- หน้าแรก
- จากหนี้หลักล้านสู่ที่หนึ่งของระบบโลกเปียโน
- บทที่ 24 - เบอร์เกอร์ ราคาที่เกินจะจินตนาการ
บทที่ 24 - เบอร์เกอร์ ราคาที่เกินจะจินตนาการ
บทที่ 24 - เบอร์เกอร์ ราคาที่เกินจะจินตนาการ
บทที่ 24 - เบอร์เกอร์ ราคาที่เกินจะจินตนาการ
"ครูหลี่คะ หมายความว่าวันนี้เสี่ยวเป่ยไม่ได้ขึ้นเนื้อหาใหม่เลยเหรอคะ ?" แม่ของเสี่ยวเป่ยถาม
หลี่อันอธิบาย "วันนี้เราเน้นไปที่การเสริมความแข็งแกร่งของเนื้อหาในหน้าแรกครับ ขั้นตอนการรวมมือจะค่อนข้างช้าหน่อย แต่คุณแม่สบายใจได้ครับ เพลงนี้ในช่วงหลังจะมีท่อนที่ซ้ำกันเยอะมาก ดังนั้นการที่แกซ้อมหน้าแรกได้คล่อง ก็เท่ากับว่าแกซ้อมได้ถึงสองหน้าแล้วครับ"
พอได้ฟังหลี่อันอธิบายแบบนั้น แม่ของเสี่ยวเป่ยจึงค่อยเบาใจลง ตามแผนที่เธอวางไว้ เพลงนี้มี 4 หน้า เสี่ยวเป่ยควรจะเรียนคาบละหน้าถึงจะจบเพลงได้ภายในครึ่งเดือน
แม่เสี่ยวเป่ย "ค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ งั้นคาบหน้าเรายังจัดตารางไว้เป็นวันอาทิตย์เหมือนเดิมนะคะ ?"
หลี่อัน "ครับ ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงอะไรคุณแม่แจ้งผมล่วงหน้าได้เลยครับ อีกอย่าง ช่วงนี้รบกวนคุณแม่เตรียมแบบฝึกหัดให้ลูกสองเล่มนะครับ เล่มแรกคือแบบฝึกหัดของเชอร์นี 599 และอีกเล่มคือบทเพลงเปียโนระดับต้นของบาคครับ"
"พอเด็กซ้อมเพลงนี้จบ เนื้อหาถัดไปเราจะต้องเริ่มใช้แบบฝึกหัดหลายเล่มมาสอดประสานกันในการเรียนแล้วครับ"
"ที่ร้านหนังสือซินหัวมีขายครับ เดี๋ยวผมจะส่งรูปหน้าปกหนังสือไปให้ทางโทรศัพท์นะครับ"
แม่เสี่ยวเป่ย "รบกวนครูหลี่ด้วยนะคะ"
เสี่ยวเป่ย "หนูไปก่อนนะคครูหลี่ สวัสดีค่ะ"
สองแม่ลูกเดินจากไป เฮ่ออีหมิงก็ปรากฏตัวขึ้นที่โซนการสอนฝั่งตะวันตก เขาเอ่ยทักทายหลี่อันคำหนึ่งก่อนจะเดินเข้าห้องเรียนของหลินเผิงเฟยไป
