เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 ผมมีเมนูใหม่!

บทที่ 2 ผมมีเมนูใหม่!

บทที่ 2 ผมมีเมนูใหม่!


พอตกค่ำช่วงเวลาอาหารเย็น สวี่อี้และจางอิงหงก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดกับสวี่โจวในที่สุด

“ลูกคิดว่ายังไงล่ะ?”

สองสามีภรรยามีแววตากังวลใจอยู่บ้าง พวกเขานำบิลค่าใช้จ่ายของร้านอิซากายะในเดือนนี้มากางตรงหน้าสวี่โจว

“พ่อกับแม่คิดว่าปิดร้านอิซากายะนี่ไปซะเถอะ ขืนเปิดต่อไปก็มีแต่จะขาดทุนย่อยยับทุกวัน...”

“ถ้ายังขาดทุนต่อไปแบบนี้ อีกไม่กี่วันเงินเก็บก็คงร่อยหรอไปจนหมดแล้วล่ะ”

“แถมคะแนนในแอปเหมยถวนก็ร่วงลงมาเหลือแค่สองจุดห้าแล้ว ร้านนี้คงไม่มีลูกค้าคนไหนอยากมาเหยียบแล้วล่ะ”

ราวกับกลัวว่าลูกชายจะกังวลใจ ทั้งสองจึงวางบัตรธนาคารลงบนโต๊ะโดยตรงด้วยสีหน้าเคร่งเครียดกระวนกระวาย

“เงินที่เหลืออยู่ของบ้านเราทั้งหมดอยู่ที่นี่แล้ว ร้านนี้...”

“เปิดร้านนี้ต่อไปเถอะครับ”

สวี่โจวมองบัตรธนาคารบนโต๊ะพลางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เงินในบัตรนี้ถือซะว่าเป็นเงินทุนตั้งตัวที่ผมขอยืมมาหมุนก่อนก็แล้วกันนะครับ รอให้ร้านกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ผมจะหามาคืนให้พ่อแม่เอง”

การซื้อวัตถุดิบแฟนตาซีในระบบก็น่าจะต้องใช้เงินเหมือนกัน ตอนนี้เขายังไม่รู้แน่ชัดว่าต้องใช้เงินมากน้อยแค่ไหน

“เสี่ยวโจว...”

ผู้เป็นแม่มองมาด้วยสีหน้าเหมือนมีคำพูดจุกอยู่ที่คอ “ลูกตั้งใจจะเปิดร้านต่อไปจริง ๆ เหรอจ๊ะ?”

“ครับ”

สวี่โจวฉีกยิ้มกว้าง “แม่ครับ ผมมีเมนูใหม่แล้วนะ!”

เมนูใหม่?

สองสามีภรรยาฟังแล้วถึงกับอึ้งไปเลย พวกเขารู้สึกสับสนงุนงง ลูกชายของตัวเองทำอาหารเป็นตั้งแต่เมื่อไรกัน?

แต่เมื่อเห็นท่าทางที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของสวี่โจว ทั้งสองก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ

หลังจากพูดคุยกับพ่อแม่สั้น ๆ สวี่โจวก็กลับเข้าห้อง เตรียมตัววาดการ์ตูนตอนที่หนึ่งครึ่งหลังให้เสร็จ

ทว่าพอเปิดช่องคอมเมนต์ดู ก็มีคอมเมนต์ใหม่เอี่ยมอ่องปรากฏขึ้นมา

[คนที่ไม่เคยทำอาหารช่วยกรุณาอย่าวาดอนิเมะอาหารได้ไหม?]

“......”

นักสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ดีก็ควรจะเมินเฉยต่อคอมเมนต์แย่ ๆ สิ!

สวี่โจวสูดหายใจเข้าลึก ๆ เตรียมจะมองข้ามคอมเมนต์นี้ไป ตัวเขาเป็นนักสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว จะไม่ลดตัวลงไปถือสาหาความกับพวกแอนตี้แฟนหรอก!

กำลังจะเมินเฉยอยู่แล้วเชียว แต่กลับเห็นว่ายูสเซอร์คนนี้ดูเหมือนจะยังหงุดหงิดไม่หาย ถึงได้ไปทิ้งคอมเมนต์วิจารณ์เป็นย่อหน้าไว้ตรงส่วนของ ‘เมนูเนื้อย่างจำแลง’ อีก

[สูตรอาหารออริจินัล? ไปเอาความกล้ามาจากไหนกัน? ถ้าทำอาหารไม่เป็นแต่อยากวาดอนิเมะอาหาร แกก็ไปลอกสูตรอาหารมาสิวะ นี่ถึงขนาดลอกยังลอกไม่เป็นเลยเหรอ?]

