นนางเอกนั้นแผ่ซ่านจนน่าขนลุก พอทุกคนได้ยินว่าเธอคือผู้คุมสอบ ต่างก็พากันเผ่นหนีป่าราบจนหมด เหลือเพียงแค่พระเอกยูคิฮิระ โซมะเพียงคนเดียวที่ยังคงยืนหยัดอยู่

แถมหัวข้อในการสอบคัดเลือกยังเป็นโจทย์ที่เกี่ยวกับไข่ไก่อีกต่างหาก นาคิริ เอรินะเชิดหน้าขึ้นด้วยท่าทางหยิ่งยโส

“งั้นฉันจะลองชิมดูสักหน่อยก็แล้วกัน”

“ไอ้เชฟกระจอกชั้นต่ำอย่างนาย กับรสชาติเหมือนอาหารหมาที่อยู่จุดต่ำสุดของวงการอาหารน่ะ...”

เธอสบประมาทพระเอกอย่างไม่ปิดบัง และเมื่อพระเอกโดนดูถูกเข้า เขาก็เครื่องติดขึ้นมาทันที!

ตอกไข่!

หั่นผัก!

มือตวัดมีดลงสับ รวดเร็วปานสายลม!

ตอนที่พระเอกยูคิฮิระ โซมะปลดผ้าพันมือออก มันช่างดูราวกับกำลังปลดผนึกพลังที่หลับใหลอยู่ยังไงยังงั้น

“สิ่งที่ฉันจะทำก็คือ เมนูลับหมายเลข 8 ของร้านอาหารยูคิฮิระ ข้าวคลุกไข่ดิบ!”

“แน่นอนว่ามันไม่ใช่ข้าวคลุกไข่ดิบธรรมดาๆ หรอกนะ!”

“สิ่งที่ฉันจะทำก็คือ ข้าวคลุกไข่แปลงร่างต่างหาก!”

เนื้อหาในตอนที่สองครึ่งแรกมีไม่เยอะนัก หลังจากวาดไปได้ครึ่งตอน สวี่โจวก็กดอัปโหลดทันที

ในระบบก็มีเมนูใหม่ที่ต้องการการรวบรวมค่าความปรารถนาปรากฏขึ้นมาด้วย

[ค่าความปรารถนาเมนูเนื้อย่างจำแลง: 135/1000 (2)]

[ค่าความปรารถนาเมนูข้าวคลุกไข่แปลงร่าง: 0/100 (1)]

เดิมทีค่าความปรารถนาของเมนูเนื้อย่างจำแลงในช่วงบ่าย ลูกค้าสองคนช่วยกันเพิ่มมาให้แค่คนละ 15 แต้มเท่านั้น

ส่วนในช่วงค่ำ บางทีอาจจะพอมีนักอ่านหน้าใหม่หลงเข้ามาบ้าง ตัวเลขถึงได้ขยับขึ้นมากระปริบกระปรอยแค่ 5 แต้ม

...

สวี่โจวเหลือบมองข้อมูลสถิติการ์ตูนของตัวเองแวบหนึ่ง

พอกดเข้าไปดูก็เป็นอย่างที่คิด สวีข่ายเข้าไปตั้งกระทู้รีวิวในช่องคอมเมนต์การ์ตูนของเขาจริงๆ แถมยังโดนทัวร์ลงยับเยินอีกต่างหาก

[สวีข่าย: แนบรูป/นี่คือใบเสร็จ ร้านนี้มีอยู่จริงนะโว้ย! แอดไลน์มาได้เลย เดี๋ยวฉันส่งโลเคชันให้ หรือจะให้พาไปก็ยังได้!]

พวกนักอ่านหน้าใหม่ที่เพิ่งอ่านตอนที่หนึ่งจบแล้วกดเข้ามาดูคอมเมนต์ ต่างก็รุมสับสวีข่ายกันอย่างไม่ไว้หน้า

[รับงานมาเท่าไรล่ะเนี่ย?]

[แอ็กเคานต์หลุมของนักเขียนปะเนี่ย?]

[มุกต้มตุ๋นแบบใหม่เหรอวะ?]

