- หน้าแรก
- จากหนี้หลักล้านสู่ที่หนึ่งของระบบโลกเปียโน
- บทที่ 13 - การแสดงที่ยอดเยี่ยม
บทที่ 13 - การแสดงที่ยอดเยี่ยม
บทที่ 13 - การแสดงที่ยอดเยี่ยม
บทที่ 13 - การแสดงที่ยอดเยี่ยม
บทเพลงโซนาตินาในบันไดเสียง ซีเมเจอร์ ของคูเลา ผลงานหมายเลข 20 บทที่ 1
ท่อนที่ 1 (First Movement)
———————
โบราณว่าไว้ วันเดียวเป็นครู ตลอดชีวิตเป็นพ่อ
เสี่ยวเป่ยเอ๊ย นี่หนูไม่กำลังแกล้งพ่ออยู่เหรอเนี่ย
เมื่อเผชิญกับชั้นวางโน้ตที่ว่างเปล่า หลี่อันก็ได้แต่เสียใจว่าทำไมเมื่อวานเขาถึงต้องเอาตำราสอบเกรดกลับไปไว้ที่ห้องทำงานด้วยนะ
ประมาทเกินไปจริง ๆ
ไม่อย่างนั้นตอนที่เสี่ยวเป่ยลุกขึ้นเมื่อกี้ เขาสามารถหยิบตำราของตัวเองออกมาวางบนเปียโนได้เลย
ตอนนี้ดีล่ะ
ข้างหลังมีผู้นำมานั่งอยู่ เป็นการเผชิญหน้ากันในระยะประชิดครั้งแรก แถมยังมาเพื่อฟังการสอนอีกด้วย
เขาจะเดินกลับไปที่ห้องทำงานอีกรอบก็คงไม่เหมาะ หรือจะให้เสี่ยวเป่ยเอาโน้ตมาวางแล้วครูกับศิษย์มาดูด้วยกันดีล่ะ ?
ดูยังไงก็ไม่สง่างามทั้งนั้น คาบเรียนนี้เขาจำเป็นต้องสร้างความประทับใจที่ดีให้แก่รองอาจารย์ใหญ่คนใหม่ให้ได้
ลองดูแล้วกัน อย่างมากถ้าตรงไหนนึกไม่ออกก็หยุดเป็นช่วง ๆ เพื่อเน้นอธิบายจุดสำคัญเอา ก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร
อืม ...
เขาไล่เรียงโน้ตในสมองอย่างรวดเร็วหนึ่งรอบ หลี่อันกำหนดจุดสำคัญของบทเพลงได้สามตำแหน่ง จากนั้นจึงเริ่มปรับจังหวะการหายใจ
เขารู้ดีว่าตั้งแต่วินาทีแรกที่เขาเปิดปากอธิบาย ความเร็วของบทเพลงนี้ก็จะถูกกำหนดลงทันที
หลังจากสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ สองครั้ง หลี่อันก็เอ่ยปากทำลายความเงียบในห้องเรียน
"ถ้าดูจากห้องแรก หากเราต้องการจะทำให้มันดูสง่างาม มั่นคง สดใส และเหมือนกับการขับขาน เราต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของมือทั้งสองข้างครับ"
หลี่อันยกมือขึ้น
"ตอนเริ่มต้น มือขวาจะเป็นตัวโน้ตสองจังหวะ (Half Note) ส่วนมือซ้ายจะเป็นการบรรเลงสอดประสานด้วยกลุ่มคอร์ดแตกที่มีความคงที่ครับ"
เขากดนิ้วลง
ตัวโน้ตสองจังหวะที่สดใสหลั่งไหลออกมาจากมือขวาของเขา
"การบรรเลงสอดประสานในมือซ้ายจำเป็นต้องกดลิ่มนิ้วให้มั่นคง เพื่อให้มันสามารถรองรับและขับเน้นบรรยากาศที่มั่นคงออกมาได้ครับ"
แม้ความเร็วในมือซ้ายของเขาจะไม่รวดเร็วนัก แต่ทุกตัวโน้ตกลับมีความชัดเจน น้ำหนักเสียงมีความพอเหมาะพอดีในการประดับประดาตัวโน้ตสองจังหวะในมือขวา
"ส่วนความเป็นดั่งการขับขานนั้นต้องอาศัยมือขวาในการทำให้สำเร็จครับ เธอเห็นไหมว่ามือขวาตัวโน้ตตัวเดียวต้องเล่นยาวถึงสองจังหวะ ถ้าเราไม่มีทิศทางของประโยคเพลง ประโยคนี้ก็จะไม่เป็นประโยค และจะสูญเสียความเป็นดั่งการขับขานไปครับ"