“ถอยหนึ่งก้าวฟ้ากว้างทะเลใส... ถอยบ้าอะไรล่ะ!”

[ร้านอิซากายะอี้โจวตอบกลับ: ?]

เดิมทีเขาพิมพ์ข้อความตอบโต้เตรียมไว้ตั้งยืดยาว แต่คิดไปคิดมาก็รู้สึกว่าไม่มีอะไรจะเรียบง่ายและตรงประเด็นไปกว่าเครื่องหมายคำถามเพียงตัวเดียวอีกแล้ว

หลังจากตอบกลับไป อีกฝ่ายก็เงียบหายไปนานไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบใด ๆ

ดูเหมือนว่าแฟนมังงะคนนี้คงจะโดนกวนประสาทจนหนีเตลิดไปแล้ว

สวี่โจวเหลือบมองยอดวิวและยอดกดเข้าชั้น

[ยอดวิว : 1]

[ยอดกดเข้าชั้น : 0]

“ช่างเถอะ”

“รีบอัปโหลดตอนที่หนึ่งครึ่งหลังลงไปก่อนดีกว่า”

“แสงสีทอง... สว่างขึ้นอีกนิด!”

“สีหน้าตัวร้ายก็ต้องให้โอเวอร์กว่านี้อีกหน่อย!”

สวี่โจวหยิบเมาส์ปากกาขึ้นมาเริ่มปั่นการ์ตูนอย่างบ้าคลั่ง

ทันทีที่อาหารของพระเอกยูคิฮิระ โซมะถูกยกออกมา ตัวร้ายก็ถูกความน่ากินสะกดจนใบ้แดกไปเลย

ส่วนลูกน้องของตัวร้ายยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ ถึงขั้นวิ่งหน้าตั้งเข้ามายืนจ้องอาหารจานนี้เขม็ง แทบจะอยากกลายร่างเป็นเสือหิวพุ่งกระโจนเข้าไปกัดกินให้รู้แล้วรู้รอด

ตัวร้ายหญิงใบหน้าแดงซ่าน แววตาเลื่อนลอย

“ได้โปรด... ให้ฉันชิม... มากกว่านี้เถอะ!”

พอวาดมาถึงตรงนี้ สวี่โจวก็ยังอดไม่ได้ที่จะบ่นอุบอิบออกมาเองว่า “นี่ไม่ได้แอบวางยาในอาหารใช่ไหมเนี่ย?”

“รีแอ็กชันแบบนี้มันจะดูโอเวอร์เกินไปไหมนะ? อนิเมะอาหารของโลกนี้ยิ่งเน้นความสมจริงกันอยู่ด้วย...”

หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สวี่โจวก็สลัดความคิดทั้งหมดทิ้งไป

ช่างหัวมันประไร!

อนิเมะอาหารถ้าไม่มีแสงสีทองสาดประกาย จะเรียกว่าอนิเมะอาหารได้ยังไงกัน?

ตอนที่หนึ่งครึ่งหลังส่วนใหญ่เป็นฉากชิมอาหาร หลังจากที่พวกตัวร้ายได้ลิ้มรสความอร่อยแล้ว พวกเขาก็ล้มเลิกความตั้งใจที่จะมากว้านซื้อร้านของพระเอกไป

พระเอกคิดมาตลอดว่าจะได้เปิดร้านเล็ก ๆ นี้ร่วมกับพ่อต่อไป แต่ผู้เป็นพ่อกลับบอกให้เขาไปเรียนที่โรงเรียนโทสึกิ

ฉากสุดท้ายไปหยุดอยู่ตรงประโยคของพ่อพระเอกยูคิฮิระ โซมะที่พูดว่า “ถึงเวลาที่แกต้องออกเดินทางแล้ว โซมะ”

ถึงแม้จะมีมังงะแค่สามหน้าใหญ่ ๆ แต่สวี่โจวก็วาดได้เร็วมาก ใช้เวลาแค่ช่วงบ่าย เขาก็วาดเนื้อหาครึ่งหลังจนเสร็จสมบูรณ์

พอวาดเสร็จ เขาก็กดอัปโหลดตอนที่หนึ่งครึ่งหลังลงไปทันที

“ฉันขยันขนาดนี้!”