[นายกล้าบอกว่าไอ้อาหารออริจินัลบ้าบอคอแตกอะไรนี่ กล้าขายในชีวิตจริงจานละพันแปดร้อยแปดสิบแปดหยวนเลยเหรอวะ? โคตรหน้าด้านเลย]

มีเพียงนักอ่านการ์ตูนคนเดียวที่คอมเมนต์ดูเหมือนจะเป็นแง่บวก

[หวังลู่ลู่ : โอเวอร์ไปหน่อยนะ ตอนต่อๆ ไปก็ช่วยปรับปรุงหน่อยแล้วกัน ส่วนลายเส้นก็ถือว่าวาดได้ดีทีเดียว]

ทว่าความอบอุ่นเพียงหนึ่งเดียวนี้ กลับมลายหายไปทันทีที่สวี่โจวอัปโหลดตอนที่สองครึ่งแรกเสร็จสิ้น

เธอกลายร่างเป็นแอนตี้แฟนไปซะแล้ว

แถมยังมาทิ้งคอมเมนต์ไว้ตรงส่วนของ ‘ลิ้นพระเจ้า’ อีกต่างหาก

[ฉันนี่แหละหน่วยกล้าตาย! ทุกคนหนีไป! เรียกแท็กซี่หนีไปเดี๋ยวนี้เลย!]

ไม่พอยังร่ายยาวเป็นเรียงความร้อยกว่าตัวอักษรทิ้งไว้ในช่องคอมเมนต์อีก

[ผู้กล้าชิมลางมาโปรดแล้วจ้า! การ์ตูนเรื่องนี้มีแต่ความกาวล้วนๆ หนีไป!

[หวังลู่ลู่ : ฉันนี่แหละหน่วยกล้าตาย! สงสัยนักเขียนการ์ตูนเรื่องนี้คงจะซดเหล้าขาวปลอมไปสักสองชั่งก่อนวาดแหงๆ ในนี้ไม่เพียงแต่จะมีสูตรอาหารออริจินัลมั่วๆ ซั่วๆ เท่านั้น แต่อาหารของเขายังเปล่งแสงสีทองได้ด้วยนะ ที่หลุดโลกที่สุดก็คือในตอนที่สอง นางเอกดันมีสกิลลิ้นพระเจ้าซะงั้น... คำเดียวสั้นๆ หนีไป!]

ด้านล่างมีข้อความเด้งขึ้นมารัวๆ หลายข้อความติด

[ขอบคุณผู้กล้าชิมลางที่มาชี้ทางสว่าง เผ่นละจ้า]

[กาวเกินไปแล้ว เวอร์วังอลังการสุดๆ อาหารต่อให้อร่อยเหาะแค่ไหน มันจะไปทำให้คนกินหน้าแดงได้ยังไงวะ? แถมแอดมินยังเอาแอ็กเคานต์หลุมมาอวยตัวเอง ไม่พอยังเปย์เงินให้ตัวเองอีก ไม่รู้สึกเขินบ้างหรือไง?]

[หวังลู่ลู่ตอบกลับ: กาวจริงๆ นะ! ประเด็นคือเมนูอาหารในตอนที่สองที่นักเขียนใช้ ดันเป็นเมนูข้าวคลุกไข่ดิบเนี่ยสิ

นี่มันอาหารบดสำหรับเด็กทารกไม่ใช่เหรอ? อาหารบดของหลานฉันยังมีประโยชน์ครบถ้วนกว่านี้อีก! กล้าเอาสูตรอาหารพรรค์นี้มาขิงเนี่ยนะ ไม่อายบ้างหรือไง?]

“......”

ในฐานะนักสร้างสรรค์ผลงาน พอสวี่โจวเห็นคำว่า ‘ผู้กล้าชิมลาง’ เขาก็เกิดอาการหวาดผวาอย่างหนักราวกับเป็นโรค PTSD

ฉันอุตส่าห์อดตาหลับขับตานอนวาดแทบตาย เธอกลับมาด่าว่าการ์ตูนของฉันมีแต่ความกาวเนี่ยนะ!

จิตใจทำด้วยอะไรฮะ ไม่รู้สึกรู้สาอะไรบ้างเลยหรือไง!

เขาเหลือบมองดูค่าความปรารถนาของเมนูข้าวคลุกไข่แปลงร่างที่ยังคงหยุดนิ่งอยู่ที่ [0] สวี่โจวก็กดเข้าไปดูหน้าโปรไฟล์ของนักอ่านสองสามคนที่มาทิ้งคอมเมนต์ไว้

พอดูกวาดสายตาไปรอบหนึ่ง ก็พบว่ามีแค่หน้าโปรไฟล์ของ ‘หวังลู่ลู่’ คนนี้คนเดียวเท่านั้นที่เต็มไปด้วยประวัติการอ่านอนิเมะอาหาร แถมยังมีคอมเมนต์รีวิวยาวเหยียดอีกเพียบ

[หวังลู่ลู่คอมเมนต์เรื่อง ‘จากเด็กล้างผักสู่เชฟใหญ่’: อ๊า! วิธีฝึกหั่นผักแบบนี้มันได้ผลจริงๆ ด้วย!]