ในขณะที่พูด มือซ้ายและนิ้วที่หนึ่ง สาม และห้าของมือขวาก็ได้บรรเลงเส้นโยงเสียงขนาดใหญ่ของโน้ต โด - มี - โซล ในห้องแรกของโน้ตเพลงจนเสร็จสิ้น ตัวโน้ตทั้งสามเชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ ให้ความรู้สึกที่สง่างามยิ่งนัก
'ดัชนีศิษย์อาจารย์ของอวี๋เสี่ยวเป่ยเพิ่มขึ้นเป็น 66 แต้ม'
"ตรงนี้มือขวาต้องส่งอารมณ์ออกไป ลองนึกถึงเรื่องการยกและกดข้อมือที่เราย้ำกันมาหลายคาบดูนะ ตอนนี้มันคือความรู้สึกของการรูดคีย์บอร์ดช้า ๆ ในโน้ตสามตัวนี้ จากนั้นหลังจากจบเส้นเชื่อมเสียงสามตัวแล้วก็ให้ส่งอารมณ์ต่อไป ส่งไปจนถึงจุดสูงสุดแล้วค่อยถอนกลับมา"
"ตัว ที ให้ยกข้อมือขึ้นเล็กน้อยแล้วเริ่มใหม่ ต้องเล่นให้เบาลงหน่อยนะ ให้เหมือนกับน้ำเสียงที่กำลังร้องขออ้อนวอนเล็กน้อย แล้วค่อยส่งไปหาตัว เร"
ท่วงทำนองที่สดใสค่อย ๆ คลี่คลายออกมาบนคีย์บอร์ดตามความจำของกล้ามเนื้อนิ้วของหลี่อัน
"เมื่อมาถึงห้องที่เจ็ด ในโน้ตเพลงจะมีตัวโน้ตเขบ็ตหนึ่งชั้น (Eighth Note) ปรากฏออกมาเป็นจำนวนมาก ตรงนี้นิ้วมือต้องระวังเรื่องการส่งผ่านพลังงานให้ดีนะครับ"
พอพูดจบ ท่วงทำนองก็เข้าสู่ห้องที่แปด เสียงต่ำที่หนักแน่นสามเสียงในมือซ้ายได้เปลี่ยนสีสันของดนตรีไปในทันที
"จากตรงนี้ทำนองจะย้ายไปอยู่ที่มือซ้าย ส่วนมือขวาจะทำหน้าที่บรรเลงสอดประสานแทน ตรงนี้ต้องระวังอย่าให้ความดังของมือขวาไปกลบทำนองในมือซ้ายนะครับ"
สภาวะของหลี่อันเริ่มมั่นคงขึ้นเรื่อย ๆ ประสบการณ์การสอนเพลงโซนาตินา ซีเมเจอร์ ของคูเลาที่เขาสั่งสมมาหลายปีได้ถูกถ่ายทอดออกมาจากปากของเขาอย่างมีลำดับขั้นตอนและเป็นระเบียบ
กระทั่งเมื่อถึงห้องที่สิบเอ็ด เขาก็ตั้งใจทำสาธิตที่ผิดพลาดให้ดู โดยการใช้มือขวาบรรเลงเสียงดังจนกลบทำนองในมือซ้าย ส่งผลให้ดนตรีเสียสมดุลไปทันที ซึ่งตัดกับบรรยากาศในสามห้องก่อนหน้าอย่างชัดเจน
"ถ้าเธอกดโน้ตคู่แปด (Octave) ไม่ถึงนะเสี่ยวเป่ย เธอสามารถเลือกกดเพียงตัวเดียวได้ ครูแนะนำให้เธอกดตัวโน้ตที่อยู่ตัวล่างนะ"
"เมื่อมาถึงส่วนทำนองที่สอง (Subordinate Theme) เราต้องหาความรู้สึกเหมือนกำลังสนทนาโต้ตอบกับคนอื่นให้เจอครับ"
"ในห้องที่ยี่สิบสามจะมีทำนองที่วิ่งด้วยตัวโน้ตเขบ็ตสองชั้น (Sixteenth Note) อยู่ หนึ่งจังหวะจะมีโน้ตสี่ตัว ตรงนี้กลับไปต้องตั้งใจซ้อมให้หนักเลยนะ จากนั้นก็ใช้การเปลี่ยนนิ้วแบบ 4-3-2 แล้ววิ่งทำนองอีกรอบ เนื่องจากมันเป็นท่อนที่ซ้ำกัน ตรงนี้เราต้องทำเสียงให้ต่างกัน ในโน้ตของเธออาจจะไม่มีเครื่องหมายกำกับไว้ ตรงนี้ให้เธอเขียนตัว P (Piano - เบา) กำกับไว้เองนะ"
"หลังจากนั้นก็จะเป็นการเดินขึ้นบันไดครับ โซล - ที - เร! - โซล!"
