- หน้าแรก
- ลมหายใจของข้า คือพลังไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 3 แรงงานฟรีถึงที่ การทดสอบฝีมือ
บทที่ 3 แรงงานฟรีถึงที่ การทดสอบฝีมือ
บทที่ 3 แรงงานฟรีถึงที่ การทดสอบฝีมือ
บทที่ 3 แรงงานฟรีถึงที่ การทดสอบฝีมือ
"ส่งแร่มาเดี๋ยวนี้"
"ถ้ายังไม่เข็ด พวกข้าก็ไม่เกี่ยงที่จะช่วยสงเคราะห์นวดกระดูกให้เจ้าสักหน่อย"
"เร็วเข้า ส่งแร่มา"
ลูกน้องทั้งสามคนของจางหู่ต่างกรูเข้ามาล้อมกรอบเอาไว้ ทุกคนต่างท่าทางกระเหี้ยนกระหือรืออยากจะลงไม้ลงมือ
"สุนัขย่อมเลิกกินอุจจาระไม่ได้จริงๆ"
สือเล่ยแค่นเสียงเหอะ
จางหู่เข้าสำนักชุดเหล็กมาได้หนึ่งปีและฝึกฝนลมปราณภายในสำเร็จแล้ว แต่ในยามนี้สือเล่ยเองก็มีตบะพลังหนึ่งปีเช่นกัน หากต้องสู้กันจริงๆ เขาก็หาได้หวาดกลัวจางหู่ไม่
ส่วนลูกน้องทั้งสามคนของจางหู่นั้นล้วนเป็นพวกไร้ประโยชน์ที่ยังขัดเกลาลมปราณภายในไม่สำเร็จ
หากพวกมันฝึกสำเร็จ ก็คงไม่มาคอยตามรับใช้เป็นลูกน้องคนอื่นแบบนี้หรอก
"เจ้าว่ากระไรนะ? เจ้าเรียกข้าว่าสุนัขงั้นรึ?"
จางหู่ทั้งตกใจทั้งโกรธแค้น
เจ้าเด็กใหม่ที่เพิ่งเข้าสำนักชุดเหล็กมาได้เพียงเดือนเดียว แถมยังฝึกลมปราณภายในไม่สำเร็จ กล้าดียังไงมาเรียกเขาว่าสุนัข
ช่างขวัญกล้าเทียมฟ้าเสียนี่กะไร
"อัดมัน! เอาให้มันตายคามือไปเลย!"
จางหู่คำรามลั่น
"รับทราบครับหัวหน้า!"
สิ้นคำ ลูกน้องทั้งสามของจางหู่ก็เตรียมพุ่งเข้าจู่โจมสือเล่ย
"พวกเจ้ากำลังทำอะไรกัน?"
ทันใดนั้น เสียงชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านข้าง
จางหู่และพวกที่กำลังจะลงมือต่างชะงักกึก
ทุกคนหันไปตามเสียงและพบกับนักสู้ในชุดเกราะดำสองนายกำลังเดินตรวจตราผ่านมา
คนเหล่านี้คือคนของกองทัพเกราะดำแห่งสำนักกุยหยวน แม้แต่ทหารเกราะดำระดับต่ำสุด ก็ยังเป็นนักสู้ที่มีตบะพลังอย่างน้อยสิบปีขึ้นไป
"หากมีเรื่องหมางใจกัน ก็ไปจัดการกันเองเป็นการส่วนตัว อย่ามาสร้างความวุ่นวายใต้จมูกข้า"
ทหารเกราะดำกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"ขอรับใต้เท้า พวกเราจะไปเดี๋ยวนี้ล่ะครับ" จางหู่ปั้นหน้ายิ้มประจบ ก่อนจะหันมาถลึงตาใส่สือเล่ยแล้วคาดโทษว่า "ถือว่าคราวนี้เจ้าดวงดีที่รอดตัวไปได้"
พูดจบ จางหู่ก็พาลูกน้องเดินจากไป
"ดวงของเจ้าต่างหากที่ยังดีอยู่"
สือเล่ยลอบแค่นยิ้มในใจ
ตอนนี้เขามีตบะพลังถึงหนึ่งปี หากได้สู้กันจริงๆ ลำพังตัวเขาคนเดียวก็จัดการจางหู่กับลูกน้องทั้งสามได้สบายมาก
ดังนั้น ยังไม่แน่หรอกว่าใครกันแน่ที่จะเป็นฝ่ายถูกสั่งสอน
"ไปกันเถอะ!"