[หวังลู่ลู่คอมเมนต์เรื่อง ‘จากเด็กล้างผักสู่เชฟใหญ่’ ตอนที่ 100 : ลองทำตามสูตรอาหารดูแล้วนะ! อร่อยเหาะไปเลย!]

“เอาคนนี้แหละ”

เดิมทีมือของสวี่โจวกำลังจะกดลบกระทู้ของผู้กล้าชิมลางคนนี้ทิ้งไปแล้ว แต่เขาก็ชะงักมือไว้ ก่อนจะเริ่มรัวคีย์บอร์ดคอมเมนต์ตอบกลับอย่างบ้าคลั่ง

“ตาบอดหรือไงถึงไม่เห็นว่าเป็นข้าวคลุกไข่แปลงร่าง? มันใช่ข้าวคลุกไข่ดิบกะโหลกกะลาตามท้องตลาดรูหนูบ้านคุณที่ไหนล่ะ?”

“ไข่ไก่ที่คนอื่นใช้ก็แค่ไข่ไก่โง่ๆ ที่ซื้อตามซูเปอร์มาร์เก็ต แต่ไข่ไก่ที่ผมใช้มันพรีเมียมยิ่งกว่าไข่ของไก่ที่ฟักออกมาพร้อมกับฟังเพลงคลาสสิกซะอีก!”

“อย่าเอาสูตรข้าวคลุกไข่ดิบบ้านนอกๆ เหมือนหน้าคุณ มาเทียบชั้นกับสูตรข้าวคลุกไข่แปลงร่างของผมให้มันมากนักเลย!”

“หัดเปิดโลกกินของดีๆ ซะบ้างเถอะ”

หลังจากสาดกระสุนน้ำลายใส่หวังลู่ลู่ไปเป็นกระบุงโกย สวี่โจวก็ตระเวนจุดไฟใส่ชาวบ้านไปทั่วช่องคอมเมนต์อย่างไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งนั้น

ด่ากราดแบบมืดฟ้ามัวดิน แถมยังด่าแบบมีชั้นเชิงสุดๆ

“นักเขียนอย่างแกนอกจากจะเก่งแต่ปากแล้ว ยังมีปัญญาทำอะไรได้อีกฮะ?”

“ปัญญาทำข้าวคลุกไข่แปลงร่างไงล่ะ แถมผมยังเปิดร้านอิซากายะอยู่ที่เมืองซงหนานด้วย ไม่เคยล่ะสิ? คนอย่างคุณก็คงทำได้แค่ดูรูปในเน็ตแล้วน้ำลายหยดเป็นหมาได้ยินเสียงเคาะจานข้าวหมาไปวันๆ นั่นแหละ”

“คิดว่าเปิดร้านอิซากายะแล้วมันเท่นักหรือไงฮะ? แกคอยดูเถอะ พ่อจะนั่งแท็กซี่ไปถล่มให้หนึ่งดาวร้านแกให้ดู!”

“เหอะ หน้าอย่างนายเนี่ยนะจะกล้ามา? ขี้ขลาดตาขาวเป็นเต่าหดหัวขนาดนี้ อย่ามาทำเป็นพูดให้ขำหน่อยเลย”

หลังจากส่งข้อความท้าทายกลับไป สวี่โจวก็ชำเลืองมองค่าความปรารถนาด้วยความคาดหวัง

อุตส่าห์ใช้แผนยั่วยุเบอร์แรงขนาดนี้ เมื่อวานยังได้ผล วันนี้ก็น่าจะใช้ได้ผลเหมือนกันแหละน่า?

โดนด่าว่าเป็นเต่าหดหัวขนาดนี้ ยัยนั่นต้องนั่งแท็กซี่มากินข้าวที่ร้านเพื่อกดให้ดาวเดียวชัวร์ป้าบ!

พอมองดูอีกที

ก็เป็นไปตามคาด

[ค่าความปรารถนาเมนูเนื้อย่างจำแลง: 145/1000 (2)]

[ค่าความปรารถนาเมนูข้าวคลุกไข่แปลงร่าง: 48/100 (1)]

ค่าความปรารถนาของสูตรอาหารทั้งสองเริ่มขยับขึ้นอย่างช้าๆ เมนูข้าวคลุกไข่แปลงร่างยิ่งพุ่งทะยานจากศูนย์ไปถึงสี่สิบแปดแต้มเลยทีเดียว

“เยี่ยมไปเลย”

“พอตื่นมาพรุ่งนี้เช้า ก็น่าจะเต็มร้อยพอดี”

จบบทที่ บทที่ 6 การ์ตูนเรื่องนี้จ้างหน้าม้ามาปั่นกระแสหรือเปล่า?

คัดลอกลิงก์แล้ว