'ดัชนีศิษย์อาจารย์ของอวี๋เสี่ยวเป่ยเพิ่มขึ้นเป็น 68 แต้ม'
"โด สอง มี สอง โซล สอง สาม สี่"
"ต้องทำให้เสียงสว่างนะ! อาศัยพลังจากข้อมือช่วย"
"สวยงามมากครับ"
"ตรงนี้เรากลับมาที่ทำนองหลักอีกครั้ง โด สอง มี สอง โซล สอง สูดลมหายใจแล้วเล่นโน้ตสะบัด (Staccato) ต่อเนื่องกันไป ไปต่อเลย ... ส่งอารมณ์ไป ต้องให้สว่าง ต้องเหมือนการขับขาน นิ้วก้อยมือซ้ายต้องกดลิ่มนิ้วให้มั่นคง ..."
เวลาผ่านไปห้านาทีสามสิบเจ็ดวินาทีพอดี หลี่อันยกมือทั้งสองข้างขึ้นสูงแล้วกดลง คอร์ดสองคอร์ดที่มีระยะใกล้และไกลถูกบรรเลงออกมาตามลำดับ
"ตึง! ตึง!"
ท่อนที่หนึ่งทั้งหมดจบลงอย่างมั่นคงภายใต้ฝีมือของเขา
เขาเก็บมือกลับมา
'ดัชนีศิษย์อาจารย์ของอวี๋เสี่ยวเป่ยเพิ่มขึ้นเป็น 70 แต้ม'
หลี่อันเช็ดเหงื่อที่หน้าผากแล้วลุกขึ้นเดินไปเปิดหน้าต่าง
หยดฝนสองหยดปลิวมาปะทะใบหน้า ให้ความรู้สึกเย็นสดชื่นยิ่งนัก
จากนั้นเขาก็เดินกลับมาที่เปียโน "เสี่ยวเป่ย เพลงนี้ไพเราะไหมครับ"
เสี่ยวเป่ยเพียงแค่พยักหน้าหนึ่งที สายตาที่เปี่ยมไปด้วยความชื่นชมนั้นบอกทุกอย่างหมดแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ฟังครูบรรเลงบทเพลงที่ยาวขนาดนี้
หลี่อันยิ้มออกมา นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาใช้วิธีนี้ในการช่วยให้นักเรียนทำความรู้จักกับบทเพลงเบื้องต้นในรวดเดียวเหมือนกัน
เขาหยิบโน้ตของเสี่ยวเป่ยมาดูแวบหนึ่ง พบว่าเสี่ยวเป่ยได้ใช้ปากกาจดบันทึกคำอธิบายของเขาในระหว่างการสาธิตไปได้เกือบครึ่งหนึ่งแล้ว
ในบางจุดเธอยังเขียนเครื่องหมายคำถามเล็ก ๆ กำกับไว้ด้วย
"มานั่งลงครับ เรามาเริ่มกันใหม่ตั้งแต่ต้นนะ เริ่มจากแยกมือขวาในแปดห้องแรกก่อน"
เสี่ยวเป่ยนั่งลง หลี่อันก้มมองนาฬิกา ยังเหลือเวลาอีก 45 นาทีก่อนจะเลิกเรียน "เป้าหมายหลักของเราในวันนี้คือต้องทำความคุ้นเคยกับหน้าแรกให้ได้ครับ"
"เริ่มได้"
เสี่ยวเป่ยยื่นมือขวาออกไปแล้วกดลงช้า ๆ ดูเหมือนเธอยังคงจมดิ่งอยู่ในบรรยากาศเมื่อครู่ ในขณะที่บรรเลงเธอก็ยังเลียนแบบท่าทางของหลี่อันพร้อมกับร้องออกมาเบา ๆ อย่างน่ารักว่า "โด สอง มี สอง โซล ..."
เมื่อเห็นดังนั้นหลี่อันก็ค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจยาวออกมา หลังจากนั้นครู่หนึ่งเขาก็ยกมุมปากขึ้น แล้วค่อย ๆ ยกแขนขึ้นพร้อมกับให้จังหวะตามการบรรเลงของเสี่ยวเป่ยอย่างอ่อนโยนว่า ...
"ใช่ครับ ส่งอารมณ์ไป ..."