“มันก็ต้องมีคนเข้ามาชมกันบ้างแหละน่า!”

หลังจากอัปโหลดเสร็จเรียบร้อย

สวี่โจวก็ไปกินข้าว พอกลับมาเขาก็กดรีเฟรชหน้าช่องคอมเมนต์ด้วยความคาดหวังเต็มเปี่ยม แต่พอกดรีเฟรชปุ๊บ รอยยิ้มก็พลันแข็งค้างอยู่บนมุมปากทันที

[แกเคยเห็นอาหารเปล่งแสงได้ด้วยเหรอวะ? วาดมั่วซั่วอะไรเนี่ย?]

[อาหารที่พระเอกแกทำแอบใส่ยาปลุกเซ้กส์ลงไปหรือไง? แค่กินข้าวประสาอะไรถึงขั้นหน้าแดงกระเส่าได้ขนาดนั้น?]

[ไอ้เมนูเนื้อย่างจำแลงนี่มันคืออาหารอะไรกัน? ทำไมฉันไม่เห็นเคยได้ยินชื่อเมนูนี้มาก่อนเลย?]

[กดแฟบไว้ละ ฉันล่ะอยากจะรอดูจริง ๆ ว่าแกจะวาดอะไรที่มันหลุดโลกออกมาได้อีก...]

ดูเหมือนว่าระบบจะดันยอดวิวแบบอัจฉริยะ

ถึงแม้คนที่กดเข้ามาอ่านจะเอาแต่ด่าก็เถอะ แต่ในมุมมองของระบบดันยอดวิวอัจฉริยะ พวกเขาไม่ได้แค่อ่านตอนที่หนึ่งจนจบเท่านั้น แต่ยังทิ้งคอมเมนต์เอาไว้อีกด้วย

มันก็เลยกลายเป็นว่ายิ่งมีคนเข้ามาดูเยอะขึ้นไปอีก

[ยอดวิวยอดนักปรุงโซมะ: 20]

[ยอดกดเข้าชั้นยอดนักปรุงโซมะ: 15]

[ยอดคอมเมนต์ยอดนักปรุงโซมะ: 23]

ตอนที่สวี่โจวเห็นคอมเมนต์แย่ ๆ ไหลมาเป็นสาย เขาก็ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง แต่พอสายตาไปหยุดอยู่ตรงตัวเลข [ค่าความปรารถนา 0/100] ความคิดแปลกประหลาดบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัว

เดี๋ยวก่อนนะ

ข้อกำหนดของค่าความปรารถนานี้ ดูเหมือนจะต้องการให้ทุกคนมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะได้กินอาหารจานนี้จากใจจริงใช่ไหม?

สวี่โจวใจเต้นตึกตัก วางมือลงบนคีย์บอร์ดแล้วเริ่มพิมพ์ตอบโต้กลับไปอย่างบ้าคลั่ง ใต้คอมเมนต์แย่ ๆ ทุกอันล้วนมีข้อความตอบกลับของเขาเพิ่มเข้าไป

“บ้านผมเปิดร้านอิซากายะครับ เมนูนี้ก็คือเมนูใหม่ของร้านผมเอง!”

“การที่คุณไม่เคยเห็นไม่ได้แปลว่ามันไม่มีอยู่จริงสักหน่อย!”

“ลองมากินเองดูสิ แล้วคุณจะรู้ว่าหน้าแดงมันเป็นยังไง!”

“เคยกินหรือยัง? ถ้ายังไม่เคยรับประทานแล้วจะมาพ่นน้ำลายวิจารณ์ทำไม?”

“แค่เมนูเนื้อย่างจำแลงยังไม่รู้จัก คุณยังมีหน้ามาเรียกตัวเองว่าเป็นนักกินตัวยงอีกเหรอ?”

จากปฏิบัติการโต้กลับสุดป่วนนี้ ค่าความปรารถนาก็พุ่งสูงขึ้นอย่างที่คาดไว้จริง ๆ

[ค่าความปรารถนาเมนูเนื้อย่างจำแลง +1+1+1...]