หลี่อันกลับไปที่ห้องทำงานและได้รับโทรศัพท์จากคุณพ่อของหลิวเฟิงรุ่ย ในสายบอกว่าเด็กเกิดเป็นไข้กะทันหันเมื่อเช้า วันนี้จึงต้องขอเลื่อนเวลาเรียนออกไปก่อน
ทั้งคู่ตกลงเลื่อนคาบไปเป็นบ่ายวันศุกร์แทน
เนื่องจากวิทยาเขตยังไม่ได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ธุรการประจำห้องทำงานฝั่งตะวันตกโดยตรง ช่วงนี้การเปลี่ยนแปลงเวลาเรียนของครูรุ่นใหม่ในห้องทำงานนี้อย่างพวกหลินเผิงเฟยจึงต้องไปลงทะเบียนกับผู้อำนวยการต่งก่อน
กว่าหลี่อันจะติดต่อผู้อำนวยการต่งได้ก็ล่วงเข้าช่วงเที่ยง เพื่อรายงานสถานการณ์ของหลิวเฟิงรุ่ยให้ทราบทันเวลา
ด้วยวิธีนี้ สมาชิกทีมประเมินในระบบหลังบ้านจะเห็นการเปลี่ยนแปลงเวลาเรียนของครูที่เข้ารับการประเมินได้ทันที เพื่อที่จะได้จัดสรรเวลามาสุ่มฟังการสอนได้อย่างถูกต้อง
หลังจากจัดการงานเสร็จ หลี่อันก็เปิดแผงควบคุมระบบขึ้นมาดูแวบหนึ่ง
คาบเมื่อกี้ดัชนีศิษย์อาจารย์ของเสี่ยวเป่ยเพิ่มขึ้นมาแค่ 2 แต้ม นับว่าเป็นเกณฑ์ที่ต่ำที่สุดในรอบสามคาบที่ผ่านมา
ตอนนี้อยู่ที่ 72 แต้ม
แต้มการสอนถ้ารวม 1 แต้มจากคาบที่แล้วของหลิวเฟิงรุ่ย 0 แต้มของหวังเสี่ยวหู่เมื่อบ่ายวานนี้ และอีก 2 แต้มของเสี่ยวเป่ยเมื่อครู่ ตอนนี้แต้มการสอนได้พุ่งทะลุสิบแต้มอีกครั้ง
เป็น 12 แต้ม
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง "ลองดูคู่มือแนวทางของหลิวเฟิงรุ่ยหน่อยดีกว่า"
หลี่อันพึมพำในใจ ตั้งแต่เปิดใช้งานระบบมา แม้แต่ดัชนีศิษย์อาจารย์ของหลินเผิงเฟยยังขยับขึ้นไปเป็น 2 แต้มแล้ว แต่ใจของเจ้าเด็กอ้วนคนนี้กลับเหมือนกินเหล็กเข้าไป นิ่งสนิทไม่ไหวติงเลยสักนิด
'ต้องการใช้ 10 แต้มการสอนเพื่อเปิดคู่มือระดับต้นของนักเรียนหลิวเฟิงรุ่ยหรือไม่ ?'
'ตกลง'
'กรุณารอสักครู่ กำลังประมวลผลข้อมูล'
10 วินาทีต่อมา
[ ช่วงนี้หลิวเฟิงรุ่ยกำลังแอบซ้อมเพลง " Blue Bird " บนเปียโนอย่างลับๆ ]
อะไรนะ ?
หลี่อันอึ้งไปอีกรอบ
เพลง Blue Bird ?
มันคือชื่อผลงานของใครกันล่ะเนี่ย ?
เขารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาค้นหา และในไม่ช้าเขาก็เข้าใจทันที
มันคือเพลงประกอบในแอนิเมชันเรื่องนารูโตะนี่เอง
เขากดเข้าไปฟังวิดีโอหนึ่ง
ฟังแล้วรู้สึกฮึกเหิมจริงๆ ทำนองดูมีพลังมาก จังหวะที่ใช้โน้ตประจุดต่อเนื่องและจังหวะยก จำนวนมากทำให้ดนตรีดูมีหนักเบาและมีจังหวะจะโคนอย่างชัดเจน
มันเป็นดนตรีประเภทที่สามารถปลุกเลือดนักสู้ในตัวเด็กหนุ่มออกมาได้อย่างง่ายดาย
เพียงแต่ไม่ต้องดูโน้ตเพลงเขาก็รู้ว่า ด้วยเทคนิคคอร์ดมือขวาในปัจจุบันของหลิวเฟิงรุ่ย ไม่มีทางที่เด็กจะเล่นเพลงนี้ได้แน่นอน
แต่เรื่องนี้ก็ทำให้เขานึกถึงเด็กคนหนึ่งที่เขาเคยสอนก่อนหน้านี้ เด็กคนนั้นชอบเล่นเพลงป๊อปมาก และไม่ชอบเล่นตามหนังสือเรียนเลยสักนิด
หลี่อันเก็บโทรศัพท์ลงแล้วหยิบแฟ้มประวัตินักเรียนของหลิวเฟิงรุ่ยออกมา จดบันทึกคำสำคัญคือ 'Blue Bird' และ 'แอนิเมชัน' ลงไป
จากนั้นเขาก็หยิบแฟ้มของเสี่ยวเป่ยออกมาบันทึกรายละเอียดการสอนของวันนี้ต่อ
ตามแผนการสอนใหม่ที่เขาวางไว้ให้เสี่ยวเป่ย ขั้นตอนต่อไปเสี่ยวเป่ยต้องเริ่มเข้าสู่ระบบการสอนเปียโนที่แท้จริงของเขา จะมัวแต่กอดหนังสือสอบวัดระดับอย่างเดียวไม่ได้ ไม่อย่างนั้นพอไปถึงระดับ 5 หรือ 6 ทั้งเขาและเด็กจะลำบากมาก
เพียงแต่เรื่องนี้มันจะทำให้ความคืบหน้าในการสอบวัดระดับของเด็กช้าลงอย่างแน่นอน ถึงตอนนั้นจะสื่อสารกับแม่ของเสี่ยวเป่ยอย่างไรยังคงเป็นปัญหาอยู่
"สำเร็จแล้ว สำเร็จแล้ว !"
ช่วงเที่ยง หม้าเทายังไม่ทันเดินเข้าห้องทำงานก็ตะโกนขึ้นมา "สำเร็จแล้วพวกเรา !"
สวี่หงซิ่นแกว่งบัวรดน้ำในมือไปมา "นี่สำเร็จวิชาเซียนจนจะเหาะขึ้นสวรรค์แล้วเหรอ ?"
หม้าเทาพูดอย่างตื่นเต้น "เมื่อกี้ผมเพิ่งสอนคาบทดลองจบไป ผู้ปกครองสมัครเรียนแล้ว !"
เรื่องดีนี่นา
หลี่อันปรบมือแสดงความยินดี
จังหวะเวลานี้ช่างพอดิบพอดี แบบนี้ค่าคอมมิชชั่นในเดือนหน้าของหม้าเทาก็จะเพิ่มขึ้น 240 หยวน และในอนาคตจะมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกเดือนละ 200 หยวนทุกเดือน
"พี่เทารอบนี้ต้องผงาดแน่ๆ ต้องฉลองหน่อยแล้ว"
สวี่หงซิ่นวางบัวรดน้ำลงทันที หันไปหาหม้าเทาด้วยสีหน้าจริงจัง "ผมอยากกินเบอร์เกอร์ครับพี่"
หม้าเทาคำนวณวัน "พรุ่งนี้ 'วันพฤหัสคลั่ง' เดี๋ยวพี่เลี้ยงไก่เผ็ดไม่มีกระดูกทุกคนเอง คนละชุดเลย"
สวี่หงซิ่นส่ายหน้าอย่างแน่วแน่ "ผมอยากกินเบอร์เกอร์แค่ชิ้นเดียว ร้านตรงหัวมุมนั่นแหละ เอาแค่วันนี้ตอนเที่ยง พี่ตอบมาคำเดียวว่าได้ไม่ได้ครับพี่ !"