ในห้องเรียนดูเหมือนจะมีการวนซ้ำเพลงโซนาตินา ซีเมเจอร์ ของคูเลาในเวอร์ชันของหลี่อันอีกครั้ง
ครูและศิษย์เปล่งเสียงออกมาพร้อมกัน ส่งผ่านเสียงดนตรีเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป
สำหรับขั้นตอนต่อไปนั้น หลี่อันตัดสินใจว่าจะวางแผนตารางเรียนของเสี่ยวเป่ยใหม่ทั้งหมด
จากผลงานของเสี่ยวเป่ยในช่วงสองสามคาบที่ผ่านมา นอกจากเรื่องที่นิ้วมือตอบสนองช้าไปนิดและความสามารถในการทำความเข้าใจด้อยไปหน่อย ส่วนอื่น ๆ ของเด็กคนนี้ก็นับว่าดีมากจริง ๆ
ทัศนคติที่ตั้งใจ ความจำดี อ่านโน้ตได้ไว และให้ความเคารพครู
ที่ผ่านมาเป็นเพราะตัวเขาเองที่ไม่ได้ให้ความสนใจมากพอจริง ๆ
โดยปกติครูมักจะตัดสินนักเรียนใหม่จากความสามารถในการบังคับนิ้วมือของเด็กเป็นหลัก
ถ้าเด็กสามารถบรรเลงตัวโน้ตและจังหวะที่ถูกต้องบนเครื่องดนตรีได้ตามข้อกำหนดในแผ่นโน้ตอย่างรวดเร็ว ครูคนนั้นก็จะให้คะแนนพรสวรรค์ในช่วงเริ่มต้นแก่เด็กคนนั้นไว้ค่อนข้างสูง
หลี่อันหวังว่าการเปลี่ยนแปลงวิธีการสอนของเขา จะสามารถช่วยให้เด็กคนนี้มีความก้าวหน้าที่ดียิ่งขึ้นได้
หน้าที่ของครูมันก็คือเรื่องแบบนี้ไม่ใช่หรือไงนะ
"เอ๊ะ โน้ตผิดแล้ว โน้ตผิดแบบนี้มันคือความผิดพลาดที่เธอควรจะทำเหรอครับ"
"ไม่ควรค่ะ"
"แล้วต้องทำยังไงล่ะ"
"ตาต้องมองไปถึงก่อนค่ะ"
"แก้ไขเลยครับ"
"ค่ะ!"
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นบรรยากาศการสอนแบบไหน แต่ตลอดทั้งคาบเรียนที่ได้นั่งฟังมา ฉินหย่งกลับรู้สึกประทับใจยิ่งนัก
ถ้าในอนาคตเขามีลูกขึ้นมา เขาก็อยากจะหาครูแบบหลี่อันมาเป็นคนเริ่มปูพื้นฐานเปียโนให้ลูกของเขาเหมือนกัน
ห้านาทีก่อนจะเลิกเรียน หลี่อันพูดทิ้งท้ายไว้หนึ่งประโยคว่า "เคาะประตูเลิกเรียนนะ" แล้วเขาก็เดินออกไป
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ฉินหย่งก็เดินไปหยุดอยู่ที่ข้างหลังเสี่ยวเป่ย เขากวาดสายตามองดูห้องที่ยี่สิบหกในโน้ตเพลงบนเปียโนแวบหนึ่ง จากนั้นจึงถอยไปอยู่ที่ริมหน้าต่าง เมื่อรอจนเสี่ยวเป่ยบรรเลงจบช่วงหนึ่งและหยุดลง เขาก็เอ่ยปากถามว่า "หนูเสี่ยวเป่ย เรียนเปียโนมานานหรือยังครับ"
"สองปีค่ะ"
เสี่ยวเป่ยตอบพลางมองชายแปลกหน้าคนนี้ด้วยความระมัดระวัง เมื่อหลี่อันไม่อยู่เธอก็รู้สึกประหม่านิดหน่อย
"เล่นได้ดีเลยนะ" ฉินหย่งกล่าวชม จากนั้นจึงถามต่อว่า "ตำราที่หนูใช้อยู่นี่ซื้อมาจากที่ไหนเหรอครับ"
เสี่ยวเป่ยตอบ "คุณแม่เป็นคนซื้อมาค่ะ หนูไม่ทราบเหมือนกัน"
ในตอนนั้นเองเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
เสี่ยวเป่ยรีบเก็บของแล้วไม่ลืมที่จะพูดทิ้งท้ายก่อนจากไปว่า "ครูคะสวัสดิ์ดีค่ะ"
"สวัสดิ์ดีครับ กลับบ้านไปตั้งใจซ้อมนะ แล้วก็ตั้งใจเรียนกับครูหลี่ให้มาก ๆ ล่ะ" ฉินหย่งพูดพลางมองตามเสี่ยวเป่ยที่เดินจากไป จากนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
เขาเปิดกลุ่มคณะกรรมการประเมิน แล้วหารายชื่อของตนเองในตาราง Excel คะแนนการนั่งฟังการสอนทางด้านซ้าย
จากนั้นเขาก็เลื่อนสายตาไปที่ช่องข้อมูลของหลี่อัน
เขาพิมพ์ตัวเลขสองตัวลงในช่องว่างนั้น
กดบันทึก
[จบแล้ว]