หลังจากผ่านการปะทะคารมอย่างดุเดือดในช่องคอมเมนต์นานถึงสองชั่วโมง ในที่สุดเหล่านักอ่านการ์ตูนก็เริ่มมีน้ำโหขึ้นมาจริง ๆ แล้ว

[ได้ แกมันเจ๋ง ฉันไม่เคยเห็นนักวาดคนไหนปากเก่งเท่าแกมาก่อนเลย คอยดูเถอะ ฉันจะไปลองกินดู ถ้ามันไม่อร่อยล่ะก็ พ่อจะเอาแอ็กเคานต์หลุมสิบอันมาแบ่งกดให้ห้าดาวสักห้าครั้งไปเลย!]

คนที่โพสต์คอมเมนต์นี้คือนักกินตัวยงที่ชื่อสวีข่าย ซึ่งมักจะชอบดูอนิเมะอาหารเป็นประจำ

บังเอิญว่าสวีข่ายทำงานอยู่ที่เมืองซงหนานพอดี ในวันธรรมดานอกจากเขาจะชอบกินของอร่อยแล้ว เขาก็ชอบดูอนิเมะอาหารนี่แหละ

อนิเมะอาหารส่วนใหญ่จะมีวิธีทำอาหารแนบมาให้ด้วยทุกเมนู ทำให้สามารถดูอนิเมะไปพร้อมกับลองทำตามไปด้วยได้

หลังจากปะทะฝีปากกับนักเขียนในช่องคอมเมนต์ของการ์ตูนยอดนักปรุงโซมะมาเป็นชั่วโมง พอเขาเห็นข้อความตอบกลับล่าสุดของนักเขียน เขาก็ถึงกับโมโหจนหลุดขำออกมา

[ร้านอิซากายะอี้โจวตอบกลับคุณ: ขอแค่มีคนมาทิ้งคอมเมนต์ไว้ในช่องคอมเมนต์ครบหนึ่งร้อยคน และอยากจะกินเมนูนี้จากใจจริง ผมก็จะเปิดหูเปิดตาให้พวกคุณได้เห็นเป็นขวัญตาเอง!]

“โคตรจะปากดีเลยโว้ย!”

“ร้อยคนใช่ไหม?”

“เหอะ มากระตุกต่อมโมโหคนอย่างฉันซะแล้วสิ!”

สวีข่ายแชร์การ์ตูนเรื่องนี้ลงในกลุ่มแชตแฟนคลับอนิเมะอาหาร หลังจากแชร์เสร็จ เขายังแจกอั่งเปาลงไปในกลุ่มอีกสองซองด้วย

[สวีข่าย: ใครอยู่เมืองซงหนานบ้าง? คนเมืองซงหนานมากดรับอั่งเปา แล้วช่วยเข้าไปกดเข้าชั้นกับคอมเมนต์ให้การ์ตูนเรื่องนี้หน่อย!]

[สวีข่าย: นักวาดการ์ตูนเรื่องนี้มันปากแข็งอ้างว่าไอ้เมนู 'เนื้อย่างจำแลง' อะไรนั่นเป็นเมนูใหม่ในร้านอิซากายะของบ้านมัน... พวกนายลองเข้าไปดูเอาเองเถอะ!]

บ้านของสวีข่ายไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินทอง อั่งเปาที่แจกไปก็เลยซองใหญ่ไม่เบา

ทันทีที่อั่งเปาถูกส่งออกไป สมาชิกในกลุ่มพอกดรับเสร็จก็พากันแห่ไปมุงดูช่องคอมเมนต์ของการ์ตูน ‘ยอดนักปรุงโซมะ’ ทันที

[ไช่ไช่: นักเขียนคนนี้ขี้โม้ชะมัด อาหารบ้าอะไรจะทำให้คนกินแล้วหน้าแดงแถมมีรีแอ็กชันแบบในการ์ตูนได้วะ? หมอนี่คิดว่าตัวเองเป็นเทพเจ้าแห่งอาหารหรือไง?]

[ไช่ไช่: กดแฟบแล้ว! คอมเมนต์แล้ว! ต้องการร้อยคนใช่ไหม? เดี๋ยวฉันไปลากคนมาให้เดี๋ยวนี้แหละ!]

ไม่นานนัก ยอดคอมเมนต์ในการ์ตูนของสวี่โจวก็ระเบิดตู้ม

เขามองดูค่าความปรารถนาที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยตาตัวเอง

และในช่วงเที่ยงของวันต่อมา ในที่สุดตัวเลขก็พุ่งทะยานไปแตะเส้น 100 จนได้

จบบทที่ บทที่ 2 ผมมีเมนูใหม่!

คัดลอกลิงก์แล้ว