หลี่อันยังไงก็ได้ มีคนเลี้ยงจะไปเลือกมากทำไม
เฉินเสวียนยิ่งไม่ติดอะไรเลย การที่มีคนมาบอกว่าจะกินอะไรมื้อเที่ยงมันช่วยแก้ปัญหาโลกแตกของเธอไปได้เรื่องหนึ่งแล้ว
เมื่อเห็นดังนั้นหม้าเทาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสั่งทันที ชุดเซตสำหรับสองคนสองชุด พอกดส่วนลดแล้วเหลือแค่ 50 กว่าหยวน ถูกกว่าโปรโมชั่นวันพฤหัสคลั่งเสียอีก
ก่อนจะกดสั่งเขาถามว่า "พี่เสวียน พี่จะสั่งอะไรเพิ่มไหม เอาเฟรนช์ฟรายส์ด้วยไหมครับ ?"
"ขอบคุณนะ แต่ฉันกินไม่หมดหรอกค่ะ" เฉินเสวียนรีบโบกมือปฏิเสธ "จริงๆ นะคะ"
หลี่อันแอบยิ้ม
หม้าเทาไม่ได้เซ้าซี้ กดสั่งอาหารทันที
ไม่นานอาหารก็มาส่ง ทั้งสี่คนเริ่มลงมือกิน
จริงๆ แล้วชุดเซตสองคนมันก็ไม่ได้มีอะไรมากนัก ผู้ชายสามคนจัดการส่วนของตัวเองหมดอย่างรวดเร็ว
หลี่อันรู้สึกเหมือนไม่ได้กินอะไรลงท้องไปเลยสักนิด
จังหวะนั้นเอง เฉินเสวียนก็เลื่อนเบอร์เกอร์ของตัวเองมาตรงหน้าเขา พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ถ้าคุณไม่รังเกียจ ช่วยกินส่วนของฉันหน่อยสิคะ ฉันอิ่มแล้ว"
หลี่อันมองดูเบอร์เกอร์เนื้อที่เพิ่งแกะห่อออกเพียงครึ่งเดียว ใครจะปฏิเสธเนื้อที่มาจ่ออยู่ถึงปากได้ล่ะ
ตอนที่เฉินเสวียนพูดออกมาลึกๆ ในใจเธอก็แอบประหม่า พอเห็นหลี่อันไม่ได้ยื่นมือมารับในทันที ใจเธอก็ยิ่งว้าวุ่นเข้าไปใหญ่
เธอกำลังจะพูดเสริมอะไรบางอย่าง แต่หลี่อันก็ยื่นมือไปหยิบเบอร์เกอร์นั้นมาแล้ว "ของพวกนี้ถ้าปล่อยให้เย็นมันจะไม่อร่อยนะครับ ส่งมาให้ผมจัดการเอง"
การโต้ตอบกันเพียงครู่เดียวนี้ทำให้หัวใจของเฉินเสวียนเต้นรัวเหมือนมีกวางน้อยมาวิ่งเล่นอยู่ข้างในหลายรอบทีเดียวกว่าใจจะสงบลงได้
สำเร็จแล้ว ~~
"ขอแสดงความยินดีกับครูสวี่นานาที่ทำสถิติการต่อคอร์สได้ครบตามเป้าหมาย"
"ขอแสดงความยินดีกับครูจางโหย่วเหวยที่จัดการคาบทดลองจากการแนะนำนักเรียนใหม่ได้สำเร็จ"
"ขอแสดงความยินดีกับครูฝ่ายทะเบียนหลิวน่านที่ปิดยอดนัดหมายการเรียนได้สองรายภายใน 24 ชั่วโมง"
"ขอแสดงความยินดีกับ ... "
พร้อมกับการมาเยือนของสัญญาณเตือนภัยอุณหภูมิสูงระดับสีเหลืองอีกครั้ง สองวันผ่านไปท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนแรง
อวี้ตงทั้งวิทยาเขตดูเหมือนเครื่องจักรที่กำลังเปิดมอเตอร์ความเร็วสูง ทุกแผนกเข้าสู่โหมดการทำงานที่รวดเร็วและดุเดือด
คนที่อยู่ในอวี้ตงในช่วงสองวันนี้ พอเปิดหน้าโซเชียลวงโคจรเพื่อนขึ้นมาก็จะเจอแต่การแชร์ข้อความโฆษณางานเต็มไปหมด
เหล่าฝ่ายทะเบียนพยายามโทรสอบถามผู้ปกครองซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อทำยอดการแนะนำนักเรียนใหม่และการต่อคอร์สเรียน
เหล่าครูผู้สอนเพื่อที่จะทำให้รายได้เฉลี่ยต่อคนทะลุหนึ่งหมื่นหยวนในเดือนหน้า บางคนถึงกับเพิ่มตารางเรียนชดเชยในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนเข้าไปอีก และพยายามย้ำกับผู้ปกครองถึงความสำคัญของการสอบวัดระดับซ้ำแล้วซ้ำอีก
จะมีก็แค่หลี่อันกับครูอีกไม่กี่คนที่จำนวนนักเรียนยังน้อยอยู่ ที่ทำได้เพียงแค่นั่งมองตาปริบๆ ด้วยความอิจฉา
ในช่วงสองวันนี้ นอกจากจะซ้อมเปียโนแล้ว เวลาที่เหลือเขาทุ่มเทไปกับการไถแอปเช่าบ้าน เหลือเวลาอีกเพียงห้าวันก่อนจะถึงกำหนดที่ต้องให้คำตอบกับเจ้าของห้อง
จากสถานการณ์ปัจจุบัน เขาได้วางแผนการไว้สองทาง
แผนที่ 1: ลองคุยกับเจ้าของห้องดูอีกครั้งว่าจะขออยู่ต่ออีกสักเดือนได้ไหม โดยจะเพิ่มค่าเช่าให้เป็นพิเศษอีก 200 หยวน
ถ้าแผนที่ 1 ใช้ไม่ได้ผล ก็คงต้องใช้แผนที่ 2 คือหาที่ไหนก็ได้ที่ยอมให้จ่ายเป็นรายเดือนไปก่อนเพื่อขัดตาทัพ ส่วนเรื่องระยะทางคงต้องพักไว้ก่อน
บ้านแถวๆ อวี้ตงนี้เขาดูในเน็ตมาจนทั่วแล้ว ที่จะยอมให้จ่ายเป็นรายเดือนแทบจะไม่มีเลย
ช่วงบ่ายวันศุกร์ตอนสามโมง การมาฟังการสอนของหวงเจวียนผ่านพ้นไปได้อย่างราบรื่น หลี่อันส่งหลิวเฟิงรุ่ยเสร็จ เดิมทีตั้งใจจะขออนุญาตลาหยุดในช่วงบ่ายเพื่อไปดูห้องแถวสถานีรถไฟฝั่งตะวันออก
ปรากฏว่าหลังจากกลับเข้าห้องเรียน หวงเจวียนคุยกับเขาเรื่องการสอนเพียงไม่กี่ประโยค ก่อนจะถามขึ้นมาว่าปกติช่วงกลางคืนเขายุ่งไหม
"ก็ไม่ได้ยุ่งมากครับ มีอะไรหรือเปล่าครับ ?"
เมื่อได้กลิ่นอายที่ไม่ธรรมดา หลี่อันจึงเลือกที่จะยังไม่เปิดเผยข้อมูลทั้งหมดออกไปตามสัญชาตญาณ
หวงเจวียนพยักหน้า นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะถามว่า "พอจะมีเวลาออกไปรับสอนพิเศษข้างนอกไหม ?"
พอได้ยินคำถามนี้ หลี่อันรู้สึกเหมือนหวงเจวียนดูอ่อนเยาว์ลงไปอีกหลายปีเลยทีเดียว
[จบแล้ว]