สือเล่ยยกตะกร้าที่เต็มไปด้วยแร่จากเหมืองเหล็กเขาตะวันตกไปวางไว้ยังจุดขนส่ง
เหมืองเหล็กเขาตะวันตกแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงเหมืองแร่เท่านั้น แต่ยังมีโรงหล่อสำหรับตีอาวุธด้วย
สือเล่ยเห็นควันหนาทึบพวยพุ่งออกมาจากโรงหล่อที่อยู่ใกล้ๆ แม้จะมองไม่เห็นด้านใน แต่เขาก็จินตนาการได้ว่าที่นั่นต้องมีเตาหลอมมากมายที่แผ่ความร้อนสูงอย่างน่าเหลือเชื่อ พร้อมกับเสียงค้อนเหล็กกระทบทื่อและเสียงตะโกนก้องที่ดังสะท้อนไม่ขาดสาย
เหล่าคนงานเหมือง คนขนส่ง และคนงานในโรงหล่อต่างทำหน้าที่ของตนเองอย่างขะมักเขม้น
ทั้งสามคนเดินมายังลานกว้างและเข้าแถวรอ
ลานกว้างแห่งนี้คลาคล่ำไปด้วยผู้คน มีหม้อเหล็กใบใหญ่หลายสิบใบตั้งเรียงราย ภายในเต็มไปด้วยใบผัก ข้าวต้ม และรากผักป่า ใต้หม้อเหล็กคือเตาหินที่มีเปลวเพลิงลุกโชนส่งเสียงปะทุ
พ่อครัวถือกระบวยเหล็กคอยตักข้าวต้มผักป่าแจกจ่ายให้แก่คนงานเหมืองที่ยืนเข้าแถวรออยู่เบื้องหน้า
ทว่าพวกสือเล่ยนั้นแตกต่างออกไป พวกเขาถูกส่งมาจากสำนักชุดเหล็กเพื่อช่วยเหลือกองทัพเกราะดำในการเฝ้าเหมืองเหล็กเขาตะวันตก แม้ฐานะและสวัสดิการจะไม่ดีเท่ากองทัพเกราะดำ และตอนนี้จะถูกมอบหมายให้มาขุดแร่ แต่พวกเขาก็ยังได้กินอิ่มหนำ และมีเนื้อสัตว์ให้กินในทุกมื้อ
การขุดแร่ของพวกเขาเป็นเพียงเรื่องชั่วคราวเท่านั้น เมื่อเกณฑ์คนงานเหมืองได้ครบตามจำนวนแล้ว พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องลงแรงขุดอีกต่อไป
หลังจากทานอาหารเสร็จ พวกเขาก็พักผ่อนเป็นเวลาสองเค่อ
จากนั้นสือเล่ยจึงกลับเข้าเหมืองเพื่อขุดแร่ต่อ
ในช่วงบ่าย จางหู่และพวกไม่ได้มาหาเรื่องเขาอีก เพราะต่างคนต่างทำงานในอุโมงค์เหมืองคนละแห่งกัน ทว่าในวันที่สอง กลุ่มของจางหู่กลับเลือกเข้าอุโมงค์เหมืองแห่งเดียวกับสือเล่ย
"สือเล่ย ข้าเกรงว่าคราวนี้เราจะลำบากแล้วล่ะ"
"การที่จางหู่กับพวกเลือกอุโมงค์เดียวกับเรา เห็นได้ชัดว่าพวกมันจงใจมาหาเรื่องพวกเราแน่ๆ"
หวงอวิ๋นกล่าวด้วยสีหน้าวิตกกังวล
"ไม่เป็นไร ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง"
สือเล่ยตอบอย่างไม่ใส่ใจ
เวลาผ่านไปอีกหนึ่งวันแล้ว ตบะพลังของเขาเพิ่มพูนขึ้นเป็นสองปี ดังนั้นเขาจึงยิ่งหาได้หวาดเกรงกลุ่มของจางหู่ไม่
เมื่อเข้าไปในอุโมงค์เหมือง หวงอวิ๋นก็เริ่มลงมือขุดแร่
นอกจากคนจากสำนักชุดเหล็กแล้ว ยังมีคนจากสำนักวรยุทธ์หมีใหญ่ พรรคเสือดำ และสองตระกูลใหญ่แห่งอำเภอเหิงซาน เมื่อพวกเขาเห็นสถานการณ์เช่นนี้ต่างก็พากันหลีกเลี่ยง โดยเลือกไปขุดแร่ในจุดที่ไกลออกไปเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องพลอยซวยไปด้วย
"สือเล่ย ทำไมเจ้าถึงไม่ขุดแร่?" จางหู่กล่าวเสียงเย็น "รีบขุดเข้าสิ! เมื่อวานพวกเจ้าโชคดีที่รอดไปได้ แต่วันนี้ดวงของเจ้าจะกุดแล้วล่ะ ทหารเกราะดำไม่มีทางเข้ามาในอุโมงค์นี้หรอก"
"ยอดบุรุษย่อมไม่สู้ในยามที่เสียเปรียบ รีบขุดเข้าเถอะ!"
หวงอวิ๋นกระซิบเตือน
"ในเมื่อมีแรงงานฟรีสี่คนอยู่ตรงหน้าข้า แล้วเหตุใดข้าต้องลงแรงขุดเองให้เหนื่อยเล่า?"
สือเล่ยเอ่ยขึ้น
"แรงงานฟรีสี่คน ที่ไหนกัน?"
จางหู่กวาดสายตามองไปรอบๆ
"พี่หู่ ไอ้เด็กนี่มันหมายถึงพวกเราครับ พวกเรามีกันสี่คนพอดี"
ชายคนหนึ่งก้าวออกมาข้างหน้าแล้วกระซิบที่ข้างหูจางหู่
"ไอ้เด็กเมื่อวานซืน เจ้ากล้าหลอกด่าข้าเชียวรึ? ขวัญกล้าเทียมฟ้าจริงๆ" จางหู่กล่าวด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม "ไปจัดการมัน! อัดมันให้หนัก! ถ้าวันนี้ข้าไม่ทำให้เจ้าคุกเข่าร้องขอชีวิต ข้าจะยอมเปลี่ยนนามสกุลเลยเอ้า"
"หากคิดจะจัดการข้า ก็ต้องดูว่าเจ้ามีความสามารถพอหรือไม่"
สือเล่ยกล่าวอย่างเย็นชา
"ลุย!"
ทันใดนั้น ลูกน้องทั้งสามของจางหู่ก็เงื้อหมัดพุ่งเข้าใส่สือเล่ยทันที
ปัง!
สือเล่ยยกขาขึ้นถีบออกไปอย่างรุนแรง พุ่งเข้าเป้าที่หน้าท้องของลูกน้องคนที่พุ่งมาข้างหน้าสุดพอดี
ลูกน้องคนนั้นเซถลาไปข้างหลังก่อนจะล้มฟุบลงกับพื้น มือทั้งสองกุมท้องพลางร้องโอดครวญ ความเจ็บปวดที่แสนสาหัสทำให้เขาเสียความสามารถในการต่อสู้ไปชั่วขณะ
ในจังหวะนั้นเอง สือเล่ยพุ่งทะยานไปข้างหน้า สองฝ่ามือแปรเปลี่ยนเป็นกรงเล็บอินทรีตวัดออกอย่างรวดเร็ว กรงเล็บทั้งสองพุ่งเข้าจับที่หัวไหล่ของลูกน้องหนุ่มอีกคนหนึ่ง เสียงกระดูกเคลื่อนดังกร๊อบ ข้อต่อหัวไหล่และแขนทั้งสองข้างของมันถูกทำให้หลุดออกทันที แขนทั้งสองข้างห้อยต้อยแต่งไร้เรี่ยวแรง
นี่คือวิชาเคลื่อนย้ายกระดูกและแยกเส้นเอ็นจากวิชากรงเล็บอินทรีชุดเหล็กนั่นเอง
"อ๊าก!"
เสียงกรีดร้องดังตามมา ลูกน้องหนุ่มคนนี้ก็หมดสิ้นฤทธิ์เดชไปอีกคน
ในตอนนี้ เหลือเพียงจางหู่กับลูกน้องอีกเพียงคนเดียวเท่านั้น
"คราวนี้ถึงตาของเจ้าแล้ว"
สือเล่ยพุ่งเข้าหาจางหู่ในทันที
"ลมปราณภายใน สือเล่ยคนนี้ฝึกฝนลมปราณภายในสำเร็จแล้วงั้นรึ"
สีหน้าของจางหู่ดูย่ำแย่ลงทันที
เขาไม่คาดคิดเลยว่าสือเล่ยจะเก่งกาจถึงเพียงนี้ เพียงแค่ท่าเดียวก็จัดการคนของเขาไปได้ถึงสองคน ต้องเป็นเพราะฝึกฝนลมปราณภายในสำเร็จแล้วแน่ๆ มิฉะนั้นคงไม่มีทางล้มคนสองคนได้อย่างง่ายดายเช่นนี้
ในยามนี้ ชายหนุ่มผมสั้นอีกคนพุ่งเข้ามาโดยใช้วิชากรงเล็บอินทรีจากวิชากรงเล็บอินทรีชุดเหล็กเช่นกัน หมายจะตะปบเข้าใส่สือเล่ย ทว่าสือเล่ยกลับหลบฉากได้อย่างง่ายดาย ก่อนที่กรงเล็บอินทรีของเขาจะตวัดวูบเข้าคว้าลำคอของชายผมสั้นคนนั้นไว้แน่น แล้วจับมันกระแทกเข้ากับผนังหินของอุโมงค์เหมืองอย่างจัง
เสียงโครมดังขึ้น ศีรษะของชายผมสั้นถูกกระแทกอย่างหนักจนมันสลบเหมือดไปทันที
"ต่อให้เจ้าจะฝึกลมปราณภายในสำเร็จแล้วจะอย่างไร? เจ้าเพิ่งฝึกมาได้เพียงเดือนเดียว แต่ข้าฝึกฝนมาถึงหนึ่งปีเต็ม"
จางหู่พุ่งเข้ามาประชิดตัวและสำแดงวิชากรงเล็บอินทรีออกไป
สือเล่ยหาได้หลบเลี่ยงไม่ เขาตอบโต้ออกไปด้วยกรงเล็บอินทรีของตนเอง
แม้สือเล่ยจะลงมือทีหลังแต่ความเร็วกลับเหนือกว่ามาก กรงเล็บทั้งสองปะทะกันกลางอากาศ สือเล่ยคว้าข้อมือของจางหู่ไว้ได้ทันควันก่อนจะบิดหมุนลงไปทางขวาอย่างแรง
ข้อมือของจางหู่ได้รับบาดเจ็บ ความเจ็บปวดอันรุนแรงทำให้เขาไม่อาจเค้นกำลังออกมาได้ชั่วคราว สือเล่ยไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอย เขาขยับเท้าแล้วเตะเข้าใส่หน้าแข้งของจางหู่ทั้งสองข้างอย่างแม่นยำ
เสียงตุบดังขึ้น หน้าแข้งทั้งสองข้างของจางหู่ไร้เรี่ยวแรงจนเขาต้องทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นในทันที
มืออีกข้างของสือเล่ยกำหมัดแน่นแล้วเริ่มกระหน่ำซัดใส่จางหู่อย่างไม่ยั้งมือ